กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1555: ราชันปีศาจเงาทมิฬ
อู่ อวี้ ปลอมตัวเป็นราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ จากนั้นก็
แสร้งทำเป็นทักทายปราศรัยราชันปีศาจเงาทมิฬ
แน่นอนว่าราชันปีศาจเงาทมิฬได้ไต่ถาม อู่ อวี้ กลับมา
ว่าเหตุใดเขาถึงหายหัวไปนานหลายพันปี มีเรื่องอันใด
เกิดขึ้นหรือไม่? แล้ว อู่ อวี้ ก็ตอบคำถามกลับไปอย่าง
เป็นธรรมชาติว่า ตนนั้นได้ปิดด่านฝึกตนจนมาถึงจุดตีบ
ตัน หลังจากพยายามอยู่นานแล้วยังไม่สามารถทะลวงฝ่า
มาได้ จึงออกจากการปิดด่าน
ถึงแม้เจตนาที่แท้จริงของ อู่ อวี้ คือต้องการพูดคุย
เกี่ยวกับเรื่องของจิ่วอิง แต่เขาจำต้องมีกลยุทธ์และ
วาทศิลป์ในการดึงข้อมูลจากฝ่ายตรงข้าม โชคดีที่เขามี
ข้อมูลความจำจากราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ จึงรู้จัก
อุปนิสัยใจคอ และวิธีการพูดคุยเสวนากับราชันปีศาจเงา
ทมิฬ โดยชวนพูดคุยเรื่องสัพเพเหระที่เกิดขึ้นของนคร
ทมิฬหมื่นปีศาจ
” ปราณทมิฬหมื่นปีศาจในนครทมิฬหมื่นปีศาจ เหมาะ
แก่การฝึกฝนบำเพ็ญตนอย่างแท้จริง ถ้าข้าได้มีโอกาส
ฝึกฝนอยู่ที่นี่ผลที่ตอบแทนคงมากกว่าเดิมถึงสองเท่า
โดยใช้ความพยายามแค่เพียงครึ่งเท่านั้น ” อู่ อวี้ แสร้ง
กล่าวตัดพ้อด้วยอารมณ์ความรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย
ราชันปีศาจเงาทมิฬยิ้ม ” มันก็ช่วยไม่ได้นี่นา… เจ้าไม่
ชอบอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใดมิใช่หรือ? หากเจ้า
ต้องการมาอยู่ในนครทมิฬหมื่นปีศาจก็ใช่ว่าจะเป็นไป
ไม่ได้ แต่มีข้อแม้ว่านับจากนี้เจ้าต้องปฏิบัติตามคำสั่ง
ของราชันมังกรโลกันตร์ กล่าวตามตรงในตำแหน่งที่ข้า
อยู่ถือเป็นตำแหน่งรอบนอกของนครทมิฬหมื่นปีศาจ
เท่านั้น ปราณทมิฬหมื่นปีศาจมิได้หนาแน่นอันใดมากนัก
ส่งผลให้เทพปีศาจที่อยู่ในอาณาเขตนี้จึงมิได้แข็งแกร่ง
แต่อย่างใด แต่เทพปีศาจที่อยู่ในแดนมังกรทมิฬของนคร
ทมิฬหมื่นปีศาจซึ่งเป็นพื้นที่หลัก ถึงจะเรียกว่าอยู่ในจุด
ศูนย์รวมของปราณทมิฬหมื่นปีศาจอย่างแท้จริง ระดับ
การฝึกบำเพ็ญรวดเร็วกว่ายอดเขาที่ข้าอยู่ข้าเป็นสิบเท่า
”
“ จริงสิ… ข้าเคยได้ยินมาว่าราชันมังกรโลกันตร์ได้รับ
บุตรบุญธรรมมาคนหนึ่ง รู้สึกจะมีนามว่าจิ่วองจิ่วอิงหรือ
อะไรสักอย่าง อีกทั้งชายผู้นี้เพิ่งทะยานขึ้นมาบนภพเทพ
ปีศาจใช่หรือไม่? การที่เด็กหนุ่มผู้นี้ถูกยอมรับให้เป็น
ลูกบุญธรรม แสดงว่าเขาจะต้องมีคุณสมบัติพอที่จะ
ฝึกฝนอยู่ในนครทมิฬหมื่นปีศาจ ข้าล่ะรู้สึกริษยาเจ้าเด็ก
