กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1545: จักรพรรดิสมุทรทมิฬ
ยามนี้ราชันปีศาจยืนปิดล้อมราชันปีศาจสงัดทมิฬไว้ตรง
กลาง
พวก อู่ อวี้ เฝ้าสังเกตสถานการณ์จากไกล ๆ
หลังจากราชันปีศาจสงัดทมิฬปรากฏตัวสถานการณ์ก็ดู
เหมือนจะดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้พวกมันไม่ต่างจากแมว
ตาบอดที่กำลังจะไป
” ราชันปีศาจสงัดทมิฬเจ้าต้องบอกพวกเราว่าเกิดอะไร
ขึ้นในมหาสมุทรทมิฬ? ถ้าไม่สามารถบอกเหตุผลดี ๆ ก็
อย่าหวังว่าจะออกไปจากที่นี่ได้! ”
ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์กรีดร้องแล้วเริ่มต้นการโจมตี
พื้นเพมันมีอุปนิสัยใจร้อนบุ่มบ่าม เหี้ยมโหดอำมหิตไร้
ปรานีอย่างที่สุด แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับราชันปีศาจสงัด
ทมิฬซึ่งมีพลังเมื่ออยู่ในระดับเดียวกัน แต่มันก็ยังไม่ยอม
อ่อนข้อแสดงความดุร้ายออกมาอย่างเต็มที่
“พวกเจ้าใจเย็น ๆ ก่อน”
ราชันปีศาจสงัดทมิฬไม่ได้ตื่นตระหนก ก่อนจะมาที่นี่มัน
ได้เตรียมตัวมาอย่างเต็มที่แล้ว มันจึงแสดงท่าทางจริงใจ
ออกมาเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเพราะต้องการความร่วมมือจาก
ราชันปีศาจเหล่านี้
หลังจากนั้นไม่นานมันก็เล่าเรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน
มหาสมุทรทมิฬ มันเล่าว่าตนเองได้พบเจอกับซากศพ
จักรพรรดิปีศาจ แต่ซากศพจักรพรรดิปีศาจถูกปกป้อง
ด้วยค่ายกลเซียน แล้วตัวมันคนเดียวคงไม่สามารถแก้ใช่
ค่ายกลเซียนนั้นได้
“ ข้าสงสัยว่าราชันปีศาจระดับสูงที่ค้นพบซากศพ
จักรพรรดิปีศาจเป็นคนแรก เป็นผู้จัดวางค่ายกลเซียน
นั้นเองเพื่อปกปิดไม่ให้ผู้ใดพบเห็น ”
ราชันปีศาจสงัดทมิฬคาดเดาสถานการณ์
“ เจ้ากำลังจะบอกว่าราชันปีศาจระดับสูงได้พบซากศพ
จักรพรรดิปีศาจแล้วผนึกมันไว้ด้วยค่ายกลเซียนใช่
หรือไม่? แล้วเหตุใดราชันปีศาจระดับสูงถึงไม่กลืนกิน
ซากศพจักรพรรดิปีศาจเข้าไปเอง!” ราชันปีศาจดึกดำ
บรรพ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ซักถามด้วยความ
ระแวดระวังสงสัย
ท่าทีของราชันปีศาจสงัดทมิฬนั้นดูจริงใจเป็นอย่างมาก
แต่มันไร้ประโยชน์สำหรับราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ เพราะ
มันได้หาเชื่อในคำพูดของราชันปีศาจสงัดทมิฬแต่อย่าง
ใดไม่ เนื่องจากคำพูดนี้ดูไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย
หากราชันปีศาจระดับสูงพบเจอซากศพของจักรพรรดิ
ปีศาจจริง มันจะต้องพยายามกลืนกินเพื่อยกระดับความ
แข็งแกร่งของตนเอง ไม่ควรจะวางค่ายกลเซียนผนึกไว้
เช่นนี้
“ เจ้าจะทำให้เวลาล่าช้าออกไปเช่นนั้นหรือ ข้ากลัวว่า
พวกเจ้าจะกังวลเกี่ยวกับซากศพจักรพรรดิปีศาจ จนทำ
