กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1546: ปราณหยินทมิฬ
ราชันปีศาจตนอื่น ๆ แหวกว่ายติดตามราชันปีศาจสงัด
ทมิฬ ค่อย ๆ เข้าใกล้ซากศพจักรพรรดิสมุทรทมิฬ
รอบ ๆ หนวดของซากจักรพรรดิปีศาจถูกปกคลุม
ป้องกันไว้ด้วยค่ายกลเซียน แต่ดูเหมือนมันจะไม่ค่อย
แข็งแกร่งเท่าที่คิด
ค่ายกลเซียระดับนี้ แค่ราชันปีศาจสงัดทมิฬเพียงลำพังก็
สามารถทำลายมันได้อย่างแน่นอน
เรื่องนี้ทำให้ราชันปีศาจหลายตนเกิดความสงสัยอยู่ในใจ
ดังนั้นราชันปีศาจดึกดำบรรพ์จึงก้าวออกมาด้านหน้า
แล้วถามเรื่องที่สงสัยด้วยน้ำเสียงเย็นชา ” ราชันปีศาจ
สงัดทมิฬไหนเจ้าบอกว่าราชันปีศาจระดับสูงเป็นผู้จัด
วางค่ายกลเซียนนี้ แต่เท่าที่เห็นมันไม่ได้แข็งแกร่งอันใด
เลย ลำพังแค่ตัวเจ้าก็สามารถทำลายมันได้แล้วมิใช่หรือ?
ข้าไม่รู้จริง ๆ เพราะเหตุใดเจ้าถึงเรียกรวมตัวพวกเรา
ทั้งหมด! ”
คำถามนี้เป็นสิ่งที่ราชันปีศาจตนอื่น ๆ ก็อยากจะไต่ถาม
ออกไปเช่นเดียวกัน นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ สำหรับพวกมัน
บางทีพวกมันอาจจะติดกับดักของราชันปีศาจสงัดทมิฬ
เขาให้แล้ว และอาจจะถูกกักขังไว้ที่นี่ ด้วยเหตุนี้พวกมัน
จึงพยายามระมัดระวังตัวให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกมันจะสงสัยในตัวของราชันปีศาจ
สงัดทมิฬ เพราะค่ายกลเซียนตรงหน้าไม่ได้แข็งแกร่ง
อย่างที่คิด
แต่ดูเหมือนราชันปีศาจสงัดทมิฬจะเตรียมพร้อมมาเป็น
อย่างดีสำหรับเรื่องนี้ มันกล่าวด้วยท่าทีจริงใจขึ้นว่า ”
คิดว่าข้ากล้าหลอกลวงพวกเจ้างั้นหรือ? สิ่งที่ข้าได้กล่าว
ไปก่อนหน้านี้ล้วนเป็นเรื่องจริงทุกประการ ยามนี้เจ้า
อาจจะเห็นว่าค่ายกลเซียนตรงหน้าไม่ได้แข็งแกร่งอันใด
แต่เมื่อใดที่เจ้าเข้าไปใกล้มันความแข็งแกร่งก็จะทำเพิ่ม
มากขึ้นเป็นสิบเท่า ลำพังข้าเพียงผู้เดียวยากที่จะทำลาย
มันได้จริงๆ ๆ ”
คำกล่าวของมันฟังดูน่าเชื่อถือ เมื่อราชันปีศาจดึกดำ
บรรพ์ได้ยินคำอธิบายของมันจึงไม่กล่าวอะไรมาก ” ไป
กันเถอะ… ระวังตัวกันด้วย ”
ราชันปีศาจตนอื่น ๆ ระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก ถึงแม้
ซากศพจักรพรรดิปีศาจจะอยู่ตรงหน้าของพวกมันแล้วก็
ตาม
สิ่งนี้อาจทำให้พวกมันกลายเป็นจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์
ได้ ในเมื่อสิ่งสำคัญมาปรากฏอยู่ตรงหน้า พวกมันย่อมไม่
ยอมพ่ายแพ้ง่าย ๆ อย่างเด็ดขาด ต่อให้พวกมันจะต้อง
พบเจอภยันตรายอย่างหนัก แต่พวกมันก็จะสู้ยิบตา
ราชันปีศาจทั้งหมดและกลุ่มของ อู่ อวี้ ค่อย ๆ เข้าใกล้
ซากศพจักรพรรดิปีศาจ
ถึงจะบอกว่ากลุ่มของ อู่ อวี้ เข้าใกล้ ทว่าทั้งสามก็ยังเว้น
ระยะห่างจากกลุ่มราชันปีศาจมากโขทีเดียว จนป่านนี้
พวกมันก็ยังไม่สังเกตเห็นพวกทั้งสามแม่แต่น้อย
ยิ่งเข้าใกล้หนวดของจักรพรรดิปีศาจมากเท่าไหร่ พวก
มันก็ยิ่งตื่นตัวมากขึ้นเท่านั้น แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้ง
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันได้!
