กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1188: เยวหลิงเซวียนกับเยวหลิงอี๋
ขณะที่ใกล้จะถึงสำนักกระบี่เทิดจันทรา อู่ อวี้ ได้แวะ
ตามหัวเมืองใหญ่ ๆ หลายแห่ง มองหาเหล่าผู้อาวุโส
เพื่อจะซักถามเกี่ยวกับสำนักกระบี่เทิดจันทรา
ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ตั้งบุคลากร , ความลับ , วงเวทย์
ค่ายกล , ลักษณะ , ประวัติ ฯลฯ เขาต้องเข้าใจ
เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้เขายังยืนยันการดำรงอยู่ของ ‘มหาพิภพ
ทมิฬบรรพกาล’ อีกทั้งยังหาข้อพิสูจน์เรื่องเส้นทาง
ไปสู่มหาพิภพทมิฬบรรพกาล นอกจากนี้มันยังมี
ตำนานที่ถูกเก็บซ่อนอยู่อีกมากมาย เขาได้ลองไปไต่
ถามความจริงเหล่านี้จากปากของคนหนุ่มสาว และ
สิ่งที่ได้คือมหาพิภพทมิฬบรรพกาลไม่ใช่สถานที่ที่
สมควรไปยิ่ง เพราะมีสำนักใหญ่ทั้ง 5 ขวางกั้นอยู่
นอกจากนี้พวกเขายังเป็นกังวลว่าจะมีผู้รุกรานจาก
มหาพิภพทมิฬบรรพกาล
เรื่องนี้ทำให้ อู่ อวี้ ปวดเศียรเวียนเกล้าไม่น้อย ยิ่งไต่
ถามข้อมูลก็ยิ่งรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ยากที่จะผ่านเข้า
ไปได้ เมื่อถึงเวลานั้น เขาอาจต้องลองเจรจาดูก่อน
ถึงกระนั้นจิตใจของ อู่ อวี้ ก็ยังคงสงบสุขุม
เขารู้ด้วยว่าอีกฝั่ายอาจไม่เห็นด้วยง่าย ๆ เป็นแน่
และเขามีความเข้าใจบางอย่างเกี่ยวผู้แข็งแกร่งที่สุด
ในสำนักกระบี่เทิดจันทรา
ข้อมูลที่ได้มาก็คล้ายคลึงกับที่เจ้าเมืองกลืนดาราเคย
บอกเล่า พวกเขามียอดฝีมือระดับ 3 ภัยพิบัติค้นหา
เต๋าขั้นที่ 10 ประมาณ 6 คน ความแข็งแกร่งโดยรวม
พอ ๆ กับอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ภายในสำนักของพวกเขาแบ่งเป็นเจ้าสำนักเทิด
จันทรา และ ‘ห้าอาวุโสจันทรา’
เจ้าสำนักเทิดจันทรา ที่มีนามว่า ‘เย่วหลิงเซวียน’ ยัง
มิได้แก่มากนัก แต่เป็นอัจฉริยะอันดับต้น ๆ ของ
พิภพดาราที่หลายร้อยปีจะปรากฏขึ้นสักคน ตอนที่
นางยังเยาว์วัยได้สร้างความครั่นคร้ามสั่นสะเทือนไป
ทั่วทั้งใต้หล้า นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าสำนักที่อายุน้อย
