กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1205: เครื่องจักรแหงการกลืนกินสังหาร
โลกแห่งโลกแห่งนี้เต็มไปด้วยผืนปั่า
มีสัตว์ร้ายกระจายตัวอยู่ทุกหนทุกแห่ง
สัตว์ทรงพลังจะกลืนกินสัตว์ที่อ่อนแอ
สัตว์กินเนื้อ กินสัตว์กินพืชเป็นอาหาร
สัตว์ที่กินพืชหญ้าสมุนไพรเป็นอาหาร เจริญเติบโต
จากดวงตะวันอาบไล้และหยาดพิรุณคอยให้ความชุ่ม
ชื้น
และมีมนุษย์ที่ผนึกกำลังร่วมมือกันกินสัตว์ที่ทรงพลัง
ยืนอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร
นี่คือกฎของโลกนี้ และเป็นกฎของทุกโลก
มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเก่าไปใหม่มา ต้องใช้
สัญชาตญาณเพื่อมีชีวิตรอด
และกลืนกินเพื่อความอยู่รอด
แม้ผิวเผินอาจจะมองว่าผู้ฝึกตนจะออกจากวงจร
ดังกล่าว แต่แท้จริงแล้วพวกเขาก็ยังคงอยู่ในวงจร
ดังกล่าวเช่นเดิมอยู่ดี
แล้วยามนี้ อู่ อวี้ ก็เข้าใจวงจรดังกล่าวได้อย่างถ่อง
แท้เมื่อร่างกลืนสวรรค์ของเขากลืนกิน
เขาก็เป็นเหมือนสัตว์ร้ายตัวน้อย ต้องกินเพื่อความ
อยู่รอดเท่านั้น ถ้าเขาอยากจะแข็งแกร่งมากขึ้นเขา
จะต้องกลืนกินไม่มีศีลธรรมไม่มีเส้นแบ่งของคำว่าดี
ชั่ว
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตผู้ทรงพลังน่าเกรงขาม เมื่อ
ต้องเผชิญหน้ากับเทพปีศาจทั้ง 7 ก็ค่อนข้างตึงมือมี
โอกาสตายมากกว่าชนะ แต่เมื่ออยู่ภายใต้การโจมตี
อันบ้าคลั่งของวังสวรรค์แปดพันชั้น สรรพชีวิตสิ้นสูญ
และ สวดส่งอเวจีหมื่นชั้น ที่บดขยี้โจมตีเข้าใส่มัน
อย่างต่อเนื่อง ทำให้มันไม่มีโอกาสแม้แต่จะแสดง
แก่นแท้พลังชีวิตของตนเองออกมา!
“ อู่ อวี้ เจ้าต้องการทำอะไรกันแน่ การสังขารข้าหา
ได้มีประโยชน์กับเจ้า! เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เลย!
”
หลังจากถูกสวดส่งอเวจีหมื่นชั้นโจมตีอย่างต่อเนื่อง
อาการบาดเจ็บของมันก็ดูย่ำแย่ลงมาก จนหมายถึง
จุดที่วิกฤตอันตรายอย่างแท้จริง! ตอนนี้มันกำลัง
หวาดกลัวอย่างสุดหัวใจ
ถึงกระนั้นก็ไร้ซึ่งสุรเสียงตอบรับ ดวงตาสีแดงก่ำของ
ร่างกลืนสวรรค์ยิ่งดูบ้าคลั่งยิ่งขึ้นกว่าเก่า
การโจมตีที่รุนแรงดุเดือดนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เสาสวรรค์
ชมพูทวีปเท่านั้น แต่ยังมีกระบี่แก่นมังกรนวดาราที่ใช้
ผสานกับม้วนภาพชมพูทวีปโลกธาตุและเจดีย์นภา
แล้วยามนี้วงเวทย์ประทับที่อยู่บนเจดีย์นภาได้ถูกเปิด
ใช้งานจนหมด ในเวลานี้ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตได้
ถูกวงเวทย์ดังกล่าวกลืนกิน!
