กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1551: เลือกเป้าหมาย
หลังจากเวลาได้ผ่านไปได้ห้าพันปี อู่ อวี้ ก็ปล่อยร่าง
อวตารนอกวิถีออกไปตรวจสอบสถานการณ์ ซึ่งเขาก็ได้
พบเจอคนคุ้นหน้าคุ้นตาหลายคนป้วนเปี้ยนเตร็ดเตร่อยู่
ภายในมหาสมุทรทมิฬ นอกจากนี้บางคนก็คอยตรวจ
ตามรอยแยกความว่างเปล่า
” มหาสมุทรทมิฬกว้างใหญ่เกินไป รอยแยกความว่าง
เปล่าก็มีอยู่จำนวนนับไม่ถ้วน ความอดทนในการสำรวจ
สถานที่แห่งนี้ของพวกมันก็นับว่าน่าทึ่งเช่นเดียวกัน แต่
น่าเสียดาย จนป่านนี้พวกมันยังไม่พบที่ซ่อนตัวของเรา ”
อู่ อวี้ รู้สึกว่าขอบคุณอยู่ในใจ ถ้าหากพวกมันมาพบเจอ
เขาขณะที่กำลังฝึกฝน การฝึกฝนตนของเขาก็อาจจะ
หยุดชะงักกลางคันเอาได้
ถ้ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้น แม้แต่ อู่ อวี้ เองก็ยากจะบอก
ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เนื่องจากปัจจุบันความแข็งแกร่ง
ของเขายังไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดมากพอที่จะต่อสู้กับผู้มี
ฝีมืออยู่ในอาณาจักรปีศาจไร้ลักษณ์ขั้นที่ 6 ได้ทีละหลาย
ๆ คน
ซึ่งนับว่า อู่ อวี้ ยังโชคดีไม่น้อย อีกทั้งร่างอวตารนอกวิถี
ที่เขาปลดปล่อยออกไปสำรวจสถานการณ์ ก็พบเจอ
ร่องรอยของฝ่ายตรงข้าม และรู้ฝ่ายตรงข้ามได้ค้นหาตัว
เขาตามรอยแยกความว่างเปล่าไปได้เพียงหนึ่งในสิบของ
พื้นที่ทั้งหมดเท่านั้น ดังนั้นพวกมันจึงสำรวจค้นหาต่อไป
จนกว่าจะจบ
ส่วนทางด้านของหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซียังคงปิด
ด่านฝึกตนอยู่ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงพยายามซื้อเวลาให้กับ
พวกเขา เนื่องจากคนทั้งสองได้ฝึกฝนมาจนถึงจุดวิกฤติ
แล้ว โดยพยายามใช้ตราประทับราชันเทวะขั้น 9 ฝ่า
ทะลวงขึ้นสู่อาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์
ช่วงเวลานี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับพวกเขา อู่ อวี้ ไม่
สามารถปล่อยให้พวกมันขัดขวางการฝึกฝนบำเพ็ญของ
หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีได้ หลังจากครุ่นคิด
ไตร่ตรอง เขาจึงตัดสินใจว่าจะรอไปก่อนสักพัก จนกว่า
ฝ่ายตรงข้ามจะตรวจสอบรอยแยกความว่างเปล่ามาถึง
จุดที่พวกเขาหลบซ่อนตัวอยู่ เมื่อนั้นเขาจะปลดปล่อย
ร่างอวตารนอกวิถีออกไปมากขึ้น เพื่อเบี่ยงเบนความ
สนใจสร้างความสับสนให้แก่ฝ่ายตรงข้าม วิธีนี้จะช่วยให้
เขายื้อเวลาได้นานพอจนกว่าหนานซานหวางเยว่กับเย่ซี