หนุ่มผู้นี้จริง ๆ ”
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็เปิดหัวข้อเรื่องจิ่วอิงขึ้นมา
ทันทีที่ได้ยินคำว่าจิ่วอิง ราชันปีศาจเงาทมิฬก็ส่ายศีรษะ
แล้วกล่าวว่า ” แต่ไหนแต่ไรผู้คนก็นับถือบุคคลที่มี
ความสามารถและสายโลหิตโลหิตสูงส่งกันอยู่แล้ว ว่ากัน
ว่าราชันมังกรโลกันตร์ตั้งใจฝึกฝนเด็กหนุ่มผู้นี้ให้เป็นผู้
สืบทอดคนต่อไป เห็นว่าเขามีโอกาสที่จะได้ขึ้นเป็น
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ แต่พวกเราก็ยังไม่เคยเห็นตัวเป็น
ๆ ของพ่อหนุ่มจิ่วอิงผู้นี้ คาดว่าคงมีแต่เทพปีศาจในแดน
มังกรเทมิฬเท่านั้นถึงจะได้มีโอกาสได้เห็นหน้าค่าตา หาก
เจ้าต้องการจะเข้าสู่แดนมังกรทมิฬ พลังฝีมือของเจ้า
อย่างน้อยต้องอยู่ในระดับราชันปีศาจห้าสวรรค์ ”
“ ราชันปีศาจห้าสวรรค์? เช่นนั้นก็แสดงว่าเจ้าไม่มี
โอกาสเข้าสู่แดนมังกรทมิฬน่ะสิ? ” อู่ อวี้ แสร้งทำหน้า
ประหลาดใจ
เรื่องนี้ไม่ได้มีอยู่ในความทรงจำของราชันปีศาจดึกดำ
บรรพ์ เนื่องจากมันไม่เคยคิดศึกษาทำความเข้าใจ
เกี่ยวกับนครทมิฬหมื่นปีศาจมาก่อน
” มันก็จริงอยู่… เพราะปกติแล้วผู้ที่มีพลังฝีมืออยู่ใน
ระดับราชันปีศาจห้าสวรรค์สามารถไปฝึกฝนอยู่ที่แดน
มังกรทมิฬ แต่ผู้คนที่มีโอกาสเข้าไปฝึกฝนอยู่ในแดน
มังกรทมิฬล้วนเป็นคนใหญ่คนโตทั้งสิ้น ในกลุ่มคน
เหล่านั้นมีระดับราชันปีศาจห้าสวรรค์อยู่ 30 ตน ระดับ
ราชันปีศาจหกสวรรค์อยู่ 9 ตน ระดับราชันปีศาจเจ็ด
สวรรค์อยู่ 3 ตน แต่ราชันมังกรโลกันตร์ได้ตั้งข้อกำหนด
ว่ามีเพียง 50 คนเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์เข้ามาฝึกฝนอยู่
ภายในแดนมังกรทมิฬได้”
ราชันปีศาจเงาทมิฬ กล่าวด้วยความเสียใจ เพราะการที่
มันพยายามฝ่าฟันฝึกฝนบำเพ็ญเพียรมาจนทุกวันนี้ ก็
เพื่อทะลวงขึ้นสู่ระดับดังกล่าว แต่จนป่านนี้มันยังติดขัด
ไม่เข้าใจในเต๋า มันจึงไม่สามารถทะยานขึ้นสู่ระดับราชัน
ปีศาจห้าสวรรค์ได้ ไม่เช่นนั้นป่านนี้มันคงได้ไปฝึกฝนอยู่
ในแดนมังกรทมิฬแล้ว
แต่ราชันปีศาจเงาทมิฬก็ไม่ได้รีบร้อนอันใดมากนัก
เพราะมันยังมีชีวิตยืนยาวอีกนาน มันจึงหวังว่าสักวัน
หนึ่งมันจะมีโอกาสเข้าไปฝึกฝนอยู่ภายในแดนมังกรทมิฬ
กลายเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของนครทมิฬหมื่นปีศาจ
เมื่อใดที่ราชันปีศาจเงาทมิฬสามารถเข้าสู่แดนมังกรทมิฬ
ได้ ตัวมันจะสามารถทัดเทียมได้กับราชันปีศาจหกสวรรค์
‘ผู้ป่าเถื่อน’ อย่างราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ เพราะผู้ที่