ให้เกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ดังนั้นจึงไม่อยากแหวก
หญ้าให้งูตื่นโดยไม่จำเป็น และพยายามปกปิดเรื่องนี้ไว้
เฝ้ารอเวลาที่เหมาะสมเพื่อไปเก็บมัน” ราชันปีศาจสงัด
ทมิฬยังคงอธิบายต่อไป
คำกล่าวนี้ยังพอมีความเป็นไปได้ ด้วยเพราะกระแสน้ำ
ในวารีทมิฬหยินผสานของมหาสมุทรทมิฬค่อนข้างเชี่ยว
กราก หากมีการเคลื่อนไหวใหญ่เกินไป ราชันปีศาจตัว
อื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ อาจจะรู้เรื่องเขาก็เป็นได้
คำกล่าวของราชันปีศาจสงัดทมิฬฟังมีเหตุผล แต่ถ้า
ราชันปีศาจตนใดเชื่อในคำพูดของมันก็บ้าแล้ว
เห็นได้ชัดว่าราชันปีศาจดึกดำบรรพ์เชื่อเพียงหนึ่งในสิบ
เท่านั้น ส่วนอีกเก้าส่วนมันยังคงรู้สึกสงสัยแคลงใจราชัน
ปีศาจสงัดทมิฬ
เช่นเดียวกับราชันปีศาจตนอื่น ๆ มันก็ยังไม่เชื่อใจสนิท
เช่นเดียวกัน เพียงแค่นี้มันยังไม่อยากกล่าวอันใดมาก
ด้วยเหตุนี้ราชันปีศาจสยบบรรพกาลจึงซักถามขึ้นเป็น
คนแรก ” เจ้ามีเหตุผลอันใดถึงเรียกพวกเรามารวมตัว
กันเช่นนี้? เพราะต้องการท้าทายราชันปีศาจระดับสูง
เช่นนั้นหรือ? ”
” การจะครอบครองซากศพจักรพรรดิปีศาจ หากผู้ใด
ได้รับไปล้วนสามารถทะยานขึ้นสู่สวรรค์ได้ในก้าว
เดียว ในฐานะที่เป็นราชันปีศาจเจ้าน่าจะรู้เรื่องนี้ดี ”
ราชันปีศาจสงัดทมิฬยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ถึงแม้ว่าราชัน
ปีศาจระดับสูงจะสร้างค่ายกลเซียนผนึกเอาไว้ แต่ข้าก็
อยากลองดูว่าถ้าพวกเราร่วมมือกันจะทำลายค่ายกล
เซียนได้หรือไม่! ข้าจึงเรียกพวกเจ้าทุกคนมารวมตัวกัน
ที่นี่เพื่อระดมความคิด หากในอนาคตราชันปีศาจ
ระดับสูงต้องการมาเฉ่งพวกเรา เราก็ยังสามารถร่วมมือ
จัดการกับราชันปีศาจตนนั้นได้ เพียงแต่พวกเจ้าทุกตน
จะต้องเชื่อใจข้า ถ้าเราทำตามแผนเราจะสามารถรับ
ซากศพจักรพรรดิปีศาจมาครอบครองอย่างแน่นอน! ”
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ราชันปีศาจทั้งหลายก็มองหน้ากัน และ
พวกมันเห็นพ้องต้องกันภายในดวงตาของกันและกัน
ถึงพวกมันจะไม่เชื่อราชันปีศาจสงัดทมิฬอย่างสนิทใจ
ในตอนนี้ แต่พวกมันแต่ละตนล้วนเป็นราชันปีศาจเก่าแก่
เจ้าเล่ห์ หากพวกมันฟังคำพูดของราชันปีศาจสงัดทมิฬ
พวกมันคงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงป่านนี้
ดังนั้นถึงแม้พวกมันจะยังไม่เชื่อคำกล่าวของราชันปีศาจ
สงัดทมิฬในตอนนี้ แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่มันจะแสดง
ความเป็นปรปักษ์อย่างชัดเจนออกไป
อันที่จริงการที่ราชันปีศาจจำนวนมากมารวมตัวกันเช่นนี้
แค่ราชันปีศาจสงัดทมิฬเพียงผู้เดียวจะรับมือกับราชัน
ปีศาจจำนวนมากขนาดนี้ได้อย่างไร?
