กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1563: ล่อลวงให้มาติดกับ
ด้านนอก ณ ตำหนักปีศาจโลหิต ‘ราชันปีศาจเพลิง
คราม’ กำลังรอเข้าพบราชันปีศาจคุนเผิง
เวลานี้หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีได้ออกมาด้านนอก
เป็นเวลาหลายวันแล้ว พวกเขาออกมาวางกับดักล่อ
ราชันปีศาจคุนเผิงให้มาติดกับที่ป่าทมิฬ
อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ในรูปลักษณ์ของราชันปีศาจเพลิงคราม
หลังจากเฝ้ารออยู่ด้านนอกตำหนักปีศาจโลหิตอยู่ครู่ใหญ่
ๆ ทันใดนั้นก็มีปีศาจสาวตนหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้น นาง
ปรายหางตามองเขา จากนั้นก็หันไปมองอีกด้านแล้ว
กล่าวขึ้นว่า “ท่านราชันคุนเผิงผู้ยิ่งใหญ่กำลังฝึกฝึกฝน
ไม่ว่างจะพบผู้ใดยามนี้ หากเจ้าอยากพบ คงต้องรออีก
นาน ”
แม้แต่ปีศาจสาวในตำหนักปีศาจโลหิต ก็ยังมองราชัน
ปีศาจเพลิงครามด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม
ไม่ใช่เพราะพลังความแข็งแกร่งของราชันปีศาจเพลิง
ครามนั้นไม่ดี แต่เป็นเพราะว่าหญิงรับใช้เหล่านี้ตามปกติ
แล้ว จะมิได้ออกจากตำหนักที่ตนเองอาศัยอยู่
ในตำหนักปีศาจโลหิตนี้นางถือเป็นตัวแทนของราชัน
ปีศาจคุนเผิงอย่างสมบูรณ์ หากผู้ใดแตะต้องสัมผัสนาง
มันผู้นั้นต้องเผชิญหน้ากับราชันปีศาจคุนเผิง แล้วจะให้
นางต้อนรับราชันปีศาจเพลิงครามด้วยกระดี๊กระด๊าได้
อย่างไร?
อู่ อวี้ ไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองกับเรื่องเช่นนี้ เพราะใน
ความทรงจำของราชันปีศาจเพลิงครามมันค่อนข้าง
ริษยาราชันปีศาจคุนเผิงเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยพื้นฐาน
แล้วไม่ว่าราชันปีศาจคุนเผิงจะกลั่นแกล้งรังแกมันเช่นใด
มันก็จะไม่ต่อต้าน ไม่ต่างจากลูกสมุนของราชันปีศาจคุน
เผิง
ดังนั้น อู่ อวี้ ยังคงเฝ้ารออยู่นอกตำหนักปีศาจโลหิต
ต่อไป หลังจากเวลาผันผ่านไปสามเดือน ในที่สุดคุนเผิง
จันทราแดงก็ยอมออกมาด้วยท่าทางเบื่อหน่าย
หลังจากเห็น ‘ราชันปีศาจเพลิงคราม’ คุนเผิงจันทรา
แดงก็มองด้วยสายตาเหยียดหยามแล้วเอ่ยถามอย่าง
เกียจคร้าน ” ว่าไงไอ้เด็กเปรต…ตามหาข้ามีเรื่องอันใด?”