ที่สุดในห้าสำนักใหญ่ ร่ำลือกันว่าเป็นบุคคลซึ่งมี
โอกาสมากที่สุดที่จะทะยานสู่สวรรค์กลายเป็นเซียน
อมตะ เช่นเดียวกับบรรพชนในตำนานของนาง
‘เย่วหม่านอิ๋ง’
แค่ข้อมูลเพียงเล็กน้อย ก็ทราบได้เลยว่านี่คือตัวตน
อันยอดเยี่ยมมากที่สุดในพิภพดาราแห่งนี้ มีชื่อเสียง
เลื่องลือ รุ่งโรจน์จนเป็นที่รู้จักไปทุกผู้ทุกนาม ไม่มี
ผู้ใดที่ไม่ชื่นชมหรืออิจฉาริษยาในความโดดเด่นของ
นาง พูดได้คำเดียวว่าภายใต้พิภพแห่งนี้ชื่อเสียงของ
นางท่ามกลางชาวดาราล้วนกระจ่างแจ้งแจ่มชัดเป็น
อย่างยิ่ง
สำหรับ ‘ห้าอาวุโสจันทรา’ ถือเป็นผู้อาวุโสของสำนัก
กระบี่เทิดจันทรา ที่ไม่สามารถบรรลุกลายเป็นเซียน
อมตะ และบ่มเพาะบำเพ็ญเพียรมาอย่างยาวนาน
แน่นอนว่าฝีมือและความแข็งแกร่งของพวกมันล้วน
อยู่ในระดับสูง บางคนแม้กระทั่งเป็นบรรพชนของ
เจ้าสำนัก แม้ว่าจะใกล้หมดอายุขัย แต่พลังอำนาจ
ในช่วงสุดท้ายของชีวิตก็ไม่ได้อ่อนแอ
เป็นตัวตนที่สามารถดำรงอยู่ในโลกใด ๆ ก็ได้ เช่น
บรรพชนหยางของจักรวรรดิเปั่ยหมิง
นอกจากเจ้าสำนักเทิดจันทรากับห้าอาวุโสจันทรา
บุคคลในระดับอื่นล้วนไม่สามารถสร้างภัยคุกคาม
ให้กับ อู่ อวี้ ได้
ยิ่งไปกว่านั้น โดยทั่วไปแล้วสำนักกระบี่เทิดจันทรา
จะไม่เปิดค่ายกลคุ้มภัยแบบเต็มกำลังเด็ดขาด
เนื่องจากมันกินพลังงานมหาศาล
การฝึกฝนใช้งานเคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับของ อู่ อวี้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เขาค่อย ๆ กลายเป็น
ปรมาจารย์แห่งวงเวทย์ ด้วยเหตุนี้ค่ายกลวงเวท
ธรรมดาจึงไม่สามารถหยุดยั้งเขาได้ อีกทั้งเขายังมี
เมฆาตลบฟั้าที่สามารถกระโดดข้ามผ่านไปได้โดยตรง
ตราบใดที่เขาสามารถควบคุมพื้นที่กำหนดตำแหน่ง
ได้ ไม่ว่าค่ายกลของผู้ใดก็ไม่อาจหยุดยั้งเขาไว้ได้
หลังจากนั้นเขาก็เข้ามาภายในสำนักกระบี่เทิด
จันทรา
สำนักกระบี่เทิดจันทรา ทำให้ อู่ อวี้ หวนรำลึกถึงชิง
เทียนซูซัน
ภูผาบรรพตในที่แห่งนี้ ล้วนตั้งตระหง่านสูงใหญ่ชูชัน
เป็นอย่างยิ่ง มีรูปลักษณ์เสมือนดั่งกระบี่ที่เหยียดตรง
ทะลวงแทงขึ้นไปสู่ฟากฟั้า!
