กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1564: กลับมายังแดนมังกรทมิฬ
กับดักที่หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีจัดเรียงไว้มีชื่อว่า
‘ค่ายกลเซียนภพต้องห้าม’ สามารถปิดกั้นยันต์เซียน
สื่อสารมิให้ถูกส่งออกไปได้ ซึ่งหมายความว่าไม่มีทางที่
ราชันปีศาจคุนเผิงจะส่งยันต์เซียนสื่อสารออกไปขอ
ความช่วยเหลือ ต่อให้อยากจะหนี ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้
สำหรับราชันปีศาจหกสวรรค์ อู่ อวี้ เคยรับมือมานักต่อ
นัก เคยแม้กระทั่งโดนราชันปีศาจหกสวรรค์รุมโจมตีแบบ
สามรุมหนึ่ง
ในเมื่อราชันปีศาจคุนเผิงไม่สามารถส่งยันต์เซียนสื่อสาร
แจ้งข่าวหรือขอความช่วยเหลือใด ๆ ได้ ก็หมายความว่า
ชีวิตของมันได้มาถึงวาระสุดท้ายแล้ว
” เจ้าเป็นใคร!? เจ้าไม่ใช่ราชันปีศาจเพลิงคราม!” ใน
ที่สุดคุนเผิงจันทราแดงก็รู้ตัวว่าตนเองได้ตกหลุมพราง
ของฝ่ายตรงข้ามเข้าให้แล้ว สีหน้าของมันก็แปรเปลี่ยน
เป็นหมองคล้ำทันที ดูเหมือนผู้ที่ปรากฏอยู่ตรงเบื้องหน้า
ของมัน เพิ่งจะเข้าสู่อาณาจักรปีศาจไร้ลักษณ์ได้ไม่นาน
ไม่ใช่สิ… แทนที่จะมานั่งสนใจว่าฝ่ายตรงข้ามเพิ่งเข้าสู่
อาณาจักรปีศาจไร้ลักษณ์ได้ไม่นาน ในเวลานี้คุนเผิง
จันทราแดงมองฝ่ายตรงข้ามด้วยสายตาประหลาดใจ
อย่างที่สุด เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เทพ
ปีศาจในภพเทพปีศาจ
แต่คนระดับอาณาจักรปีศาจไร้ลักษณ์ขั้นที่สองบังอาจมา
ท้าทายมันเช่นนี้ไม่ใจกล้าเกินไปหน่อยหรือ? อีกทั้งยังใช้
วิธีล่อลวงราชันปีศาจคุนเผิงให้มาติดกับดัก?
ราชันปีศาจคุนเผิงหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน เพราะ
มันรู้สึกว่าผู้จะชี้ชะตาตัดสินในครั้งนี้มิใช่ อู่ อวี้ อย่าง
แน่นอน แต่เมื่อมันกวาดตามองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นร่าง
อื่นใด ซึ่งระดับของราชันปีศาจหกสวรรค์ยิ่งถือว่าเหนือ
ยิ่งกว่าหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซี
หากคนทั้งสองปรากฏตัว บางทีอาจทำให้ อู่ อวี้ ตกอยู่
ในสถานการณ์เสียเปรียบ หรือพวกเขาอาจจะถูกจับเป็น
ตัวประกันซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่ง หลังจาก
วางกับดักพวกเขาทั้งสองก็ไม่ยอมปรากฏตัวเฝ้ารอให้ อู่
อวี้ ล่อลวงคุนเผิงจันทราแดงเข้ามาติดกับดัก โดยพวก