ซีจะฝึกฝนได้สำเร็จ
ปัจจุบันหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซี มีพื้นฐานฝึกตนอยู่
ในระดับอาณาจักรเทวะเจ้าเขตแดนขั้นที่ 9 หรือเจ้าเท
วะเก้าภพ
ความคืบหน้าของพวกเขาไม่ใช่น้อย ๆ แต่สิ่งสำคัญยิ่ง
กว่าคือการทะลวงเข้าสู่อาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์ ซึ่งถือ
เป็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงสำหรับพวกเขา
อีก 100 ปีต่อมา ฝ่ายตรงข้ามก็ตรวจสอบค้นพบ
รอยแยกความว่างเปล่าไปได้ถึงเก้าจากสิบส่วนของพื้นที่
แต่พวกมันก็ยังค้นหาพวกเขาไม่พบ
อู่ อวี้ คาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ โดยรอเวลาให้ฝ่ายตรง
ข้ามเข้ามาใกล้ตำแหน่งที่เขาซ่อนตัวอยู่ จากนั้นก็
ปลดปล่อยร่างอวตารทั้งหนึ่งแสนตนออกไปเพื่อสร้าง
ความสับสนให้แก่พวกมัน
แล้วในที่สุดมหาสมุทรทมิฬซึ่งเงียบเชียบมานับห้าพันปี
ก็เริ่มเดือดพล่านอีกครั้ง หากราชันปีศาจยังไม่ได้ยินข่าว
คราวของ อู่ อวี้ ต่อไป ราชันปีศาจทั้งหลายคงถอดใจ
ยอมแพ้ไปแล้ว
เมื่อ อู่ อวี้ ก็ปรากฏตัวขึ้นในมหาสมุทรทมิฬ เหล่าราชัน
ปีศาจก็พากันตื่นเต้นยกใหญ่ขึ้นมาในทันที
” ในที่สุดเจ้าพวกเด็กเหลือขอก็ปรากฏตัวแล้ว! ต้องจับ
ตัวมันมาให้ได้ แล้วดูว่าซากศพจักรพรรดิปีศาจที่อยู่ใน
มือของมันเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน! ”
ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์กระโดดโลดเต้นอย่างตื่นเต้น
ทะยานเข้าสู่มหาสมุทรทมิฬเป็นคนแรก เนื่องจากมันตั้ง
ตารอช่วงเวลานี้มานานแสนนานแล้ว
มันยังเดาว่า อู่ อวี้ เพิ่งจะลงมือกลืนกินซากศพ
จักรพรรดิปีศาจ
แต่เป็นเพราะขอบเขตพลังฝีมือของพวกเขาอยู่แค่ระดับ
อาณาจักรเทวะเจ้าเขตแดน เมื่อกลืนกินจักรพรรดิปีศาจ
เข้าไป จึงไม่สามารถทานพลังมหาศาลได้ จนร่างกาย
ระเบิดแตกตายอย่างแน่นอน
นอกจากนี้พวกมันยังคาดเดาว่า อู่ อวี้ อาจใช้ซากศพ
จักรพรรดิปีศาจเพื่อปรับปรุงยกระดับอาณาจักร ทะลุ
ทะลวงข้ามผ่านให้มาถึงระดับอาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์
แต่เขาก็อาจอยู่เพียงขั้นแรกของอาณาจักรเซียนไร้
ลักษณ์ ต่อให้เวลาจะผันผ่านไปถึงห้าพันปีแล้วก็ตาม แต่
พวกเขาคงไม่สามารถย่อยสลายซากศพจักรพรรดิปีศาจ
ได้ทั้งหมด
ไม่แปลกที่พวกมันจะคาดเดาได้เพียงแค่นี้ เพราะพวกมัน
จะรู้ได้อย่างไรว่า อู่ อวี้ มี ‘ร่างกลืนสวรรค์’ มีพลัง
อิทธิฤทธิ์ความสามารถ ‘กลืนกิน’ ทำให้สามารถย่อย
สลายได้อย่างรวดเร็ว?
