กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1550: อาณาจักรวัชระอมตะนิรันดร์
ขั้นสุดท้ายของกายาเพชรอมตะมีชื่อว่า อาณาจักรวัชระ
อมตะนิรันดร์
ดูเหมือนว่ามันจะเป็นบัญญัตินิรันดร์ของชาวพุทธ
ขั้นที่ 10 ของกายาเพชรอมตะ ถูกแบ่งออกเป็น 9 ระดับ
หลังจากข้ามผ่าน ‘ทัณฑ์วัชระ’ เก้าครั้ง กายเนื้อก็จะเกิด
การเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ในที่สุดก็บรรลุนิรัน
ดร์กลายเป็นอมตะ
อู่ อวี้ ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับการฝึกฝนในขั้นนี้สัก
เท่าใดนัก เนื่องจากหมิงซวงยังไม่เคยมาถึงขั้นนี้มาก่อน
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงต้องทำความเข้าใจด้วยตนเอง ซึ่ง
กว่าจะประสบความสำเร็จก็คงไม่รวดเร็วง่ายดายถึง
เพียงนั้น
อู่ อวี้ ศึกษาตัวอักษรสัจจคาถา 1,000 คำสุดท้ายอยู่
ภายในรอยแยกแห่งความว่างเปล่า เขาพยายามทบทวน
ทำความเข้าใจนับพันครั้ง หมื่นครั้ง แสนครั้ง …
สำหรับอักษรสัจจคาถา 1,000 คำสุดท้ายมีความลึกซึ้ง
เป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังคลุมเครือไม่ชัดเจน ยากเกินกว่าจะ
เข้าใจ เรียกได้ว่ายากเย็นที่สุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่า
เขาพยายามอ่านทบทวนนับ 100,000 ครั้ง แต่เขาก็รู้สึก
ว่าตนเองยังไม่เข้าใจมันอย่างลึกซึ้งเพียงพอ
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังไม่รีบร้อน ส่วนเหล่าราชันปีศาจที่
อยู่ด้านนอกมหาสมุทรทมิฬกำลังอยู่ในอาการวิตกกังวล
อย่างที่สุด
ปัจจุบันพวกมันกำลังมองหาเบาะแสร่องรอยของ อู่ อวี้
ตามรอยแยกแห่งความว่างเปล่ากันให้ควั่ก เป็นเพราะว่า
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับซากศพจักรพรรดิปีศาจ ซึ่งมี
ความสำคัญกับพวกมันเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นพวกมันจะไม่
มีวันยอมแพ้โดยไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ขณะเดียวกันเหล่าราชันปีศาจก็สั่งให้พวกพ้องคอยเป็นหู
เป็นตาสืบเสาะหาข่าวคราวที่เกิดขึ้นในภพเทพปีศาจ
ปัจจุบันเวลาผันผ่านมาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่ อู่ อวี้
ได้รับซากศพจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ไปครอบครอง
จากระยะเวลาดังกล่าวพวกมันจึงคิดว่า อู่ อวี้ คงไม่ได้
หลบซ่อนตัวอยู่ในรอยแยกแห่งความว่างเปล่า และคงจะ
ออกจากมหาสมุทรทมิฬไปแล้วด้วยซ้ำ
นอกจากนี้เหล่าราชันปีศาจยังรู้ว่า อู่ อวี้ มีความสามารถ
ในการหลบหนีอย่างน่าเหลือเชื่อ
การปิดผนึกมหาสมุทรทมิฬของพวกมันอาจถูกทำลาย
โดย อู่ อวี้
เช่นนั้น อู่ อวี้ กับพรรคพวกจะต้องไปปรากฏตัวที่ใดสัก
หนึ่งในภพเทพปีศาจ ซึ่งถ้าเป็นกรณีดังกล่าวเหล่าเทพ