” เจ้าเสียสติไปแล้วหรือไร! ” ปีศาจของปีศาจปักษา
สมุทรโลหิตยอมแพ้ ด้วยเพราะไม่เข้าใจการกระทำ
ของ อู่ อวี้ ว่าต้องการอันใดกันแน่
ร่างต้นของ อู่ อวี้ หยุดมือไม่ขยับอีกต่อไป ทำแค่
เพียงมองลงมาจากที่สูงด้วยสายตาเย็นชาไร้ซึ่งความ
แยแส สายตานี้ทำให้ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตสิ้นหวัง
อย่างที่สุด ถึงตอนนั้นมันก็ยังไม่เข้าใจ!
” ทำไม! ทำไม! ”
สติสัมปชัญญะของปีศาจปักษาสมุทรโลหิตค่อย ๆ
เลือนรางลง มันคิดว่ามันคงเป็นเทพปีศาจตนแรกที่
ถูกผู้ฝึกตนสังหาร! นอกจากเรื่องการแย่งชิงกุญแจ
แล้ว มันก็ยังคิดไม่ออกเลยว่า อู่ อวี้ มีวัตถุประสงค์
อันใดกันแน่ถึงได้กระทำเช่นนี้ แต่เมื่อมันซักถามอีก
ฝั่ายก็ไม่เอ่ยปากบอกกล่าว เขาทำเพียงแค่ยืนมองมัน
ด้วยสายตาเย็นชาไร้ซึ่งความแยแส ขณะที่ร่างของ
มันค่อย ๆ ถูกร่างกลืนสวรรค์กินมันเข้าไป ความ
หวาดกลัวนี้ช่างจับหัวจิตหัวใจของมันเป็นอย่างยิ่ง
“ ท่าทางเช่นนี้มันคืออะไร? นี่คือท่าทางของหมาปั่า
ที่หิวโหยเช่นนั้นหรือ มันคือสายตาของหมาปั่าที่จับ
จ้องเหยื่อของตนเอง? ” ทันใดนั้นปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตก็ตระหนักได้ทันทีว่า อู่ อวี้ กำลังจะกลืนกินมัน
ทว่ากว่ามันจะเข้าใจ … ดูเหมือนทุกอย่างจะสาย
เกินไปแล้ว เพราะเวลานี้ร่างกลืนสวรรค์กำลังโจมตี
เข้าใส่มันอย่างบ้าคลั่ง แล้วตอนนั้นเองก็มีเลือดเนื้อ
ของปีศาจปักษาสมุทรโลหิตปลิวกระจายสาด
กระเด็นว่อนไปทั่ว อู่ อวี้ ผู้มีเรือนผงขาวนัยน์ตาสี
โลหิตคว้ามัน จากนั้นก็กัดเข้าไปคำหนึ่ง จนริมฝีปาก
ของเขายามนี้เปรอะเปือนเกรอะกรังไปด้วยโลหิต
ขณะที่ปากก็ยังเคี้ยวร่างของปีศาจปักษาสมุทรโลหิต
ตุ้ย ๆ
” เนื้อของเทพปีศาจรสชาติแย่จริง ๆ ” ขณะที่ร่าง
กลืนสวรรค์กลืนกินปีศาจปักษาสมุทรโลหิตอยู่นั้น
เขาก็ได้เอ่ยปากขึ้นมาทำพูดนี้ทำให้ปีศาจปักษา
สมุทรโลหิตสิ้นหวังจนแทบอยากจะตาย ๆ ไปเสียให้
รู้แล้วรู้รอด เพราะมันกำลังหวาดกลัวจนแทบบ้า ดู
เหมือนว่ายามนี้มันกำลังเผชิญหน้ากับฝันร้ายอันไร้ที่
เปรียบ นี่คือภาพลักษณ์ที่แม้แต่เทพปีศาจยังรู้สึก
หวาดกลัวสยดสยอง ภาพลักษณ์ดังกล่าวหาใช่ อู่ อวี้
ร่างต้นที่อยู่บนฟากฟั้า แต่เป็น อู่ อวี้ ผู้มีเรือนผมสี
ขาวดวงเนตรสีโลหิตเฉกเช่นดั่งปีศาจร้ายที่ผุดขึ้นมา
จากขุมนรกก็ไม่ปาน
อู่ อวี้ เลียโลหิตที่ติดอยู่ตรงมุมปากแล้วกล่าวว่า ”
