กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1189: แดนเซียนวังสวรรค
อู่ อวี้ ใช้เทียมฟั้าจรดดินย่อขนาดร่างกายจนเล็กลง
เท่าหัวไชเท้า
ภายในหุบเขาหิมะจันทรายังมีสนหิมะปกคลุมอย่าง
หนาแน่น ยามนี้เขาอยู่ท่ามกลางปั่าสน ซึ่งอยู่ใกล้
ตำแหน่งของ ‘เย่วหลิงอี๋’
หลังจากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปต่อ
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกระแสสายชลธีไหลรินดังมา
จากด้านหน้า คาดว่ามันจะต้องเป็นกระแสสายน้ำ
หรือไม่ก็สายธารวารีไหลเย็น หลังจากนั้นไม่นาน อู่
อวี้ ก็แลเห็นสายชลธีไหลรินอยู่ท่ามกลางหุบเขาหิมะ
จันทรา เขาเห็นหิมะโปรยปรายไปทั่วในสายชลธี
ดังกล่าว หลังจากหิมะต้องกระทบกับสายน้ำมันก็
ละลายหายไป ภายใต้แสงจันทราเหยาเย่ว ผิววารี
ส่องประกายสีชมพูระยิบระยับ ดูงดงามอย่างไร้
เปรียบ
เมื่อใบไม้สีชมพูร่วงหล่นลงบนสายชลธี ช่างดูราวกับ
กลีบดอกท้อก็ไม่ปาน
อู่ อวี้ เคลื่อนตัวไปตามกระแสสายชลธี ธารน้ำตก
ไหลรินลงมาจากหุบเขาลงมายังทะเลสาบขนาดใหญ่
เย็นสบาย ต้นท้อจำนวนมากเติบโตอยู่ในขอบ
ทะเลสาบ กลีบดอกท้อร่วงหล่นลงบนกระแสสายน้ำ
ดูงดงามละลานตาเป็นอย่างยิ่ง
บางทีสระน้ำแห่งนี้คงสว่างไสวตลอดปี ส่วนพลัง
จันทราได้ผสานร่วมกับทะเลสาบมานานแล้ว ทำให้
ทะเลสาบไหลเย็นแห่งนี้เหมือนกับ ‘เขตแดนมังกร
มัจฉา’ ของมังกรครามในพิภพปีศาจบรรพกาล ซึ่งมี
คุณประโยชน์ต่อการฝึกฝนบำเพ็ญตนอย่างมหาศาล
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ ขยาย
อาณาเขตออกไปขึ้น ในที่สุดเขาก็พบสตรีผู้หนึ่งกำลัง
ว่ายเล่นน้ำอยู่ใต้ต้นดอกท้อ นางมีผิวพรรณขาว
ละเอียดประดุจหิมะ เส้นผมยาวสยาย แหวกว่ายอยู่
ท่ามกลางสายชลธีอันเย็นฉ่ำอย่างเพลิดเพลินจำเริญ
ใจ ดวงตาของนางเป็นสีชมพูอ่อน เสมือนดั่งหมู่มวล
ดาราบนฟากฟั้า ดูสดใสน่ารักขี้เล่น นางแหวกว่ายอยู่
ในทะเลสาบอย่างสนุกสนาน ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่าง
ออกมาพอสมควร แต่เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะของ
นางแจ่มชัด
ร่างกายขาวละเอียดอ่อนหมดจดผสมผสานไปกับ
