กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 148 : ตอสูกับเจียงจี้!
อู่ อวี้ แอบขี่กระบี่บินลัดเลาะผ่าน หุบเขา
โชคชะตาเซียน พุ่งผ่านอาณาเขตปั้องกันของ ค่าย
กลหมื่นกระบี่ เพื่อบินออกจากเทือกเขาคราม
อย่างเงียบเชียบ
เพื่อไม่ให้ตนเองเป็นที่สังเกตเห็นจากพวกศัตรู จึง
ต้องยอมอ้อมเส้นทางไปด้านหลัง ด้วยความเร็ว
สูงสุด พวยพุ่งมุ่งทิศทางสู่ เทือกเขาเซียนจงหยวน
อย่างรวดเร็วทันด่วน
เมื่อ อัน ซางจุน สามารถทำลายค่ายกลลงได้อย่าง
ความเร็ว ฉะนั้น อู่ อวี้ จำต้องแข่งขันกับเวลา
เช่นเดียวกัน
เขาขี่กระบี่บินพริ้วไหวดุจสายลม ฉวัดเฉวียนลัด
เลาะผ่านหมู่ก้อนเมฆ ยามนี้เทือกเขาแลสายธารใต้
ฝั่าเท้า พวกมันมีขนาดเล็กช่างกระจ้อยร่อย
เนื่องจากมีความสูงห่างนับหมื่นลี้ เพียงชั่วพริบตา
ทั้งเทือกเขาแลสายธาร ก็ถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง
ห่างมาไกลนับพันลี้
ถ้าไม่ใช่เพราะว่า นิกายกระบี่สวรรค์ ตกอยู่
สถานการณ์วิกฤต อู่ อวี้ ก็คงกำลังสนุกสนาน
เพลิดเพลินไปกับการบินอยู่บนกระบี่ เนื่องจากมัน
คือสิ่งที่เขาใฝั่ฝันมาช้านาน!
ถึงจะอยู่ท่ามกลางลมพายุอันแปรปรวน สายน้ำ
เกลือกกลิ้งม้วนผ่าน ทว่าอารมณ์ของ อู่ อวี้ ยังคง
สงบนิ่งอย่างยิ่ง
มันคือความสงบ ซึ่งอยู่ท่ามกลางหายนะอัน
โหดร้าย
” การแก่งแย่งแข่งขันของเซียนเต๋า ก็โหดร้ายเช่นนี้
หากประตูนิกายถูกทำลายลง ทุกหนทุกแห่งจะ
เกลื่อนกลาดไปด้วยร่างไร้วิญญาญของซากศพ ซึ่ง
เป็นเรื่องปกติของสงคราม เหตุไฉนเจ้าถึงได้ ให้
ความสนอกสนใจกับมันมากนัก ?” หมิงซวง กล่าว
ออกมาอย่างไร้ซึ่งความแยแส
” ข้าไม่แยแสไม่ได้ เพราะ นิกายกระบี่สวรรค์ เป็น
เสมือนดินแดนผู้ให้กำเนิดชีวิตแก่ข้า ” การ
เดินทางครั้งนี้ เปรียบเช่นดั่งจากการผจญภัยอัน
เต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ถึงแม้จะเกิดเรื่องอันใด
ขึ้นหลังจากนี้ เขาย่อมไม่เสียใจแม้แต่น้อย
เขามุ่งหน้าอย่างบ้าคลั่ง บินฝั่าท่ามกลางหมอกเมฆ
กว่า 12 ชั่วยาม จนท้ายที่สุดเวลาล่วงเลยเคลื่อน
คล้อย มาถึงยามเที่ยงวัน แสงจากดวงตะวันอัน
ร้อนระอุสาดส่องเจิดจ้า เผยให้ อู่ อวี้ ได้เห็น
เทือกเขาเซียนจงหยวน เสียดตั้งสูงตระหง่าน
ท่ามกลางหมู่ม่านเมฆ!