หลังจากพวกมันเข้าใกล้หนวดจักรพรรดิปีศาจได้ระยะ
หนึ่ง สิ่งที่ไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้น
ปุ่มดูดที่อยู่ใต้หนวดซากศพจักรพรรดิปีศาจ อยู่ ๆ ก็พ่น
ควันสีดำสนิทออกมา หลังจากนั้นกระแสน้ำก็พัดพาควัน
ดังกล่าวกระจายตัวออกไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ปิดล้อม
ผู้คนที่อยู่ใกล้เคียง
หลังจากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เหล่าราชันปีศาจทั้งหลายก็มี
ปฏิกิริยาตอบสนองทันที พวกมันแต่ละตนปลดปล่อย
พลังอิทธิฤทธิ์แลงัดสารพัดวิธีมาต่อสู้กับควันสีดำเหล่านี้
“ราชันปีศาจสงัดทมิฬเจ้าต้องไม่ตายดี!”
ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์กรีดร้องคำรามออกมา และก่อน
จะสิ้นเสียงร่างของมันก็ถูกกลบบังด้วยควันสีดำ
บัดนี้ราชันปีศาจทั้งหมดถูกขังอยู่ที่นี่!
” สิ่งนี้คือปราณหยินทมิฬ มันเป็นปราณที่มีอยู่ดั้งเดิม
ของอสูรอเวจีสมุทรทมิฬ แม้แต่ราชันปีศาจสงัดทมิฬก็มี
เช่นเดียวกัน แต่ปราณหยินทมิฬที่ปลดปล่อยออกมาจาก
จักรพรรดิสมุทรทมิฬย่อมน่าสะพรึงกลัวกว่ามันมาก! ”
อู่ อวี้ ได้ความทรงจำของราชันปีศาจเขาทอง ทำให้เขารู้
พิษสงของอสูรอเวจีสมุดทมิฬเป็นอย่างนี้ แต่เมื่อได้เห็น
ด้วยตาของตนเองเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง จากนั้นก็
คอยเตือนตนเองว่าอย่าประมาทอย่างเด็ดขาด
จากความทรงจำของราชันปีศาจเขาทอง อู่ อวี้ จึงรู้ดีว่า
ปราณหยินทมิฬมีฤทธิ์เดชและพิษสงเช่นไร มันจะส่งผล
กระทบเป็นอย่างมากต่อผู้ที่มีธาตุทองและไฟ
ทุกสรรพสิ่งถูกสร้างมาให้ยับยั้งซึ่งกันและกัน หรือไม่ก็
เป็นปรปักษ์กันเฉกเช่นดั่งหยินหยาง
ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้ราชันปีศาจเกือบทั้งหมดติดแหง็กอ
ยู่ในพื้นที่นี้ดังกล่าว
ความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัวพร้อมกับปราณหยินทมิฬ
ของจักรพรรดิปีศาจ แผ่กระจายออกมาอย่างรุนแรงมัน
กลืนกินปกคลุมราชันปีศาจทุกตัวตนรวมทั้งกลุ่มของ อู่
อวี้ ด้วย
ปราณหยินทมิฬกำลังกลืนกินธาตุหยางของบุรุษ ระดับ
ความเร็วของมันนั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ยามนี้ทุก