ฉะนั้นเราราชันปีศาจทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นราชันปีศาจ
สยบบรรพกาล , ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ , ราชันปีศาจ
ทองวิบัติ , ราชันปีศาจแรดทอง ฯลฯ จึงตัดสินใจได้
ในทันที
ไม่ว่าซากศพจักรพรรดิปีศาจจะมีอยู่จริงหรือไม่ แต่พวก
มันทุกตนต้องการจะเห็นด้วยตาของตนเอง แล้วก็อยากรู้
ว่าซากศพจักรพรรดิปีศาจเป็นแบบไหน
หลังจากได้เห็นซากศพจักรพรรดิปีศาจ ก็ยังไม่สาย
เกินไปที่จะวางแผนใหม่ ดังนั้นราชันปีศาจสงัดทมิฬจึงไม่
มีอะไรต้องหวาดกลัวอีกต่อไป
ความจริงแล้วราชันปีศาจทุกตนยังคงสงสัยในตัวของ
ราชันปีศาจสงัดทมิฬ และยามนี้ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์
กล่าวว่า ” ถ้าเป็นเช่นนั้นเจ้าควรพาพวกเราไปดูว่ามี
ซากศพจักรพรรดิปีศาจจริงหรือไม่ ให้พวกเราได้เห็นกับ
ตาของตนเอง ”
ราชันปีศาจสงัดทมิฬดูไม่แปลกใจกับคำพูดดังกล่าว มัน
จึงตอบกลับไปว่า ” ย่อมได้… ข้าจะพาเจ้าไปที่นั่นเอง
หวังว่าเมื่อถึงเวลานั้นเจ้าจะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมมือทำลาย
ค่ายกลเซียนที่ห่อหุ้มซากศพจักรพรรดิปีศาจ ไม่เช่นนั้น
พวกเราคงหมดหวังที่จะครอบครองซากศพจักรพรรดิ
ปีศาจ ”
” เช่นนั้นเชิญเจ้านำทางไปได้เลย พวกเราไม่ใช่เด็กเรา
เข้าใจดีว่าต้องทำอะไร ”
ยามนี้ราชันปีศาจวิบัติเลิกหงุดหงิดอารมณ์เสียแล้ว แต่
ถ้ามันสามารถได้รับซากศพจักรพรรดิปีศาจ ก็ยังพอ
ชดเชยความเสียใจจากการสูญเสียน้องชายอันเป็นที่รัก
ไป ฉะนั้นเวลานี้มันจึงวิตกกังวลมากกว่าราชันปีศาจตน
อื่น ๆ เล็กน้อย
แน่นอนว่ามันไม่ยอมแสดงความกังวลออกมาอย่าง
เด็ดขาด ผู้ที่เฉลียวฉลาดมีเล่ห์เหลี่ยมย่อมไม่แสดง
ความรู้สึกที่แท้จริงออกมาให้อื่นได้รู้
หากอยากรู้ข้อเท็จจริง ราชันปีศาจเหล่านี้จำต้อง
วางแผน หากแสดงอารมณ์ที่แท้จริงออกมา ก็เหมือนเผย
จุดอ่อนให้ผู้อื่นได้เห็น และหากมีการเผชิญหน้าครั้ง
ต่อไปตัวมันจะต้องเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเสียเปรียบอย่าง
แน่นอน
และราชันปีศาจทองวิบัติก็ไม่ต้องการเห็นให้ตนเองตกอยู่
ในสถานการณ์เช่นนี้
ดังนั้นราชันปีศาจทุกตัวที่อยู่ที่นี่ จึงติดตามการนำทาง
ของราชันปีศาจสงัดทมิฬดำดิ่งลึกเข้าไปในมหาสมุทร
ทมิฬ ระหว่างที่ทุกคนมุ่งหน้าไปนั้น พวกมันก็คอย
ระมัดระวังว่าตนเองจะติดกับดักของฝ่ายตรงข้าม
ฉะนั้นยามนี้ราชันปีศาจทุกตนจึงระมัดระวังตัวเป็นอย่าง
มาก
ส่วนพวกเขาทั้งสามก็ตามหลังพวกมันไปอย่างเงียบ ๆ
” พี่ชาย… ท่านคิดอย่างไรกับเจ้าราชันปีศาจสงัดทมิฬ?