พรรคจงหยวน ถูกสร้างขึ้นโดยล้อมรอบ เทือกเขา
เซียนจงหยวน เทือกเขาเซียนจงหยวนสูง
ตระหง่านอย่างยิ่ง ต่อให้เป็นยอดมนุษย์ก็ไม่อาจ
ปีนข้ามผ่านขึ้นมาได้
เพียงชั่วพริบตา อู่ อวี้ ก็บินร่อนลงมาบน เทือกเขา
เซียนจงหยวน!
หากกวาดสายตามองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้ารอบ ๆ แล้ว
ดูเหมือนว่าในวันนี้ เทือกเขาเซียนจงหยวน จะ
สดใสมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง เหล่าสาวกไม่ใส่ใจฝึกฝน
บำเพ็ญตนสักเท่าใดนัก แต่กลับสนทนา
แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเรื่องภายนอก กันอย่าง
กระตือรือร้นใคร่รู้ใคร่ลอง พวกมันส่งเสียงหัวเราะ
กันอย่างสนุกสนานดังสนั่น เมื่อพูดคุยถึงเรื่องของ
นิกายกระบี่สวรรค์
” ข้าได้ยินข่าวมาว่า ค่ายกลหมื่นกระบี่ กำลังจะถูก
ทำลาย”
” น่าจะอีกไม่ถึง 10 วัน หากฝั่ายเราสามารถทำได้
คราวนี้เราจะได้ครอบครองเทือกเขาครามสมใจ
เสียที เมื่อถึงเวลานั้น พรรคจงหยวน ของเราจะมี
ถึง 2 เทือกเขา!”
” ใช่แล้ว ที่นั่นอุดมไปด้วยกลิ่นอายฟั้าดิน ซึ่ง
มากกว่าของพวกเราอย่างน้อยน้อย 3 เท่า หาก
ภายภาคหน้าสามารถไปฝึกฝนบำเพ็ญตนบ่มเพาะ
พลังที่นั่นได้ นับว่าจะเป็นการดีอย่างยิ่ง ”
” เมื่อใดที่ ไอ้พวกลูกสุนัข นิกายกระบี่สวรรค์ ถูก
กวาดล้างจนเหี้ยน ข้าจะขอไปดูความน่า
อเนจอนาถของพวกมันเป็นครั้งสุดท้าย ไปดูหน้า
ของไอ้คนที่สร้างความอัปยศให้แก่พวกเรา! ”
” ไอ้คนผู้นั้นมันมีนามว่า อู่ อวี้ มันเป็นผู้สังหาร
นายน้อย เจียง จุนหลิน คราวนี้ล่ะ ท่านประมุข
จะต้องฆ่าพวกมันทิ้งทีละคน ๆ แถมยังมีปีศาจ
จำนวนมากเช่นนั้นอีก ข้าล่ะหวังเสียจริงว่าพวก
ปีศาจเหล่านั้นจะจับไอ้พวกลูกสุนัขนิกายกระบี่ กิน
เป็นอาหาร!”
อู่ อวี้ ไม่ล่วงรู้ว่ายามปกติ เจียงเซี่ย ใช้วิธีใดสั่ง
สอนสาวก พวกมันถึงได้มีจิตใจเหี้ยมโหดอำมหิต
เช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออก หรือ คำพูด ของ
สาวก พรรคจงหยวน ที่อยู่ด้านหน้า ณ ขณะนี้ ดู
แล้วพวกมันไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย ในทาง
กลับกันเขานั้นแทบอยากจะอาเจียน กับความชั่ว
ร้ายของพวกมัน!
” สำหรับพวกมัน ความตายนั้นยังคงไม่เพียงพอ ”
อู่ อวี้ เองก็ไม่ค่อยมีเวลามากนัก
เมื่อเขามาถึงที่นี่ เขาก็จ้องมองมายังเบื้องล่างอย่าง
ดูถูกเหยียดหยาม พร้อมกับนำพลองพิชิตมาร
ออกมา บังคับกระบี่หยินหยางให้บินลงไปเบื้องล่าง
ไปยังสถานที่ซึ่งมีเหล่าสาวกรวมตัวกันอยู่นับร้อย!