เขาทั้งสองเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ภายนอกค่ายกลเซียนภพ
ต้องห้าม
ตอนนี้ อู่ อวี้ ได้เปลี่ยนเป็นร่างจริงแล้ว ซึ่งเขาก็ไม่มีอัน
ใดจะกล่าวกลับคุนเผิงจันทราแดงอีก
หลังจากพยายามวางแผนและดำเนินตามขั้นตอนมา
จนถึงตอนนี้ สิ่งที่เขาต้องทำคือกลืนกินคุนเผิงจันทรา
แดง ไม่เช่นนั้นหากข่าวคราวรั่วไหลแพร่งพรายออกไป
สิ่งที่พวกเขาจะต้องพบเจอก็คือทางตัน
” บางทีเจ้าคงแปลกใจอยู่ไม่น้อย ว่าทำไมข้าถึงต้อง
ล่อลวงเจ้ามาที่นี่ เจ้าอยากจะถามหรือไม่ว่าเพราะเหตุ
ใด? ”
อู่ อวี้ ไต่ถามพร้อมกับเหล่ตามอง
“ทำไม?” คุนเผิงจันทราแดงก็รู้สึกสงสัย แม้ยามนี้มันจะ
รู้สึกว่าคนที่อยู่ด้านหน้าของมันไม่ต่างจากตัวตลก ที่
บังอาจหาญกล้าซุ่มโจมตีมันทั้ง ๆ ที่ความแข็งแกร่งอยู่
แค่ระดับอาณาจักรปีศาจไร้ลักษณ์ขั้น 2 ถึงกระนั้นมันก็
ยังอยากรู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด
ทว่า อู่ อวี้ ก็ยังมิได้ตอบคำถามมันเลยว่า ‘ทำไม’ เพราะ
เหตุผลที่เขาไต่ถามคุนเผิงจันทราแดงก็เพื่อหลอกล่อ
ดึงดูดความสนใจ เพื่อให้อีกฝ่ายคลายความระมัดระวัง
ตัวลง
ดังนั้นทันทีที่คุนเผิงจันทราแดงไต่ถามว่า ‘ทำไม’ อู่ อวี้
ก็ทำให้พิภพแห่งความว่างเปล่าและมิติพิภพพลิกกลับ
ตาลปัตรในทันที
“ความว่างเปล่าหวนกลับ … ผนึกเมฆาเร้น!”
อู่ อวี้ ใช้ประโยชน์จากความว้าวุ่นใจของอีกฝ่าย จากนั้น
เขาก็เปิดฉากโจมตีในฉับพลัน แม้ว่าต่อให้ทั้งสอง
เผชิญหน้ากันเขาจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ แต่ถ้ามี
วิธีที่ง่ายกว่าโดยไม่ต้องเปลืองแรงไฉนจะไม่ทำเล่า?
อีกทั้งราชันปีศาจคุนเผิงยังเห็นว่าพื้นฐานฝึกตนของ อู่
อวี้ อ่อนด้อยเกินไป ซึ่งต่ำกว่ามันถึงสี่ระดับ แม้ในใจจะ
แอบระแวงระวังแต่ก็มิได้มากมายอันใด มันแค่คอย
ป้องกัน ‘คู่ต่อสู้ที่อาจจะหลบซ่อนอยู่’ ซึ่งไม่รู้ว่ามาจากที่
ใด
น่าเสียดายที่ไม่มีผู้ใดหลบซ่อนตัวอยู่อย่างที่มันคิด มี
เพียงแค่ อู่ อวี้ เท่านั้น
หลังจากใช้ความว่างเปล่าหวนกลับราชันปีศาจคุนเผิงถูก
ดึงเข้าสู่พิภพแห่งความว่างเปล่าทันที เมื่ออยู่ในเขตแดน
นี้ส่งผลให้ความแข็งแกร่งของมันลดลงไปหลายเท่า แต่
สิ่งสำคัญก็คือมันยังไม่ทันได้ตอบสนองใด ๆ ผิวหนังสี
แดงทั่วทั้งร่างของมันก็ถูกบดขยี้ทำลายในฉับพลัน ไม่ว่า
จะเป็นเนื้อหนังหรือโลหิตล้วนถูกบดขยี้ด้วยผนึกเมฆา