สายชลธีไหลเย็น บังเกิดเป็นสะเก็ดละอองน้ำเกาะกุม
อยู่บนผิวหนัง เฉกเช่นดั่งละอองหิมะอันอ่อนนุ่มราว
กับดอกท้อกำลังเบ่งบาน นับเป็นภาพฉากงดงาม
อย่างที่สุด อู่ อวี้ ยังเห็นรูปโฉมของแม่นางผู้นี้อีกด้วย
ใบหน้าของนางกลมกลึงปากเล็กเป็นกระจับ ดวงตา
กลมสดใส ฟันฟางขาวสะอาดหมดจด ทุกอย่าง
โดยรวมดูน่ารักน่าชังเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าใบหน้าของ
นางจะอ่อนเยาว์เป็นเช่นดั่งบุปผาแรกแย้ม แต่
ร่างกายนั้นกลับโตเต็มวัยเฉกเช่นดั่งลูกพีชอันหอม
หวานที่เชิญชวนให้เด็ดดม
” ข้าล่ะอิจฉาเจ้าจริง ๆ ได้มาเห็นของดีที่นี่อีกแล้ว”
หมิงซวงกล่าวยิ้ม ๆ
อู่ อวี้ ไม่คิดว่าจะได้เห็นนางกำลังอาบน้ำอย่าง
สนุกสนานเช่นนี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้ เนื่องจากเขาอยากรู้
เรื่องราวเกี่ยวกับมหาพิภพทมิฬบรรพกาล ดังนั้นเขา
จึงเดินเข้ามาใกล้นางอย่างเงียบเชียบที่สุด
ถ้าเป็นหนานซานอะไร ๆ ก็คงจะง่ายดายยิ่งขึ้น หาก
คนอย่างเขาได้เจอกับแดนสวรรค์เยี่ยงนี้ รับรองว่า
จะต้องหายศีรษะเข้ากลีบเมฆไปอย่างแน่นอน
ปัจจุบัน อู่ อวี้ อยู่ข้างหลังนางห่างประมาณสิบจั้ง
โดยพื้นฐานแล้วเขาสามารถประชิดตัวนางได้ในทันที
อย่างไรก็ตามนางเป็นสตรีใจใหญ่อย่างแท้จริง นาง
ยังคงแหวกว่ายอยู่ในสายชลธีอย่างสนุกสนานไม่ยอม
เลิกรา ไม่ทันสังเกตเห็นว่า อู่ อวี้ มาอยู่ใกล้นางแล้ว
ด้วยซ้ำ อาจด้วยเพราะเดิมทีหุบเขาหิมะจันทรานี้
เป็นพื้นที่ของนางแต่เพียงผู้เดียว มีเพียงแค่เยว่หลิง
เซวียนเท่านั้นถึงสามารถเข้ามาที่นี่ได้
ดังนั้นนางจึงปล่อยตัวตามสบาย ลดความระมัดระวัง
ลงอย่างเต็มที่
หลังจาก อู่ อวี้ นั่งมองดูร่างเปลือยเปล่าอยู่ชั่วครู่ เขา
ก็รู้สึกผิดต่อลั่วผินขึ้นมา ดังนั้นจึงตัดสินใจลงมืออย่าง
รวดเร็ว
“พี่สาว ท่านอยู่ที่นี่ ข้า… ว๊ายยย … ”
ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังลงมือ สาวน้อยก็สังเกตเห็นร่าง
เล็ก ๆ ของ อู่ อวี้ เข้าโดยบังเอิญ
และทันทีที่นางเห็น อู่ อวี้ ก็เปล่งเสียงกรีดร้องขึ้น
อย่างรวดเร็ว
“เคล็ดสะบั้นจิต!”