ตูม!
เมื่อกระบินลงมาถึงฝูงชน พลองพิชิตมารก็หมุน
ควงอย่างบ้าคลั่ง ยามฟาดออกไปแต่ละครั้ง ร่าง
ของเราสาวกลอยกระเด็นตามทิศทางของพลองไป
หลายคน ผู้คนเหล่านี้ต่างล้มเกลือกกลิ้งอยู่บน
พื้นดิน บางคนร่างขาดกระเด็นลอยไปติดค้างอยู่
บนยอดไม้อย่างน่าเหลือเชื่อ พวกมันทั้งหมดต่าง
กระอักโลหิต ด้วยการโจมตีที่ทั้งรุนแรงและ
ฉับพลัน!
มันคือช่วงเวลา แห่งโศกนาฏกรรมของมวลมนุษย์
อย่างแท้จริง!
“ผู้ใด”
” ยอดฝีมือขั้นสร้างแกนนภา อ๊ากกกก∼ สวรรค์! ”
อู่ อวี้ ขี่กระบี่บินจักรพรรดิ์ รวดเร็วมากเกินไป จึง
ทำให้พวกมันไม่อาจมองเห็นรูปลักษณ์ของ อู่ อวี้
ได้ พวกมันเห็นเพียงแค่พลองสีทอง มีมังกรเลื้อย
พันรอบพลอง ที่ลอยกวาดผ่านพวกมันไป บางคน
ทั่วทั้งร่างลุกชนไปด้วยเปลวเพลิง บางคนกระอัก
โลหิต บางคนกรีดร้องโหยหวนราวกับเสียงของ
ภูตผีปีศาจกำลังร่ำไห้!
เพียงช่วงเวลาไม่นาน ผู้คนหลายร้อยคนต้องจบ
ชีวิตลง บางคนหลบหนี บางคนรอดชีวิต แต่สภาพ
ของพวกมันแต่ละคนล้วนปางตายสาหัส!
ต่อให้พวกมันพยายามหลบหนีเท่าไหร่ ก็ไม่มีทาง
หลบหนีพ้น
” ท่านอาจารย์ พวกมันจะต้องเผชิญกับวิกฤติ
หายนะ ข้าจะไม่เมตตาสงสาร และจะไม่ละเว้น
พวกมัน!” อู่ อวี้ กล่าวกับตนเองในใจ
เมื่อ อู่ อวี้ มาถึงเขาดูราวกับเทพแห่งการสังหาร
เริ่มคร่าล้างสังหารเหล่าสาวกทันที เพื่อระบาย
โทสะแลความโกรธแค้นที่มีอยู่ในใจ เขาไม่ได้
ทำลายแค่เพียงผู้คนเท่านั้น แม้แต่อาคารสิ่งปลูก
สร้างเขาก็บดขยี้ทำลายจนย่อยยับ ทั้งตำหนัก และ
พระราชวังทั้งหมด เกิดเสียงตูมตามดังสนั่นจาก
การกวาดล้าง อยู่ภายใต้พลองพิชิตมารของเขา
บัดนี้ พรรคจงหยวน ได้ถูกชำระหนี้แค้น ด้วยการ
ทุบทำลายอย่างบ้าคลั่ง ทั้งผู้คน ทั้งสิ่งปลูกสร้าง
ค่อย ๆ ถูกทำลายโดยน้ำมือของ อู่ อวี้ จนไม่เหลือ
ชิ้นดี
” ถ้าข้าโหดเหี้ยมอำหิตไม่มากพอ นิกายกระบี่
สวรรค์ จะต้องถูกทำลาย และเหล่าสหายพี่น้อง
ของข้าก็จะต้องตาย! ”
เมื่อ อู่ อวี้ แยกตัวออกมาเป็นผู้ซุ่มโจมตี บนบ่า
ของเขาก็พลันหนักอึ้ง เนื่องจากต้องแบกรับความ
รับผิด และ ความคาดหวังของทุกคนเอาไว้
“ทำลาย ทำลาย ทำลาย!”
ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือ พระราชวัง ภายใต้การ
โจมตีอันหนักหน่วงนี้ มันคือการบดขยี้ทำลายล้าง
แม้ว่าที่นี่จะมีสาวกผู้มีฝีมืออยู่ในระดับหลอมรวม
ลมปราณขั้นที่ 6 อยู่เป็นจำนวนมากก็ตาม แต่
ทั้งหมดล้วนถูก อู่ อวี้ บดขยี้จนสิ้น!
ตู้มตู้มตู้ม!
ประตูทางเข้าของ พรรคจงหยวน เดิมทีนั้นมีความ
งดงดงาม แต่บัดนี้มันกลับถูก อู่ อวี้ บดขยี้ทุก
ทำลายจนแทบไม่เหลือซาก สิ่งที่เห็นในตอนนี้เป็น
เพียงแค่เศษซากชิ้นเล็กชิ้นน้อย พร้อมกับฝุั่น
ละอองคละคลุ้งฟุั้งกระจายไปทั่วอยู่บนอากาศ!
” สหายเต๋าท่านนี้มาจากที่ใดกัน ถึงได้หาญกล้ามา
สร้างความวุ่นวายกับพรรคจงหยวนของข้า เจ้า
กำลังรนหาที่ตายหรืออย่างไร!”
ระหว่างที่ เทือกเขาเซียนจงหยวน กำลังตกอยู่ใน
ความหวาดกลัว ทันใดนั้นก็มีชายชราผู้หนึ่งวิ่ง
ออกมา อู่ อวี้ คิดว่าชายชราผู้นี้น่าจะเป็น เจียงจี้
แต่กลับพบว่าชายชรามีฝีมืออยู่แค่ในระดับหลอม
รวมลมปราณขั้นที่ 8 เพียงเท่านั้น
” นั่นผู้อาวุโสฉู่ ผู้อาวุโสฉู่ปรากฏตัวแล้ว! ”
หลังจากต้องประสบกับหายนะอันใหญ่หลวง เหล่า
สาวกก็ต้องวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่นด้วยความ
หวาดกลัว ในที่สุดพวกมันก็เจอฟางเส้นสุดท้าย
การปรากฏตัวของชายชรา ได้สร้างเสียงอึกทึก
ครึกโครมอย่างยิ่ง เพียงแค่ชั่วอึดใจพวกมันก็เริ่ม
ส่งเสียงก่นด่า อู่ อวี้
” ผู้อาวุโสฉู่ ดูเหมือนว่ามันผู้นั้นจะเป็น อู่ อวี้!”
” เจ้ากล้ามาหาข้าถึงถิ่น อีกทั้งยังสร้างความ
ปันปั่วนเสียหายให้แก่ พรรคจงหยวน ข้าจะสับร่าง
ของเจ้าให้แหลกเป็นหมื่น ๆ ส่วน !”
เมื่อผู้ปกปั้องดูแล พรรคจงหยวน อย่างผู้อาวุโสฉู่
ปรากฏการณ์ขึ้นมา ก็ยิ่งทำให้เหล่าสาวกหยิ่ง
ผยองมากยิ่งขึ้น
“อู่ อวี้ เจ้าตายซะเถอะ!” ผู้อาวุโสฉู่ไม่ทราบว่า อู่
อวี้ ใช้วิธีใดจึงหลบหนีมาที่นี่ได้ แต่เมื่อเห็น อู่ อวี้
ก่อปัญหาสร้างหายนะครั้งใหญ่ให้กับพรรค เขาจะ
สามารถไถ่บาปให้กับตนเองได้ก็ต่อเมื่อ สร้าง
ผลงานโดยการเด็ดหัวของ อู่ อวี้ เพียงเท่านั้น
อู่ อวี้ บดขยี้ทำลายทุกสรรพสิ่งอย่างมันมือ เมื่อ
เห็นว่ามีผู้แข็งแกร่งปรากฏการณ์ขึ้น เขาก็ทำทียิ้ม
เยาะ จากนั้นก็กระทุ้ง พลองพิชิตมาร ปักลงกับพื้น
พร้อมทั้งกระโดดลงจากกระบี่หยินหยาง พร้อมกับ
กระชับกระบี่ในมือโดยที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ
ออกมา เขากำลังพุ่งทะยานลงจากฟากฟั้าด้วย
ความเร็วสูง หมายสังหารผู้อาวุโสฉู่!
