กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1208: คัดลอก
อู่ อวี้ รู้ดีว่าเมื่อบรรดาเทพปีศาจมารวมตัวกันยัง
จุดหมาย เมื่อไม่เห็นราชินีปีศาจกุหลาบกับปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิต พวกมันจะต้องเคลือบแคลงสงสัย
อย่างแน่นอน
ถึงเขาจะกลืนกินเทพปีศาจไปสองตัวแล้วก็ตาม แต่
ไม่มีทางที่จะสามารถกำจัดพวกมันทั้งหมดในครา
เดียว
ทางที่ดีที่สุดคือการทยอยจัดการมันทีละคน
หลังจากร่างกลืนสวรรค์มันผ่านกระบวนการย่อย
สลาย เขาก็เริ่มซึมซับความทรงจำ , เต๋า, แก่นพลัง
ชีวิตศักดิ์สิทธิ์และสามารถจำลองกายเนื้อของราชินี
ปีศาจกุหลาบทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์
หลังจากนั้นร่างต้นก็ปรากฏตัวต่อหน้าเหล่าเทพ
ปีศาจทั้งหก พวกมันกำลังร้องเรียกหาราชินีปีศาจ
กุหลาบกันอย่างจ้าละหวั่น ปรึกษาหารือคาดเดา
เหตุการณ์ไปต่าง ๆ นานา
อู่ อวี้ นั้นเป็นคนมีสติปัญญาไหวพริบ การที่เขา
ปรากฏตัวเพราะมีจุดประสงค์ต้องการจะหลอกล่อ
ดังนั้นเขาจึงแสดงท่าทางว่าจะหลบหนีจากเหล่าเทพ
ปีศาจทั้งหกทันที
“นั่นมัน อู่ อวี้!”
“เขายังไม่ตาย”
” พอมันเห็นเราแล้วรีบวิ่งหลบหนีเช่นนี้ แสดงว่า
กุญแจจะต้องอยู่กับมันอย่างแน่นอน! ”
หกเทพปีศาจรีบติดตามไล่ล่าเขาในทันที แน่นอนว่า
ถ้ากล่าวถึงระดับความเร็วของพวกมันแล้ว ย่อม
รวดเร็วเหนือกว่า อู่ อวี้ ร่างต้น ในกรณีที่ไม่ได้ใช้ตัว
ช่วยใด ๆ
หลังจากที่ปรากฏตัว อู่ อวี้ ก็มิได้เอื้อนเอ่ยอันใด
หรือแสดงท่าทางผิดสังเกตใด ๆ ให้พวกมันได้ล่วงรู้
แม้แต่น้อย
สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย และไม่ได้ผสานร่างกับ
เมฆาตลบฟั้าเพื่อกระโดดหนีออกไปไกล ๆ อีกด้วย
เมื่อเขาปรากฏตัวออกมาแต่ละครั้งเทพปีศาจจะ
สามารถรู้ได้ว่าเขาจะไปปรากฏตัวที่ตำแหน่งใดต่อไป
ฉะนั้นมันจึงพยายามติดตามไล่ล่าเขาอย่างบ้าคลั่ง
” อู่ อวี้ จงบอกเงื่อนไขของเจ้ามา! เราสามารถตกลง
กันได้เพียงแค่เจ้ามอบกุญแจมาให้พวกเรา!”