เร้น
กล่าวได้ว่าราชันปีศาจคุนเผิงถูกผนึกเมฆาเร้นบดขยี้
ทำลายโดยไม่มีการต่อต้านใด ๆ ดวงตาสีแดงฉานเต็มไป
ด้วยความประหลาดใจอย่างเหลือล้น ทว่าดูเหมือนทุก
อย่างจะสายเกินไปต่อให้มันอยากจะต่อต้านดิ้นรนก็เปล่า
ประโยชน์
ร่างของมันถูกผนึกเมฆาเร้นบดขยี้ทำลายเป็นเสี่ยง ๆ
หลังจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็หายไปในพริบตา ภาพฉาก
สุดท้ายที่มันเห็นก่อนตายภายในดวงตา คือภาพของ
เซียนน้อยเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์อสูรแสนน่าสะพรึงกลัว
สัตว์อสูรตัวนั้นกู่ร้องคำรามก่อนพุ่งทะยานมาหามัน
หลังจากนั้นภาพตรงหน้าก็ถูกตัดกลายเป็นมืดดำสนิท …
อู่ อวี้ กลืนกินราชันปีศาจคุนเผิงจนหมดสิ้น
สำหรับการเคลื่อนไหวสุดท้าย อู่ อวี้ ต้องการให้อีกฝ่าย
เก็บภาพความทรงจำดังกล่าวเอาไว้ก่อนตาย ความรู้แจ้ง
เกี่ยวกับเต๋าแลประสบการณ์ของมันไม่ค่อยมีประโยชน์
อันใดกับเขามากนัก นับตั้งแต่ที่เขาได้กลืนกินเศษ
ชิ้นส่วนของจักรพรรดิปีศาจ หากเปรียบเทียบซากศพ
ของจักรพรรดิปีศาจกับราชันปีศาจคุนเผิงแล้ว เรียกได้
ว่าต่างชั้นราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว
แม้จะมีพื้นฐานฝึกตนเทียบเท่าราชันทองกำเนิดวิบัติ ,
ราชันปีศาจแรดทอง ฯลฯ แต่กล่าวได้ว่าราชันปีศาจคุน
เผิงแข็งแกร่งกว่าพวกมันเล็กน้อย หลังจากกลืนกินระดับ
ความแข็งแกร่งที่ อู่ อวี้ ได้รับก็เพิ่มขึ้นแค่บางส่วน
เท่านั้น
แต่การได้รับความทรงจำของราชันปีศาจคุนเผิงคือหนึ่ง
ในเป้าหมายของเขา!
อู่ อวี้ เริ่มย่อยความทรงจำของราชันปีศาจคุนเผิงในป่า
ทมิฬ ไม่นานนักเขาก็พบว่าความทรงจำของราชันปีศาจ
คุนเผิงเกี่ยวกับจิ่วอิง แทบจะเหมือนกับราชันปีศาจเพลิง
คราม นั่นก็คือมันพบจิ่วอิงซึ่งถูกพามาที่นี่เป็นครั้งแรก
หลังจากนั้นมันก็ไม่เคยเห็นจิ่วอิงอีกเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ภาพที่เขาเห็นยังเป็นเช่นเดียวกับในความ
ทรงจำของราชันปีศาจเพลิงคราม นั่นก็คือจิ่วอิงดูเซื่อง
ซึมไร้สติเล็กน้อย หลังจากราชันมังกรโลกันตร์แนะนำจิ่
วอิงแก่ราชันปีศาจตนอื่น ๆ มันก็รีบเร่งพาเขาออกไป
ทันที
” ข้ายังไม่ทราบว่าตอนนี้สถานการณ์ของจิ่วอิงเป็น
เช่นใด! แต่โชคยังดี ที่ศักดิ์ฐานะของราชันปีศาจคุนเผิง
นั้นสูงกว่าราชันปีศาจเพลิงครามมาก ซึ่งมันทำให้ข้า..