เชร้ง!
กระบี่หยินหยางถูกแบ่งออกเป็นสอง!
” อู่ อวี้ ข้าไม่รู้ว่าเจ้าสามารถใช้กระบี่บินจักรพรรดิ
ได้ อย่างไร แต่การที่เจ้าหาญกล้าเผชิญหน้ากับผู้
อาวุโสฉู่ เกรงว่าเจ้าคงสะกดคำว่าตายไม่เป็น
แล้ว!”
” ผู้อาวุโสฉู่ รีบไปจัดการกับมันเร็วเข้า มันสังหาร
ศิษย์น้องของข้า ข้าปรารถนาที่จะควักลูกตาของ
มัน! ”
ในยามนี้สาวกของ พรรคจงหยวน หลายพันคน
กำลังยืนรายล้อมอยู่ ทว่าสาวกส่วนใหญ่ล้วนเป็น
ศิษย์สายนอกที่มีระดับฝีมือยังไม่ถึงขั้นหลอมรวม
ลมปราณ แต่กระนั้นก็ยังมีศิษย์หลักอีกจำนวนมาก
อยู่ด้วยเช่นกัน
อู่ อวี้ กับ ผู้อาวุโสฉู่เผชิญหน้ากันทันที!
” เข้ามาชดใช้ด้วยชีวิตของเจ้าซะ!” ผู้อาวุโสฉู่
กล่าวอย่างหนาวเย็น ฉับพลันมือทั้งสองข้างก็
ปรากฏศาสตรา เต๋าขวดน้ำเต้า ขึ้นมา ฉีดพ่นไอ
หมอกสีแดงหนาแน่นพุ่งเข้าใส่ อู่ อวี้ ดูเหมือนว่า
หมอกนี้จะมีฤทธิ์กัดกร่อน ทั้งยังทรงพลังมากอย่าง
ยิ่ง!
อู่ อวี้ ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา เขาแสดงสี
หน้าเย็นชา มือทั้งสองข้างหมุนวนไปด้วยปราณ
กระบี่ และ พลังหยินหยาง จากนั้นกระบี่สองเล่มก็
ปรากฏขึ้นบนมือของเขา ก่อกำเนิดเป็นปราณ
กระบี่หยินหยาง!
หนึ่งกระบี่ถูกทะลวงแทงออกไปเบื้องหน้า!
“หึ!” อาวุโสฉู่กระชับศาสตราเต๋าขึ้นต้านทาน
หลังจากหลบเลี่ยงปราณกระบี่หนึ่งเล่ม มันก็
หัวเราะขึ้นพร้อมกับแสดงท่าทีราวกับว่า กระบวน
ท่านี้ก็ไม่เลว แต่ทันใดนั้นเอง ปราณกระบี่เล่มที่
สอง ก็เจาะทะลวงเข้าใส่หว่างคิ้วของมันแทบจะใน
เวลาเดียวกัน!
“อั่ก!”
อาวุโสฉู่เบิกตากว้าง ตื่นตระหนกต่อความ
เปลี่ยนแปลงในชั่วเสี้ยววินาทีนี้!
อู่ อวี้ ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด เขากระชากคอของ
อาวุโสฉู่ พร้อมกับควบคุมกระบี่บินทะยานขึ้นไป
บนท้องนภา สูงขึ้นไปกว่าหนึ่งร้อยจั้ง จากนั้นก็เขวี้
ยงร่างของมันลงมา ซากศพของผู้อาวุโสฉู่ ลอยละ
ลิ่วร่วงหล่นลงมาจากฟากฟั้า อัดกระแทกเข้าใส่
โขดหิน แหลกเหลวไม่เหลือชิ้นดี!
“อ๊า!”