ปีศาจสามารถถามข่าวคราวกับพวกเทพปีศาจได้
เมื่อเหล่าราชันปีศาจผนึกกำลังร่วมมือกัน พลังความ
แข็งแกร่งและอิทธิพลของมันในภพเทพปีศาจค่อนข้าง
เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งหมายความว่าพวกมันย่อมมี
แหล่งข้อมูลกว้างขวางมาก
พวกเหล่าราชันปีศาจอยู่ภายในภพเทพปีศาจนานหลาย
ปีจึงมีประสบการณ์ความช่ำชองเป็นอย่างมาก และ
แน่นอนว่าพวกมันจะต้องมีพวกพ้องมิตรสหายหลาย
กลุ่มหลายคนคอยเป็นหูเป็นตาให้มัน
พวกมันกระจายข่าวเรื่องตามหาหนูน้อยทั้งสาม แต่ไม่ได้
บอกว่าไฉนถึงตามหาพวกเขา
แต่ถ้าพวกมันบอกเรื่องจริงออกไป เกรงว่าทั้งภพเทพ
ปีศาจคงเกิดความปั่นป่วนโกลาหลกันยกใหญ่ ทั้งหมด
เป็นเพราะซากศพจักรพรรดิปีศาจ
จวบจนปัจจุบันเวลาก็ผันผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว ข่าว
คราวเกี่ยวกับซากศพจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ยังคงถูกปิด
เงียบ ผู้ที่ล่วงรู้ก็มีเพียงแค่กลุ่มราชันปีศาจในมหาสมุทร
ทมิฬเท่านั้น
สำหรับ อู่ อวี้ นี่ก็ถือเป็นข่าวดี
หากมีคนรู้เรื่องนี้มากเกินไป เกรงว่าจะทำให้การฝึกฝน
ก้าวหน้าของเขาชะลอช้าลง ซึ่งสิ่งสำคัญในการฝึกฝนก็
คือเวลา
และรอยแยกแห่งความว่างเปล่าที่เขาหลบซ่อนตัว แม้จะ
มีเหล่าราชันปีศาจวนเวียนอยู่รอบ ๆ แต่พวกมันก็ยังไม่
สามารถค้นหาเขาพบ หรือถ้าพบก็คงต้องใช้เวลานาน
มาก
ส่วนรอยแยกแห่งความว่างเปล่าในมหาสมุทรทมิฬ ที่ถูก
ค้นหาพบ ก็พบเจอแต่ความว่างเปล่าไม่มีร่างของ อู่ อวี้
อยู่ในนั้น
รอยแยกความว่างเปล่าที่ถูกค้นหาแล้ว จะถูกทำ
เครื่องหมายจัดเรียงค่ายกลเซียนเอาไว้ภายนอก
เมื่ออยู่ภายใต้ค่ายกลเซียน อู่ อวี้ ไม่สามารถทะยาน
ออกมาด้านนอกกลางคันได้ มิฉะนั้นเขาอาจจะถูกค้นพบ
โดยค่ายกลเซียนเหล่านี้ และตำแหน่งที่เขาอยู่ในปัจจุบัน
จะถูกเปิดเผย
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ราชันปีศาจทั้งหลายได้ใช้
ร่างแยกออกไปค้นหาตามรอยแยกความว่างเปล่า โดยมี
ความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว
ในระยะเวลาสี่ถึงห้าร้อยปีที่ผ่านมา พวกมันค้นหาไปได้
เพียงหนึ่งในสิบของพื้นที่เท่านั้น
ส่วนทางด้านของ อู่ อวี้ เขายังคงศึกษาทำความเข้าใจ
อักษร 1000 คำสุดท้ายของกายาเพชรอมตะอยู่ภายใน
รอยแยกแห่งความว่างเปล่า เขาศึกษาทบทวนวนไปวน
มาอยู่หลายพันหลายหมื่นล้านครั้ง
แต่ความเข้าใจของเขาในปัจจุบัน ยังไม่ถึงระดับที่
สามารถทะลวงผ่านไปได้อย่างแท้จริง
ตอนนี้ อู่ อวี้ รู้แล้วว่า อาณาจักรวัชระอมตะนิรันดร์
จำเป็นต้องผ่าน ‘ทัณฑ์วัชระ’ ทั้งเก้า ซึ่งมันน่า
สะพรึงกลัวยิ่งกว่าทุกขั้นที่ผ่านมา ทัณฑ์นี้จะทำให้เขา
ทุกข์ทรมานอย่างสุดแสน
ทุกครั้งที่ข้ามผ่านทัณฑ์วัชระ อาณาจักรวัชระอมตะนิ