คิดว่ามันพูดจริงหรือไม่? ” เย่ซีซีไม่สามารถวิเคราะห์ได้
ว่าราชันปีศาจสงัดทมิฬกล่าวเรื่องจริงหรือเท็จ จึงไต่ถาม
ความคิดเห็นจาก อู่ อวี้
หนานซานหวางเยว่หัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวว่า ” ข้าคิด
ว่ามันหลอกลวงแปดสิบในร้อยส่วน! ถ้าเป็นอย่างที่ราชัน
ปีศาจสงัดทมิฬว่า เหตุใดมันไม่ไปหาราชันปีศาจผู้นั้น
ด้วยตนเอง แล้วช่วยกันทำลายค่ายกลเซียน? มันเพิ่ง
ปรากฏตัวเอาตอนนี้ แสดงว่ามันต้องมีความนัยแอบแฝง
บางอย่างเป็นแน่ ”
” ในขณะที่ราชันปีศาจสงัดทมิฬอยู่ภายในมหาสมุทร
ทมิฬ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายได้ ”
อู่ อวี้ พยักหน้าเห็นด้วย ” ถ้าราชันปีศาจสงัดทมิฬวาง
กับดักไว้ยังตำแหน่งดังกล่าวจริง ๆ คาดว่าภูตววารี
สรรพชีวิตทั้งหมดจะต้องถูกปล่อยออกมาอย่างแน่นอน
เพื่อดึงดูดความสนใจของราชันปีศาจตนอื่น ๆ แต่เป็น
เพราะราชันปีศาจทองวิบัติไล่ล่าพวกเรา แผนการของ
มันจึงถูกขัดขวางโดยบังเอิญ ด้วยเหตุนี้มันจึงปรากฏตัว
ขึ้น ”
” ไม่ว่ามันจะมาลูกไม้ไหนก็ตาม เอาเป็นว่าพวกเราตามดู
อยู่ห่าง ๆ ก็แล้วกัน แม้จะต้องเผชิญกับอันตราย พวก
เราไม่ใช่กลุ่มแรกที่ต้องแบกรับ พวกเรานั่งดูพยัคฆ์กัดกัน
จะดีกว่า รอดูว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเพลี่ยงพล้ำ แล้วเราก็
ฉกฉวยผลประโยชน์มาครอบครอง ”
หนานซานหวางเยว่ยิ้มอย่างไร้กังวล แต่ในใจเขาก็หวัง
ว่าเรื่องเช่นนั้นจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
จากคำกล่าวของราชันปีศาจสงัดทมิฬคงมีไม่กี่คนที่จะ
เชื่อ
โดยเฉพาะพวกราชันปีศาจที่นี่ พวกมันจะต้องสงสัยและ
ระมัดระวังตัวอย่างที่สุด
ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงส่วนลึกของมหาสมุทรทมิฬ
แอบซุ่มเฝ้าดูสถานการณ์ในสถานที่ห่างไกลลับตา แล้ว
ในที่สุดราชันปีศาจทุกตัวก็ดวงตาเปล่งประกายเมื่อพวก
มันมองเห็นเป้าหมาย นั่นก็คือซากศพของจักรพรรดิ
ปีศาจ!
ที่นี่เป็นส่วนลึกในมหาสมุทรทมิฬ มีกระแสวังวนจำนวน
มากรวมตัวกันอยู่รอบ ๆ หากไม่ใช่เพราะราชันปีศาจ
สงัดทมิฬนำทางมาที่นี่ พวกมันคงไม่มีวันพบเจอสถานที่
แห่งนี้เป็นแน่แท้
ยามนี้พวกมันทั้งหมดมาถึงที่หมายแล้ว แล้วพบว่ากลาง
วังวนมีหนวดปลาหมึกขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ ซึ่งหนวด
ปลาหมึกนั้นเหมือนกับที่อยู่บนร่างของราชันปีศาจสงัด
ทมิฬ
” นี่ไม่ใช่ซากศพจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ จักรพรรดิสมุทร
ทมิฬเช่นนั้นหรือ? ”
แม้ว่าภพเทพปีศาจจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ แต่ก็ยังมีร่องรอย
อารยธรรมโบราณ ซึ่งบันทึกเกี่ยวกับตัวตนของ
‘จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์’
เมื่อเทียบกับราชันปีศาจสงัดทมิฬมันดูน่าสะพรึงกลัวกว่า
มาก
บรรยากาศเก่าแก่โบราณทำให้หนังศีรษะด้านชา
ท่ามกลางจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ มี ‘อสูรอเวจีสมุทร
ทมิฬ’ นามว่า : จักรพรรดิสมุทรทมิฬ
ดังนั้นพวกมันจึงจดจำได้ทันทีที่เห็น
ราชันปีศาจหลายตนอุทานขึ้นเสียงดัง พวกมันจำตัวตน
ของหนวดปลาหมึกตรงหน้าได้เป็นอย่างดี ก่อนหน้านี้มัน
คือจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ผู้แสนยิ่งใหญ่ในมหาสมุทร
ทมิฬ แต่เวลานี้เหลือเพียงแค่หนวดยักษ์นี้เท่านั้น!