เนื่องจากไม่มีผู้ใดอื่นอยู่แถวนี้จึงไม่จำเป็นต้องแสร้งปั้น
หน้าแสดงความให้เกียรติ ไม่จำเป็นต้องแสดงท่าทีเป็น
มิตรกับราชันปีศาจเพลิงคราม ดังนั้นราชันปีศาจคุนเผิง
จึงถามความต้องการอย่างตรงไปตรงมาด้วยน้ำเสียง
ท่าทางเกียจคร้านเฉื่อยชา
มันกำลังรอฟังว่าชายผู้นี้จะกล่าวสิ่งใด หากไม่ใช่เรื่อง
สำคัญมันจะสอนบทเรียนให้ ‘ราชันปีศาจเพลิงคราม’
ได้รู้ว่าการรบกวนอย่างไม่มีเหตุผลจะได้รับโทษทัณฑ์อัน
ใด
อู่ อวี้ สังเกตคุนเผิงจันทราแดงที่อยู่ตรงเบื้องหน้า มันคือ
สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ร่างกายปกคลุมไปด้วยโลหิต โลหิต
เหล่านี้ดูลึกลับน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ ในร่างของ ‘ราชันปีศาจเพลิงคราม’ แสดงท่าทาง
ประจบประแจงขึ้นมาอย่างฉับพลันพร้อมกล่าวว่า ”
นายท่านคุนเผิง ครั้งนี้ข้ามีความลับจะบอกท่าน จนถึง
ปัจจุบันความลับดังกล่าวมีเพียงข้าเท่านั้นที่รู้ ข้าจึงยอม
อุทิศกายใจนำเรื่องนี้มาบอกท่าน! ”
” ความลับงั้นหรือ? ความลับอันใดว่ามา! ”
คุนเผิงจันทราแดงหรี่ตาสีแดงโลหิตแล้วไต่ถามด้วยความ
สนอกสนใจ
อู่ อวี้ มิได้ต่อความยาวสาวความยืด พร้อมกล่าวเข้า
ประเด็นทันที ” ข้าน้อยได้ไปพบโลหิตจักรพรรดิปีศาจ
เป็นจำนวนมากในสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง ในตอนแรกข้า
คาดคิดว่าจะกลืนกินมันเอง แต่พอคิดไปคิดมาก็นึกถึง
นายท่านคุนเผิง ข้ารู้ว่าตอนนี้ท่านอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ
ที่จะยกระดับขึ้นสู่ขั้นต่อไป หากนายท่านได้รับโลหิต
จักรพรรดิปีศาจ อาจจะทำให้ความสามารถของท่านพุ่ง
ทะยานสูงขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในราชันปีศาจเจ็ด
สวรรค์! ”
” เรื่องที่เจ้ากล่าวเป็นความจริงงั้นรึ? ”
คุนเผิงจันทราแดงรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
เนื่องจากโลหิตจักรพรรดิปีศาจถือเป็นสมบัติล้ำค่าหา
ยาก สำหรับมัน ๆ ไม่เคยพบเห็นมาหลายพันปีแล้ว แต่
ถ้าราชันปีศาจเพลิงครามพบเจอมันจริง ๆ เหตุใดมันถึง
ไม่กลืนกินเสียเอง?
“จริงแท้แน่นอน!”
ราชันปีศาจเพลิงครามรีบกล่าวด้วยความตื่นเต้น ”
ข้าน้อยจะหาญกล้าโกหกมดเท็จกับท่านราชันผู้ยิ่งใหญ่
ได้อย่างไร? ถ้าข้าสามารถมอบโลหิตจักรพรรดิปีศาจ
ให้กับราชันผู้ยิ่งใหญ่ก็ถือว่าเป็นเกียรติยิ่งแล้ว ข้าหวัง
เพียงว่าในภายภาคหน้าท่านราชันผู้ยิ่งใหญ่จะดูแล
ข้าน้อยผู้นี้เล็ก ๆ น้อย ๆ ข้าก็พอใจแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าวคุนเผิงจันทราแดงก็รู้สึกว่ามี
ความเป็นไปได้อยู่บ้าง เนื่องจากศักดิ์ฐานะความเป็นอยู่
ของราชันปีศาจเพลิงครามในแดนมังกรทมิฬไม่ค่อยดี
เท่าที่ควร เรียกได้ว่าเกือบอยู่ในตำแหน่งล่างสุดเลยด้วย
ซ้ำ นี่ก็คืออีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมเวลาอยู่นอกแดนมังกร
ทมิฬมันถึงแสดงท่าทางเย่อหยิ่งจองหองอวดเบ่งเต็มที่