รันดร์จะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
เมื่อใดที่ข้ามผ่านระดับที่ 9 เมื่อนั้นถึงจะบรรลุนิรันดร์
น่าเสียดายที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าทัณฑ์วัชระจะมาถึง
เมื่อใด ทั้งหมดนี้ล้วนขึ้นอยู่กับความเข้าใจในอักษร
1000 คำและเต๋าบางส่วนก่อนหน้านี้ของ อู่ อวี้
ในที่สุดเมื่อเวลาผันผ่านไป 500 ปี หลังจากได้รับซากศพ
จักรพรรดิปีศาจ อู่ อวี้ ก็อาศัยความเข้าใจที่ได้รับจาก
การกลืนกิน จนสามารถเผชิญหน้ากับทัณฑ์วัชระขั้น
แรก
ไม่คาดคิดว่าทันใดนั้นเอง อักษร 1,000 ภายในร่างของ
เขาจะควบแน่นกลายเป็น ‘ดาบวัชระ’ ขึ้นมาทีละเล่ม
ๆ
ผ่านไปเพียงเสี้ยวอึดใจทั่วทั้งร่างของเขาก็อัดแน่นไป
ด้วยดาบวัชระจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งเทียบเคียงได้กับ
ศาสตราเซียนไร้ลักษณ์
ต่อมาดาบวัชระก็ทะลุออกมาจากร่างของเขา พร้อมกับ
หั่นเฉือนเนื้อหนังของเขาอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งความ
เจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างไร้สิ้นสุด
ความเจ็บปวดที่ได้รับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าตอนที่เขาอยู่
ในมหาสมุทรลาวาหลอมเหลวเสียอีก ท้ายสุดแล้วนี่คือ
การสะบั้นฟันหั่นเฉือนจากดาบวัชระจำนวนนับไม่ถ้วน
การฉีกขาดครั้งแล้วครั้งเล่า จนร่างแทบแหลกสลาย
นำมาซึ่งความเจ็บปวดอย่างสุดแสน เป็นเหตุให้ อู่ อวี้
แทบจะทานทนแบกรับไม่ไหว
” มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าจะยอมแพ้ได้อย่างไร? ข้าจักมีชีวิตนิ
รันดร์! ”
นี่เป็นเพียงขั้นแรกของอาณาจักรวัชระอมตะนิรันดร์
เท่านั้น
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็หาได้หวาดกลัวไม่ หากล้มแล้วก็เป็นเพราะ
เขายังพยายามไม่พอ ดังนั้นเขาจึงฝืนบังคับตนเองให้ไป
เผชิญหน้ากับทัณฑ์วัชระอย่างสงบ
ดาบวัชระจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งเกิดจากการควบแน่น
ของอักษร 1000 คำ ยังคงตัดเฉือนเนื้อหนังของเขา
อย่างต่อเนื่อง
เขาไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน อาจจะเป็นสิบหรือ
ร้อยปี ยามนี้พูดได้ว่าร่างกายของ อู่ อวี้ อยู่ในสภาพ
อเนจอนาถถึงขีดสุด มันถูกตัดเฉือนอย่างต่อเนื่อง ทั้งยัง
มีหลายครั้งที่กลายเป็นเพียงเศษเล็กเศษน้อย
หลังจากทานทนต่อความเจ็บปวดมาหลายร้อยปี
ความรู้สึกของเขาก็เริ่มด้านชา
เขาเริ่มคุ้นชินกับการถูกกรีดเฉือนเนื้อหนังเจียระไนด้วย
ดาบวัชระจำนวนนับแสนเล่มแล้ว
นี่ถือเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับ อู่ อวี้ มากทีเดียว
เมื่อเขาคุ้นชินกับการตัดเฉือนของดาบวัชระนับแสนเล่ม
เมื่อนั้นก็ถือได้ว่าเขาทำสำเร็จแล้ว