เมื่อเทียบกับคราบโลหิตภายในป่าทมิฬที่ อู่ อวี้ พบแล้ว
กลืนกินเข้าไปก่อนหน้านี้แล้ว หนวดปลาหมึกชิ้นนี้ใหญ่
กว่าและมีคุณค่ากว่ามากนัก แม้แต่ราชันปีศาจระดับสูงก็
ยังต้องการเศษชิ้นส่วนของหนวดเส้นนี้
“อาจเป็นเพราะอยู่ในวารีทมิฬหยินผสานมาอย่าง
ยาวนาน จึงทำให้หนวดชิ้นนี้เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตอัน
แกร่งกล้าเป็นอย่างยิ่ง หากได้กลืนกินมันข้าคงรู้สึกดีเป็น
อย่างยิ่ง!”
อู่ อวี้ เฝ้าสังเกตการณ์จากรอบนอก เมื่อเห็นซากศพของ
จักรพรรดิปีศาจ หัวใจของพวกเขาทั้งสามก็เต้นกระหน่ำ
ขึ้นเล็กน้อย
สำหรับหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซี หาก อู่ อวี้ สามารถ
กลืนกินซากศพของจักรพรรดิปีศาจ ก็เทียบเท่ากับการที่
พวกเขาจะได้รับความสามารถ ‘ส่งต่อ’ ซึ่งทำให้
อาณาจักรเต๋าของพวกเขายกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความสามารถ ‘ส่งต่อ’ ของ อู่ อวี้ ช่วยยกระดับ
อาณาจักรฝึกตนให้กับพวกเขาได้อย่างใหญ่หลวง
ในเวลานี้ราชันปีศาจจำนวนมากต่างแสดงท่าทางตื่นเต้น
อย่างเห็นได้ชัด พวกมันไม่มั่นใจว่าตนเองพบเห็นซากศพ
ของจักรพรรดิปีศาจที่นี่จริง ๆ พวกมันคิดว่าส่วนใหญ่
เป็นกับดักของราชันปีศาจสงัดทมิฬ แต่ไม่คาดคิดว่า
หนวดปลาหมึกที่ปรากฏขึ้นจะเป็นของจักรพรรดิสมุทร
ทมิฬ
ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก แต่พวกมันก็อยู่ที่นี่แล้ว ซึ่งดู
เหมือนว่าโอกาสของพวกมันจะไม่สูญเปล่า หากพวกมัน
ได้รับซากศพของจักรพรรดิสมุทรทมิฬแล้วละก็ …
ราชันปีศาจหลายคนเริ่มวางแผนร้ายอยู่ในใจ โดยมี
เป้าหมายอยู่ที่หนวดปลาหมึกยักษ์
ตอนนี้พวกมันเริ่มเชื่อราชันปีศาจสงัดทมิฬเล็กน้อย
เพียงแต่ตอนนี้พวกมันไม่เห็นการก่อตัวของค่ายกลเซียน
รอบ ๆ หนวดปลาหมึกยักษ์ แต่สัมผัสได้ถึงเค้าลางของ
ค่ายกลเซียนอย่างเลือนราง ซึ่งพวกมันก็ไม่แน่ใจว่าค่าย
กลเซียนนั้นคืออะไร
ราชันปีศาจสงัดทมิฬมิได้กล่าวอันใดมากนัก ทันใดนั้น
ราชันปีศาจหลายตนก็เริ่มลงมือ
ราชันปีศาจบางคนระแวดระวังเล็กน้อย และไม่กล้าทำ
อะไรผลีผลาม
อย่างไรก็ตามเมื่อมองไปที่ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์มันเป็น
คนแรกที่เข้าไปใกล้หนวดปลาหมึก แน่นอนว่าราชัน
ปีศาจตนอื่น ๆ ก็เริ่มลงมือเช่นกัน
หากสูญเสียโอกาสที่จะได้รับรับซากศพของจักรพรรดิ
ปีศาจ คงถือเป็นการสูญเสียอย่างใหญ่หลวง
ราชันปีศาจทั้งหมดต่างเคลื่อนกายเข้าไปใกล้หนวด
ปลาหมึกอย่างระมัดระวัง
ส่วน อู่ อวี้ ก็ติดตามราชันปีศาจทั้งหลายไปอย่างเงียบ ๆ
โดยที่ไม่มีราชันปีศาจตนใดสัมผัสได้ถึงเขา
แต่ราชันปีศาจสงัดทมิฬที่อยู่ด้านหน้า ทำให้ อู่ อวี้ สนใจ
เล็กน้อย เขาสัมผัสได้ว่าอาจมีบางสิ่งเกิดขึ้นในภายหลัง
——————-