สรรพสิ่งถูกปกคลุมห่อหุ้มด้วยปราณหยินทมิฬ จนไม่
สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไปไหนได้
” มิน่าล่ะ… ราชันปีศาจสงัดทมิฬถึงได้ส่งเทียบเชิญราชัน
ปีศาจเหล่านี้มา นอกจากนี้พวกมันทุกตัวตนล้วนมี
คุณสมบัติธาตุทองและไฟ แต่มันใช้วิธีใดถึงปลดปล่อย
ปราณหยินทมิฬออกมาโจมตีราชันปีศาจเหล่านี้ได้? อีก
ทั้งตัวมันเองก็ไม่มีธาตุทองและไฟ ดังนั้นจึงไม่ได้รับ
ผลกระทบจากปราณหยินทมิฬของซากศพจักรพรรดิ
ปีศาจ! ”
กล่าวได้ว่าปัจจุบันเหล่าราชันปีศาจและ อู่ อวี้ ก็เข้าใจ
ความคิดของราชันปีศาจสงัดทมิฬได้ในที่สุด แต่ทุกคนรู้ดี
ว่ามันสายเกินไปแล้ว
หากราชันปีศาจสงัดทมิฬไม่ส่งเทียบเชิญเรียกราชัน
ปีศาจเหล่านี้ให้มารวมตัวกันที่นี่ เมื่อมาฟังจากคำบอก
เล่าของมันแล้ว ต่อให้ปราณหยินทมิฬไม่โจมตีมันก็ตาม
แต่มันยังบังคับให้ออกไปจากพื้นที่ไม่ให้เข้าใกล้อาณา
บริเวณของซากศพจักรพรรดิโบราณ
ปัจจุบันด้วยดำรงอยู่ของราชันปีศาจจำนวนมาก จึง
ดึงดูดปราณหยินทมิฬ อันที่จริงควันสีดำเหล่านี้ได้ช่วย
ปกปิดร่องรอยของราชันปีศาจสงัดทมิฬ
ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ , ราชันปีศาจม่วงทอง , ราชัน
ปีศาจทองวิบัติ , ราชันปีศาจสยบบรรพกาล ฯลฯ ราชัน
ทั้งหมดที่กล่าวมาในข้างต้นล้วนมีคุณสมบัติธาตุเป็นธาตุ
ทองกับไฟโดยทั้งสิ้น ส่งผลให้พวกมันทั้งหมดถูกกลืนกิน
ปกคลุมจมอยู่ใต้ม่านหมอกทมิฬ ธาตุหยางบนร่างของ
พวกมันถูกปราณหยินทมิฬกลืนกินอย่างต่อเนื่อง
“ราชันปีศาจสงัดทมิฬเจ้าต้องไม่ดี! อ๊ากกก!!!”
เฉกเช่นดั่งลูกผสมอย่างปีศาจสยบบรรพกาล ที่มีร่างกาย
คล้ายทั้งแมงกะพรุนและปลาหมึก เวลานี้เปลวเพลิงสี
ทองม่วงระเบิดออกมาจากร่างของมัน ด้วยปรารถนาที่
จะเผาผลาญปราณหยินทมิฬที่อยู่รอบ ๆ ให้สิ้นซาก!
แต่ทันทีที่เปลวเพลิงสีทองและสีม่วงปะทะเข้ากับ
ปราณหยินทมิฬ มันก็ถูกปราณหยินทมิฬกลืนกินสูญ
สลายไปอย่างสมบูรณ์ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทำให้
ราชันปีศาจสยบบรรพกาลติดแหง็กอยู่ท่ามกลางปราณห
ยินทมิฬ
ในเวลาเดียวกันรัศมีเปลวเพลิงทองคำก็ถูกกลืนกินอย่าง
บ้าคลั่ง
“เมื่อใดที่ข้าหลุดรอดออกไป เจ้าเตรียมใจไว้ได้เลย!”
ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์รู้สึกวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น
เนื่องจากปริมาณของปราณหยินทมิฬรอบตัวของมัน มี
จำนวนมหาศาลทั้งยังจู่โจมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้
มันรู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนแอลงเรื่อย ๆ
” ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเจ้าควรกังวลว่าตนเองจะหลุดพ้นจาก
ปราณทมิฬเบื้องหน้าได้อย่างไรจะดีกว่า หรือต่อให้หลุด
รอดออกมาได้ เวลานั้นข้าราชันปีศาจสงัดทมิฬคงกลืน
กินซากศพจักรพรรดิปีศาจไปแล้ว เมื่ออาณาจักรฝึกตน
ยกระดับขึ้น พวกเจ้าจะทำอันใดข้าได้? ”
ราชันปีศาจสงัดทมิฬหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นก็
ทะยานออกจากอาณาเขตที่ได้รับผลกระทบจากปราณห
ยินทมิฬทันที
ตอนนี้ปราณหยินทมิฬกำลังโจมตีเข้าใส่ราชันปีศาจ
จำนวนมากที่มีคุณสมบัติธาตุทองและธาตุไฟ แม้แต่ อู่
อวี้ ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ยามนี้ไม่มีผู้ใด
สามารถหยุดยั้งราชันปีศาจสงัดทมิฬไว้ได้อีกต่อไป
ท่ามกลางเสียงหัวเราะของราชันปีศาจสงัดทมิฬ ดูราว
กับว่าไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งการเก็บหนวดจักรพรรดิ
สมุทรทมิฬของมันได้
ดังนั้นมันจึงรู้สึกว่าหนวดต้องตกเป็นของมันอย่างแน่แท้
หลังจากกลืนกิน ด้วยพลังมหาศาลนี้จะช่วยยกระดับ
อาณาจักรการฝึกตนของมันอย่างไม่อาจจินตนาการได้
ซึ่งเป็นไปได้สูงมากที่มันจะกลายเป็นราชันปีศาจอันดับ
ต้น ๆ หรือบางทีมันอาจจะบรรลุสู่ระดับจักรพรรดิปีศาจ
นิรันดร์เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามยังมีตัวแปรอื่นที่มันพลาดไปนั่นก็คือ อู่ อวี้
แม้ อู่ อวี้ จะมีธาตุสมบัติเป็นธาตุหยาง และเป็นอีกผู้
หนึ่งที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของปราณหยินทมิฬ
ส่วนหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีมิได้มีธาตุทองหรือธาตุ
ไฟ
แม้ว่าทั้งสองจะอยู่ภายในอาณาเขตของปราณหยินทมิฬ
แต่ก็ไม่ถูกโจมตีเช่นเดียวกับเขา
” เราจะส่งเจ้าเข้าไปข้างใน ส่วนวิธีจัดการกับราชัน
ปีศาจสงัดทมิฬขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”
หนานซานหวางเยว่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง นี่ถือเป็นการ
เดิมพัน
เขากับเย่ซีซีมิได้ถูกปราณหยินทมิฬโจมตี ดังนั้นจึง
สามารถช่วย อู่ อวี้ ให้ออกมาจากอาณาเขตของมันได้
เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า
อาณาเขตโดยรอบซากศพของจักรพรรดิปีศาจไม่มี
ปราณหยินทมิฬ
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วปราณหยินทมิฬ โดนถูกดึงดูดจากโลหิต
ธาตุหยางของเหล่าราชันปีศาจ เป็นเช่นดั่งม่านปราการ
อันไร้สิ้นสุดปกคลุมอยู่เหนือศีรษะของพวกมัน
เนื่องจากปราณหยินทมิฬมิได้แผ่ขยายอาณาเขตจน
ครอบคลุมซากศพจักรพรรดิปีศาจ ดังนั้นราชันปีศาจ
สงัดทมิฬจึงมีโอกาสไขว่คว้ามาครอบครอง
ตอนนี้พวกเขากระทำได้เพียงส่ง อู่ อวี้ ออกไปจากอาณา
เขตนี้เท่านั้น แต่ราชันปีศาจสงัดทมิฬมีพื้นฐานฝึกตนอยู่
ในระดับอาณาจักรราชันปีศาจหกสวรรค์ ดังนั้นการ