สนับสนุนอยู่เบื้องหลังมันก็คือนายเหนือหัวแห่งนครทมิฬ
หมื่นปีศาจราชันมังกรโลกันตร์
เมื่อได้ยินดังนั้น อู่ อวี้ จึงไต่ถามหัวข้อนี้ ” อะไรกัน…
แม้แต่เจ้าก็ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของจิ่วอิง? เป็นไปได้
หรือไม่ว่าข่าวของจิ่วอิงจะเป็นข่าวลวง? แท้จริงแล้วคน
ชื่อจิ่วอิงไม่มีตัวตนอยู่จริง?”
” ไม่มีใครสามารถยืนยันได้เต็มปากเต็มคำ แต่ที่แน่ ๆ มี
บุคคลนามนี้อยู่จริง ไม่เช่นนั้นราชันมังกรโลกันตร์คงไม่
ป่าวประกาศเรื่องนี้แพร่งพรายออกมา บางทีเมื่อจิ่วอิง
ปรากฏตัว คงเป็นวันที่ทำให้คนทั้งพิภพต้องตกตะลึง ”
ราชันปีศาจเงาทมิฬทอดถอนหายใจด้วยความรู้สึกริษยา
ที่จิ่วอิงเป็นปีศาจมีสายโลหิตซึ่งหาได้ยากยิ่ง จนได้รับ
การยกย่องจากราชันมังกรโลกันตร์ เขาคือผู้มีโอกาส
ก้าวหน้าทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าอย่างแท้จริง
จากนั้น อู่ อวี้ ก็พูดคุยเรื่องสัพเพเหระกับเขา แต่ในหัวก็
พยายามวางแผนการขั้นต่อไป
จากคำพูดคุยกับราชันปีศาจเงาทมิฬ ทำให้ อู่ อวี้ ได้รู้
หลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งปกติแล้วราชันปีศาจดึกดำบรรพ์
ไม่เคยซักถามเรื่องเช่นนี้มาก่อน ตัวอย่างเช่นแดนมังกร
ทมิฬถือเป็นหัวใจหลักของนครทมิฬหมื่นปีศาจ ซึ่งผู้ที่
สามารถเข้าไปฝึกฝนในแดนมังกรทมิฬได้จะต้องมีฝีมือ
ระดับราชันปีศาจห้าสวรรค์เป็นอย่างน้อย และในแดน
มังกรทมิฬมีปราณทมิฬหมื่นปีศาจหนาแน่นมากที่สุด
หากผู้ใดสามารถเข้าไปฝึกฝนที่นั่นจะมีโอกาสก้าวหน้า
รวดเร็วยิ่งกว่าที่ใดในภพเทพปีศาจ
นอกจากนี้ราชันปีศาจเงาทมิฬยังเล่าถึงรายละเอียด
บางอย่างเกี่ยวกับแดนมังกรทมิฬ
ตัวอย่างเช่นหากผู้ใดก็ตามต้องการเข้าสู่แดนมังกรทมิฬ
เพื่ออยู่ใต้อาณัติของราชันมังกรโลกันตร์ ทั้งยังต้องมี
‘ของกำนัลแรกเข้า’ เป็นเครื่องบรรณาการส่งให้ราชัน
มังกรโลกันตร์ทุก ๆ หนึ่งร้อยปี ซึ่งมันก็เหมือนกับการ
จ่ายค่าคุ้มครองและค่าเข้าฝึกฝนบำเพ็ญตนในแดนมังกร
ทมิฬ
อย่างไรก็ตามของกำนัลแรกเข้าต้องสมน้ำสมเนื้อ แม้แต่
บรรดาราชันปีศาจที่ร่ำรวยมั่งคั่งยังรู้สึกเจ็บปวด แต่เพื่อ
แลกกับการที่ตนเองจะได้ฝึกฝนอยู่ในสถานที่ซึ่งเรียกว่าดี
ที่สุดแล้ว พวกมันก็เต็มใจที่จะมอบให้ นอกจากนี้พวก
มันยังได้รับการปกป้องจากราชันมังกรโลกันตร์ แต่มี
ข้อแม้อยู่ว่าพวกมันจะต้องทำงานบางอย่างให้ราชัน
มังกรโลกันตร์เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน แล้วเหตุใดพวกมัน
จะไม่ทำกันเล่า?
จากนั้น อู่ อวี้ ก็กล่าวอำลาราชันปีศาจเงาทมิฬ โดย
ตั้งใจมุ่งหน้าไปยังแดนมังกรทมิฬ ลองทดสอบดูว่าตนเอง
จะสามารถเข้าสู่แดนมังกรทมิฬได้หรือไม่ ส่วนเครื่อง
บรรณาการหรือของกำนัลแรกเข้า อู่ อวี้ ก็มากมาย
เหลือเฟือ
ก่อนหน้านี้เขาได้สังหารราชันปีศาจหกสวรรค์ไปมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นราชันปีศาจสยบบรรพกาล , ราชันปีศาจ
ทองวิบัติ , ราชันปีศาจแรดทองคำ ซึ่งทำให้ในมือของ
เขามีของดีอยู่พอสมควร สินทรัพย์ความมั่งคั่งที่มีเรียกได้
ว่าร่ำรวยเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังช่วยให้ทรัพยากรใน
การฝึกฝนของ อู่ อวี้ ไม่ขาดมืออีกด้วย
ราชันปีศาจเงาทมิฬสนับสนุนในการตัดสินใจของ อู่ อวี้
หากราชันปีศาจดึกดำบรรพ์สามารถเข้าร่วมในนครทมิฬ
หมื่นปีศาจได้ นครทมิฬหมื่นปีศาจก็จะยิ่งใหญ่มีความ
แข็งแกร่งเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ราชันปีศาจเงาทมิฬยังไม่มี
สายสัมพันธ์อันใดเป็นพิเศษกับราชันปีศาจในแดนมังกร
ทมิฬ หากเขาทำสำเร็จมันก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย
เนื่องจากในปัจจุบันมีบางสิ่งที่มันต้องกระทำอย่าง
ระมัดระวัง
หากราชันปีศาจดึกดำบรรพ์เข้าร่วมแดนมังกรทมิฬได้
สำเร็จ บางทีหากมันต้องการความช่วยเหลือ หรือกระทำ
บางสิ่ง การมีราชันปีศาจดึกดำบรรพ์คอยช่วยเหลือ ก็จะ
สะดวกสบายมากขึ้น
ถึงกระนั้นราชันปีศาจเงาทมิฬก็ยังแอบกังวลอยู่เล็กน้อย
ขณะที่ อู่ อวี้ เตรียมตัวจะจากไป มันก็กล่าวขึ้นว่า ” ครั้ง
ก่อนราชันมังกรโลกันตร์ได้ทาบทามเจ้า แต่เจ้าก็ปฏิเสธ
อย่างไม่มีเยื่อใย ทว่าวันนี้เจ้ากลับต้องการเข้าร่วมนคร
ทมิฬหมื่นปีศาจ ราชันมังกรโลกันตร์อาจจะติดใจสงสัย
ในเจตนาของเจ้า ดังนั้นเจ้าควรแสดงความจริงใจด้วย
การเพิ่มปริมาณของกำนัลแรกเข้าอีกสักเล็กน้อย ราชัน
มังกรโลกันตร์จะได้ไม่สร้างความลำบากให้กับเจ้ามาก
เกินไป ”
ราชันปีศาจเงาทมิฬตักเตือนชี้แนะด้วยความหวังดี ทั้งนี้
ทั้งนั้นเป็นเพราะว่ามันมีความสัมพันธ์ที่ดีกับราชันปีศาจ
ดึกดำบรรพ์ แล้วก็หวังว่าราชันปีศาจดึกดำบรรพ์จะอยู่
ฝั่งเดียวกับตนเอง
อู่ อวี้ ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วส่ายศีรษะพร้อมกล่าว
ว่า ” ข้ากะว่าจะทิ้งระยะอีกสักพัก เวลานี้ราชันมังกร
โลกันตร์ยังคงรู้สึกขุ่นเคืองใจอยู่ หากวันนี้ข้าเดินดุ่ม ๆ
เข้าไปกล่าวว่าจะขอเข้าร่วมนครทมิฬหมื่นปีศาจ คงถูก
ปฏิเสธอย่างแน่แท้ ข้าจะรอให้เขาอารมณ์ดีก่อนแล้วกัน
ค่อยไปสมัครเข้าร่วมแดนมังกรทมิฬ”
“ เยี่ยมมาก! ”
ราชันปีศาจเงาทมิฬยิ้มแล้วพยักหน้า “ แต่ระหว่างที่เจ้า
อยู่ในนครทมิฬหมื่นปีศาจ อย่าทำทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ
เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นหากทำให้ราชันมังกรโลกันตร์โกรธ
เคือง คงจบไม่สวยแน่ ”
ราชันปีศาจเงาทมิฬรู้จักนิสัยใจคอของราชันปีศาจดึกดำ
บรรพ์เป็นอย่างดี ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่เขาจะสร้าง
ปัญหาใหญ่ในแดนมังกรทมิฬ
” ไม่ต้องกังวล… ข้ารู้ถึงความรุนแรงผลกระทบที่จะ
ตามมาเป็นอย่างดี ตอนนี้ข้าเองก็ค่อนข้างยุ่งนิดหน่อย
การฝึกฝนของข้าอยู่ในจุดตีบตัน หากครานี้มิอาจเข้า
ร่วมแดนมังกรทมิฬ คาดว่าคงติดอยู่ในจุดนี้ไปอีกนาน ”
อู่ อวี้ กล่าวออกมาอย่างเป็นกันเองมีเหตุผล
เมื่อได้ยินเช่นนั้นราชันปีศาจเงาทมิฬก็โล่งใจ เมื่อรู้ว่า
ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ฝึกฝนจนมาถึงคอขวดจุดตีบตัน
เช่นนั้นแล้วมันย่อมไม่กล้าสร้างปัญหาอย่างแน่นอน
เพราะตนเองต้องรู้ว่ามีโอกาสขึ้นสู่จักรพรรดิปีศาจนิ
รันดร์ได้หรือไม่ ทุกอย่างสามารถเป็นไปได้หมด ดังนั้น
อาณาจักรปีศาจไร้ลักษณ์จึงถือว่ามีความสำคัญต่อการ
บรรลุเป็นจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์อย่างยิ่งยวด ไม่มี
โอกาสให้ล่าถอยยอมแพ้อย่างเด็ดขาด ฉะนั้นจึงเป็นไป
ไม่ได้ที่คนผู้นั้นจะก่อปัญหาเข้าตนเองจนนำไปสู่หายนะ
หากสามารถฝึกฝนอยู่ในแดนมังกรทมิฬ จะทำให้คนผู้
นั้นมีโอกาสกลายเป็นจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ที่ยิ่งใหญ่ได้
ด้วยประการฉะนี้ อู่ อวี้ กับราชันปีศาจเงาทมิฬ จึงแยก
ย้ายกัน
ในเมื่อราชันปีศาจเงาทมิฬไม่ทราบสถานการณ์ของจิ่วอิง
เขาก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป หลังออกมาจากยอด
เขา อู่ อวี้ ก็ยังไม่รีบร้อนจากไป และตัดสินใจสอบถาม
ข้อมูลภายในนครทมิฬหมื่นปีศาจ เพื่อดูว่าจะมีข่าวคราว
ของจิ่วอิงหรือไม่
ในนครทมิฬหมื่นปีศาจ เขาใช้ตัวตนของราชันปีศาจดึก
ดำบรรพ์แสร้งทำเป็นเดินเล่นไปรอบ ๆ นคร เพื่อฟังเทพ
ปีศาจพูดคุยกัน ซึ่งมีอยู่ครั้งสองครั้งที่ผู้คนเอ่ยถึงนาม
ของ ‘จิ่วอิง’
อย่างไรก็ตามข้อมูลที่พวกมันกล่าวในบทสนทนา ก็มิได้
ทำให้เขารู้สิ่งใดมากขึ้น
กล่าวได้ว่าช่วงสองสามปีต่อมา อู่ อวี้ ก็ยังมิได้รับข้อมูล
อันใดเพิ่มเติม แม้จะมีเทพปีศาจพูดถึงจิ่วอิงในนครทมิฬ
หมื่นปีศาจ แต่สิ่งที่พวกมันรู้ก็พอ ๆ กับราชันปีศาจเงา
ทมิฬล่วงรู้
เท่ากับว่าระหว่างที่ อู่ อวี้ อยู่ภายในนครหมื่นปีศาจ เขา
มิได้รับข่าวคราวของจิ่วอิงเป็นชิ้นเป็นอันเลย เขาจึง
ตัดสินใจหาทางเข้าร่วมกับนครทมิฬหมื่นปีศาจได้เพียง
เท่านั้น
ในฐานะราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ เขาพร้อมแล้วที่จะลอง
ทดสอบดู
“ราชันมังกรโลกันตร์จะยอมให้ข้าเข้าร่วมหรือไม่? อีกทั้ง
ก่อนหน้านี้ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ยังปฏิเสธไปแล้ว หาก
ตอนนี้มาเสียใจก็น่าจะสายเกินไป ” อู่ อวี้ คิดในใจ
หลังจากมาถึงใจกลางนครทมิฬหมื่นปีศาจ ซึ่งอยู่ไม่ไกล
จากแดนมังกรทมิฬ
อู่ อวี้ ที่ปลอมตัวเป็นราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ ตะโกนอยู่
ด้านนอกแดนมังกรทมิฬ
“ราชันมังกรโลกันตร์ ข้าราชันปีศาจดึกดำบรรพ์
ต้องการเข้าร่วมแดนมังกรทมิฬ รับใช้ราชันมังกร
โลกันตร์ โปรดอนุมัติด้วย!”
อู่ อวี้ ตะโกนด้วยร่างของราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ ซึ่ง
ดึงดูดความสนใจจากราชันปีศาจมากมายที่อยู่โดยรอบ
หลายตนถึงกับแสดงท่าทางเยาะเย้ย กล่าวว่าก่อนหน้านี้
เขาไม่ยอมเข้าร่วม แต่ตอนนี้กลับต้องการ ช่างเป็นบุคคล
ที่น่ารังเกียจยิ่งนัก
อย่างไรก็ตามตอนนี้ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์ก็คือ อู่ อวี้ ที่
ปลอมตัวเข้ามา ดังนั้นเขาจึงได้ยินเสียงก่นด่าสาปแช่ง
มากมายภายในนครทมิฬหมื่นปีศาจ
อย่างไรก็ตามคำก่นด่าเหล่านั้นหมายถึงราชันปีศาจดึกดำ
บรรพ์ หาใช่ อู่ อวี้ ดังนั้นเขาจึงไม่สะทกสะท้านกับเสียง
นกเสียงกาเหล่านี้
เขาตะโกนเสียงดังอยู่ด้านหน้าแดนมังกรทมิฬ โดยเชื่อว่า
หากราชันมังกรโลกันตร์ได้ยิน ในไม่ช้ามันต้องตอบอย่าง
แน่นอน