หากได้รับการดูแลจากคุนเผิงจันทราแดง ศักดิ์ฐานะของ
มันจะต้องดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ไม่ว่า
ผู้ใดก็สามารถกลั่นแกล้งมันได้
อีกทั้งราชันปีศาจเพลิงครามจะต้องไม่กล้าเล่นลูกไม้
อย่างแน่นอน
คุนเผิงจันทราแดงรู้จักราชันปีศาจเพลิงครามเป็นอย่างดี
ในสายตาของมัน ราชันปีศาจเพลิงครามเป็นเสมือนเด็ก
กะโหลกกะลาไม่กล้าเล่นลูกไม้มีเหลี่ยมใด ๆ กับมันอย่าง
แน่นอน หรือถ้าหากมันมีแผนแอบแฝงแม้แต่เล็กน้อย
รับรองว่าแม้แต่ร่างของมันก็จะไม่เหลือให้กลบฝัง
แทบไม่ต้องกล่าวถึงคุนเผิงจันทราแดง แม้แต่ราชันปีศาจ
ห้าสวรรค์ที่อยู่ในแดนมังกรทมิฬ ราชันปีศาจเพลิงคราม
ก็ยังมิกล้ายั่วยุมีปัญหาด้วย
ดังนั้นคุนเผิงจันทราแดงจึงไม่คิดมากเกินไป สำหรับมัน
แล้วโลหิตจักรพรรดิปีศาจถือเป็นของหายาก หากมันได้
ครอบครองจริง ๆ อาจทำให้มันทะลวงเข้าสู่อาณาจักร
ราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์เลยได้
“ ถ้าเช่นนั้นก็จงนำทางข้าไป หวังว่าเจ้าคงจะไม่โป้ปด
มดเท็จ มิเช่นนั้นเจ้าคงรู้ผลที่จะตามมา ”
ราชันปีศาจคุนเผิงตะคอกข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา
น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยแรงกดดัน
เดิมที อู่ อวี้ ต้องการหาโอกาสเหมาะ ๆ จัดการแล้วกลืน
กินมัน เขาไม่ได้สนใจความแข็งแกร่งหรือภัยคุกคามของ
คู่ต่อสู้มากนัก
อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาปลอมเป็น ‘ราชันปีศาจเพลิง
คราม’ จึงจำต้องแสดงท่าทางหวาดกลัว ในเวลา
เดียวกันก็เผยให้เห็นถึงความตื่นเต้นผ่านสายตาแล้ว
กล่าวว่า ” ไม่ต้องเป็นห่วงท่านราชันผู้ยิ่งใหญ่! ผู้น้อยจะ
ไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างเด็ดขาด แค่หวังว่าในภายภาค
หน้าท่านราชันจะดูแลข้าน้อยสักเล็กน้อย เพียงแค่นี้ข้าก็
รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ในภายภาคหน้าพบเจออะไรที่
คล้ายกันนี้อีกข้าจะส่งมอบให้กับท่านราชันผู้ยิ่งใหญ่
อย่างแน่นอน! ”
คำพูดของเขาค่อนข้างดึงดูดใจคุนเผิงจันทราแดง
สำหรับมันแล้วโอกาสที่จะพัฒนาก้าวหน้ามีไม่มากนัก ถ้า
ราชันปีศาจเพลิงครามกลายเป็นสมุนของมัน การมีผู้
ปฏิบัติตามคำสั่งย่อมเป็นสิ่งที่ดีมาก
ดังนั้นราชันปีศาจคุนเผิงจึงโบกมือแล้วติดตาม ‘ราชัน
ปีศาจเพลิงคราม’ ไป
หลังจากนั้นไม่นานคนทั้งสองก็ออกจากแดนมังกรทมิฬ
และอาณาเขตของนครทมิฬหมื่นปีศาจอย่างรวดเร็ว เมื่อ
ออกมาท่าทางของคุนเผิงจันทราแดงก็ค่อนข้างผ่อน
คลาย ด้วยเพราะพื้นที่รอบนอกมีกองกำลังของราชัน
มังกรโลกันตร์อยู่ ถึงแม้จะมีราชันปีศาจฝีมือดีอยู่ใกล้ ๆ
แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้ายั่วยุเทพปีศาจในนครทมิฬหมื่นปีศาจ
โดยเฉพาะราชันปีศาจที่อยู่ในแดนมังกรทมิฬ
หากอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่ใกล้กับนครทมิฬหมื่นปีศาจ