นี่ไม่ใช่เวลามาเมตตาหรือปรานี หลังจากนั้นก็รีบใช้
เวทย์อสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋าควบคุมนางใน
ทันทีทันใด แล้วเหตุผลที่เขาต้องใช้เคล็ดสะบั้นจิตนั่น
เป็นเพราะว่า จะทำให้ง่ายต่อการควบคุมฝั่ายตรง
ข้ามที่มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7
นั่นเอง
แม้ผิวเผิน อู่ อวี้ จะดูอ่อนแอแต่แท้จริงแล้วเขานั้น
แข็งแกร่งมาก
เคล็ดสะบั้นจิต มีผลในการโจมตีอัดกระแทกเข้าสู่
จิตใจในชั่วพริบตา ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่เสี้ยวอึดใจก็
ตาม เมื่อจิตของฝั่ายตรงข้ามตกสู่ความว่างเปล่า ถือ
ว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เขาจะใช้เวทย์อสูรวิญญาณ
ควบคุมหัวใจเต๋าควบคุมนาง
” เอาล่ะอยู่เงียบ ๆ แล้วฟังข้าให้ดี ”
เวทย์อสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋าถูกปลดปล่อย
ออกจากดวงตาของ อู่ อวี้ เข้าไปในดวงตาของนาง
ไปทำการควบคุมจิตใจขณะที่นางตกอยู่ในสภาวะ
สับสน ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามมากนัก ยาม
นี้สาวงามตรงหน้าได้ถูกควบคุมโดย อู่ อวี้ แล้ว
” รีบใส่เสื้อผ้าซะ” อู่ อวี้ บอกให้นางแต่งเนื้อแต่งตัว
ให้เรียบร้อย
“ได้” เย่วหลิงอี๋ทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
เมื่อนางสวมใส่อาภรณ์เสร็จแล้ว นางกับเขาก็มานั่ง
อยู่ใต้ต้นท้อ เย่วหลิงอี๋อยู่ในชุดกระโปรงยาวสีชมพู
นอกจากนี้ยังสวมใส่ผ้าคลุมหน้าสีชมพูผืนบางเบา
ปกปิดใบหน้าไว้ด้วย สิ่งที่ยังเปิดเผยอยู่ก็คือเท้าอัน
ละเอียดอ่อนประดุจดั่งหยก แต่ในเวลานี้ค่อนข้างซีด
เซียวเพราะเล่นน้ำมานาน แต่ใบหน้าของนางยังคง
สดใสน่ารักไม่เปลี่ยนแปลง แก้มของนางดูอวบ
เล็กน้อย แต่ก็ยังน่ารักน่าชังอยู่ไม่น้อย ชวนให้น่า
หยิกแก้มเป็นยิ่งนัก
“นั่งลง แล้วเรามาพูดคุยกัน”
นางรับปากอย่างว่าง่าย หลังจากนั้นก็เดินไปนั่งห้อย
ขาบนหินสีคราม จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาว่างเปล่า
ส่วนเขานั่งอยู่ข้าง ๆ พูดคุยกับนางราวกับสหาย ”
เอาล่ะข้าจะเริ่มถามเลยนะ ”
” ถ้านายท่านมีคำถามใด ๆ เสี่ยวอี๋จะตอบตามความ
เป็นจริงทุกคำถาม ”
อันที่จริงแล้ว เย่วหลิง นั้นเป็นสกุลของนาง
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็กล่าวว่า ” สำนักกระบี่เทิด
จันทรามีหนทางไปสู่มหาพิภพทมิฬบรรพกาลใช่
หรือไม่? ”
“ใช่” นางตอบอย่างมั่นใจ
“มันอยู่ที่ไหน?”