อย่างน้อยรสชาติโลหิตของเจ้าก็ไม่เลว ข้าคิดว่าเจ้า
ควรจะยินดีกับเรื่องนี้ ”
เขาหลุดพูดประโยคนี้ออกมาโดยไม่รู้ตัว ในเวลานี้ อู่
อวี้ รู้สึกว่าจิตใจและเต๋าของเขาได้มีการเปลี่ยนแปลง
ไป เขากลายเป็นคนดุร้ายบ้าคลั่งกระหายเลือด
ถึงแม้จิตใต้สำนึกเขาจะบอกว่าเรื่องนี้อาจจะเป็น
ปัญหา แต่เขาก็ยังไม่หยุดมือและจัดการต่อ
” อนิจจา … จักรพรรดิโบราณไม่ได้ให้โอกาสให้ข้าได้
หยุดมือ ถ้าข้าปล่อยเจ้าไป ข้าจะเอาอะไรไปล้างแค้น
ให้แก่อาจารย์ของข้ากันเล่า? ฮ่า ๆ ๆ … ”
เขาไม่ต้องการหยุดแม้แต่จะชั่วครู่หนึ่ง ปีศาจปักษา
สมุทรโลหิตผู้ทรงเกียรติกำลังกรีดร้องอย่างโหยหวน
สุดน่าเวทนา ในเวลานี้ศีรษะของมันกำลังถูก อู่ อวี้
โจมตีอย่างบ้าคลั่ง โลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วทุกที่ ขน
ของมันกระจัดกระจายไปทั่ว ยามนี้ปีศาจปักษา
สมุทรโลหิตกำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นตาย
ชีวิตของมันกำลังร่อแร่จะตายแหล่มิตายแหล่ ใน
ที่สุดก็ถึงช่วงเวลาแห่งการรอคอยของร่างกลืนสวรรค์
เพราะยามนี้ร่างของเทพปีศาจอยู่เบื้องหน้า นับเป็น
ช่วงเวลาที่มันอดใจรอไม่ไหวแล้ว!
วูบบบบ!
ในชั่วพริบตาเขาก็เปลี่ยนเป็นหมอกสีดำทะมึน ปก
คลุมร่างของปีศาจปักษาสมุทรโลหิต ในเวลานี้โลหิต
ของมันสาดกระเซ็นไปทั่วทุกทิศทาง แต่ฉับพลัน
โลหิตเหล่านั้นก็ถูกกวาดเรียบรวมเข้ามาในร่างกาย
ของเขาที่เป็นวังวนสีดำขนาดใหญ่ วังวนสีดำขนาด
ใหญ่นี้กำลังกลืนกินทุกสรรพสิ่ง นับเป็นความ
แข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง อู่ อวี้ ร่างต้นจับ
จ้องมองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านไปประมาณครึ่ง
ชั่วยาม หมอกควันสีดำทมิฬดังกล่าวก็ค่อย ๆ เปลี่ยน
กลายเป็นของแข็ง กลายเป็นรูปร่างของไข่ขนาดยักษ์
สีเข้ม เมื่อเห็นไข่ อู่ อวี้ ก็รู้ดีว่านี่คือการเปลี่ยนแปลง
ที่แท้จริง เมื่อร่างกลืนสวรรค์กลายเป็นไข่ ต่อจากนี้
อาณาจักรชีวิตของเขาก็จะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
ตัวอย่างเช่นหงส์เพลิง มันไม่สามารถแข็งแกร่งได้
ภายในครั้งเดียว มันสามารถทะยานขึ้นสู่ความ
แข็งแกร่งอย่างก้าวกระโดดได้หลังฟักออกมาจากไข่
ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงของระดับพลังอย่างน่า
เหลือเชื่อ คล้ายกับเซียนเหรินที่จะกลายเป็นเซียน
อมตะ ในเวลานี้ร่างกลืนสวรรค์กำลังกลายเป็น
อมตะ!