อย่างไรก็ตามหากพวกมันมีแค่ราชันปีศาจกลุ่มเดิมเช่น
เดียวก่อนหน้านี้ เท่ากับว่าในปัจจุบันพวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้
ของ อู่ อวี้ กับพรรคพวกอีกต่อไป
แต่มีข้อแม้ว่าหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซี จะต้อง
ประสบความสำเร็จในการทะลวงผ่านเข้าสู่อาณาจักร
เซียนไร้ลักษณ์ให้ได้เสียก่อน ซึ่งเรื่องนี้สำคัญอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ ปลดปล่อยร่างอวตารออกมาจำนวนหนึ่งแสนตน
กระจายตัวออกไปทุกแห่งหนของมหาสมุทรทมิฬ ซึ่ง
ก่อนหน้านี้เขาอาศัยพลังอันมหาศาลจากซากศพ
จักรพรรดิปีศาจ ยกระดับร่างอวตารนอกวิถีแทบทน
แม้ว่าจะยังไม่ถึงจุดสูงสุด แต่ประสิทธิภาพการต่อสู้ก็อยู่
ในจุดที่เขาพึงพอใจไม่น้อย
ไม่ว่าร่างอวตารตนใดล้วนสามารถต่อสู้กับระดับ
อาณาจักรปีศาจไร้ลักษณ์ได้ทั้งสิ้น อีกทั้งในเวลานี้เขา
ปลดปล่อยร่างอวตารออกมาถึงหนึ่งแสนร่าง แม้แต่
ระดับราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ก็ยังจัดการร่างอวตารของ
เขาได้ทีละนิด ๆ เท่านั้น ซึ่งสถานการณ์ในยามนี้ไม่ต่าง
จาก อู่ อวี้ กำลังเล่นกับพวกมันอยู่
เมื่อเหล่าราชันปีศาจรู้ว่า อู่ อวี้ ที่พวกมันพบเจอเป็น
เพียงร่างอวตาร 100,000 ร่างที่กระจายตัวอยู่ทั่วซอก
มุมในมหาสมุทรทมิฬ พวกมันต่างก็เดือดดาลเป็นอย่าง
ยิ่ง
ในสายตาของพวกมันร่างอวตารของ อู่ อวี้ ดูเหมือนกับ
ตัวจริงแท้ทุกประการ พวกมันไม่สามารถแยกแยะได้ว่า
ร่างไหนเป็นตัวจริงของ อู่ อวี้ ที่สำคัญมิได้มีแค่หนึ่งหรือ
ตัวสองตน แต่ร่างอวตารของเขามีจำนวนนับไม่ถ้วน
อีกทั้งหลังจากที่ร่างอวตารตนใดตนหนึ่งถูกจัดการ มันก็
เปลี่ยนเป็นเส้นขนวานรสีทองล่องลอยกลับมาหา อู่ อวี้
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นร่างอวตาร
ออกไปก่อความวุ่นวายใหม่
กล่าวได้ว่าเวลานี้ร่างอวตารของ อู่ อวี้ กระจายตัว
ครอบคลุมไปทั่วมหาสมุทรทมิฬ
ขณะเดียวกันร่างอวตารของเขาก็ถูกจัดการอย่าง
ต่อเนื่อง แต่ตราบใดร่างอวตารของเขาได้ถูกเพิ่มเติม
ทดแทนจำนวนที่ขาดหาย ก็เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะ
สามารถค้นหารอยแยกความว่างเปล่าที่พวกเขาทั้งสาม
รถซ่อนอยู่ ไม่มีทางที่พวกมันจะทำอะไรเขาได้
ด้วยเพราะเวลานี้ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ได้ดึงดูดความ
สนใจของราชันปีศาจทั้งหมด
ส่วนทางด้านของราชันปีศาจทั้งหลายต่างก็คิดว่า อู่ อวี้
คงคิดใช้ประโยชน์จากร่างอวตารจำนวนมากเพื่อ
หลบหนีระหว่างช่วงชุลมุน แต่ในขณะเดียวกันพวกมันก็
รู้สึกริษยาในความสามารถของเขาเป็นอย่างมาก เพราะ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปริมาณหรือคุณภาพ ร่างอวตาร
นอกวิถีทั้ง 100,000 ตนของเขาล้วนเหนือจินตนาการ
ของพวกมันยิ่งนัก
หากพวกมันมีความสามารถเช่นนี้ รับรองว่าคงทุ่นเวลา
ในการค้นหา อู่ อวี้ กับพรรคพวกในมหาสมุทรทมิฬได้
มากโขทีเดียว คาดว่าคงใช้เวลาไม่เกิน 100 ปีพวกมันก็
สามารถตรวจสอบรอยแยกความว่างเปล่าในมหาสมุทร
ทมิฬได้ทั้งหมด
น่าเสียดายเพราะนี่คือพลังที่มีผู้ครอบครองได้เพียงหนึ่ง
ไม่มีผู้ใดในโลกสามารถมีพลังนี้ได้ เพราะมันเป็นของฉี
เทียนต้าเซิ่นแล้วผู้อื่นจะมีมันได้อย่างไร?