เข้าถึงตัวราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสามได้โดยตรง ” อู่
อวี้ โล่งใจเล็กน้อย ตราบใดที่เขากลับไปยังแดนมังกร
ทมิฬ จากนั้นก็ใช้วาทศิลป์หลอกล่อสืบข้อมูลจากราชัน
ปีศาจเจ็ดสวรรค์ เพื่อดูว่าจะได้รับอันใดเพิ่มเติมหรือไม่
หลังจาก อู่ อวี้ ตรวจสอบความทรงจำของราชันปีศาจ
คุนเผิงได้อย่างสมบูรณ์แล้ว เขาก็บอกให้หนานซานหวาง
เยว่กับเย่ซีซีปลด ‘ค่ายกลเซียนภพต้องห้าม’ เพื่อมิให้
เหลือเบาะแสร่องรอยใด ๆ ที่จะสืบสาวมาถึงพวกเขาได้
” ในเมื่อจัดการเสร็จแล้ว พวกเราก็กลับไปที่แดนมังกร
ทมิฬกันเถอะ” อู่ อวี้ หันไปกล่าวกับหนานซานหวางเยว่
และเย่ซีซี
แต่ทันทีที่กล่าวจบ อู่ อวี้ ก็พบว่ามียันต์เซียนสื่อสารบิน
ทะยานอยู่เหนือศีรษะของตนเอง ยันต์เซียนมีทั้งหมด
สองแผ่น ซึ่งถูกส่งมาให้กับราชันปีศาจเพลิงครามและ
ราชันปีศาจคุนเผิง แน่นอนว่าสิ่งนี้ได้กระตุ้นลางสังหรณ์
ไม่ดีบางอย่างในจิตใจของ อู่ อวี้
ในฐานะที่เขาปลอมตัวเป็นราชันปีศาจเพลิงครามกับ
ราชันปีศาจคุนเผิง ทำให้เขาได้รับยันต์เซียนสื่อสารทั้ง
สองแผ่น เมื่อตรวจสอบดูเนื้อหาภายใน พบว่าราชัน
มังกรโลกันตร์สั่งให้พวกเขากลับสู่ ‘แดนมังกรทมิฬ’
โดยเร็วที่สุด
อาจมีบางอย่างเกิดขึ้นก็เป็นได้?
สิ่งนี้ทำให้สถานการณ์ของ อู่ อวี้ ยากลำบากขึ้นเล็กน้อย
ท้ายสุดแล้วไม่ว่าความสามารถในการปลอมตัวของเขา
จะแข็งแกร่งมากเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนร่างเป็น
ราชันปีศาจเพลิงครามกับราชันปีศาจคุนเผิงได้ในเวลา
เดียวกัน?