เหล่าสาวกนับพันของพรรคจงหยวน ใบหน้าซีด
เผือด หวาดกลัวจนอึฉี่แทบเล็ด!
อู่ อวี้ ซึ่งกำลังบินอยู่บนท้องนภา ตะโกนขึ้นเสียง
ดังว่า “นับแต่นี้ไป ข้า อู่ อวี้ จะจัดการสาวก
ทั้งหมดของพรรคจงหยวน ไม่เว้นแม้แต่ศิษย์รับใช้
ลูกเด็กเล็กแดง สตรีอ่อนแอหรือคนชราข้าจะ
สังหารทิ้งให้หมด! ไม่มีผู้ใดหลบหนีไปจากเงื้อมมือ
ของข้าได้ จงล้างคอรอไว้ให้ดี! วะ ฮ่าฮ่าฮ่า! ”
แน่นอนว่าเขาก็ยังคงเป็นผู้แยกแยะความดีชั่วได้
อย่างชัดเจน ไม่สังหารผู้ใดซี้ซั้ว กล่าวได้ว่าคน
เช่นนี้น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า เขาจะลังเลและ
ไม่กล้าลงมือต่อศัตรูแต่อย่างใด!
หลังจากนั้น พลองพิชิตมารก็ทะยานเข้ามาอยู่ใน
มือของเขาอีกครั้ง
แน่นอนว่า ถุงจักรวาล ศาสตราเต๋า และ สิ่งของ
อื่น ๆ ของอาวุโส ฉู่ ล้วนตกอยู่ในมือของ อู่ อวี้
ดวงตาของ อู่ อวี้ จ้องมองไปยังเม็ดยาหลอมรวม
ลมปราณของเหล่าสาวก ที่อยู่ภายในถุงจักรวาล!
หวืด!
ไม่มีสาวกคนใดของพรรคจงหยวน สามารถไล่
ติดตามความเร็วกระบี่บินของเขาได้!
ฝูงชนเริ่มแตกฮือกระจัดกระจายอย่างรวดเร็ว ด้วย
เกรงว่าจะถูก อู่ อวี้ จับตัว พวกมันต่างวิ่งหนีตาย
จนล้มลุกคลุกคลานเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นดิน ส่ง
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม ผู้ที่มีฝีมืออยู่ใน
ระดับหลอมรวมลมปราณ ได้ถูก อู่ อวี้ ฟาดพลอง
ใส่จนบาดเจ็บสาหัส บัดนี้ถุงจักรวาลของพวกมัน
ทุกคน ได้ตกอยู่ในกำมือของ อู่ อวี้
ถึงแม้จะมีเม็ดยาหลอดลมปราณ อยู่ภายในถุง
เพียงเม็ดเดียว แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยมันไปเด็ดขาด
อู่ อวี้ ในยามนี้ดูราวกับพายุคลั่ง ม้วนกวาดผ่านไป
ทั่วทั้งพรรคจงหยวน ไม่ว่าเขาจะไปยังทิศทางใด
พระราชวังที่อยู่ในบริเวณนั้นจะถูกทำลายจนพัง
พินาศย่อยยับ เหล่าสาวกต่างกรีดร้องระงม
โหยหวน ถึงแม้จะมีคนที่ถูกสังหารไม่มากเท่าใดนัก
แต่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกลับมีจำนวนนับไม่ถ้วน!
ปัจจุบัน พรรคจงหยวน แทบจะสูญสิ้น ไม่มีผู้ใด
สามารถรักษาชีพของตนเองให้รอดพ้นจาก อู่ อวี้
ได้!
แม้จะเกิดเรื่องวุ่นวายโกลาหลมากเพียงใด แต่ทว่า
เจียงจี้ กลับยังไม่ปรากฏตัวออกมา
อันตรายที่แท้จริงในตอนนี้ มีเพียงแค่ เจียงจี้ ซึ่ง
อยู่ในขั้นตอนหลอมรวมลมปราณระดับ 9 คนเดียว
เท่านั้น!