ในที่สุดดาบวัชระจำนวนนับไม่ถ้วนก็เริ่มสูญสลายหายไป
กายเนื้อของเขาก็น่าสะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้น
ความสามารถและความเร็วในการฟื้นตัวล้วนทวีความ
แข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่า
หลังจากดาววัชระนับแสนเล่มสลายหายไป ร่างกายที่
เคยถูกตัดเฉือนเป็นชิ้น ๆ ของเขา ก็แทบจะผสาน
รวมเข้าด้วยกันในทันทีทันใด
นี่คือดาบวัชระที่เกิดจากการควบแน่นของสัจจคาถากา
ยาเพชรอมตะ ดังนั้นอำนาจทำลายล้างแห่งความตายที่
นำมาสู่ อู่ อวี้ จึงน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
แต่ตอนนี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าดาบวัชระแสนเล่มที่ตัดเฉือน
ร่างกายของตนเอง ยังมิใช่ขีดจำกัดของเขา
หลังจากก้าวเข้าสู่อาณาจักรวัชระอมตะนิรันดร์ขั้นแรก อู่
อวี้ ก็รู้สึกว่าตนเองสามารถยกระดับต่อไปได้อีก
เนื่องจากเขาสามารถทำความเข้าใจพลังกฎสวรรค์สอง
วิถี จนบรรลุสู่อาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์ขั้นที่ 2
แต่คำถามก็คือทัณฑ์วัชระจะปรากฏอีกครั้งเมื่อใด
หลังจากอาศัยความเข้าใจทั้งหมดที่ได้มาจากสัจจคาถา
ดูเหมือนว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของทัณฑ์วัชระ
อย่างเลือนราง
เมื่อตระหนักได้เช่นนั้น อู่ อวี้ จึงท่องสัจจคาถาแลศึกษา
ไตร่ตรองอักษรทั้งหมดอีกครั้ง หมื่นล้าน แสนล้าน ล้าน
ล้าน สิบล้านล้านครั้ง …
วันเวลาผันผ่านไปปีแล้วปีเล่า อู่ อวี้ ศึกษาไตร่ตรอง
อักษรสัจจคาถานับครั้งไม่ถ้วน บวกกับอิทธิพลของ
ซากศพจักรพรรดิปีศาจก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ความเข้าใจ
ของเขาบรรลุถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง แล้ว
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงการมาของทัณฑ์วัชระอีก
ครั้ง
กล่าวได้ว่ายามนี้ถือเป็นความท้าทายที่ยากลำบากยิ่ง
สำหรับ อู่ อวี้ เมื่อทัณฑ์วัชระครั้งที่ 2 ปรากฏขึ้น สัจจ
คาถาภายในร่างของเขาก็ควบแน่นกลายเป็นดาบวัชระ
จำนวนนับล้านเล่ม เมื่อมันตัดเฉือนลงมา อู่ อวี้ ก็รู้สึก
เจ็บปวดทรมานมากกว่าเดิมนับสิบเท่า จนเขาแทบทาน
ทนไม่ไหว แทบจะสิ้นสติลงในที่สุด!
อย่างไรก็ตามขณะที่สติกำลังจะหลุดลอย เขาก็พยายาม
ยืนหยัดและเตือนสติตนเองให้ตื่นอยู่ตลอดเวลา
หลังจากท่องสัจจคาถานับล้านล้านครั้ง ในที่สุดทัณฑ์
วัชระก็ปรากฏขึ้น แล้วเขาจะยอมแพ้ตรงนี้ได้อย่างไร
มิฉะนั้นความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาคงสูญ
เปล่า
ปัจจุบันดาบวัชระจำนวนนับล้านเล่มกำลังตัดเฉือน
ร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งความเจ็บปวด
อย่างสุดแสน เรียกได้ว่าเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว!