” มิฉะนั้นให้ข้าไปจะไปควานหาญาติสนิทมิตรสหาย
ของเจ้า เมื่อนั้นเจ้าจะได้รู้ว่าความทุกข์ทรมานสุดน่า
เวทนานั้นเป็นเช่นไร!” เทพตั๊กแตนกล่าวออกมาอย่าง
มั่นใจ
“ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนกล่าวเช่นนี้กับข้า ข้าไม่เชื่อ
เจ้าหรอก ” สีหน้าของ อู่ อวี้ หาได้มีความหวาดกลัว
แม้แต่น้อย เขายังคงทะยานหลบหนีต่อไป หลังจาก
ทิ้งระยะห่างจากฝั่ายตรงข้ามมาได้เล็กน้อย เขาก็
กระจายร่างอวตารจำนวนนับพันออกไปทั่วทุกหนทุก
แห่ง เพื่อทำให้ศัตรูฝั่ายตรงข้ามสับสน เพียงชั่วขณะ
หนึ่งโลกใบนี้ก็เต็มไปด้วยร่างอวตารของเขา
ทว่าความสามารถของพวกมันมาถึงระดับที่สามารถ
แยกแยะได้ว่าร่างไหนจริงร่างไหนเท็จ
สิ่งสำคัญที่สุดคือคำกล่าวของ อู่ อวี้ ถึงแม้จะยังไม่
ชัดเจนก็ตาม แต่ก็สามารถอนุมานได้ว่าประตูพิภพ
ปีศาจบรรพกาลยังคงอยู่กับตัวเขา ดังนั้นเหล่าเทพ
ปีศาจจึงแยกย้ายกระจายตัวไปตามหาญาติสนิทมิตร
สหายของ อู่ อวี้ เพราะนี่คือวิธีเดียวที่สามารถเอามา
ใช้ต่อรองเอาชนะเขาได้
แค่ติดตามไล่ล่า อู่ อวี้ นั้นยังไม่เพียงพอสำหรับเกมนี้
ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว อู่ อวี้ มีโอกาสเผด็จศึกพวกมัน
ได้ทีละคน
หลังจากบอกข้อมูลเหล่านั้นออกไปแล้ว ชั่วครู่หนึ่ง
ร่างกายของ อู่ อวี้ ก็ออกห่างจากระยะของพวกมัน
หลังจากพวกมันเห็นร่างอวตารนอกวิถีจำนวนนับพัน
ก็แสดงท่าทางเดือดดาลขึ้นมาในทันที พวกมัน
ปรึกษาหารือกันอยู่คู่หนึ่งหลังจากนั้นก็แยกย้ายออก
ตามหาเรือรบอนันต์กาลของ อู่ อวี้
ด้วยความสามารถของพวกมัน จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะ
ตามหากลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง เพราะที่นี่คือพิภพบรรพ
กาลซึ่งเป็นถิ่นฐานดินแดนของพวกมัน
ณ เวลานี้เรือรบอนันต์กาลกำลังหลบซ่อนตัวจอดนิ่ง
อยู่กับที่ มิได้มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เพราะเคลื่อนไหว
จะถูกพบเจอได้ง่ายกว่า
เมื่อพวกมันแยกกันโอกาสของ อู่ อวี้ ก็มาถึง
ท่ามกลางภูเขาอันกว้างใหญ่ ทันใดนั้นก็บังเกิดการ
ระเบิดจำนวนมากดังขึ้นมาจากใต้พื้นดินสู่พื้นดิน
ชั้นนอก
ท่ามกลางพื้นดินที่แตกระแหงนั้น มีรากเถาวัลย์
หนามแหลมโผล่พ้นออกมาจำนวนมาก เถาวัลย์ที่โผล่
ออกมามีจำนวนนับหมื่นนับพันดูยั้วเยี้ยเสมือนดั่ง
หนวดปลาหมึกยักษ์ ที่กวัดแกว่งไปมาในอากาศ
ทันใดนั้นส่วนลำต้นขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น ตรงลำต้น
อันใหญ่ยักษ์นั้นคือที่มาของรากเถาวัลย์จำนวนนับไม่
ถ้วน
ตรงตำแหน่งใจกลาง มีดวงเนตรที่เปียมล้นไปด้วย
ความลึกล้ำทรงอำนาจสะกดข่ม และตรงจุดกึ่งกลาง
ยังมีจุดเล็ก ๆ สีแดงอยู่
” ไม่คาดคิดว่าหลังจากร่างกลืนสวรรค์ ‘วิวัฒนาการ’