ตอนนี้ทั่วทั้ง พรรคจงหยวน ปกคลุมไปด้วยหมอก
ควันดำ ไม่ว่าเขาจะอยู่แห่งหนใด ความพังพินาศก็
จะปรากฏขึ้นบนที่แห่งนั้น!
แม้แต่ ‘พระราชวังเต๋า’ ของ เจียง เซี่ย ก็ยังถูก อ่
อวี้ บดขยี้ทำลายจนย่อยยับ ผ่านไปครู่หนึ่ง อู่ อวี้
ก็ถือถุงจักรวาลนับร้อยไว้ในมือ ในที่สุดก็มีเงาร่าง
ของคนสองคนปรากฏขึ้นจากระยะไกล คนผู้นั้นก็
คือ เจียงจี้ และ สตรีหน้าตาหมดจดงดงามผู้หนึ่ง
สตรีนางนี้มีความแข็งแกร่งอยู่ในขั้น หลอมรวม
ลมปราณระดับ 8 นอกจากนี้นางยังถือว่าเป็นหนึ่ง
ในสองผู้อาวุโส ยามนี้ใบหน้าของนางแดงระเรื่อ
คาดว่านางเพิ่งจะเสร็จกิจกามสัมพันธ์สวาทกับ
เจียงจี้ มาอย่างดุเดือดหนักหน่วง ไม่แปลกใจว่า
เพราะเหตุใดมันถึงไม่ปรากฏตัวออกมาให้เห็น
แม้ว่า อู่ อวี้ กำลังก่อปัญหาสร้างหายนะให้แก่
พรรคของมัน แต่กลับส่งแค่ผู้อาวุโสฉู่มารับหน้าแค่
เพียงผู้เดียว
ดูเหมือนว่า เจี้ยง จี้ จะดูอ่อนเยาว์กว่า เจียง เซี่ย
อย่างไรก็ตามหากนำมาเทียบกับ เจี่ยง เซี่ย แล้ว
คนผู้นี้กลับดูเอาจริงเอาจังกว่ามาก ถึงแม้ว่าความ
จริงแล้วภายในตัวของมัน จะเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล
เน่าเหม็นก็ตาม มันหันไปมองดูเศษซากแห่งความ
พินาศของพรรคจงหยวน ฉับพลันสีหน้าของมันก็
แปรเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวอย่างถึงขีดสุด มันใช้
สายตาอันชั่วร้ายจ้องมองมายัง อู่ อวี้ พร้อมกับ
กล่าวขึ้นอย่างหนาวเย็นว่า “เจ้าหาญกล้าบุกรุกมา
ที่นี่เพียงลำพัง ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่กลัวตายเลยซิ
นะ ถือว่าเจ้าฉลาดไม่เลว ตั้งใจมาก่อกวนทำลาย
พรรคจงหยวนของข้า ก็เพื่อให้พี่ชายของข้าต้อง
ถอยทัพ ใช่หรือไม่?”
“ใช่หรือไม่แล้วอย่างไร? ” อู่ อวี้ ซึ่งกำลังบินอยู่บน
ฟากฟั้า จ้องมองมายังสองคนนี้ด้วยสายตาเย็นชา!
“คอยดูเถอะ อย่าคิดว่าเจ้ามีวิชากระบี่บิน
จักรพรรดิ แล้วข้าจะไม่สามารถจัดการเจ้าได้!”