” สำหรับเรื่องนี้มีแต่ท่านพี่กับอาวุโสทั้ง 5 เท่านั้นที่รู้
เคยถามท่านพี่หลายครั้งแล้วแต่ท่านไม่ยอมบอก
เพราะกลัวว่าข้าจะแอบเข้าไปที่มหาพิภพทมิฬบรรพ
กาล ด้วยเหตุนี้นางถึงพยายามปิดบังข้าไม่ยอมให้ข้า
ล่วงรู้ แต่ข้าก็รู้ว่าที่นั่นไม่ใช้พลังดาราฝึกฝน
เหมือนกับพวกเรา อีกทั้งยังมียอดฝีมืออีกมากมาย
แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือถ้าเราไปแล้วจะไม่มีวันหวน
กลับมาได้ ”
ถึงแม้ว่านางจะอยู่ภายใต้การควบคุมของ อู่ อวี้ แต่
นางก็แสดงถึงความหวาดกลัวต่อมหาพิภพทมิฬ
บรรพกาลอย่างเห็นได้ชัด สำหรับเย่วหลิงอี๋ผู้ได้รับ
การขนานนามว่าเป็นตัวปัญหา การที่เจ้าสำนักจะไม่
บอกเส้นทางไปสู่มหาพิภพทมิฬบรรพกาลให้นางรู้ก็
ถือเป็นเรื่องปกติ
คาดว่าตำแหน่งที่ตั้งเส้นทางนั้นจะเป็นความลับอัน
ยิ่งใหญ่มากที่สุด แน่นอนว่าถ้าเป็นเจ้าสำนักเย่วหลิง
เซวียน อาจจะทราบเรื่องนี้ก็เป็นได้
อย่างไรก็ตามในเมื่อนางตกอยู่ภายใต้การควบคุมของ
อู่ อวี้ เขาจึงสอบถามเรื่องอื่นกับนางด้วย
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า ” เจ้ารู้เรื่องอะไร
เกี่ยวกับมหาพิภพทมิฬบรรพกาลบ้าง? จงบอกทุกสิ่ง
ทุกอย่างที่เจ้ารู้มาให้หมด”
“ตกลง” เย่วหลิงอี๋ พยักหน้าด้วยท่าทางน่ารักน่า
เอ็นดู เสมือนดั่งหุ่นเชิดตัวน้อย จากนั้นนางก็เอียง
ศีรษะแล้วกล่าวว่า “มหาพิภพทมิฬบรรพกาล มี
ขนาดใหญ่กว่าพิภพดารานับสิบเท่า พิภพดาราเป็น
แค่พิภพเล็ก ๆ ซึ่งมีความแข็งแกร่งห่างชั้นจากมหา
พิภพทมิฬบรรพกาลหลายเท่า นอกจากนี้มหาพิภพ
ทมิฬยังมีเทพเซียนอยู่มากมาย และตัวตนอย่างเทพ
มารดำรงอยู่ด้วย ส่วนใหญ่แล้วเทพเซียนและเทพ
มารในมหาพิภพทมิฬบรรพกาล ล้วนมีพลังอำนาจอยู่
ในโลกกว่า 2,000 ปีก่อน นอกจากนี้ยังมีมหาพิภพ
และพิภพขนาดเล็กใบอื่น ๆ อีกด้วย ”
เดิม อู่ อวี้ ไม่คิดว่าจะได้ข้อมูลอะไรจากนางเลยด้วย
ซ้ำ
แต่เขาไม่คาดหวังว่า ภายในคำพูดของนางจะมีเรื่อง
ที่ทำให้เขาสงสัยอยู่ด้วย เขาพูดกับเย่วหลิงอี๋ว่า “เจ้า
กำลังกล่าวถึงมหาพิภพและพิภพขนาดเล็ก? พิภพ
ดาราใช่พิภพขนาดเล็กหรือไม่?”
“ใช่ มหาพิภพทมิฬบรรพกาล คือมหาพิภพ ส่วน
พิภพดารา คือพิภพขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีพิภพ
ขนาดเล็กอีกมากมาย “เย่วหลิงอี๋กล่าวอย่างจริงจัง
อู่ อวี้ ระลึกถึงสิ่งที่นางกล่าว จากนั้นก็พูดว่า ” เจ้า
จะบอกว่ามหาพิภพทมิฬบรรพกาลมีเทพเซียนหรือ
เทพมารอยู่มากมายเลยใช่หรือไม่? ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว
เทพเซียนและเทพมารเหล่านั้นมีอำนาจอยู่ในโลก
กว่า 2000 ปี? ในเมื่อพวกเขาถ้าผ่านมหาภัยพิบัติ
แห่งเซียนมาได้แล้ว เหตุใดถึงยังไม่ขึ้นไปบนสวรรค์?”