นอกจากจะมีกายเนื้อและเป็นเสมือนดั่งเครื่องจักร
สังหารแล้ว ยังสามารถกลืนกินเต๋าและแก่นแท้พลัง
ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ทั้งยังสามารถดูดกลืนคุณสมบัติเด่น
ทางร่างกายของฝั่ายตรงข้ามมาได้ทั้งหมดอีกด้วย
นอกจากความสามารถ ‘หวนคืน’ ก็ยังมีทักษะ
เหล่านี้เสริมเพิ่มเติม ”
ผู้ที่กล่าวประโยคนี้ก็คือ อู่ อวี้ ร่างต้นที่กำลังลอย
คว้างอยู่กลางอากาศในมือโอบอุ้มเจ้าแมวหลาน
หลานตัวใหญ่ไว้ในอ้อมแขน
เขามองดูร่างอันใหญ่ยักษ์ของ ‘ราชินีปีศาจกุหลาบ’
ที่อยู่ด้านล่าง ดวงตาของเขาเปียมล้นไปด้วยความสุข
ผลลัพธ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน เป็นผลพวงมา
จากแรงกดดันของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง แล้ว
ยามนี้เวลาของเขาใกล้หมดลงแล้ว ท่ามกลางสายตา
ที่เปียมล้นไปด้วยความสุขนั้นอยู่ภายใต้ความบ้าคลั่ง
อันท่วมท้น แรงปรารถนาที่จะช่วยเหลือลั่วผิน
เวลาของเขาใกล้จะหมดลง
ความสามารถในการ ‘หวนคืน’ ของร่างกลืนสวรรค์
ถูกปลุกขึ้นมานานแล้ว
และความสามารถที่ปรากฏขึ้นในยามนี้ อู่ อวี้ ตั้งชื่อ
มันว่า ‘ คัดลอก ‘
อันที่จริงความสามารถดังกล่าว ปรากฏขึ้นตั้งแต่ร่าง
กลืนสวรรค์กลืนกินปีศาจปักษาสมุทรโลหิต ทว่า
เวลานั้นมันยังไม่เด่นชัดมาก อาจเป็นเพราะเวลานั้น
ร่างกลืนสวรรค์ยังอยู่ในสภาพไม่เสถียรมั่นคง
หลังจากกลืนกินราชินีปีศาจกุหลาบกระบวนการ
‘คัดลอก’ ของเขาก็มีความเสถียรมากขึ้น
ทั้ง ‘หวนคืน’ กับ ‘คัดลอก’ นั้นขึ้นอยู่กับการกลืนกิน
หลังจากกลืนกินเหยื่อแล้ว ความสามารถในการ
คัดลอกของเขาจะทำงานขึ้นมาในทันที และมีการ
ปรับปรุงความเสถียรมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่กลืน
กิน
หรือให้พูดง่าย ๆ คือปัจจุบันร่างกลืนสวรรค์สามารถ
คัดลอกทุกสิ่งอย่างของเหยื่อที่เขากลืนกินได้ทั้งหมด
โดยสมบูรณ์
เขาสามารถเปลี่ยนร่างให้เป็นปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตได้โดยสมบูรณ์ หลังจากกลืนกินราชินีปีศาจ
กุหลาบเขาก็สามารถใช้พลังอิทธิฤทธิ์ของนางได้
เสมือนต้นแบบ
ความสามารถการ ‘คัดลอก’ ของร่างกลืนสวรรค์เป็น
อะไรที่น่าสะพรึงกลัว และไร้ที่ติเลยก็ว่าได้
หลังจากร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ กลืนกินเหยื่อไป
แล้วเขาก็สามารถแยกแยะความทรงจำของเหยื่อแต่
ละคนได้ ถ้าหากว่าเขาต้องการจะรู้เรื่องใด เขาก็
สามารถรู้ได้ทุกเรื่อง บอกตามตรงว่าผู้ที่อยู่เบื้องล่าง
ขอ อู่ อวี้ ร่างต้นในตอนนี้เหมือนราชินีปีศาจกุหลาบ
ไม่มีผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะเป็นแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์หรือ
กลิ่นอายปีศาจ