แถมยังไม่ได้มีแค่แห่งเดียว แต่กลับมีภูผาอยู่นับพัน
ลูก พวกมันทั้งหมด ล้วนทะลวงแทงขึ้นไปถึงฟากฟั้า
ยิ่งใกล้จุดศูนย์กลาง ยอดเขากระบี่ก็ยิ่งตั้งตระหง่าน
สูงส่งมากขึ้นเท่านั้น
และนี่คือ ‘กลุ่มยอดเขาเทิดจันทรา’ ซึ่งสำนักกระบี่
เทิดจันทรา ถูกสร้างขึ้นบนจุดสูงสุดของยอดเขา
แน่นอนว่าอาณาเขตหลายพันนี้ล้วนอยู่ภายใต้การ
ควบคุมของสำนักกระบี่เทิดจันทรา
สำหรับคนอื่น ๆ แล้วการเข้ามาภายในสำนักแห่งนี้
จำเป็นต้องผ่านด่านทดสอบมากมาย แต่ อู่ อวี้ กลับ
เข้ามาได้อย่างง่ายดายยิ่ง เขาใช้เมฆาตลบฟั้ากระโดด
ข้ามผ่านเข้ามาโดยไม่สัมผัสแตะต้องเวทย์ค่ายกลใด
ๆ หลังจากตรวจสอบ สำนักกระบี่เทิดจันทรา อยู่สัก
พัก เขาก็พบว่าผู้ฝึกตนและศิษย์สาวกในที่แห่งนี้
ล้วนเป็นอิสตรีที่มีรูปโฉมงดงามยิ่ง
เพราะนี่ท้ายสุดแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าสำนักเทิดจันทรา
หรือห้าอาวุโสจันทราล้วนเป็นสตรีทั้งสิ้น
ชาวดาราเหล่านี้มีดวงเนตรที่งดงามยิ่ง ซึ่งแนวทาง
การฝึกฝนบำเพ็ญเพียรในวิถีแห่งกระบี่ของสำนัก
กระบี่เทิดจันทรา มีชื่อว่า ‘เคล็ดกระบี่จันทรา’ เมื่อ
พวกเขาปลดปล่อยมันออกมา พลังอำนาจของมัน
บอกได้เลยว่าสูงล้ำยิ่งกว่าเคล็ดวิชาเต๋าเสียอีก
นอกจากนี้พวกเขายังเรียนรู้พลังอิทธิฤทธิ์จากสัตว์
อสูรดารา
เมื่อเห็นพวกเขา อู่ อวี้ ก็รู้สึกราวกับว่าตนได้หวนคืน
สู่นิกายเซียนซูซันอีกครั้ง เพียงแต่ความรู้สึกที่ได้จาก
สำนักแห่งนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าซูซันหลายเท่านัก แค่
ศิษย์หนุ่มสาวธรรมดาสามัญ ก็มีความแข็งแกร่ง
เทียบเท่ากับเจ็ดเซียนกระบี่แล้ว
ศิษย์ในสำนักกระบี่เทิดจันทรา ใช้เคล็ดกระบี่บิน
จักรพรรดิ บินขวักไขว่ไปมาด้วยความเร็วสูงล้ำยิ่ง
อู่ อวี้ ร่างจิ๋วทะยานไปมากระโดดขึ้น ๆ ลง ๆ บนกิ่ง
ก้านรุกขชาติในหุบเขา เมื่อพานพบเจอกับวงเวทย์
ถ้าเป็นอดีตเขาคงเลือกที่จะหลบเลี่ยง แต่ด้วยความ
แข็งในปัจจุบัน การที่เขาจะเจาะทะลุเข้าไปถึงใจ
กลางหลักของสำนักถือเป็นเรื่องง่ายดายยิ่ง
สามารถแลเห็นได้ว่าที่นี่มียอดเขากระบี่อยู่นับพัน แต่
มีอยู่สองสามยอดเขาซึ่งมีความสูงมากที่สุด ยิ่ง อู่ อวี้
เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้เท่าไหร่ ดวงจันทราสีชมพูที่อยู่
เหนือศีรษะของเขาก็ยิ่งใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ มี ซึ่ง
จันทราสีชมพูนี้มิได้การขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไปไหน
จากตำแหน่งปัจจุบันของเขา เพียงแลมองขึ้นไป
ด้านบน ก็แลเห็นจันทราที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าสอง
ฉือ ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของ ‘ยอดเขาเสียดจันทรา’
คาดว่าจันทรา ‘เหยาเย่ว’ ที่อยู่บนศีรษะคงจะมี
ขนาดกว่า 4-5 ฉือเลยทีเดียว!