ต่อให้เป็นเทพเซียน , เทพปีศาจ , เทพมาร ก็ไม่
สำคัญ
เมื่อสรรพเทวะวิญญาณจะกลายเป็นเซียนอมตะ อู่
อวี้ ไม่รู้ว่ามันจะถือกำเนิดมาเป็นอันใด ในเมื่อสรรพ
เทวะวิญญาณเกิดขึ้นระหว่างสวรรค์และปฐพี ซึ่งใน
ระหว่างที่มันถือกำเนิดขึ้นมานั้น มันก็จะแข็งแกร่ง
ขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสรรพเทวะวิญญาณที่มี
ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับเทพเซียน เมื่ออยู่ในระดับ
เทพเซียนแล้ว ก็มีสรรพเทวะวิญญาณแค่ไม่กี่ชนิดที่
สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้อีก เสมือนดั่งเจ้าแมวหลาน
หลาน การที่มันอาศัยอยู่กับผู้เป็นนายเย่ซีซี ทำให้มัน
มีโอกาสแข็งแกร่งขึ้นได้อีก
และอสูรกลืนสวรรค์กลืนกินเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่ง
ขึ้นได้! หากอยู่ในสภาวะที่กลืนกินมนุษย์ ก็จะ
แปรเปลี่ยนกลายเป็นเหมือนเทพเซียน!
หลังจากร่างกลืนสวรรค์ได้กลืนกินปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตไปแล้ว ในขั้นตอนนี้จึงอยู่ในกระบวนการย่อย
ฉะนั้นมันจึงจำเป็นต้องอยู่นิ่ง ๆ เสมือนดั่งจำศีล ใน
เวลานี้ร่างกายของเขาไม่ไหวติงสงบนิ่งเงียบเป็นอย่าง
มาก อู่ อวี้ ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วย
เพราะการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอยู่ภายใต้ของเปลือก
ไข่สีดำสนิทที่ห่อหุ้ม แต่ที่แน่ ๆ การเปลี่ยนแปลงครั้ง
นี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนโลก!
นี่คือความแข็งแกร่งที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
เดิมทีร่างกลืนสวรรค์อยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋าขั้น 10 หลังจากกลืนพลังของเขาก็กระเตื้องขึ้น
เล็กน้อย ทว่าหลังจากกลืนกินเทพปีศาจก็บังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงขึ้น!
อู่ อวี้ ร่างต้นเฝั้ารออย่างอดทน ซึ่งเวลานี้เวลาได้ผัน
ผ่านไปกว่าครึ่งวันแล้ว! เขาจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม
สำหรับความบ้าคลั่งที่อาจจะเกิดขึ้น
แต่เขาต้องเผชิญกับจักรพรรดิโบราณ ดังนั้นเขาจึงไม่
มีทางเลือกอื่น เขาทำได้แค่เพียงยกระดับตัวเองขึ้นสู่
จุดสูงสุดในช่วงเวลาจำกัด ต่อให้หลังจากนั้นจะไม่
สามารถควบคุมตนเองได้! หรืออาจทำให้ตนเอง
หมดหวังอย่างสิ้นเชิงก็ตาม
การออกมากลืนกินครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ อู่ อวี้ ร่างต้น
ผิดหวัง เขาสัมผัสได้ว่าร่างกลืนสวรรค์กำลังแข็งแกร่ง
ขึ้นอย่างรวดเร็ว ยามนี้ตัวเขากับร่างกลืนสวรรค์
เสมือนดั่งคนคนเดียวกัน เขาเห็นได้ชัดเจนว่าท่อน
แขนของร่างกลืนสวรรค์ใหญ่ขึ้นหนาแน่นไปด้วย
กล้ามเนื้อมากขึ้น เปลี่ยนเป็นท่อนแขนของสัตว์อสูร
และถือได้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเสร็จสิ้น
สมบูรณ์
หลังจากครึ่งชั่วยามผ่านไป เขาก็รู้สึกว่าร่างกลืน
สวรรค์ได้กลายเป็นเทพปีศาจหรือจะให้พูดง่าย ๆ ก็
คือตอนนี้เขาอยู่ในระดับเดียวกับเทพปีศาจ
พลังความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวของเขาเป็น
อะไรที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าใจได้
ยามนี้เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่าเทพปีศาจนั้นอยู่ใน
ระดับใด
มันแตกต่างจากผู้ฝึกตนอย่างสิ้นเชิง
ในฐานะอสูรกลืนสวรรค์ คงเป็นเรื่องยากที่จะมี
ความรู้สึกใด ๆ เขาสามารถกลืนกินทุกอย่างที่ขวาง
หน้า โดยไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือรู้สึกใด ๆ หลังจาก
กลืนกินปีศาจปักษาสมุทรโลหิตเข้าไปความทรงจำ
ของมันก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา ซึ่งในตอนแรก
เขายังคงรู้สึกสับสนงุนงงเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่นาน
เขาก็ค่อย ๆ เรียงลำดับเหตุการณ์ลงได้ หลังจากนั้น
เขาก็สามารถแยกสัดส่วนความทรงจำได้อย่างชัดเจน
เสมือนดังตัวตนของเทพปีศาจปักษาสมุทรโลหิต
ยังคงดำรงอยู่ อู่ อวี้ สังเกตเห็นเห็นว่าระดับของร่าง
กลืนสวรรค์ได้เพิ่มขึ้นแล้ว
เท่ากับว่าร่างกลืนสวรรค์ไม่ได้เพียงแค่กลืนกินเนื้อ
หนังไปอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขายังสามารถกลืนกิน
เต๋า รวมถึงยังมีความทรงจำของผู้ที่ถูกกลืนกินอีก
ด้วย! เขากล่าวได้ว่าวิธีการฝึกฝนของบรรพชนมาร
กลืนสวรรค์ช่างรวบรัดรวดเร็วและง่ายดายเสียนี่
กระไร!