อู่ อวี้ ประมาณการว่าถ้าเขาเปลี่ยนร่างเป็นปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิต เขาคงดูเหมือนปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตตัวจริง ๆ คงไม่มีผู้ใดรู้ว่านี่คือสรรพเทวะ
วิญญาณ
คาดว่าต่อให้เป็นปักษาน้อยซึ่งเป็นพ่อลูกกับปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิตมานานหลายปี ก็คงไม่รู้ว่านี่ไม่ใช่
บิดาของมันตัวจริง
นับเป็นความสามารถที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ความสามารถในการคัดลอก คือการเปลี่ยนเป็นเหยื่อ
ที่ตนเองกลืนกินได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์
ท่าทางอุปนิสัย หรือแม้แต่ความทรงจำของอีกฝั่าย
ทั้งหมด ทุกอย่างล้วนชัดเจนแจ่มแจ้งไม่ต่างจากเจ้า
ตัว ซึ่งรับรองถ้ามีการทักทายพูดคุยกับผู้อื่นจะไม่มี
ผู้ใดรู้สึกผิดสังเกตเลยแม้แต่น้อย
กล่าวได้ว่าเขาสามารถสังหารเหยื่อ และแทนที่ตัว
เหยื่อนั้นได้เลย
ตัวอย่างเช่นหากเขาต้องการเปลี่ยนอัตลักษณ์ตัวตน
กลายเป็นบุตรชายของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก การ
ดำรงอยู่ของเขาแม้แต่เทพเซียนก็ไม่สามารถตรวจพบ
ได้
เมื่อใดก็ตามที่เขาเปลี่ยนร่างเป็นปักษาน้อย เทพ
ปีศาจทั้งหกก็ไม่ระแคะระคายจับสังเกตเขาได้
ตราบใดที่เขากลืนกินร่างเหยื่อเข้าไป เซลล์ใน
ร่างกายของเหยื่อก็ยังคงอยู่ ซึ่งเขาก็จะสามารถ
จำลองเป็นตัวเหยื่อได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน
ตัวอย่างเช่นถ้าร่างกลืนสวรรค์ สลับเปลี่ยนร่างไปมา
ระหว่างราชินีปีศาจกุหลาบกับปีศาจปักษาสมุทร
โลหิต ก็จะไม่มีช่องโหว่ใด ๆ เกิดขึ้น
แม้แต่หมิงซวงถึงกลับเอ่ยปาก ” สามารถคัดลอกของ
มันช่างขี้โกงจริง ๆ เจ้าสามารถเปลี่ยนร่างเป็นราชินี
ปีศาจกุหลาบแล้วใช้พลังอิทธิฤทธิ์ของนางในการ
ต่อสู้ได้ อีกทั้งยังสามารถแทนตัวตนของนางได้เลย
เพียงแต่กลืนกินก็สามารถคัดลอกตัวนางออกมาได้
อย่างสมบูรณ์แบบ ”
กล่าวได้ว่าความสามารถของร่างกลืนสวรรค์ นั้น
แข็งแกร่งและน่ากลัวมากเหลือเกิน
” การต่อสู้ในคราแรกรูปลักษณ์ของร่างสวรรค์เสมือน
กับอสูรก็ไม่ปาน แต่หลังจากได้กลืนกินเหยื่อเข้าไป
แล้วความแข็งกันก็เพิ่มมากขึ้น ยิ่งเมื่อใดที่เขา
คัดลอกจำลองร่างของเหยื่อก็ยังสามารถดึง
ประสิทธิภาพในการต่อสู้ของต้นฉบับออกมาได้อย่าง
สมบูรณ์ แต่ถ้ามีข้อจำกัดในการใช้พลัง แสดงว่าการ
คัดลอกจำลองเกิดความผิดพลาดขึ้น ”
ปัจจุบันความแข็งแกร่งของร่างกลืนสวรรค์นั้น
เหนือกว่าราชินีปีศาจกุหลาบกับปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตมากนัก แต่ถ้าเขาคัดลอกจำลองร่างกลายเป็น
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิต พลังความแข็งแกร่งของเขา