อู่ อวี้ ยังคงใช้ร่างอวตารนอกวิถียื้อเวลาต่อไป ซึ่งนับว่า
ได้ผลชะงัดเลยทีเดียว เพราะมันสร้างความปั่นป่วน
ยั่วยวนโทสะเหล่าราชันปีศาจเป็นอย่างยิ่ง
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็รู้อย่างชัดเจนว่าเหล่าราชันปีศาจยังคง
พยายามปกป้องผนึกมหาสมุทรทมิฬไว้อย่างเหนียวแน่น
เช่นเดิม
หนูทองดึกดำบรรพ์หรือราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ , ปีศาจ
สยบบรรพกาลหรือราชันปีศาจสยบบรรพกาล , ราชสีห์
ทองคำกำเนิดวิบัติหรือราชันปีศาจทองวิบัติ , แรดยักษ์
บรรพกาลเขาทองหรือราชันปีศาจแรดทอง
ในช่วงห้าพันปีที่ผ่านมาราชันปีศาจแรดทองคำได้ยอม
แพ้ในการค้นหาราชันปีศาจเขาทอง เนื่องจากราชัน
ปีศาจแรดทองคำพยายามตามหามันเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ
ถึงขั้นส่งคนไปออกตามหาแต่ก็ยังไม่พบ ซึ่งยืนยันได้ว่า
ราชันปีศาจเขาทองถูก อู่ อวี้ สังหารตกตายไปแล้วเป็น
แน่
แน่นอนว่ามันไม่รู้ว่าราชันปีศาจเขาทองถูก อู่ อวี้ ก่อนที่
จะเข้ามาในมหาสมุทรทมิฬเสียอีก ส่วนคนที่มันพบเห็น
ในมหาสมุทรทมิฬก็คือ อู่ อวี้ ที่จำแลงร่างมาเท่านั้น
ความสามารถในการจำลองเป็นผู้อื่นได้ตลอดเวลา
รวมถึงการกลืนกินและพลังของฉีเทียนต้าเซิ่น พวกมัน
ย่อมคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามหากราชันปีศาจหกสวรรค์ทั้งสี่ ผนึกกำลัง
ร่วมมือต่อสู้ ก็ยังสามารถสร้างปัญหาให้กับ อู่ อวี้ ได้
ระดับหนึ่งเลยทีเดียว
แต่ปัจจุบัน อู่ อวี้ ไม่หวาดกลัวพวกมันอีกต่อไปแล้ว
พวกมันสร้างปัญหาให้กับเขาได้แค่เล็กน้อยเท่านั้น
นอกจากนี้พวกมันยังมิได้แพร่กระจายข่าวคราวที่เกิดขึ้น
ภายในมหาสมุทรทมิฬ ด้วยเพราะไม่ต้องการให้ข่าวเรื่อง
ซากศพจักรพรรดิปีศาจรั่วไหลออกไป
ซึ่งก็ประจวบเหมาะกับความต้องการของ อู่ อวี้ เขาไม่
ต้องให้ขาวนี้รั่วไหลจนทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมา การ
กระทำของพวกมันนับว่าเป็นข่าวดีของเขาเป็นอย่างยิ่ง
แต่อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ จำเป็นต้องถอนรากถอนโคน
สังหารพวกมันให้สิ้นซาก มิเช่นนั้นพวกมันอาจจะ
กระจายข่าวเรื่องของเขาออกไปทั่วภพเทพปีศาจ หาก
เป็นเช่นนั้นไม่ว่าจะไปที่ใด อู่ อวี้ คงต้องพบเจอแต่
ปัญหา
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ อู่ อวี้ คือการฝึกฝนยกระดับพลัง
ฝีมือ หลังจากใช้เวลาอย่างยาวนานในที่สุดเขาก็ทะลวง
มาถึง ‘อาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์’ แม้แต่กายาเพชรอมตะ
ของเขาก็ฝึกฝนมาถึงขั้นสุดท้าย และเขาก็ต้องการ
ทดสอบพลังฝีมือของตนเองว่าเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด!
