กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1206: เปาหมายที่ยิ่งใหญกวาเดิม
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าจะใช้คำอธิบายใดมาอธิบายร่างกลืน
สวรรค์ที่เปลี่ยนไปในขณะนี้?
ไม่ว่าจะเป็นเขาสีขาวบริสุทธิ์ ดวงเนตรคู่สีแดงฉาน
ฟันอันแหลมคม หนามแหลมคมที่เรียงรายอยู่บน
กระดูกสันหลัง หางอันยาวเหยียด ปีกคู่ใหญ่สยาย
ทั้งหมดถูกประดับประดาอยู่บนร่างมนุษย์ ทุกอณู
ของร่างกายนี้ล้วนเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและอาวุธ
สังหารอันแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะมองมุมไหน ร่าง ๆ นี้คือ
เครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง
ไม่ว่าส่วนใดของร่างกาย ล้วนปลดปล่อยการโจมตีบด
ขยี้สังหารได้ถึงขีดสุดแทบทั้งสิ้น
เดิมที อู่ อวี้ คิดว่า เมื่อร่างกลืนสวรรค์มีเลือดเนื้อ
ขึ้นมา มันอาจดูเหมือนอสูรชมพูทวีปในเสาสวรรค์
ชมพูทวีปก็ได้ ปากและหัวขนาดใหญ่ลำตัวยาว
เหยียดเสมือนดั่งแมลงขนาดยักษ์
ไม่คาดคิดว่าจะเป็นเช่นนี้
เกล็ดมังกรสีดำ ซึ่งดูแข็งแกร่งน่าเหลือเชื่อ โครงสร้าง
ร่างกายหลังจากกลืนกินเทพปีศาจ ได้พัฒนาไปถึง
ระดับที่เหนือยิ่งกว่าปีศาจปักษาสมุทรโลหิตแล้ว
ตอนนี้ร่างกลืนสวรรค์ ปรากฏขึ้นในโลกใบนี้ ในฐานะ
ของเทพปีศาจอย่างสมบูรณ์
และภายในความคิดของเขา แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์
ของปีศาจปักษาสมุทรโลหิต รวมถึงการรู้แจ้งใน
‘เต๋า’ ของมันก็ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
ท่ามกลางความเลือนราง เขารู้สึกว่าตนเองค่อย ๆ
ควบคุมความสามารถเหล่านี้ได้ เมื่อ ‘วิวัฒนาการ’
มาถึงขั้นนี้ การกลืนกินก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่
ต้องสงสัยเลยว่าร่างกลืนสวรรค์ของเขา สามารถกลืน
กินได้ทุกสรรพสิ่ง
แน่นอนว่ามีความทรงจำตลอดหลายปีที่ผ่านมาปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิตอยู่ด้วย ท่ามกลางความทรงจำที่ไม่
จำเป็นเหล่านี้ อู่ อวี้ สามารถลบมันทิ้งได้ โดยไม่ต้อง
สนใจมันแม้แต่น้อย เขาเป็นเสมือนดั่งกระบอกกรวย
ที่สามารถคัดกรองสิ่งสำคัญและขยะออกไปได้
ถือเป็นความสามารถที่น่าทึ่งมากเลยทีเดียว
ความจริงแล้วหลังจาก อู่ อวี้ ได้รับร่างกลืนสวรรค์มา
เขาก็รู้ว่านี่เป็นการเก็บเกี่ยวที่เทียบได้กับร่างกลืน
สวรรค์เลยทีเดียว แต่เขาไม่รู้ว่าตนเองจะถูกความ
เกลียดชังและความหิวกระหายเข้ากลืนกิน จนเป็น
เสมือนดั่งบรรพชนมารกลืนสวรรค์หรือไม่
จิตเทวะของร่างกลืนสวรรค์เหนือล้ำยิ่งกว่า อู่ อวี้