จะไม่เกินไปกว่าระดับพลังเดิมของต้นแบบมากนัก
เนื่องจากร่างกายต้นแบบนั้นมีข้อจำกัดบางอย่างจึง
ทำให้ไม่สามารถรองรับพลังการต่อสู้ของร่างกลืน
สวรรค์ได้ทั้งหมด จึงส่งผลให้ไม่สามารถปลดปล่อย
พลังออกมาได้อย่างเต็มที่
“ ถ้ากล่าวถึงในข้อนี้ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ถ้าหาก
ร่างกลืนสวรรค์คัดลอกจำลองร่างของผู้ใดผู้หนึ่ง
ขึ้นมา ถ้าหากพลังการต่อสู้ของเขากลายเป็นเพิ่ม
สูงขึ้นก็จะดูผิดสังเกตทำให้ผู้อื่นสงสัยเอาได้”
ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวก็นับว่าสมเหตุสมผล
อู่ อวี้ พยักหน้า
“ถ้าเช่นนั้นเราไปหาเทพจิ่วอิงได้แล้ว”
ปัจจุบันเขามีเวลาเหลือประมาณครึ่งวันกว่า ๆ ดังนั้น
เขาจำต้องรีบเร่งกลืนกินเทพปีศาจทั้งหกให้หมด
ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มีความมั่นใจที่จะเผชิญหน้ากับ
จักรพรรดิเหยียนหวง เพราะนี่คือไพ่ตายใบสุดท้าย
ของเขา เพื่อรับมือกับการต่อสู้ครั้งใหญ่
ดังนั้นเขาจะต้องแน่ใจให้เร็วที่สุด
เขารู้ดีว่าที่นั่นอันตรายมากเพียงใด
แล้วเขาเองก็ได้ให้คำสัตย์สัญญากับคนผู้หนึ่งไว้
ว่าจะไปพานพบกันที่วังสวรรค์
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงยอมแลกทุกอย่างที่ตนเองมีเรียกว่า
ยอมเทจนหมดหน้าตัก เพื่อจะได้ทำตามคำมั่นสัญญา
ไปพบกับนางอันเป็นที่รักบนวังสวรรค์ เขาไม่ต้องการ
ตกตายไปในฐานะมนุษย์และพรากจากนางไปตลอด
กาล
” ต้องเร็วกว่านี้! กลืนกิน! ข้าไม่มีเวลามากนัก ”
เมื่อคิดได้ดังกล่าว อู่ อวี้ ก็รีบค้นหาเปั้าหมายที่สาม
ทันที
“ เจ้าควรจะสนใจในเรื่องของแรงปรารถนาในการ
กลืนกิน หากปล่อยให้เขากลืนกินมากเกินไป
สติสัมปชัญญะของเขาก็อาจขาดหาย จนกลายเป็นผู้
ขาดความยั้งคิดไร้ซึ่งเหตุผล ” หมิงซวงรีบเตือนด้วย
ความเป็นห่วง
อู่ อวี้ ยิ้มเศร้า ๆ แล้วกล่าวว่า ” พูดไปก็เท่านั้น
แหละ เมื่อมาถึงขั้นนี้ข้าหยุดไม่ได้แล้ว ข้าหยุดไม่ได้
แล้วจริงๆ ”
เขารู้อยู่เต็มอกว่ายามนี้ความคิดของเขาค่อย ๆ
เปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบ ๆ ในเวลานี้เขามองโลกที่
อยู่เบื้องหน้าเป็นเสมือนดั่ง ‘โต๊ะอาหาร’ ของเขาไป
แล้ว เขาเป็นผู้ยึดครองโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์
เขาต้องการที่จะกินอาหารที่อยู่บน ‘โต๊ะ’ นั้นให้เรียบ
” นับตั้งแต่ยุคโบราณกาล อสูรกลืนสวรรค์ที่น่า
สะพรึงกลัวเกิดขึ้นระหว่างสวรรค์และปฐพี ”
เขารู้ดีว่าอสูรเกินสวรรค์น่าสะพรึงกลัวเพียงใด
โดยเฉพาะหลังจากที่เขาได้ปลุกความสามารถเหล่านี้
ขึ้นมา
พลังอิทธิฤทธิ์ของราชินีปีศาจกุหลาบมีชื่อเรียกว่า :
เคล็ดกายาไร้สิ้นสุด
นางสามารถปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์ดังกล่าวลงสู่