หลังจากกลืนเทพปีศาจไปแล้ว เขายังมีความทรงจำ
บางอย่างเกี่ยวกับแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเรื่องนี้ยัง
ค่อนข้างสับสนสะเปะสะปะอยู่ไม่น้อย แต่ อู่ อวี้ ก็
ตระหนักดีว่าหลังจากเวลาล่วงเลยผ่านไปได้สักพัก
ร่างกลืนสวรรค์จะสามารถใช้แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์
ของปีศาจปักษาสมุทรโลหิตได้ทั้งหมด!
ช่างน่าสะพรึงกลัว!
นี่ไม่ใช่แค่การกลืนกินเลือดเนื้อเท่านั้น!
เขายังได้รับทั้งความทรงจำ , พลังอิทธิฤทธิ์ , วิถีเต๋า
และทุกสิ่งทุกอย่างของผู้ที่ถูกกลืนกิน
แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะคลุมเครือสับสนในขณะนี้ แต่ อู่
อวี้ รู้สึกได้ถึงการมีอยู่จริง
แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่สำคัญเท่า
สิ่งสำคัญคือเขาสัมผัสได้ว่าร่างกลืนสวรรค์ในยามนี้ มี
‘เลือดเนื้อ’ ขึ้นมาจริง ๆ แล้ว
สภาวะของหมอกดำในอดีต สามารถกลายเป็น อู่ อวี้
ผู้มีเรือนผมสีขาวดวงเนตรสีโลหิตที่ดำรงอยู่จริง แต่
มันก็เป็นแค่การเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบ
พื้นฐานจากหมอกทมิฬเท่านั้น
แต่ตอนนี้นอกเหนือจากสภาวะของหมอกทมิฬ
หลังจากการย่อยสลายเทพปีศาจ ทำให้เขาสามารถ
เปลี่ยนแปลงกลายเป็นเลือดเนื้อที่แท้จริง!
เป็นสรรพเทวะวิญญาณที่มีเลือดเนื้อเช่นเดียวกับเจ้า
แมวหลานหลาน และปราณปีศาจที่แผ่มาจากร่าง
ของมัน ทำให้มันดูเหมือนปีศาจมากยิ่งขึ้น
กล่าวได้ว่าเขาเหมือนกับเทพปีศาจตัวจริง!
ภายใต้สายตาแห่งความคาดหวังของ อู่ อวี้ บัดนี้
เปลือกไข่ได้แตกเป็นเสี่ยง ๆ
เปลือกไข่ที่เคยห่อหุ้มร่างกลืนสวรรค์ของเขา บัดนี้
มันได้ถูกฉีกกระชากออกมาจากด้านใน และร่างต้น
อย่างเขาไม่อาจรู้ได้ว่าด้านในเกิดอะไรขึ้นบ้าง
หลังจากเปลือกไข่ถูกฉีกกระชากอสูรร้ายก็ปรากฏตัว
ออกมา!