ร่างต้นหลายเท่า ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าร่างกลืน
สวรรค์เป็นเสมือนจุดศูนย์กลางของแรงโน้มถ่วง ที่
กำลังดูดกลืนตัวเข้าไปทุกขณะจิต ราวกับว่าร่างต้น
ของเขาเป็นเพียงร่างแยกเท่านั้น
หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้นานวันเข้า ย่อมไม่ใช่เรื่องดี
อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามด้วยเพราะสถานการณ์
ในปัจจุบัน ทำให้เขาไร้ซึ่งทางเลือกอื่น และกระทำได้
เพียงต้องลงมือเท่านั้น
แม้จะมีบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวถือกำเนิดขึ้น แต่
เขาจะต้องควบคุมมันไว้ให้จงได้
ร่างกลืนสวรรค์ที่มีเลือดเนื้อขึ้นมาทำให้เขารู้สึกพึง
พอใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเขาก็ลองทดสอบดู ร่างกลืน
สวรรค์ทำได้แม้กระทั่งเปิดประตูพิภพปีศาจบรรพ
กาล ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่าร่างนี้เป็นกายเนื้อของจริง
ยังคงมีสัมพันธ์เกี่ยวข้อง และเป็นหนึ่งในร่างของ
ตนเองอยู่ เพียงแค่เปลี่ยนรูปลักษณ์และมีหนทาง
บางอย่างที่แตกต่างไปเท่านั้น
สิ่งที่อยู่ในใจของเขา มีทั้งพลังอิทธิฤทธิ์ เคล็ดเต๋า
และ เต๋า สายตาของเขายิ่งสัมผัสได้อย่างชัดเจนมาก
ยิ่งขึ้น ถึงอาณาจักรแห่ง ‘เต๋า’ ของปีศาจปักษา
สมุทรโลหิต เป็น ‘เต๋า’ ที่แตกต่างจาก อู่ อวี้ อย่าง
สิ้นเชิง อย่างไรก็ตามร่างกลืนสวรรค์มีหน้าที่แค่ใช้มัน
เท่านั้น มิได้สั่นคลอนรากฐานแห่ง ‘เต๋า’ ของ อู่ อวี้
แสดงให้เห็นว่านี่คือความมหัศจรรย์ของอสูรกลืน
สวรรค์ ที่สามารถใช้ ‘เต๋า’ ของผู้อื่นได้
ในปัจจุบันนี้ ร่างกลืนสวรรค์มีอยู่ทั้งหมด 3 รูปแบบ
ยกเว้นสภาวะดั้งเดิมสุดอย่างหมอกทมิฬ อันที่จริง
แล้วมันคล้ายคลึงกับปีศาจเป็นอย่างยิ่ง มีทั้งรูปแบบ
มนุษย์ และรูปแบบของ ‘สัตว์อสูร’ ซึ่งตอนนี้เขาอยู่
ในสภาวะ ‘สัตว์อสูร’ภายใต้ความคิดของ อู่ อวี้ เขา
ได้กลายร่างเป็นมนุษย์อีกครั้ง เป็นบุรุษผู้มีเรือนผมสี
ขาว ดวงเนตรสีโลหิต สวมใส่อาภรณ์ดำทมิฬ แผ่
บรรยากาศอันเย็นเหยียบ สายตาเย็นชา เกศาสีขาว
ปลิวพริ้วไสว ทว่าเส้นผมแต่ละเส้นสามารถ
แปรเปลี่ยนกลายเป็นเข็มอันแหลมคมได้ ซึ่งเกศา
เหล่านี้ คือเขาสีขาวบริสุทธิ์ในรูปลักษณ์ของ ‘สัตว์
อสูร’
ร่างกลืนสวรรค์กลายเป็นเทพปีศาจ นับเป็น
ความรู้สึกซึ่งไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนอย่างแท้จริง
ในชั่วอึดใจนี้เอง ร่างกลืนสวรรค์กับร่างต้นต่างหันมา
มองหน้ากันและกัน ตอนนี้ อู่ อวี้ มีความเชื่อมั่น
อย่างแรงกล้าว่าเขาจะไม่เป็นเหมือนเมื่อก่อนอีก
ต่อไป ที่รู้สึกเพียงว่าทิศทางที่ตนกำลังมุ่งไปนั้นมี
เพียงความสิ้นหวัง!