พื้นดิน หลังจากนั้นนางจะสามารถควบคุมพืชพันธุ์
จำนวนมากได้ เปลี่ยนพืชพรรณเหล่านั้นเป็นเครือ
เถาวัลย์จำนวนนับไม่ถ้วน และนี่ก็คือวิธีเพิ่มขนาด
ร่างกายของนาง
ซึ่งเวลานี้ร่างกลืนสวรรค์กำลังใช้เคล็ดกายาสิ้นสุด
เมื่อร่างกายของเขาขยายเติบโตกินพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่ง
ของพิภพปีศาจบรรพกาล เขาก็จะสามารถควบคุม
พื้นที่โดยรอบนี้ได้ ดังนั้นเมื่อเขาใช้พลังอิทธิฤทธิ์นี้จะ
ทำให้รู้ตำแหน่งของเทพปีศาจแต่ละตนได้อย่าง
ชัดเจนว่าอยู่ที่ไหนหรือทำอะไร
ผืนปั่าที่กินพื้นที่นับหมื่น ๆ ลี้ เต็มไปด้วยพฤกษาบุป
ผานานาพันธุ์ แต่เวลานี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมาได้
ถูกร่างกลืนสวรรค์ควบคุมเป็นที่เรียบร้อย เมื่อร่าง
กลืนสวรรค์แปลงเป็นราชินีปีศาจกุหลาบและใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์เคล็ดกายาไร้สิ้นสุด ทำให้เขารู้ได้ว่ามีสิ่งใด
เปลี่ยนแปลงไปบ้าง โดยเฉพาะตำแหน่งของเหล่า
เทพปีศาจ
กล่าวได้ว่าเพียงแค่เรือรบอนันต์กาลต้องสัมผัสกับ
ต้นไม้ใบหญ้า ราชินีปีศาจกุหลาบก็สามารถตามหา
เขาได้อย่างง่ายดาย
และเวลานี้เขาได้จับตำแหน่งของเทพจิ่วอิงเป็นที่
เรียบร้อย
มันกำลังค้นหาเรือรบอนันต์กาลของ อู่ อวี้ เป็นการ
ใหญ่ มันเป็นแค่ปีศาจที่มีร่างกายใหญ่ยักษ์ ทุกแห่ง
หนที่มันเคลื่อนไปได้ทำให้สวรรค์และปฐพีปันปั่วน
โกลาหล
“ ไป ”
พอจับตำแหน่งเทพจิ่วอิงได้จนแน่ชัด ร่างเกินสวรรค์
ก็กลับคืนสู่ร่างเดิมกลายเป็น อู่ อวี้ ในร่างเรือนผมสี
ขาวนัยน์ตาสีแดงโลหิต
หลังจากนั้นร่างกลืนสวรรค์กับเจ้าแมวหลานหลานก็
เข้าไปในเจดีย์ล่องกำเนิดก่อน เพื่อที่ อู่ อวี้ ร่างต้นจะ
ได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น ด้วยการผสานร่างกับเมฆาตลบ
ฟั้า กระโดดข้ามมิติไปยังเปั้าหมายที่กำหนด วิธี
ดังกล่าวช่วยย่นเวลาให้เขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ร่างกลืนสวรรค์แค่อดใจรอไม่ไหว
ที่จะกลืนกินเหยื่อตัวที่สาม
มันคือเทพปีศาจที่มีสายโลหิตสูงส่งเช่นเดียวกับสหาย
ของเขาจิ่วอิง
เทพจิ่วอิง
ในบรรดาเทพปีศาจทั้งแปด มันมีอุปนิสัยหยิ่งทะนง
และขี้หงุดหงิดมากที่สุด
แล้วมันก็ต้องการสังหาร อู่ อวี้ อย่างที่สุดเช่นกัน
เมื่อ อู่ อวี้ เข้าใกล้เปั้าหมายร่างกลืนสวรรค์ก็ออก
จากเจดีย์ล่องกำเนิด หลังจากลงสู่พื้นดินเขาก็เปลี่ยน
ร่างเป็นราชินีปีศาจกุหลาบในทันที จากนั้นก็ฝังตัวลง
ไปในผืนดินแตกแขนงแผ่รากเถาวัลย์ออกไป ไปดัก
รออยู่ในตำแหน่งใกล้ ๆ กับเทพจิ่วอิง
เมื่อมองไปยังทิศทางของเทพจิ่วอิง ดวงตาของเขาก็
กลายเป็นสีแดงโลหิต
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