อู่ อวี้ รู้ว่าทำไมสาวงามจำนวนมากถึงชอบมาที่
สำนักกระบี่เทิดจันทรา ภายใต้ดวงจันทราเหยาเย่วสี
ชมพูอ่อน สถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนดังโลกในห้วง
นิรมิต แม้แต่ใบไม้ก็ยังมีละอองสีชมพู ส่วนแสงสีชมพู
ที่สาดส่องลงมาก็หาได้หยาบกระด้างไม่ แต่เป็นแสง
ที่อ่อนละมุนสวยสดงดงาม ชวนฝันเป็นอย่างยิ่งยวด
หากอาบน้ำภายใต้ละอองแสงดังกล่าว ดังกล่าวยิ่งทำ
ให้ทุกโฉมสะคราญเหล่านั้นดูงดงามน่าหลงใหลมาก
ขึ้น …
นอกจากนี้ อู่ อวี้ ยังขาดได้ถึงความยิ่งใหญ่ของ
‘จันทราเหยาเย่ว’ ได้อย่างชัดเจน แม้ว่าเขาจะไม่
สามารถใช้มันได้ แต่คาดว่าพลังจันทรานี้จะต้องเป็น
ความใฝั่ฝันของชาวดาราทุกผู้ทุกนามอย่างแน่นอน
แม้แต่ตัวเขาเองเมื่อมาถึงที่นี่ ผิวพรรณก็ยังออกเป็นสี
ชมพูเล็กน้อยเช่นกัน
“ ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะดูโดดเด้งปานสาวน้อยถึงเพียงนี้”
หมิงซวงหัวเราะคิกคัก
อู่ อวี้ ขี้เกียจเกินกว่าจะมาสนใจคำพูดของนาง เขา
ไปยังจุดสูงสุดของยอดเขาเสียดจันทรา ซึ่งเป็น
ศูนย์กลางของสำนักกระบี่เทิดจันทรา เกือบจะเรียก
ได้ว่าเป็นจุดรวมตัวของเหล่ายอดฝีมือเลยก็ว่าได้ ซึ่ง
หมายความว่ามีเพียงผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดถึงจะสามารถอยู่
ที่นี่ได้ และคนผู้นั้นเป็นเปั้าหมายของ อู่ อวี้ เขา
ต้องการหาคนผู้นั้นเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หลังจากข้ามวงเวทย์อันแข็งกร้าวมาแล้วสองสามครั้ง
อู่ อวี้ ก็มาถึงจุดสูงสุดของยอดเขาจันทรา ซึ่งสูงกว่า
เขาชิงเทียนซูซันหลายเท่านัก ทักษะความรู้ทางด้าน
ศิลปะของชาวดาราค่อนข้างดีมากทีเดียว โดยเฉพาะ
กลุ่มโฉมงามระดับสูงเหล่านี้ ดังนั้นเมื่อเขามาถึงยัง
จุดสูงสุดของยอดเขา จึงนับว่าเป็นอะไรที่น่าตื่นตา
ตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง สถานที่แห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยสี
ชมพูมันช่างงดงามเสียเหลือเกิน ส่วนอาคาร
บ้านเรือนก็เป็นเช่นดั่งงานศิลปะชิ้นเอก ทุกสรรพสิ่ง
บนยอดเขาจันทรานี้งั้นงดงามสุดบรรยาย นับเป็น
สถานที่ที่อยู่ใกล้เคียงจันทราเหยาเย่วมากที่สุด ทุก
อาคารล้วน ทุกวงเวทย์ ล้วนงดงามยิ่ง
“สตรีช่างน่ากลัวนัก!”
สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ในเขตพระราชฐานเหยียนหวงไม่
ว่าจะเป็นพระราชวังอย่างพระราชวังหมื่นเซียน
แม้ว่าจะดูเกรียงไกรเปลี่ยนล้นไปด้วยอำนาจบารมีน่า
เกรงขาม แต่ก็ยังดูหยาบกระด้าง หาได้ดูรายละเอียด
อ่อนละเมียดละมุนเช่นดั่งสำนักกระบี่เทิดจันทรา
คาดว่าสตรีทุกนางคงจะต้องตกหลุมรักในสถานที่
แห่งนี้อย่างแน่นอนที่สุด
” สถานที่แห่งนี้น่าตื่นตาตื่นใจอย่างแท้จริง! แม้แต่
หญิงชราอย่างข้าก็ช๊อบขอบเช่นกัน ครั้งหนึ่งหญิง
ชราผู้นี้ก็มีความฝันเฉกเช่นหญิงสาวทั่วไป นี่คือสรวง
สวรรค์ของอิสตรีทุกนางอย่างแท้จริง หูวววว∼
ว้าววว ดะ ดูนั่นแม้ใบไม้ก็ยังเรืองแสง! ”
หมิงซวงร้องโหวกเหวกด้วยความตื่นเต้น
อู่ อวี้ ก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
“ข้าไม่รู้ว่าลั่วผินจะชอบที่นี่หรือไม่ แต่ข้าอยากพา
นางมาดูจัง … ”
อย่างไรก็ตามความเป็นจริงเขาคงไม่อาจทำเช่นนั้นได้
ประการแรกเพราะทันทีที่เขามายังพิภพดารา บันทึก
ความจำก็ถูกปรับเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ทั้งหมด เขาไม่
สามารถจะไปที่ชมพูทวีปโลกธาตุได้โดยเส้นทางเก่า
ประการที่ 2 อู่ อวี้ ต้องการให้นางมีสมาธิจดจ่ออยู่
กับการกลายเป็นเซียนอมตะ ดังนั้นเขาไม่ควรไป
รบกวนสมาธินางอีกต่อไป ไม่เช่นนั้นเหล่าอาวุโส
มังกรเทวะทั้งหลายคงได้กินหัวเขาเป็นแน่
“ อย่าคิดมากไปเลย รีบไปดูลาดเลาของมหาพิภพ
ทมิฬบรรพกาลก่อนเถอะ ญาติสนิทมิตรสหายของ
เจ้าจะได้ปลอดภัยจากพิภพปีศาจบรรพกาล ”
“ อืม ” อู่ อวี้ ค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับร่างกายอัน
ใหญ่โตมโหฬารของราชินีปีศาจกุหลาบ เพราะ
ร่างกายของนางสามารถชอนไชยืดขยายไปทั่วทุกที่
ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกกดดันตลอดเวลา
เมื่อสลัดความคิดและความกังวลทิ้งไป เขาก็แอบย่อง
เข้าไปในสำนักกระบี่เทิดจันทรา จากนั้นก็ตามหาคน
ระดับสูงแล้วควบคุมจิตเพื่อซักถามข้อมูลที่ตนเอง
ต้องการ
เขาควบคุมสตรีหลายคนแบบส่ม ๆ แล้วถามว่า ” เจ้า
รู้ไหมว่า ‘เย่วหลิงอี๋’ อยู่ที่ใด?”
กล่าวได้ว่าเวลานี้เขาเคลื่อนไหวอยู่ภายในสำนัก
กระบี่เทพจันทราได้อย่างอิสรเสรี
หลังจากซักถามได้ประมาณสองสามคน ในที่สุดเขาก็
ได้คำตอบจากคนผู้หนึ่งว่า ” นางอาจจะฝึกฝน ‘หุบ
เขาหิมะจันทรา’ ก่อนหน้านี้นางได้สร้างปัญหา จน
เจ้าสำนักสั่งให้นางไปปิดด่านฝึกตนที่ ‘หุบเขาหิมะ
จันทรา’ โดยห้ามออกมาจนกว่าจะถึงเวลากำหนด ”
“หุบเขาหิมะจันทราอยู่ที่ใด?”