อย่างไรก็ตามเขาต้องถามตัวเองว่า ” ด้วยความ
แข็งแกร่งของร่างกลืนสวรรค์ในปัจจุบัน เพียง
พอที่จะต่อกรกับจักรพรรดิโบราณหรือไม่ ”
” ในเมื่อมาถึงขั้นนี้ เหตุใดต้องจำกัดความบ้าคลั่งไว้
ด้วยเล่า? ในเมื่อไม่มีหนทางให้ถอย ยิ่งแข็งแกร่งมาก
เท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้นมิใช่หรือ มันจะได้เห็นว่า ตัวข้า
อู่ อวี้ มิใช่คนโง่เขลา ที่ปล่อยให้มันกระทำอยู่ฝั่าย
เดียว … ”
แต่แล้วเขาก็มีความคิดแย่ ๆ ผุดขึ้นมา
บางทีความคิดนี้อาจจะถูกครอบงำจากร่างกลืน
สวรรค์ เขายังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับมัน แล้วเขาก็ยิ้ม
ออกมาอย่างช่วยไม่ได้ราวกับว่าไม่มีอะไรสำคัญอีก
ต่อไป ไม่ว่าตอนนี้อีกร่างหนึ่งของเขาจะกลายเป็นตัว
อะไรแต่อย่างน้อยก็ไม่ได้กลายเป็นปีศาจ และยังมี
จิตใจที่ต้องการช่วยเหลือเขา สำหรับเขาตอนนี้ทำ
อะไรก็ได้ให้มีความแข็งแกร่งเพียงพอเพื่อจะไปล้าง
แค้นให้แก่อาจารย์ ถ้าเกิดเขากลืนกินเพียงแค่สนอง
ความต้องการ โดยลืมเรื่องการแก้แค้นไปจนหมดสิ้น
เช่นนี้ถึงจะเรียกว่าสถานการณ์เลวร้ายอย่างแท้จริง
” ใครคือเปั้าหมายต่อไป? ”
” ข้าเลือกเทพปีศาจที่ไม่สามารถใช้ความแข็งแกร่งได้
อย่างเต็มที่ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิต และมันพยายามค้นหาตัวข้าไปทั่ว
ทุกแห่งหน ข้าจะมอบประกาศิตความตายให้แก่มัน ”
หลังจากนั้นเขาก็เลือกราชินีปีศาจกุหลาบ
” เจ้าหลานหลานพาข้าไปหานาง ” อู่ อวี้ ยังคงอุ้ม
เจ้าแมวหลานหลานไว้ในอ้อมแขน
” เมี๊ยว ” เจ้าหลานหลานตอบรับ จากนั้นก็ซุกตัวมุด
เข้าไปในอ้อมแขนของ อู่ อวี้ ทุกครั้งที่มันมองไปที่
ร่างกลืนสวรรค์ เส้นขนของมันก็จะฟูฟั่อง แสร้งทำ
เป็นขู่คำรามอย่างดุร้าย ขณะที่ร่างกายสั่นเทาด้วย
ความหวาดกลัว
” ไม่ต้องกลัวนี่ก็เป็นข้าด้วยเช่นกัน ” อู่ อวี้ ลูบหัว
ของมันอย่างปลอบประโลม
” เมี๊ยว! ”
ถึงกระนั้นมันก็ยังหวาดกลัวอยู่ดี
ถึงมันจะหวาดกลัวมากเพียงใดแต่ก็ยังคงทำตาม
คำสั่งของ อู่ อวี้ ด้วยการพาเขาไปหาราชินีปีศาจ
กุหลาบ ระดับความเร็วของร่างกลืนสวรรค์ยามนี้เร็ว
แรงทะลุนรกกว่าร่างต้นของ อู่ อวี้ อย่างสมบูรณ์
” ยามนี้เทพปีศาจถูกกลืนกินไปแล้วหนึ่ง! ที่เหลืออีก
หกตัวจะต้องตายด้วยน้ำมือของข้า! ”
” จากนั้นเจ้าจะอยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาลนี้ได้อย่าง
ไร้กังวล ”
เมื่อกล่าวเช่นนั้นออกมาดวงตาของร่างกลืนสวรรค์ก็
ยิ่งแดงก่ำมากขึ้น
ถ้าสามารถสังหารเทพปีศาจทั้งหมดได้ พลังความ
แข็งแกร่งของเขาก็จะเพิ่มพูนถึงขีดสุด ทั้งหมดนี้ก็
เพื่อต่อกรกับจักรพรรดิโบราณ แม้วิธีการมันจะดูบ้า
คลั่งบ้าบิ่น แต่มันก็คือเปั้าหมายที่แท้จริงขอ อู่ อวี้
ตอนนี้!