ดูเหมือนสิ่งที่เขาเห็นยามนี้จะเป็นรูปร่างเค้าลางของ
มนุษย์ปกติ
ร่างนั้นพุ่งทะยานมาที่ร่างต้นของ อู่ อวี้ แล้วก็มา
หยุดอยู่ตรงหน้าของเขา เขาสามารถมองเห็นฝั่าย
ตรงข้ามได้อย่างชัดเจน!
ทั่งสรรพพางค์ร่างของเขาถูกห่อหุ้มไปด้วยเกล็ดมังกร
สีดำ ซึ่งดูคล้ายกับเกล็ดของมังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ก็
ไม่ปาน กล่าวได้ว่ายามนี้เขาเหมือนมังกรที่อยู่ใน
รูปร่างของมนุษย์!
มีร่างกายกำยำเฉกเช่นร่างของมนุษย์ มีทั้งหัวและ
แขนขาเหมือนปกติ แต่มือที่อยู่บนท่อนแขนของเขามี
กรงเล็บอันแหลมคมคล้ายกับกรงเล็บมังกร ตรงส่วน
เท้าอันใหญ่โตนั้นดูแข็งแรงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ
ตำแหน่งหัวเข่ากับข้อศอกมีหนามแหลมราวใบมีด
งอกออกมา
ด้านหลังตรงช่วงกระดูกสันหลัง มีหนามแหลมคม
งอกออกมามากมาย เรียงลำดับความแหลมไล่ลงไป
จนถึงก้นกบ ซึ่งมีหางมืดทะมึนเรียวยาวขยายออกไป
ตรงส่วนปลายสุดนั้นแหลมคมเสมือนกับคมหอกก็มิ
ปาน!
ตรงแผ่นหลังยังมีปีกขนาดใหญ่สยายออกมา
แข็งแกร่งประดุจเหล็กกล้า นอกจากปีกทั้งสองจะมี
ขนาดใหญ่แล้วยังคมกริบเสมือนดั่งใบมีดอีกด้วย!
ตรงส่วนหัวนั้นเหมือนมังกรมาก แต่ไม่ใช่มังกร
เพราะมีความดุร้าย เหี้ยมเกรียมมากขึ้นอย่างเห็นได้
ชัด โดยเฉพาะในตาสีแดงก่ำ แม้แต่ตรงส่วนหน้าผาก
ของเขาก็ยังมีเขาแหลมคมสีขาวบริสุทธิ์งอกออกมา
ด้วยรูปลักษณ์เช่นนี้เหมือนดั่งสัตว์ร้ายก็ไม่ปาน มัน
เสมือนดั่งอสูรร้ายในรูปร่างมนุษย์ ทั้งดุร้าย
เหี้ยมโหด อหังการ รวมถึงฟันแหลมคมที่งอกยาว
ออกมา ดูราวกับว่ามันสามารถฉีกกระชากทุกสรรพ
สิ่งในโลกนี้ได้!
แม้ว่านี่จะเป็นร่างกายของเขาเอง แต่ อู่ อวี้ ก็ตก
ตะลึงเป็นอย่างมาก
ในความเป็นจริงเขาดูคล้ายกับจิ่วอิงมากทีเดียว
ถึงแม้จิ่วอิงจะมีรูปร่างคล้ายสัตว์ร้ายมากกว่า แต่เขา
ก็มีปีกและมีรูปร่างคล้ายมนุษย์
นอกจากนี้หางของจิ่วอิงยังมีแหลมคม
แม้ว่าจิ่วอิงจะมีถึง 9 หัว แต่ก็ดูไม่ดุร้ายเท่าร่างกลืน
สวรรค์ของ อู่ อวี้
ทั้ง เขี้ยว เขาขาว ดวงเนตรสีโลหิต ดวงตาสีแดง
โลหิต มีรูปลักษณะเสมือนดั่งมังกร แต่ไม่ได้มีหัวยาว
เหมือนมังกร ดังนั้นจึงดูกลมกลืนกับร่างมนุษย์มาก
แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ดี เพราะตัวตนของเขาเสมือนดั่ง
เครื่องจักรสังหารที่พร้อมกลืนกินทำลายล้างทุกสรรพ
สิ่ง เขาถือกำเนิดมาเพื่อสังหารเท่านั้น และเป็นผู้ที่
ยืนอยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
——————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