ย่อมไม่มีผู้ใดกล้ายั่วยุ หรือแตะต้องพวกมันอย่าง
แน่นอน
สิ่งนี้ทำให้คุนเผิงจันทราแดงรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง
ถึงแม้มันจะไม่ได้อยู่ในนครทมิฬหมื่นปีศาจ ก็ยังมีราชัน
ปีศาจหกสวรรค์อยู่ข้างนอก ต่อให้มันจะเดินทางออกมา
แค่สองคนซึ่งอาจจะเสี่ยงพบเจอกับภัยคุกคาม แต่ยามนี้
มันก็หาได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย
หากผู้ใดกล้าลงมือกับราชันปีศาจในนครทมิฬปีศาจหมื่น
ปีศาจล่ะก็ มันผู้นั้นจะพบเจอกับทางตันเพียงสถานเดียว
อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ในรูปลักษณ์ของ ‘ราชันปีศาจเพลิงคราม’
มุ่งหน้าพาคุนเผิงจันทราแดงไปยังทิศทางของป่าทมิฬ
ระหว่างการเดินทางเขาไม่ได้แสดงท่าทางพิรุธออกมาให้
เห็นแต่อย่างใด เช่นเดียวกับราชันปีศาจคุนเผิงที่อยู่ใน
ร่างจริง มันกำลังตื่นเต้นเพลิดเพลินไปกับคำเยินยอ
ระหว่างมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย
แม้ว่ายามนี้คนที่อยู่เบื้องหน้าของเขาจะเป็นราชันมังกร
โลกันตร์ ก็ไม่มีทางรู้ว่า ‘ราชันปีศาจเพลิงคราม’ เป็นตัว
ปลอม
หลังจากใช้เวลาเดินทางมาได้ประมาณสองสามเดือน ใน
ที่สุด อู่ อวี้ ก็พาคุนเผิงจันทราแดงผ่านมหาสมุทรทมิฬ
ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ กล่าวได้ว่าเวลานี้ได้เข้าใกล้ป่า
ทมิฬแล้ว!
รอยแยกแห่งความว่างเปล่าที่อยู่โดยรอบ อู่ อวี้ ทำราว
กับว่ามันไม่มีอยู่จริงเขาสามารถทะลุผ่านมันไปได้
โดยตรง ถึงกระนั้นก็ยังแสร้งทำเป็นระมัดระวังตัว ขณะที่
นำทางคุนเผิงจันทราแดงมุ่งหน้าไปยังป่าทมิฬอย่างช้า ๆ
แม้จะใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่เดือน แต่ก็ยังไม่พบเจอ
เป้าหมาย ทำให้คุนเผิงจันทราแดงรู้สึกหงุดหงิดรำคาญ
อยู่ไม่น้อย
แรกเริ่มเดิมทีคุนเผิงจันทราแดงมีท่าทางอารมณ์ดีอย่าง
เห็นได้ชัด ทำให้มุมมองที่มันมีต่อราชันปีศาจเพลิงคราม
ดีขึ้นตามลำดับ เนื่องจากเป็นผู้เปิดโอกาสให้มันได้กลืน
กินโลหิตจักรพรรดิปีศาจ ฉะนั้นราชันปีศาจเพลิงคราม
จึงมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นลูกสมุนใต้บังคับบัญชา
ทว่าหลังจากนั้นไม่นานในขณะที่พุ่งทะยานไปข้างหน้า
มันก็ยังไม่พบร่องรอยของโลหิตจักรพรรดิปีศาจ ทำให้
คุนเผิงจันทราแดงเริ่มหงุดหงิดมากขึ้น
“ใกล้ถึงแล้ว ใกล้ถึงแล้ว ไปตรงนั้น! โลหิตจักรพรรดิ
ปีศาจอยู่บนใบไม้ของป่าบรรพกาลด้านหน้า”
‘ราชันปีศาจเพลิงคราม’ กล่าวอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นคุน
เผิงจันทราแดงอยู่ในอารมณ์หงุดหงิด เขาเองก็ต้อง
พยายามระงับสติอารมณ์จนกว่าจะพาเป้าหมายไปถึง
ตำแหน่งที่หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีวางกับดักไว้
คุนเผิงจันทราแดงกล่าวอย่างเย็นชา “ถ้าไม่มีโลหิต
จักรพรรดิปีศาจแล้วล่ะก็ เจ้าคงรู้ผลที่จะตามมาสินะ
จากนี้ไปแดนมังกรทมิฬจะไม่มีนามของเจ้าอยู่อีกต่อไป!”