เอาชนะคู่ต่อสู้แล้วฉกชิงซากศพจักรพรรดิปีศาจจึงถือ
เป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่ง
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ มีวิธีแสวงหาโชควาสนาในคราว
เคราะห์
” ไป ”
อู่ อวี้ ตัดสินใจอย่างไม่ลังเล ถึงเขาจะสามารถทานทน
การโจมตีจากปราณหยินทมิฬ แต่ก็มิได้หมายความว่า
เขาจะสามารถยืนหยัดได้ตลอดไป
ถ้าหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีมิได้ส่งเขาเข้าไป เขาก็คง
ไม่มีวิธีหยุดยั้งราชันปีศาจสงัดทมิฬ และติดแหง็กอยู่
ภายในปราณหยินทมิฬเฉกเช่นเดียวกับราชันปีศาจตน
อื่น ๆ
ดังนั้นการเดิมพันจึงถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า บางทีเขา
อาจสังหารราชันปีศาจสงัดทมิฬก็เป็นได้
แน่นอนว่าเหตุผลหลักเป็นเพราะ อู่ อวี้ เข้าใจความ
แข็งแกร่งในปัจจุบันของตนเองเป็นอย่างดี จึงรู้ว่ามีวิธีใด
ที่ตนจะสามารถจัดการกับราชันปีศาจสงัดทมิฬ แม้จะ
ไม่ได้รับชัยชนะ แต่ก็มิได้เพลี่ยงพล้ำจนหมดท่า
นอกจากนี้หากเขาสามารถฉกชิงซากศพจักรพรรดิปีศาจ
มาได้ การกู้คืนพลังที่สูญเสียไปก็มิใช่ปัญหา ทั้งยังเป็นไป
ได้ว่าเขาจะแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่า
ดังนั้นกุญแจสำคัญคือการได้รับซากศพจักรพรรดิปีศาจ
เขาสามารถมองเห็นได้อย่างแจ่มชัดว่า ซากศพส่วนหนึ่ง
ของจักรพรรดิปีศาจสมุทรทมิฬที่หลงเหลืออยู่เมื่อหลาย
ล้านปีก่อนจนถึงปัจจุบัน ยังคงเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตอัน
แรงกล้า
แก่นแท้แห่งเนื้อหนังที่อยู่ภายในนั้น ถือเป็นสมบัติชั้นสูง
สำหรับเขาเลยก็ว่าได้ หากเขาได้รับมัน ต่อให้ต้อง
สูญเสียมากเพียงใดก็ยังนับว่าคุ้มค่า!
หลังจากได้รับคำตอบยืนยันของ อู่ อวี้ หนานซานหวาง
เยว่กับเย่ซีซีก็ไม่ลังเลที่จะปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์ส่งร่าง
ของ อู่ อวี้ พุ่งทะยานเข้าไปใกล้ซากศพจักรพรรดิปีศาจ
อย่างรวดเร็ว
ปราณหยินทมิฬยังคงกลืนกินพลังธาตุหยางของ อู่ อวี้
อย่างต่อเนื่อง เดิมทีแล้วมันมิได้สนใจหนานซานหวาง
เยว่กับเย่ซีซี แต่เมื่อพวกเขาต้องการสนับสนุน อู่ อวี้
ปราณหยินทมิฬเหล่านี้เริ่มแพร่กระจายมายังพวกเขา
เช่นกัน แต่จำนวนยังน้อยกว่ามาก ดังนั้นทั้งสองจึง
สามารถทานทนได้ชั่วคราว
หลังจากนั้นไม่นานภายใต้การสนับสนุนจากคนทั้งสอง อู่
อวี้ ได้ทะยานข้ามผ่านปราณหยินทมิฬ เข้าใกล้ซากศพ
จักรพรรดิปีศาจอย่างรวดเร็ว!
ปัจจุบันราชันปีศาจสงัดทมิฬก็อยู่ที่นี่แล้วเช่นกัน มันคิด
จะเก็บซากศพจักรพรรดิปีศาจ หนวดปลาหมึกของ
จักรพรรดิสมุทรทมิฬ
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็พุ่งทะยานออกจากวงล้อมปราณหยิน
ทมิฬ พลันปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าราชันปีศาจสงัดทมิฬ
ทันที
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้ราชันปีศาจสงัดทมิฬ
ประหลาดใจเล็กน้อย มันเหลือบมองไปยัง อู่ อวี้ แล้ว
พบว่าตนเองไม่เคยเห็นเด็กหนุ่มผู้นี้มาก่อน
ผู้ที่อยู่ในอาณาจักรเทวะเจ้าเขตแดนเข้ามาที่นี่ได้
อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนว่าเขาจะมิใช่เทพปีศาจ แล้วคนผู้นี้
มาจากไหน?