เพียงแต่เรื่องนี้เขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจเท่าใดนัก เนื่องจาก
เขามีตัวตนของราชันปีศาจคุนเผิงแล้ว จึงไม่มีทางที่เขา
จะใช้ตัวตนของราชันปีศาจเพลิงครามอีก อย่างไรก็ตาม
หากเดินทางกลับมายังแดนมังกรทมิฬ แล้วราชันปีศาจ
ตนอื่น ๆ พบว่ามีเพียงราชันปีศาจเพลิงครามเท่านั้นที่ยัง
ไม่ปรากฏตัว เขาอาจจะถูกสงสัยเอาได้
อย่างน้อยตามกฎของราชันมังกรโลกันตร์ ห้ามมิให้ราชัน
ปีศาจภายในแดนมังกรทมิฬสังหารกันเอง
” ตอนนี้เราคงต้องย้อนกลับไปดูสถานการณ์กันก่อน แต่
การเจ้าใช้ตัวตนของราชันปีศาจคุนเผิงกลับไปเพียง
ลำพัง ไม่ว่าอย่างไรก็ดูน่าสงสัย เมื่อถึงยามนั้นหากราชัน
มังกรโลกันตร์ไต่ถามว่าราชันปีศาจเพลิงครามหายไป
ไหน เจ้าคงต้องแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน ” หนานซาน
หวางเยว่วิเคราะห์
“ เป็นเช่นนั้น ” อู่ อวี้ พยักหน้าอย่างจริงจัง
เดินที่เขาต้องการถ่วงเวลาให้ช้าลงหน่อย เพื่อค่อย ๆ หา
ข้อมูลของจิ่วอิง แต่ตอนนี้จากน้ำเสียงที่ราชันมังกร
โลกันตร์ส่งผ่านมาตามยันต์เซียนสื่อสาร ดูเหมือนมีเรื่อง
ที่สำคัญมาก ไม่ว่าเหตุผลใดเขาก็ต้องกลับไปยังแดน
มังกรทมิฬ
อู่ อวี้ ปลอมตัวคุนเผิงจันทราแดงบินทะยานกลับไปยัง
นครทมิฬหมื่นปีศาจอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันนั้น
หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีก็เข้ามาในเจดีย์ล่องกำเนิด
เพื่อรอคอยโอกาส ปล่อยให้ อู่ อวี้ เป็นผู้จัดการเรื่องราว
ภายนอกไปก่อน
ไม่กี่เดือนต่อมาในที่สุดนครทมิฬหมื่นปีศาจก็ปรากฏขึ้น
เบื้องหน้าเขา ซึ่งเขาก็มุ่งหน้าไปยังแดนมังกรทมิฬโดยไม่
หยุดพักแม้แต่น้อย ระหว่างทางราชันมังกรโลกันตร์ส่ง
ยันต์เซียนสื่อสารมากระตุ้นเข้าถึงสองครั้ง ซึ่งมันยิ่งทำให้
ลางสังหรณ์ของ อู่ อวี้ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่ามีเรื่อง
ใหญ่เกิดขึ้นในแดนมังกรทมิฬ
หลังกลับมาถึงแดนมังกรทมิฬ เขาพบว่าราชันปีศาจตน
อื่น ๆ รวมตัวกันอยู่ที่นี่หมดแล้ว มีเพียงสองคนที่ยังขาด
ไปนั่นก็คือราชันปีศาจคุนเผิงกับราชันปีศาจเพลิงคราม
ตอนนี้ อู่ อวี้ กลับมาในฐานะราชันปีศาจคุนเผิง ซึ่งถือ
เป็นคนสุดท้ายที่กลับมา ดังนั้นจึงเหลือเพียงเพียงราชัน
ปีศาจเพลิงครามเท่านั้น
ด้านหน้าของ อู่ อวี้ คือราชันมังกรโลกันตร์ ราวกลับว่านี่
ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนเล็กน้อย ซึ่งราชันมังกรโลกันตร์ก็
กำลังรอเขาอยู่
แม้ว่าจากความทรงจำของราชันปีศาจเพลิงครามและ
ราชันปีศาจคุนเผิง เขาจะเคยเห็นราชันมังกรโลกันตร์
มาแล้ว แต่ตอนนี้ อู่ อวี้ ได้เห็นมันเต็มสองตาของตนเอง
ดังนั้นจึงรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย ยามนี้มังกรทมิฬ
โลกันตร์เก้าหัวผู้มีเรือนกายสีดำทมิฬได้ปรากฏขึ้นเบื้อง
หน้าของเขาแล้ว ทั่วทั้งร่างของมันแผ่แรงกดดันและ
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว
ราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่หลุดออกมาจากนรก บนหัว