หากเปรียบเทียบกันระหว่างราชันปีศาจเหล่านี้ หรือ
ราชันมังกรป๋ายอิ้นกับราชันมังกรป๋ายฉิน ผลจะเป็น
อย่างไร?
นี่คือความหยิ่งทะนงในหัวใจของเขา
หลังจากเวลาหลายหมื่นปี ในเมื่อคู่ซ้อมอยู่ตรงหน้าเช่นนี้
เขาจะอดทนอดใจไม่ต่อสู้กับพวกมันได้อย่างไร ?
เขามีกฎสวรรค์สัประยุทธ์ ถือเป็นกฎสวรรค์ที่ไม่เกรงกลัว
การต่อสู้
อู่ อวี้ ยังคงใช้ร่างอวตารราชวิถีจำนวนหนึ่งแสนร่าง
สร้างความปั่นป่วนโกลาหลยียวนกวนประสาทเหล่า
ราชันปีศาจ จนในที่สุดเขาก็ซื้อเวลาให้กับหนานซาน
หวางเยว่และเย่ซีซีได้มากพอ
ในที่สุดหลังจาก 200 ปีที่ อู่ อวี้ บรรลุเขาสู่อาณาจักร
วัชระอมตะนิรันดร์ขั้นที่ 2 หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีก็
ก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ พวกเขาผสานกับตราประทับ
ราชันเทวะขั้นที่ 9 จนก้าวเข้าสู่อาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์
ขั้นแรกได้สำเร็จ!
ถ้ากล่าวถึงอาณาจักรพื้นฐานฝึกตนทั้งสองด้อยกว่า อู่
อวี้ เล็กน้อย แต่ในแง่ของประสิทธิภาพในการต่อสู้ อู่ อวี้
เหนือกว่าพวกเขามากนัก
ตอนนี้ อู่ อวี้ มีกายเนื้อที่แข็งแกร่งอย่างอาณาจักรวัชระ
อมตะนิรันดร์ ทำให้เขาสามารถต่อกรกับอาณาจักรปีศาจ
ไร้ลักษณ์ขั้นที่ 7 ได้อย่างสบาย ๆ!
ส่วนหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีสามารถต่อสู้กับศัตรู
ระดับอาณาจักรปีศาจไร้ลักษณ์ขั้นที่ขั้นที่ 5 ได้ ยิ่งถ้า
พวกเขาทั้งสองผนึกกำลังร่วมมือกันแล้วล่ะก็ ต่อให้ฝ่าย
ตรงข้ามฝีมือระดับราชันปีศาจหกสวรรค์ก็ยังมิใช่คู่มือ
ของพวกเขา
ทั้งหมดทั้งมวลเกิดจากการที่ อู่ อวี้ ผสานรวมร่างกับราง
กลืนสวรรค์ ทั้งยังมีมรดกของฉีเทียนต้าเซิ่น ดังนั้นในแง่
ของประสิทธิภาพการต่อสู้เขาจึงได้เปรียบอยู่ไม่น้อย
เมื่อหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีบรรลุระดับใหม่ได้
สำเร็จ ก็ถึงเวลาแล้วที่ อู่ อวี้ จะโต้กลับเสียที
” หลังจากที่เจ้าออกไป พวกเจ้าไปจัดการกับราชันปีศาจ
ห้าสวรรค์สามตัว ได้แก่ ยุงม่วงทองแปดปีกหรือราชัน
ปีศาจม่วงทอง , พฤกษาลิขิตทองบรรพกาลหรือราชัน
ปีศาจพฤกษาทอง , วานรเพลิงแปดเนตรหรือราชัน
ปีศาจแปดเนตร ทั้งหมดให้พวกเจ้าจัดการ ”
อู่ อวี้ แจกแจงมอบหมายคู่ต่อสู้ที่พวกเขาทั้งสองต้อง
รับมือ หลังจากที่ออกไปด้านนอก
หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีไม่บ่ายเบี่ยงแม้แต่น้อย นี่ถือ
เป็นเรื่องปกติหลังจากพัฒนายกระดับพลังความสามารถ
ของตนเองขึ้นมาได้หมาด ๆ พวกเขาย่อมต้องการฝึกฝน
ทำความคุ้นชินกับพลังการต่อสู้ใหม่ ๆ จะได้รู้ถึงจุดแข็ง
จุดอ่อนของตนเอง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีปัญหากับการ
แจกแจงแบ่งกลุ่มของ อู่ อวี้
ถึงจะแกร่งขึ้นแต่เย่ซีซีก็ยังกังวลเล็กน้อย “พี่ชาย…
หมายความว่าท่านจะรับมือกับราชันปีศาจหกสวรรค์สี่
ตนเพียงลำพัง มันจะไม่อันตรายเกินไปหรือ?”
“ไม่น่าจะเป็นไร… ข้าสามารถใช้ร่างอวตารนอกวิถีสร้าง
ความสับสนให้กับพวกมันก่อน แล้วค่อยจัดทีละตัว
หลังจากพวกมันเหลือเพียงสามตัวก็ไม่จำเป็นต้อง
หวาดกลัวหรือกังวลใด ๆ แล้ว ”
สำหรับ อู่ อวี้ ไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัสสากรรจ์เกินไป
อย่างไรเสียเขาก็ต้องทยอยจัดการทีละตัว เพราะ
เป้าหมายสูงสุดของเขาก็คือจัดการราชันปีศาจทั้งหมด
ที่นี่ให้สิ้นซาก เขาจะไม่ยอมปล่อยให้พวกมัน
แพร่กระจายข่าวเกี่ยวกับซากศพจักรพรรดิปีศาจเป็นอัน
ขาด
หลังจากหารือตัดสินใจเป็นมั่นเป็นเหมาะ ทั้งสามก็ออก
จากรอยแยกความว่างเปล่า
ตอนนี้ในมหาสมุทรทมิฬยังมีร่างอวตารจำนวนมากของ
อู่ อวี้ คอยสร้างความโกลาหล ซึ่งเหล่าราชันปีศาจรู้สึก
รำคาญใจเป็นอย่างยิ่ง จนพวกมันต้องรวมตัวกันเพื่อกับ
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ให้หายไปอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่
จะทำได้
เมื่อพวกมันร่วมมือกัน ทำให้ความเร็วในการกำจัดร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ เพิ่มขึ้นสูงมาก ไม่นานนักในอาณาเขต
การต่อสู้ร่างอวตารนอกวิถีก็เหลือเพียงไม่กี่ร่างเท่านั้น
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ อู่ อวี้ ยังไม่ได้ยั่วยุกลุ่มราชัน
ปีศาจ แต่เขามุ่งเป้าไปที่ราชันปีศาจหกสวรรค์ตนหนึ่ง
ซึ่งก็คือ : ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์
หนูทองดึกดำบรรพ์ตัวนี้ มีอุปนิสัยเห็นแก่ตัวหยิ่งทะนง
เจ้าเล่ห์เพทุบายเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวอย่างที่สุด ด้วย
เหตุนี้มันจึงมิได้ผนึกกำลังร่วมต่อสู้กำจัดร่างอวตารเช่น
ดั่งราชันปีศาจตนอื่น ๆ บางทีมันอาจจะคิดว่า หาก
ตนเองสามารถจับตัว อู่ อวี้ ได้โดลำพัง มันก็จะได้รับ
ซากศพจักรพรรดิปีศาจส่วนที่เหลือซึ่งเขายังไม่ได้กลืน
กินไป
ความเห็นแก่ตัวของมันทำให้ อู่ อวี้ มีโอกาสสังหารหนู
ทองดึกดำบรรพ์ตัวนี้ได้ก่อนราชันปีศาจตนอื่น ๆ
หลังจากนี้ต่อให้ราชันปีศาจหกสวรรค์ที่เหลืออยู่อีกสาม
คนร่วมมือกันต่อสู้ ก็จะไม่เป็นปัญหาหรือสร้างความ
ลำบากยากเย็นให้แก่ อู่ อวี้ มากมายนัก
หนูทองดึกดำบรรพ์ที่อยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ กำลัง
จัดการกับร่างอวตารของเขาด้วยท่าทางร้อนใจ
เมื่อสบโอกาส อู่ อวี้ ก็ไปปรากฏตัวอยู่ตรงเบื้องหน้าของ
คู่ต่อสู้ และก่อนที่อีกฝ่ายจะรู้ว่านี่คือร่างจริง เขาก็รีบเปิด
ฉากจู่โจมคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว!
———————–