เจียงจี้ ตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าน่าเกลียดน่ากลัว
“โอ้”
อู่ อวี้ หัวเราะเยาะ จากนั้นก็หันไปมองรอบ ๆ แล้ว
บินมุ่งไปยังอีกทิศทางหนึ่งทันที พูดไปก็มากความ
เขาอยากรู้ว่า เจียงจี้ จะจับเขาได้จริงหรือไม่ อู่ อวี้
ไม่ได้บินสูงมากนัก แต่เขาบินอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า
ท้องฟั้า เจียงจี้ รีดเฟั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏเป็น
คลื่นพลังยกสูงขึ้น ไล่ตามหลังเขามา
“เจียงจี้ มีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งมาก หากข้า
ต้องต่อสู้พัวพันกับมันแล้วล่ะก็ ข้าคงต้องตายอย่าง
แน่นอน นอกจากนี้ยังทำให้ นิกายกระบี่สวรรค์ ตก
อยู่ในอันตรายอีกด้วย…”
“ศิษย์พี่หญิง และ ทุกคน กำลังคาดหวังว่าข้าจะ
สามารถช่วยเหลือ นิกายกระบี่สวรรค์ ได้อยู่…”
“ฉะนั้น ข้าจะมัวทำตัวเอ้อระเหยแบบนี้ไม่ได้! สู้!! ”
เขาตระหนักดีว่า ตนเองเป็นแค่ตัวแปรเล็ก ๆ ที่อยู่
ในระหว่างสงครามของทั้งสองฝั่าย ไม่มีผู้ใด
คาดคิดว่าเขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่
ยามนี้ อู่ อวี้ ถอยไม่ได้อีกแล้ว!”
การไล่ล่าติดตามของ เจียงจี้ ยิ่งทวีความดุเดือด
มากยิ่งขึ้น ตลอดเส้นทางมัน พยายามขว้างไม้
และ สิ่งของทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาใส่เขา
“ความแข็งแกร่ง คือความยุติธรรม! ถึงแม้มันจะ
ไม่ได้กระทำการชั่วร้าย ทำให้โลหิตไหลรินอาบ
ย้อมไปถึงสวรรค์ แต่การดำรงอยู่กันคนละฝั่าย มัน
ก็ถือเป็นความผิดบาปมหันต์แล้ว! การที่ไม่สังหาร
หมู่พวกเจ้าก็ถือว่า เมตตาเพียงใดกัน!”
อู่ อวี้ ไม่มีทางเลือกอื่น เขาเปล่งเสียงตะโกนก้อง
เขาไม่อาจปล่อยให้เป็นไปตามแผนของ เจียง เซี่ย
ได้ นอกจากนี้เขายังต้องทำทุกวิถีทางเพื่อบีบ
บังคับให้มันต้องล่าถอย เพื่อที่จะทำให้เหล่าสหาย
ของเขาใน นิกายกระบี่สวรรค์ มีชีวิตอยู่ต่อไปได้
ตลอดทางนั้น เขาได้สร้างความปันปั่วนมากมาย
โดยเฉพาะเหล่าศิษย์ขั้นหลอมรวมลมปราณ พวก
มันไม่สามารถหลบหนีเงื้อมือของเขาไปได้แม้แต่
คนเดียว
หลายคนตื่นเต้นลุ้นระทึก เมื่อเห็นว่า เจียงจี้
หวุดหวิดคว้าตัวของ อู่ อวี้ เอาไว้ได้ แต่เขาก็ยัง
บินรอด และ จัดการเหล่าสาวกต่อไปได้ แม้ว่า
เจียงจี้ จะพยายามโจมตีใส่เขา หรือ คว้าจับมาก
เพียงใด แต่ อู่ อวี้ ก็ยังสามารถบินรอดไปได้อยู่ดี
กลายเป็นว่ายามนี้พวกมันกำลังเผชิญหน้ากับทาง
ตัน!
” อู่ อวี้ ไฉนไม่ลงมาต่อสู้! ” ผมเผ้าของเหล่าสาวก
ดูยุ่งเหยิงไม่มีที่ให้พวกมันหลบซ่อนอีกต่อไป อู่ อวี้
ฟาดพวกมันทีละคน ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวกที่
มีระดับฝีมืออยู่ในขั้น หลอมรวมลมปราณ หาก
พวกมันคนใดถูก อู่ อวี้ จับตัวได้ มันผู้นั้นจะถูก
ทำลายจุดบัญญัติก่อกำเนิดทันที!
หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เหล่าศิษย์ที่อยู่ในขั้น
หลอมรวมลมปราณระดับ 3 ลงไป แทบทั้งหมด
ของพรรคจงหยวน จะถูก อู่ อวี้ บดขยี้ทำลายจน
สิ้นซาก!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