เย่วหลิงอี๋กล่าวอย่างอดทน“ พี่สาวข้าบอกว่ามีเทพ
เซียนเทพมารอยู่มากมายจริง ๆ โดยทั่วไปแล้ว
สำหรับผู้ฝึกตนในพิภพขนาดเล็ก เมื่อพวกเขาบรรลุ
กลายเป็นเทพเซียนหรือเทพมาร ก็จะทะยานขึ้นสู่
สวรรค์ หรือลงไปยังขุมนรกทันที เนื่องจากพิภพ
ขนาดเล็กไม่สามารถแบกรับพลังแห่งเซียนของพวก
เขาได้ และอาจจะทำให้พิภพแห่งนั้นถูกทำลาย นี่
เป็นกฎของสวรรค์ ส่วนนรกและภพเทพปีศาจก็เฉก
เช่นเดียวกัน แต่มหาพิภพนั้นแตกต่างออกไป
เนื่องจากมีขนาดใหญ่จึงมีความมั่นคงมากยิ่งกว่า
ดังนั้นหลังจากบรรลุกลายเป็นเทพเซียน ก็จะมีสิทธิ์
อยู่ต่อในมหาพิภพแห่งนั้นไปอีก 2000 ปี เมื่อถึง
กำหนดก็ต้องไปตามที่ของตนเอง แน่นอนว่าสามารถ
ทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์หรือลงไปยังขุมนรกได้
ล่วงหน้าเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเลือกจะทะยานขึ้นสู่
สรวงสวรรค์ทันที บ้างก็ยังอยู่ต่อเพื่อปกปั้องลูกหลาน
ของตนเอง ”
กลายเป็นว่าตอนนี้ เขาได้รับข้อมูลเพิ่มขึ้นมาจำนวน
มหาศาล
จากสิ่งที่เธอกล่าว สามารถยืนยันได้ว่าชมพูทวีป
โลกธาตุ เป็นเพียงพิภพขนาดเล็ก เพราะในท้ายสุด
แล้วมีเทพเซียนอยู่เพียงองค์เดียวเท่านั้นนั่นก็คือ
จักรพรรดิโบราณ
“ ซึ่งโดยทั่วไปสำหรับพิภพขนาดนี้ สวรรค์จะจัดหา
เทพเซียนผู้พิทักษ์มาคอยปกปั้องพิภพ แต่พวกเขาจะ
ถือสันโดษไม่ค่อยมาปรากฏกายให้เห็นเท่าใดนัก
เว้นเสียแต่ว่าจะมีเทพเซียนองค์อื่นปรากฏขึ้นภายใน
โลก หากเป็นโลกที่มีแต่ผู้ฝึกตนนอกรีต ก็จะได้รับ
การปกปั้องจากเทพมาร ”
เย่วหลิงอี๋ กล่าวเพิ่มเติม
“มหาพิภพ พิภพขนาดเล็ก … ” จากสิ่งที่กล่าวมานี้
ทำให้เขาหวนนึกถึงพิภพปีศาจบรรพกาล ว่าเพราะ
เหตุใดพิภพปีศาจบรรพกาลที่มีเทพปีศาจอยู่ถึง 8
ตน ถึงไม่สามารถไปยังภพเทพปีศาจได้? แล้วพิภพ
ปีศาจบรรพกาลเป็นมหาพิภพใช่หรือไม่? แตกต่าง
จากมหาพิภพทมิฬบรรพกาลมากแค่ไหน? ที่นั่นมี
ช่วงเวลาแห่งการฆ่าหรือไม่?
พิภพปีศาจบรรพกาลเต็มไปด้วยความลึกลับอย่าง
แท้จริง
แต่ความสนใจของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ อยู่ที่มหาพิภพ
ทมิฬบรรพกาล
ที่นั่นมีเทพเซียนและเทพมารอยู่มากมาย!
“ไม่มีเทพปีศาจอยู่เลยเช่นนั้นหรือ?”