เป็นเรื่องธรรมดาที่ราชันปีศาจคุนเผิงจะโกรธเคือง หากรู้
ว่าเขาแค่พามันหลอกล่อไปรอบ ๆ เท่านั้น
แต่ตอนนี้ยังมีโอกาส ‘ราชันปีศาจเพลิงคราม’ กล่าวว่า
โลหิตจักรพรรดิปีศาจอยู่ในป่าทมิฬ มันยังคงเฝ้าติดตาม
ผ่านรอยแยกแห่งความว่างเปล่ามามากมายนับไม่ถ้วน
ผ่านวงเวทย์ค่ายกลที่ถูกจัดเรียงผ่านซากปรักหักพัง ใน
ที่สุดป่าทมิฬก็ปรากฏอยู่ตรงเบื้องหน้าของมัน
หากมีโลหิตจักรพรรดิปีศาจจริง ช่วงเวลานี้จะเป็น
ช่วงเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวอย่างอุดมสมบูรณ์
ทว่าเมื่อมันเข้าใกล้ป่าทมิฬ มันก็สัมผัสได้ถึงโลหิต
จักรพรรดิปีศาจเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่เห็นหยดโลหิต
แม้แต่หยดเดียว
เห็นได้ชัดว่าจะต้องมีปัญหาเกิดขึ้นในสถานที่แห่งนี้
“ บัดซบ!! เจ้ากล้าเล่นลูกไม้กับข้า ”
ทันใดนั้นสีหน้าของราชันปีศาจคุนเผิงก็แปรเปลี่ยนเป็น
น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ทั่วร่างของมันชุ่มโชกไปด้วยสี
แดงโลหิต แรงกดดันที่แผ่ออกมาทำให้หายใจหายคอไม่
ทั่วท้อง แม้ไม่มีกระแสลมอยู่โดยรอบ ก็สามารถมองเห็น
ละอองคลื่นสีแดงโลหิตกระจายอยู่โดยรอบ
มันตระหนักได้ว่าเกิดปัญหาบางอย่างขึ้นในสถานที่แห่งนี้
ถ้าไม่ใช่ฝีมือของ ‘ราชันปีศาจเพลิงคราม’ แล้วจะเป็น
ผู้ใดกัน?
คราบโลหิตของจักรพรรดิปีศาจนั้นมีอยู่จริง แต่ไม่อาจ
ทราบได้ว่ามันอยู่มานมนานแค่ไหนแล้ว มิหนำซ้ำใน
เวลานี้โลหิตดังกล่าวยังหายไปสิ้น เห็นได้ชัดว่า ‘ราชัน
ปีศาจเพลิงคราม’ โป้ปดมัน เพราะก่อนหน้านี้ราชัน
ปีศาจเพลิงครามบอกว่าพบคราบโลหิตจักรพรรดิปีศาจ
เมื่อไม่นานมานี้ แต่คราบโลหิตในป่าทมิฬกลับสูญหายไป
นานหลายพันปีแล้ว
แสดงว่าราชันปีศาจเพลิงครามกำลังเล่นลูกไม้กับมัน
ทันใดนั้นราชันปีศาจคุนเผิงก็เปลี่ยนร่างเป็นสีดำ สำหรับ
มันไม่เคยคาดคิดว่าราชันปีศาจเพลิงครามจะหาญกล้า
เล่นลูกไม้กับมันเช่นนี้ ฉะนั้นมีความเป็นไปได้เดียวก็คือ
ราชันปีศาจเพลิงครามจะต้องสมคบคิดกับผู้อื่น!
เมื่อคิดได้ดังนั้นมันจึงรีบส่งยันต์เซียนสื่อสารออกไปทันที
อย่างน้อยก็แจ้งข่าวให้รู้ถึงตำแหน่งปัจจุบันของมัน บาง
ทีสิ่งนี้อาจทำให้ราชันปีศาจในแดนมังกรทมิฬมีโอกาส
เตรียมตัวก็เป็นได้
แน่นอนว่าราชันปีศาจคุนเผิงยังไม่คิดว่าตนเองจะประสบ
เภทภัยถึงชีวิต ฉะนั้นมันจึงรีบเตรียมการบางอย่างเพื่อ
หลีกเลี่ยงอันตราย
น่าเสียดายที่มันตระหนักว่ายันต์เซียนสื่อสารที่ตนเองเพิ่ง
ส่งออกไป ไม่ได้ถูกส่งออกไปอย่างที่คิด มันถูกขัดขวาง
โดยค่ายกลวงเวทย์จนไม่สามารถส่งผ่านไปยังเป้า
ปลายทางได้ ทำให้มันรู้ได้ในทันทีว่าป่าทมิฬแห่งนี้ได้ถูก
จัดวางค่ายกลดักรอมันไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว!