กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1560: ความทรงจำเกี่ยวกับจิ่วอิง
เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดกับคู่ผัวเมียปีศาจจิ้งจอก อู่ อวี้ ก็
ตัดสินใจลงมือ
การกระทำของราชันปีศาจเพลิงครามต่ำช้าจนถึงขนาด
ที่ อู่ อวี้ อดรนทนไม่ไหว ฉะนั้นแทบไม่ต้องกล่าวถึงผัว
เมียปีศาจจิ้งจอกความรู้สึกโมโหโทโสเพียงใด
หากสามารถฝึกฝนจนมาถึงระดับปัจจุบันย่อมมิใช่ผู้ที่
ยอมแพ้ต่อโชคชะตาง่าย ๆ อย่างแน่นอน เจ้าหมูเพลิง
ครามใช้กำลังบีบบังคับทั้งสองอย่างต่ำช้า จนถึงขั้นตั้งใจ
ย่ำยีนางที่นี่ด้วยซ้ำ อีกทั้งราชันปีศาจจื่อฉวนผู้เป็นสามี
ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นตายไม่แน่ชัด หาก อู่ อวี้ ไม่
ยื่นมือเข้าช่วยเหลือสองปีศาจจิ้งจอกคงไม่รอดพ้นจาก
เงื้อมมือของราชันปีศาจเพลิงครามไปได้อย่างแน่นอน
พลังฝีมือของราชันปีศาจเพลิงครามอยู่ในระดับราชัน
ปีศาจทั้งห้าสวรรค์ สำหรับ อู่ อวี้ การสังหารมันถือเป็น
เรื่องง่ายดายยิ่ง แต่ติดตรงที่พวกเขาอยู่ในนครทมิฬ
หมื่นปีศาจ หาดคิดลงมือต้องเงียบเชียบมากที่สุด
มิฉะนั้นหากข่าวแพร่สะพัดออกไป มิใช่แค่พวกเขาที่มี
ปัญหาเดือดร้อน ทว่าอาจส่งผลกระทบกับจิ่วอิง หรือไม่
ก็เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น
ด้วยเหตุนี้พวกเขาทั้งสามจึงตัดสินใจผนึกกำลังโจมตี!
“ความว่างเปล่าหวนกลับ!”
ราชันปีศาจเพลิงครามบีบบังคับให้ราชันปีศาจจื่อเจิน
เปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ เพราะต้องการย่ำยีขืนใจนาง ทันที
ที่ อู่ อวี้ ปรากฏตัวออกจากเจดีย์ล่องกำเนิด สิ่งแรกที่เขา
ทำคือปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์ความว่างเปล่าหวนกลับ
เมื่อความว่างเปล่าระเบิดออก พิภพแห่งความว่างเปล่า
และมิติพิภพก็กลับตาลปัตรในฉับพลัน ส่งผลให้ราชัน
ปีศาจเพลิงครามถูกดึงเข้าสู่พิภพแห่งความว่างเปล่า
ทันที
เมื่อหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีร่วมมือโจมตียิ่งทำให้
พวกเขาทั้งสองแข็งแกร่งมากขึ้น ต่อให้พวกเขาต้อง
เผชิญหน้ากับราชันปีศาจห้าสวรรค์เพียงลำพังก็ไม่มีทาง
จะพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ฉะนั้นแทบไม่ต้องกล่าวถึงเมื่อ
พวกเขาทั้งสองผนึกกำลังกัน
ทั้งสองมีหน้าที่สนับสนุนช่วยเหลือ เมื่อเห็น อู่ อวี้ ลาก
ราชันปีศาจเพลิงครามเข้าสู่พิภพแห่งความว่างเปล่า
พวกเขาทั้งสามร่วมมือกันจัดการ ส่งผลให้ในเวลานี้
ราชันปีศาจเพลิงครามได้ติดกับดักอย่างสมบูรณ์
เป็นเรื่องปกติที่ราชันปีศาจเพลิงครามไม่สามารถ
ตอบสนองได้อย่างทันท่วงที เพราะมันกำลังตั้งหน้าตั้งตา
เฝ้ารอ “สิ่งดีๆ” ที่กำลังจะมาถึง อีกอย่างใครจะไปคิดว่า
ภายในนครทมิฬหมื่นปี จะมีผู้ใดกล้าสังหารคนจากแดน
มังกรทมิฬ
ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่ทันได้ตอบสนองสิ่งใด เมื่อ
สติสัมปชัญญะกลับคืนมา มันก็ถูกหนานซานหวางเยว่
กับเย่ซีซีประกบจับตัวเสียแล้ว
ราชันปีศาจเพลิงความรู้สึกตกตะลึงอย่างสุดแสน มัน
สัมผัสได้ว่าไม่สามารถใช้พลังที่มีอยู่ภายในร่างได้แม้แต่
น้อย ติดอยู่ในพิภพแห่งความว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง
ทันใดนั้นมันก็กรีดร้องคำรามขึ้น “ พวกเจ้าเป็นใครกัน?
ถึงได้กล้าบุกรุกเข้ามาในนครทมิฬหมื่นปีศาจของข้า คง
ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อกันแล้วล่ะสิ? จงปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้
มิฉะนั้น … ”
อันที่จริงมันอยากจะข่มขู่มากกว่านี้ แต่ อู่ อวี้ ไม่ให้
โอกาสมันแม้แต่น้อย
“ผนึกเมฆาเร้น!”
สิ่งนี้คือพลังอิทธิฤทธิ์จากเมฆาตลบฟ้า เมื่ออยู่ภายใน
พิภพแห่งความว่างเปล่ายิ่งทำให้อำนาจทำลายล้างของ
มันทวีสูงมากขึ้น เรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่น่ากลัวเลย
ทีเดียว แม้แต่ราชันปีศาจหกสวรรค์ก็ยังถูกสังหารจนตก
ตายในเสี้ยวพริบตา ฉะนั้นแทบไม่ต้องกล่าวถึงราชัน
ปีศาจห้าสวรรค์อย่างราชันปีศาจเพลิงคราม
ด้วยพลังการโจมตีของผนึกเมฆาเร้นทำให้ราชันปีศาจ
เพลิงครามถูกสังหารตกตายไปในทันที หลังจากนั้น อู่
อวี้ ก็เปลี่ยนร่างเป็นอสูรสวรรค์แล้วกลืนกินมันอย่าง
รวดเร็ว
จากนั้นเขาก็ปลดเขตแดนความว่างเปล่าหวนกลับ
ยามนี้ภายในนครทมิฬหมื่นปีศาจดูคึกคักมีชีวิตชีวาเป็น
อย่างยิ่ง เนื่องจากเหล่าราชันปีศาจกำลังไล่เก็บเครื่อง
บรรณาการตามบ้านเรือนต่าง ๆ ดังนั้นสถานการณ์
โดยรอบจึงดูวุ่นวายอยู่ไม่น้อย อู่ อวี้ ใช้ประโยชน์จาก
ช่วงเวลานี้ปลดปล่อยความว่างเปล่าหวนกลับ พร้อม
สังหารราชันปีศาจเพลิงครามตกตายไปทันที
ดังนั้นไม่ว่าราชันปีศาจเพลิงครามจะกล่าวสิ่งใด ก็ไม่มี
ผู้ใดได้ยินแม้แต่ปีศาจจื่อเจินที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมก็ไม่ได้ยิน
คำพูดสุดท้ายของมันแม้แต่น้อย
ทางด้านท้องปีศาจจิ้งจอกสาวยังคงกังวลและหวาดกลัว
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้นางรู้สึกละอายจนแทบอยากจะปลิดชีพ
ตนเอง หากมิใช่เพราะสามีของนางกำลังบาดเจ็บสาหัส
เจียนตายล่ะก็ นางคงระเบิดจิตเซียนเพื่อไม่ให้ตนเอง
แปดเปื้อนด้วยน้ำมือของชายอื่น
เพราะราชันปีศาจเพลิงครามต้องการจะร่วมหลับนอน
กับนาง แต่แล้วอยู่ ๆ มันก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตา
จากนั้นก็มีคนแปลก ๆ สามคนปรากฏกายขึ้น พวกเขา
ทั้งหมดเป็นผู้เยาว์หนุ่มสาวที่เพิ่งก้าวเข้าสู่อาณาจักร
ปีศาจไร้ลักษณ์
อู่ อวี้ , หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี พวกเขาทั้งสามยังดู
อ่อนวัยเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ฝึกตน
” พวกท่านคือ? ”
ราชันปีศาจจื่อเจินตกใจเล็กน้อย เนื่องจากอยู่ ๆ ราชัน
ปีศาจเพลิงครามก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตาของนาง ซึ่ง
นางไม่ได้พบเห็นสถานการณ์ดังกล่าวมาหลายปีแล้ว
หากเป็นราชันมังกรโลกันตร์มาปรากฏตัวต่อหน้า นางคง
ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย
ทว่าผู้เยาว์ทั้งสามดูเหมือนคนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่อาณาจักร
ปีศาจไร้ลักษณ์หมาด ๆ จะสามารถสังหารราชันปีศาจ
เพลิงครามได้อย่างไร?
ดังนั้นนางจึงรู้สึกตกตะลึงนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง และลืมเลือน
ไปชั่วขณะว่าสามีตนกำลังบาดเจ็บสาหัสเจียนตายอยู่
อู่ อวี้ โบกมือ ” ไม่สำคัญว่าเราเป็นใคร สิ่งสำคัญคือ
ราชันปีศาจเพลิงครามถูกพวกเราสังหารเพราะความต่ำ
ช้าไร้ยางอายของมัน แต่พวกเราหวังว่าเจ้าจะไม่แพร่ง
พรายเรื่องนี้ออกไป มิฉะนั้นคงไม่เป็นผลดีกับเราแน่ ”
เมื่อได้ยินเขากล่าวเช่นนั้น ราชันปีศาจจื่อเจินก็ได้สติ
กลับคืนมา ทำให้นางตระหนักว่าราชันปีศาจเพลิงคราม
ถูกสังหารไปแล้วจริง ๆ !
ซึ่งนางก็คิดถูกแล้ว ด้วยลักษณะนิสัยของราชันปีศาจ
เพลิงคราม คงไม่อาจทานทนได้ที่เห็น อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ
ร้องตะโกนต่อหน้าเช่นนี้?
ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงความคิดของราชันปีศาจเพลิงคราม
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าตอนนี้มันต้องการ ‘ย่ำยี’ นาง ใน
สถานการณ์เช่นนี้เกรงว่าคงไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้ง
ความต่างช้าของราชันปีศาจเพลิงครามได้ การหายตัวไป
อย่างกะทันหันของมัน มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว
เท่านั้น นั่นคือมันถูกสังหารจนตกตายไปแล้วจริง ๆ
” ผู้มีพระคุณมิต้องกังวล ท่านช่วยชีวิตเราไว้ ข้าย่อมไม่
แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปอย่างเด็ดขาด ”
ราชันปีศาจจื่อเจินรีบกล่าวตอบรับในทันที ” เพียงแต่…
ข้ากังวลว่าการตายของราชันปีศาจเพลิงครามจะมิใช่
เรื่องเล็ก ๆ ซึ่งมันอาจจะนำพาปัญหาใหญ่มาให้แก่พวก
ท่านทั้งสาม… แต่ท่านวางใจได้ แม้พวกเราจะถูกจับ ข้า
จะปิดปากเงียบไม่แพร่งพรายเรื่องของท่านออกไป
แน่นอน! ”
” มิต้องกังวล ไม่มีทางที่ผู้ใดจะรู้เรื่องนี้ ”
อู่ อวี้ รู้สึกโล่งใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาส่ายศีรษะพร้อม
เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ด้วยเพราะเขาจะเข้าสู่แดนมังกรทมิฬด้วยตัวตนของ
ราชันปีศาจเพลิงคราม เพียงแต่เขาไม่จำเป็นต้องบอก
เรื่องนี้กับราชันปีศาจจื่อเจิน
” คนสวย เหตุใดจะไม่ลองดูพี่ชายคนนี้บ้าง? ”
หนานซานหวางเยว่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เฝ้าสังเกตราชัน
ปีศาจจื่อเจินอยู่ตลอดเวลา สายตาของเขาเปี่ยมไปด้วย
ความหลงไหล ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาสนใจนาง
น่าเสียดายที่มิใช่เวลาให้เขาทำตัวโง่เขลา ยิ่งไปกว่านั้น
ยังสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างนางกับราชัน
ปีศาจจื่อฉวนได้อย่างชัดเจน
แน่นอน อู่ อวี้ รู้ดีว่าโฉมงามเบื้องหน้าดึงดูดหนานซาน
หวางเยว่ จนเขายากจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้ ดังนั้น
จึงลากเขากลับเข้ามาในเจดีย์ล่องกำเนิด พร้อมบอก
ให้เย่ซีซีติดตามตนเองออกจากภูเขาทันที
ราชันปีศาจจื่อเจินรู้สึกสับสนเล็กน้อยกับคำกล่าวของ
หนานซานหวางเยว่ แต่เมื่อเห็น อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ
หายไปจากสายตา นางก็มิได้สนใจเรื่องอื่นอีก พลัน
ทะยานเข้าไปหาสามีของตนเองเพื่อตรวจสอบดูว่าเขา
ได้รับบาดเจ็บสาหัสมากเพียงใด
จากสายตาของราชันปีศาจจื่อเจิน เห็นได้ชัดว่านาง
ขอบคุณ อู่ อวี้ กับพรรคพวกมาก แต่ก่อนที่นางจะได้พูด
อันใด อู่ อวี้ กับพรรคพวกก็หายตัวไปเสียแล้ว
อีกทั้งนางยังรู้สึกกังวลเล็กน้อยว่าตนเองน่าจะถูกราชัน
มังกรโลกันตร์ตรวจสอบ ดังนั้นจึงยังไม่ค่อยเชื่อในคำ
กล่าวของ อู่ อวี้ เท่าใดนัก แต่ตอนนี้นางไร้ซึ่งหนทางอื่น
นอกจากเชื่อใจ อู่ อวี้ เพียงเท่านั้น
หากถูกราชันมังกรโลกันตร์ตรวจสอบเรื่องนี้ขึ้นมาจริง ๆ
นางกับสามีคงไม่อาจหนีรอดจากเงื้อมมือของราชันมังกร
โลกันตร์ไปได้
แต่มันก็ดีกว่าการถูกราชันปีศาจเพลิงครามทำให้แปด
เปื้อน…
อู่ อวี้ พบมุมหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกลจากนครทมิฬหมื่นปีศาจ
หลังจากนั้นก็จะจำแลงร่างเป็นราชันปีศาจเพลิงคราม
ทันที ทุกสรรพสิ่งก่อนหน้านี้ของราชันปีศาจเพลิงคราม
ล้วนแปรเปลี่ยนกลายเป็นของเขา จากความสามารถ
กลืนกิน
อย่างไรก็ตามราชันปีศาจเพลิงครามช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก
อู่ อวี้ ย่อมไม่สามารถกระทำเลื่อนต่ำช้าเลวทราม
เช่นเดียวกับมันได้อย่างแน่นอน เช่นสิ่งที่เคยทำกับสอง
ผัวเมียปีศาจจิ้งจอกก่อนหน้านี้
ซึ่งเขาก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้เท่าใดนัก เพราะมันเป็น
การสร้างปัญหาให้กับตนเองโดยไม่จำเป็น อีกทั้งเขายังมิ
ต้องปฏิบัติตามบุคลิกในอดีตของราชันปีศาจเพลิงคราม
ทุกอย่าง ตราบใดที่ไม่แตกต่างกันไป ก็ไม่มีผู้ใดสนใจ
จากนั้น อู่ อวี้ ก็รวบรวมเครื่องบรรณาการตามรายชื่อ
ของราชันปีศาจเพลิงคราม ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว
พฤติกรรมที่เขาแสดงล้วนเป็นเช่นเดียวกับราชันปีศาจ
เพลิงคราม หากพบผู้ใดไม่ยอมจ่ายส่วยก็จะดุด่าคนผู้นั้น
หรือแม้กระทั่งทุบตีมัน
ตราบใดที่ไม่สร้างปัญหาเกินไปก็ไม่เป็นอันใด อู่ อวี้
คุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้ หลังจากกลืนกินความทรงจำของ
ราชันปีศาจเพลิงคราม เขาก็แสดงท่าทางหยิ่งพยอง
ออกมามากยิ่งขึ้น สิ่งที่ราชันปีศาจเพลิงครามทำ เขาก็
จะปฏิบัติตามเช่นนั้น ซึ่งราชันปีศาจตนอื่น ๆ ก็มิได้
สงสัยหรือระแคะระคายแม้แต่น้อย
ขณะที่รวบรวมเครื่องบรรณาการตามรายชื่อ อู่ อวี้
ยังคงขุดคุ้ยความทรงจำของราชันปีศาจเพลิงครามต่อไป
เช่นรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างที่มิได้รู้ทันทีหลังจาก
กลืนกิน เขาจึงพยายามสำรวจและค้นหาอย่าง
กระตือรือร้น
เทพปีศาจอย่างราชันปีศาจเพลิงครามฝึกฝนบำเพ็ญตน
มานานหลายแสนปี ดังนั้นมันจะมีความทรงจำมากมาย
มหาศาล ซึ่ง อู่ อวี้ ไม่สามารถตระหนักได้ทันทีหลังจะ
กลืนกิน เขาจึงจำเป็นต้องใช้เวลาย่อยสลายพอสมควร
ไม่นานนักหลังจาก อู่ อวี้ พยายามขุดคุ้ยความทรงจำ
ของราชันปีศาจเพลิงคราม เขาก็พบบางสิ่งที่กำลังกังวล
อยู่
อันที่จริงแล้วความทรงจำของราชันปีศาจเพลิงคราม
ก่อนที่จะทะยานขึ้นมาบนภพเทพปีศาจหรือแม้กระทั่ง
หลายแสนปีก่อนหน้านี้ ล้วนไม่มีมีประโยชน์สำหรับ อู่
อวี้ ดังนั้นเขาจึงมุ่งเน้นไปที่ความทรงจำเกือบหมื่นปี
ก่อน
ในที่สุดเขาก็พบร่องรอยของจิ่วอิง จากความทรงจำเมื่อ
5,000 ปีก่อน!
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าราชันปีศาจเพลิงครามจะมีความทรง
จำเช่นนี้ นั่นคือภาพที่ราชันมังกรโลกันตร์พาจิ่วอิงเข้ามา
ในแดนมังกรทมิฬ พร้อมแนะนำให้ราชันปีศาจตนอื่น ๆ
รู้ว่าจิ่วอิงคือบุตรบุญธรรมของมัน
กระบวนการที่เกิดขึ้นถือว่าสั้นมาก หลังจากนั้นราชัน
ปีศาจเพลิงครามก็ไม่เคยเห็นจิ่วอิงปรากฏตัวอีกเลย
แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ อู่ อวี้ ก็พบว่า
สถานการณ์ของจิ่วอิงในภาพความจำของราชันปีศาจ
เพลิงครามไม่ค่อยถูกต้องเท่าใดนัก เพราะจิ่วอิงที่ถูก
ราชันมังกรโลกันตร์พาตัวมา ดูหม่นหมองเซื่องซึม
เล็กน้อย ราวกับคนไร้สติ
เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ อู่ อวี้ จะไม่ทราบสถานการณ์แน่
ชัด ทว่าโทสะและความวิตกกังวลซึ่งมิอาจระบายได้ก็
ปรากฏขึ้นในใจ เขารู้สึกว่าต่อให้ราชันมังกรโลกันตร์
ยอมรับจิ่วอิงบุตรบุญธรรมของมัน แต่เรื่องนี้ต้องมี
เงื่อนงำซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
น่าเสียดายที่ อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าจิ่วอิงเป็นเช่นใดบ้าง เป็นเหตุ
ให้เขารู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย
—————