“ไม่มี ไม่ว่าเทพปีศาจจะอยู่แห่งหนใด ตราบใดที่ผ่าน
มหาภัยพิบัติแห่งปีศาจมาได้ ก็จะถูกพาไปยังภพเทพ
ปีศาจ”
ภพเทพปีศาจ สรวงสวรรค์ และ นรก ดูเหมือนจะมี
ความแตกต่างกันอยู่บ้าง
เพราะนางทำให้ อู่ อวี้ มีเรื่องสงสัยใหม่ ๆ มากมาย
ปรากฏขึ้นภายในใจ ยามนี้เขารู้สึกว่าพิภพที่ตนเอง
จินตนาการไว้อาจจะมีขนาดเล็กมากเกินไปด้วยซ้ำ
เขาถามต่อไปว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีกี่พิภพ? สวรรค์
นรกมีขนาดกว้างใหญ่เพียงใด?”
เดิมทีเขาคิดว่ามีพิภพปีศาจบรรพกาลช่างน่าอัศจรรย์
ยิ่งแล้ว
ต่อมาเขาก็ได้รู้ว่ามี พิภพดารา , พิภพเทพสงคราม,
พิภพเซียนกระบี่ และได้มารู้ทีหลังว่ามันมีถึง 8 พิภพ
ซึ่งพิภพปีศาจบรรพกาลเป็นแกนหลัก
แล้วยามนี้เขายังได้ยินว่ามีพิภพใหม่อย่าง มหาพิภพ
ทมิฬบรรพกาล เพิ่มขึ้นมาอีก
อีกทั้งภายในมหาพิภพทมิฬบรรพกาลยังมีเทพเซียน
และเทพมารอยู่มากมาย
ด้วยเหตุนี้เขาจึงยิงคำถามไปมากมายเพื่อไขข้อสงสัย
อย่างไรก็ตามดูเหมือนเย่วหลิงอี๋จะรู้แทบทุกเรื่อง อู่
อวี้ พบว่าแม้พิภพดาราจะคล้ายคลึงกับชมพูทวีป
โลกธาตุ แต่นางก็กลับรู้มาก อู่ อวี้ เสียอีก
หลังจากฟังคำถามนี้เย่วหลิงอี๋ก็พยักหน้าแล้วตอบ
“สวรรค์มันกว้างใหญ่มากมี 8,000 ชั้น ซึ่งในแต่ละ
ชั้นล้วนมีเทพเซียน อยู่มาก ส่วนนรกก็กว้างใหญ่มาก
เช่นกันมี 10,000 ชั้น และนรกในแต่ละชั้นมีเทพมาร
อยู่มากมาย ส่วนภพเทพปีศาจก็ลึกลับเป็นอย่างมาก
ภายในแดนเซียนวังสวรรค์ มีวังสวรรค์ 8,000 ชั้นอยู่
ด้านบน ขุมนรก 10,000 ชั้นก็อยู่ข้างใต้ และตรง
กลางก็คือพิภพอันไร้สิ้นสุด ”
ยามนี้ อู่ อวี้ ได้ยินคำเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
แต่ละเรื่องยิ่งทำให้เขางวยงงเป็นไก่ตาแตก
อยากเช่นคำว่า : แดนเซียนวังสวรรค์!
เขายังจดจำได้ดีในครั้งแรกที่เขาได้ครอบครองพลอง
ทองสมปรารถนา ฉีเทียนต้าเซิ่นกล่าวอ้างว่าตนเอง
เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในแดนเซียนวังสวรรค์ไม่มีผู้ใดเสมอ
เหมือน!
ในเวลานั้น อู่ อวี้ รู้จักเพียงทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
หาได้รู้จักแดนเซียนวังสวรรค์แม้แต่น้อย!
ต่อมาเขาก็ได้รู้จักดินแดนโบราณเหยียนหวงกับชมพู
ทวีปโลกธาตุ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่รู้จักแดนเซียน
วังสวรรค์อยู่ดี!
แล้วต่อมาเขาก็ได้มารู้จักพิภพปีศาจบรรพกาล ,
พิภพดารา , มหาพิภพทมิฬบรรพกาล แต่ก็ยังไม่รู้จัก
ว่าแดนเซียนวังสวรรค์นั้นเป็นเช่นไร!
แต่ตอนนี้เขารู้แล้ว
แดนเซียนวังสวรรค์นั้นคือทุกสรรพสิ่ง
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