ทั้งเก้าของราชันมังกรโลกันตร์ มีดวงเนตรอยู่ทั้งหมด 9
คู่ โดยที่ภายในดวงเนตรเหล่านั้น ให้ความรู้สึกเช่นดั่ง
อำนาจพลังผู้มาจากนรกอเวจี เป็นพลังกฎสวรรค์อันมืด
มิดทมิฬและน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
เมื่ออยู่ต่อหน้าราชันมังกรโลกันตร์ อู่ อวี้ รู้สึกราวกับว่า
ตนเองเป็นเพียงมดปลวก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้เขา
คือราชันปีศาจคุนเผิง ซึ่งมีความแตกต่างในอาณาจักร
พลังกับราชันปีศาจแปดสวรรค์ถึงสองขั้น
แม้ว่าร่างจริงของ อู่ อวี้ จะสามารถต่อกรกับราชันปีศาจ
เจ็ดสวรรค์ แต่ราชันมังกรโลกันตร์ที่อยู่เบื้องหน้าก็ยังน่า
สะพรึงกลัวอยู่ดี มันมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับระดับ
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ อีกทั้งเขายังมีความเข้าใจใน
อาณาจักรพลังของมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งถือเป็น
ความแตกต่างระหว่างราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจ
สามัญ
ไม่ว่าจะเป็นราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสาม ได้แก่ หงส์
เพลิงมาร กิเลนนิมิตทมิฬ อสูรเต่าทมิฬ รวมถึงราชัน
ปีศาจในแดนมังกรทมิฬทั้งหมด เมื่ออยู่ต่อหน้าราชัน
มังกรโลกันตร์พวกมันล้วนแสดงท่าทางเคารพนบนอบ
เป็นอย่างยิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว แค่
แรงกดดันเพียงอย่างเดียวที่แผ่ออกมาจากร่างของราชัน
มังกรโลกันตร์ก็มากเพียงพอที่จะทำให้ราชันทุกตัวร่าง
สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
แม้ อู่ อวี้ ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว
แต่เขามิได้แสดงความขาดเขลาแต่อย่างใด พร้อมเดินมา
เบื้องหน้าราชันมังกรโลกันตร์ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียง
สั่นเทาว่า ” ข้ามาช้า โปรดอภัยด้วย!”
มิใช่ว่าเขาหวาดกลัว แต่เมื่อราชันปีศาจคุนเผิง
เผชิญหน้ากับราชันมังกรโลกันตร์มันมักจะตัวสั่นเทาอยู่
เสมอ
ต่อให้ อู่ อวี้ ไม่เคยเผชิญหน้ากับราชันปีศาจแปดสวรรค์
มาก่อน แต่อย่างน้อยจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ที่เขาพบเจอ
บนสรวงสวรรค์ก็ยังน่าสะพรึงกลัวกว่าราชันมังกร
โลกันตร์หลายเท่า ด้วยเหตุนี้แค่ราชันมังกรโลกันตร์เพียง
ผู้เดียว จึงไม่อาจทำให้ อู่ อวี้ หวาดกลัวได้
เขาแสร้งทำเป็นร่างกายสั่นเทาตามพฤติกรรมของราชัน
ปีศาจคุนเผิงเท่านั้น
มันคือตัวตนสูงสุด ผู้ควบคุมราชันปีศาจทั้งหมดในแดน
มังกรทมิฬ ถึงแม้ อู่ อวี้ จะใช้ร่างจริงเผชิญหน้ากับมัน
แต่เขาก็คงมิใช่คู่ต่อกรของอีกฝ่าย
ราชันมังกรโลกันตร์สามารถสังหาร อู่ อวี้ ได้ด้วยการ
โจมตีเพียงครั้งเดียว หากเป็นเช่นนั้นจริง อู่ อวี้ คง
กระทำได้เพียงอาศัยเมฆาตลบฟ้า เพื่อหลบหนีไปให้ไกล
ที่สุดเท่านั้น
เมื่อเห็น ‘ราชันปีศาจคุนเผิง’ กลับมา ราชันมังกร
โลกันตร์ก็จ้องมาที่เขาพร้อมปลดปล่อยแรงกดดันน่า
สะพรึงกลัวยิ่งขึ้น