แล้วเปั้าหมายลำดับต่อไปก็คือราชินีปีศาจกุหลาบ
ระหว่างการเดินทางมุ่งหน้าไปหาราชินีปีศาจกุหลาบ
อู่ อวี้ ก็วิเคราะห์พลังอิทธิฤทธิ์ของปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตไปพลาง ๆ เพื่อจะได้เผด็จศึกราชินีปีศาจ
กุหลาบได้อย่างรวดเร็ว ในเวลานี้ปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตได้ถูกย่อยสลายอย่างสมบูรณ์แล้ว ส่งผลให้
ระดับพลังของเขาได้รับการเปลี่ยนแปลงทวีสูงขึ้น
จากสภาวะของเด็กทารกกลายเป็นเด็กที่โตขึ้นมาอีก
หน่อย ดังนั้น อู่ อวี้ จึงรู้สึกได้ว่าเขาแข็งแกร่งกว่า
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตมาก!
เดิมทีปีศาจปักษาสมุทรโลหิตก็แข็งแกร่งกว่าราชินี
ปีศาจกุหลาบอยู่แล้ว การเผชิญหน้าครั้งนั้นทำให้นาง
ได้รับบาดเจ็บสาหัส
และเนื่องจากร่างกายของราชินีปีศาจกุหลาบ
กระจายอยู่ทุกหนทุกแห่งทำให้ง่ายต่อการค้นหาเป็น
อย่างยิ่ง การที่นางกระทำเช่นนี้เพราะกำลังแกะรอย
ของ อู่ อวี้ กลับกลายเป็นว่ากรรมนั้นคืนสนองมาหา
นางเอง! อู่ อวี้ สามารถจับตำแหน่งของนางได้อย่าง
ง่ายดาย
ปัจจุบันเขาค่อย ๆ เรียนรู้แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของ
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตทีละน้อย ๆ ทำให้ อู่ อวี้ รู้ว่า
นี่คือพลังอิทธิฤทธิ์ที่ปักษาน้อยเคยแสดงให้เห็นตอน
ต่อสู้กับเขา เพียงแต่ความแข็งแกร่งของมันเทียบ
ไม่ได้กับร่างกลืนสวรรค์ในตอนนี้
ก่อนหน้านี้ราชินีปีศาจกุหลาบถูกปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตโจมตีจนบาดเจ็บเจียนตาย หนึ่งในสามของ
ร่างกายนางถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่น และเวลานี้นาง
กำลังควานหา อู่ อวี้ ให้ควั่กไปจนทุกหนทุกแห่ง
ตำแหน่งร่างของนางตอนนี้อยู่ในยอดภูเขาสูงเถาวัลย์
รากกุหลาบชอนไชไปทั่วทุกที่
ทันใดนั้นนางก็เห็นจุดสีดำสองจุดปรากฏขึ้นตรงเบื้อง
หน้าของนาง แล้วสองจุดนี้ก็คือ อู่ อวี้ แน่นอน!