ทุกเสี้ยวเวลา ดาบวัชระนับล้านเล่มล้วนตัดเฉือนเข้าไป
ในเลือดเนื้อ กระดูก อวัยวะภายใน ทั่วทุกซอกทุกมุมอณู
ร่างกาย ทั้งสะบั้น กรีดเฉือน หั่น คว้าน จนโลหิตสาด
กระเซ็นไปทั่วทุกแห่งหน
ก่อนที่เขาจะมีเวลาได้ฟื้นตัว ร่างกายของเขาก็ถูกฉีก
กระชากเป็นชิ้น ๆ จำนวนนับครั้งไม่ถ้วน
ขณะที่เขาทานทนต่อความเจ็บปวด เขาก็สัมผัสได้อย่าง
ชัดเจนว่า ในทุก ๆ ครั้งที่ดาบวัชระตัดเฉือนร่างกาย กาย
เนื้อของเขาก็จะแข็งแกร่งและฟื้นตัวเร็วมากยิ่งขึ้น
แม้ว่าร่างกายจะเจ็บปวด แต่จิตวิญญาณของเขายัง
มั่นคงแน่วแน่ ทำให้ อู่ อวี้ สามารถทานทนต่อความ
เจ็บปวดด้วยทัศนคติอันยอดเยี่ยม
ห้าพันปีผันผ่าน
เวลาล่วงเลยมาห้าพันปีแล้ว หลังจากที่ อู่ อวี้ ได้รับ
ซากศพจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์!
ในที่สุดเขาก็บรรลุอาณาจักรวัชระอมตะนิรันดร์ขั้นที่ 2
ส่งผลให้กายเนื้อของเขาแข็งแกร่งทรงพลังขึ้นอีกระดับ
หนึ่ง
อาจกล่าวได้ว่าหากต้องเผชิญหน้ากับราชันปีศาจสงัด
ทมิฬอีกครั้ง อู่ อวี้ สามารถบดขยี้พวกมันได้อย่าง
ง่ายดาย โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถเผา
ผลาญเลยแม้แต่น้อย
หรือจะกล่าวว่าพลังรบของ อู่ อวี้ เปลี่ยนแปลงไปจาก
เดิมอย่างสิ้นเชิง
“ ไม่รู้ว่ายามนี้ สถานการณ์ภายนอกจะเป็นเช่นใด ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิด ภายในมหาสมุทรทมิฬแห่งนี้ คาดว่าเหล่า
ราชันปีศาจคงไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
ท้ายที่สุดแล้วการปรากฏขึ้นของซากศพจักรพรรดิปีศาจ
ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งในรอบ 100,000 ปี ดังนั้น
ต่อให้ต้องเสียเวลาห้าพันปีก็หาได้สำคัญไม่ ตราบใดที่
ราชันปีศาจได้รับซากศพจักรพรรดิปีศาจก็ยังนับว่า
คุ้มค่า
อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัย อู่ อวี้ คิดจะส่งร่าง
อวตารของตนเองออกไปก่อน เพื่อตรวจสอบว่า
สถานการณ์ภายนอกเป็นเช่นใด
อีกทั้งในตอนนี้หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซียังคงปิดด่าน
ฝึกตนอยู่ หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นภายนอก อู่ อวี้ ก็สามารถ
ถ่วงเวลาไปได้สักพัก
อู่ อวี้ เปลี่ยนเป็นร่างจำแลงเซียนวานรทองคำ จากนั้นก็
ดึงขนนับแสนเส้นของตนเองออกมา พร้อมเป่าออกไป
ทันใดนั้นร่างอวตารแสนตนซึ่งแยกไม่ออกว่าผู้ใดเป็น
ผู้ใดก็ปรากฏขึ้น โดยที่ อู่ อวี้ ส่งร่างอวตารสองตนออก
จากรอยแยกความว่างเปล่าไปก่อน
ร่างอวตารทั้งสองออกจากรอยแยกความว่างเปล่าไป
อย่างเงียบเชียบ ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวที่เล็กมาก
โดยทั่วไปแล้วไม่ว่าผู้ใดที่อยู่ในมหาสมุทรทมิฬก็ยากจะ
สังเกตเห็น
อย่างไรก็ตามมีราชันปีศาจจำนวนไม่มากนักที่ยังคง
ค้นหาตำแหน่งของเขาด้วยร่างแยกตลอดเวลา ดังนั้น
หลังจากร่างอวตารทั้งสองออกไปแล้ว จึงไม่พบราชัน
ปีศาจอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
แต่ อู่ อวี้ มิกล้าประมาท เขายังคงสั่งให้ร่างอวตารทั้ง
สองคอยตรวจสอบบริเวณอื่น ๆ ในมหาสมุทรทมิฬอย่าง
ระมัดระวัง แล้วในที่สุดเขาก็ทราบสถานการณ์