แต่ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้มันอยู่ห่างจากซากศพจักรพรรดิ
ปีศาจแค่ก้าวเดียวเท่านั้น ไม่มีทางที่มันจะยอมให้ผู้อื่น
ทำลายโอกาสดี ๆ เช่นนี้ไปเด็ดขาด
มันรอเวลานี้มาเนิ่นนาน มันวางแผนหลอกล่อจนเป็น
ศัตรูกับราชันปีศาจมากมาย หากทำไม่สำเร็จมันคงได้จบ
สิ้นอย่างแน่แท้
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นผู้ใด แต่หาญกล้าเข้ามารบกวนการเก็บ
ซากศพจักรพรรดิปีศาจ เช่นนั้นก็จงตายเสียเถอะ”
ราชันปีศาจสงัดทมิฬซึ่งอยู่ในร่างของปลาหมึกยักษ์ เอ่ย
ขึ้นอย่างเย็นชา มันตั้งใจจัดการกับ อู่ อวี้ ก่อน แล้วค่อย
เก็บซากศพจักรพรรดิปีศาจ
ด้วยสถานการณ์ในยามนี้ราชันปีศาจตนอื่น ๆ ล้วนถูก
ปิดล้อมโดยปราณหยินทมิฬ จึงไม่ถือเป็นภัยคุกคามกับ
ราชันปีศาจสงัดทมิฬ ตราบใดที่สามารถจัดการหนุ่มน้อย
ผู้อยู่ในอาณาจักรเทวะให้พ้นทาง ก็จะไม่มีผู้ใดสามารถ
ขัดขวางมันได้อีกต่อไป
เดิมทีมันไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่เมื่อเห็น
ว่า อู่ อวี้ อยู่แค่ในอาณาจักรเทวะเจ้าเขตแดน มันก็ลด
ความระมัดระวังลงอย่างมาก จ้องมองเขาอย่างไม่แยแส
เช่นเดียวกับผู้ที่กำลังทำภารกิจสำคัญ ไฉนต้องมาสนใจ
มดปลวกริมทางด้วยเล่า?
มันสามารถบดขยี้สังหารศัตรูโดยใช้แค่นิ้วเพียงข้าง
เดียว
อู่ อวี้ ทะยานเข้ามาในบริเวณที่ไม่มีปราณหยินทมิฬ ซึ่ง
มีราชันปีศาจสงัดทมิฬและซากศพจักรพรรดิปีศาจอยู่ที่นี่
แล้ว
ส่วนหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีที่เกือบจะถูกปราณห
ยินทมิฬโจมตี อู่ อวี้ จึงบอกให้พวกเขาเข้ามาหลบซ่อน
ตัวอยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิดก่อนชั่วคราว
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับราชันปีศาจสงัดทมิฬผู้แข็งแกร่ง
ด้วยพลังของพวกเขาคงไม่สามารถช่วยเหลืออันใดได้
มากนัก
” ถึงแม้ข้าจะอยู่ที่นี่แล้ว แต่การบดขยี้ราชันปีศาจสงัด
ทมิฬก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ”
อู่ อวี้ สงบจิตใจ เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามเตรียมเปิดฉากลง
มือด้วยพลังอิทธิฤทธิ์ เขาก็ระเบิดความแข็งแกร่งพร้อม
ต่อสู้กลับไปเช่นกัน
นี่ถือเป็นโอกาสล้ำค่าซึ่งหาได้ยากยิ่ง ตราบใดที่ไขว่คว้า
มันไว้ได้ ซากศพจักรพรรดิปีศาจก็จะเป็นของเขา ซึ่งถือ
ว่าดียิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับราชันปีศาจจำนวนมากด้าน
นอกในเวลาเดียวกัน
———————-