โดยเฉพาะร่างต้นผู้ถือครองกุญแจ
“ พี่ชาย ”
ราชินีปีศาจกุหลาบปรากฏขึ้นบนดอกกุหลาบอย่าง
รวดเร็ว บนดอกกุหลาบแต่ละดอกที่บานสะพรั่งมีร่าง
ของหญิงสาวที่งดงามหมดจดไร้ที่ติอยู่ ผู้หนึ่งมองไป
ที่ร่างต้นของ อู่ อวี้ ส่วนอีกผู้หนึ่งมองไปที่ร่างกลืน
สวรรค์
” ไยท่านถึงไม่เข้าใจข้า ข้าแค่อยากออกจากที่นี่ ไป
ยังโลกอื่น ” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงละมุน
เวลานี้ อู่ อวี้ ถือจับเนตรทองคำซึ่งเป็น ‘ประตูแห่ง
โลกปีศาจโบราณ’ เขายิ้มแล้วกล่าวว่า ” อันที่จริงข้า
สามารถมอบให้เจ้าได้ แต่ข้ามีเงื่อนไข ”
” มีเงื่อนไขอันใด? ไม่ต้องห่วงข้าจะไม่บอกเรื่องนี้แก่
ผู้ใด ”
ร่างต้นของ อู่ อวี้ ปิดประตูพิภพปีศาจบรรพกาลแล้ว
เริ่มเดินถอยหลังพร้อมกล่าวว่า ” ข้อแลกเปลี่ยนนั้นก็
คือ มันจะต้องแลกกับชีวิตของเจ้า ”
” หืม? ” ราชินีปีศาจกุหลาบไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด
เวลานี้ร่างต้นของ อู่ อวี้ ถอยห่างออกไปไกล ส่วน
ร่างที่เหลืออยู่ตรงเบื้องหน้าของนางก็คือร่างกลืน
สวรรค์ ในเวลานี้สายตาของร่างกลืนสวรรค์ที่จ้อง
มองนางราวกับสัตว์ปั่าผู้หิวกระหาย จนทำให้นาง
รู้สึกว่าตนเองเป็นเสมือนเหยื่อก็ไม่ปาน
” เทพปีศาจ!? ” เมื่อรู้ตัวราชินีปีศาจกุหลาบก็กรีดร้อง
ออกมาด้วยความหวาดกลัว
เมื่อนางตระหนักถึงเรื่องนี้ ร่างกลืนสวรรค์ก็ระเบิด
กลายหมอกสีดำทะมึน หลังจากกระจายตัวเป็น
หมอกก็รวมตัวควบแน่นเป็นร่างของสัตว์อสูรทันที!
อันที่จริงแล้วมันเสมือนดังสัตว์อสูรในคราบมนุษย์
ด้วยภาพลักษณ์ดังกล่าวดูน่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่า
เทพจิ่วอิง นอกจากนี้แรงกดดันที่แผ่ออกมามันช่าง
น่าสะพรึงกลัวชวนขนพองสยองเกล้าอย่างที่สุด
” คุกอเวจีโลหิต! ”
นี่คือพลังอิทธิฤทธิ์ที่อยู่ในความทรงจำ ร่างกลืน
สวรรค์ปลดปล่อยออกมาทันที หลังจากยืนยัน
เปั้าหมายแล้ว เขาไม่ต้องการที่จะเสียเวลามาพูดพร่ำ
ทำเพลงให้เยิ่นเย้อ สิ่งที่เขาต้องการเพียงอย่างเดียวก็
คือฆ่าล้างประหัตประหารแล้วกลืนกินเหยื่อตัวนั้น
ซะ!
คุกอเวจีโลหิตเป็นพลังอิทธิฤทธิ์ที่ปักษาน้อยเคยใช้มา
ก่อน แต่มันถูกสยบโดยเคล็ดสะบั้นจิตของ อู่ อวี้!
และบัดนี้มันกำลังระเบิดกวาดออกกินอาณาเขตเป็น
วงกว้าง! โลหิตแพร่กระจายไปทั่วปฐพีในฉับพลัน ซึม
ลึกลงไปใต้พื้นดินหุ้มเกาะกุมรากเถาวัลย์ของราชินี
ปีศาจกุหลาบ มันกำลังดูดกลืนโลหิตของอีกฝั่าย
อย่างบ้าคลั่ง ด้วยพลังดูดอันยิ่งใหญ่มหาศาลทำให้อีก
ฝั่ายยากจะต้านทานได้
ถึงแม้คุกอเวจีโลหิตจะทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่
สามารถทำให้ราชินีปีศาจกุหลาบถึงขั้นตกตาย ทว่า
สิ่งที่ทำให้นางงงเป็นอย่างยิ่งก็คือคุกอเวจีโลหิตเป็น
พลังอิทธิฤทธิ์ของปีศาจปักษาสมุทรโลหิต เพราะนาง
เคยได้รับความทุกข์ทรมานจากมันมาก่อน ทำให้นาง
รู้ได้อย่างชัดเจนว่าร่างแยกของ อู่ อวี้ มีพลังของเทพ
ปีศาจ!
ซึ่งมันยิ่งทำให้นางหวาดกลัวและสับสนมากขึ้นไปอีก
เพราะนี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นางไม่เข้าใจเลย!
——————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