หลังจาก อู่ อวี้ ไปถามข้อมูลจากคนดังกล่าวจนได้
สถานที่ตำแหน่งแน่ชัดแล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปยังหุบเขา
หิมะจันทรา มันไม่ได้อยู่บนยอดเขาเสียดจันทรา แต่
เป็นคนส่วนด้านข้าง ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นผลดีกับ อู่
อวี้ ไม่น้อย เพราะเขาจะสามารถควบคุมนางได้อย่าง
ง่ายดายยิ่งขึ้น ถึงแม้พื้นฐานฝึกตนของเย่วหลิงอี๋จะ
อยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต่าขั้นที่ 7 ซึ่งสูงกว่า
เขาก็ตามที
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่านางจะไม่ใช่เจ้าสำนักจันทรา
หรือเป็น 1 ใน 5 อาวุโสจันทรา แต่นางก็รู้เรื่องต่าง ๆ
มากมายของสำนักแห่งนี้แ เพราะนางคือน้องสาว
ของเจ้าสำนัก ‘เย่วหลิงเซวียน’
ว่ากันว่านางเป็นคนสดใสร่าเริง คล่องแคล่วปราด
เปรียวไร้ระเบียบกฎเกณฑ์ และนางก็ชอบสร้าง
ปัญหามาตั้งแต่ยังเยาว์ แม้ว่าจะมีพรสวรรค์ชั้นเลิศ
และ ระดับการบำเพ็ญเพียรที่สูงล้ำไม่น้อย แต่นางก็
ชอบทำตัวให้เย่วหลิงเซวียนต้องหนักใจอยู่เสมอ
สองพี่น้องมีความสนิทสนมกลมเกลียวแน่นแฟั้
นเป็นอย่างมาก และเย่วหลิงเซวียนผู้เป็นพี่สาวก็มี
หน้าที่ดูแลน้องสาวผู้ชอบหาเรื่อง
เขาต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งกว่าจะเดินทางมาถึงหุบ
เขาหิมะจันทรา สถานที่แห่งนี้นับว่าเป็นภูเขาที่
งดงามอย่างยิ่ง ทั่วทุกหนทุกแห่งถูกปกคลุมไปด้วย
หิมะขาวบริสุทธิ์ เมื่อแสงจันทราต้องกระทบทำให้
หิมะดังกล่าวส่องแสงระยิบระยับราวกับสรวงสวรรค์
อีกทั้งที่นี่ยังมีวงเวทค่ายกลปกคลุมอยู่โดยรอบ วง
เวทย์ดังกล่าวมีชื่อว่า ‘ เวทย์กระบี่เจ็ดสิบสามหนาม
จันทรา ‘ วงเวทย์ดังกล่าวถูกจัดวางโดยเย่วหลิงเซ
วียน ความจริงสถานที่แห่งนี้นางตั้งใจสร้างไว้ให้เย่วห
ลิงอี๋ใคร่ครวญตนเอง พระนางชอบก่อเรื่องสร้าง
ปัญหาอยู่บ่อยครั้ง ด้วยเหตุนี้ในทุก ๆ ปีจะต้องมาอยู่
ที่นี่เสมอ
เมื่อ อู่ อวี้ มาถึงก็เห็นนางถูกกักขังอยู่ด้านใน
อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงเวทย์กระบี่เจ็ดสิบสามหนาม
จันทรา บอกตามตรงว่าเป็นวงเวทย์ที่เขาสามารถแก้
ได้ไม่ยากเลย แต่มันอาจทำให้เจ้าสำนักเทิดจันทรา
อย่างเย่วหลิงเซวียนล่วงรู้ถึงการบุกรุกของเขาอย่าง
แน่นอน และเพื่อไม่ให้นางรู้ตัวเขาจึงผสานร่างกับ
เมฆาตลบฟั้าผ่านเข้าไปด้านใน ซึ่งมันจำเป็นต้องใช้
การควบคุมเมฆาตลบฟั้าอย่างละเอียดอ่อนมากที่สุด
หลังจากนั้นเขาก็ไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เท้าเหยียดตรง
จากนั้นก็กระโดดเข้าไปแบบสุ่ม
หวืด
ทะลุผ่านวงเวทย์ได้ประสบผลสำเร็จ อันที่จริงหุบเขา
หิมะจันทราหาใช่เล็ก ๆ เลย มันมีขนาดกว้างใหญ่นับ
10 ลี้ ดังนั้นเมื่อเขาเข้ามาจึงสามารถหลบซ่อนตัวได้
อย่างหายห่วง แม้ตอนนี้เขาจะไม่เห็นเย่วหลิงอี๋ แต่
เขาก็สามารถสัมผัสถึงนางได้
—————
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