กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1567: อสูรมารโลหิต
อู่ อวี้ ยังไม่มีทางออกที่ดี เขาทำได้เพียงตามน้ำไปก่อน
ด้วยการสร้างค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์
ส่วนที่ตนเองต้องรับผิดชอบ หลังจากนั้นค่อยหาโอกาส
เหมาะ ๆ
แต่ถ้าเขาทำตัวผิดสังเกตชีวิตก็อาจตกอยู่ในอันตราย ซึ่ง
อาจจะส่งผลกระทบต่ออะไรหลาย ๆ อย่าง จนถึงขั้น
อาจทำให้เขาไม่สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้
สิ่งสำคัญสุดสำหรับเหล่าราชันปีศาจในแดนมังกรทมิฬ
คือพยายามอย่างหนักเพื่อจัดวางวงเวทย์เซียนไร้ลักษณ์
ระดับสูง หากเขาเดินเตร็ดเตร่ไปมาจะดูโดดเด่นผิด
สังเกตเกินไป การกระทำเช่นนี้ไม่ได้ช่วยให้เขามีโอกาส
หรือหาข้อมูลได้มากขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามเป็นการนำ
อันตรายมาสู่ตน
ในเมื่อเวลายังมีเหลือสองปี อู่ อวี้ จึงไม่อยากคิดอะไร
มากตอนนี้ ถึงแม้จะรู้ว่าค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืน
ฟ้านิรันดร์จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับจิ่วอิง แต่เขายังคงต้อง
จัดเรียงมันต่อไป
จนถึงตอนนี้ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์
ลุล่วงไปแล้วกว่าครึ่ง หากยังคงดำเนินฃต่อไปด้วยเช่นนี้
คาดว่าอีกสองปีคงจะถูกจัดวางจนสมบูรณ์ หลังจากนั้น
จะเกิดสิ่งใดขึ้นคงไม่มีผู้ใดคาดเดาได้
ณ เวลานี้แดนมังกรทมิฬทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยค่ายกล
มังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ซึ่งเสร็จไปแล้วกว่า
ครึ่ง ส่งผลให้ทั่วทั้งพื้นที่ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นหุบเหว
ทมิฬอันน่าสะพรึงกลัว เงามังกรจำนวนนับไม่ถ้วนโผ
ทะยานอยู่ใต้หุบเหวแห่งความมืดมิด ให้ความรู้สึกน่า
สยดสยองเป็นอย่างยิ่ง เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ล้วนมีเงา
มังกรทมิฬล่องลอยฉวัดเฉวียนอยู่ตลอดเวลา
สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกไม่ชอบใจค่ายกลเซียนระดับสูงนี้
เป็นอย่างยิ่ง หากมันถูกจัดเรียงจนเสร็จสมบูรณ์น่าจะมี
เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับจิ่วอิงอย่างแน่นอน
หากเทียบกับราชันปีศาจตนอื่น ๆ อู่ อวี้ จะต้องแบกรับ
หน้าที่เป็นสองเท่าของราชันปีศาจคุนเผิงและราชันปีศาจ
เพลิงคราม ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าเขาจะจัดเรียงค่ายกลช้า
ที่สุด ทำให้ราชันปีศาจรู้ดีว่าท้ายที่สุดแล้วเขาต้องถูกขับ
ไล่ออกจากแดนมังกรทมิฬอย่างแน่นอน
สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้ราชันปีศาจคุนเผิงจะต้องเสียใจ
ในภายหลัง อนาคตภายภาคหน้าเขาจะต้องตกตายอยู่
ด้านนอก
ด้วยเหตุนี้ราชันปีศาจตนอื่น ๆ จึงเจตนาทำให้เขาดู
แปลกแยก หลังจากที่หยุดพักชั่วคราวพวกมันก็จะจับ
กลุ่มสนทนากัน แต่ในกลุ่มสนทนาเหล่านั้นไม่มีราชัน
ปีศาจคุนเผิงอยู่ด้วย
ราชันปีศาจตนอื่น ๆ ยังแอบพูดคุยนินทาถึงราชันปีศาจ
คุนเผิงอย่างลับ ๆ โดยบอกว่างานนี้เขาเสร็จแน่
อู่ อวี้ ไม่ได้สนใจกับการกระทำของพวกมันแม้แต่น้อย
เพราะมันไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญที่เขาจะต้องมานั่งสนใจ
ในเวลานี้การจัดเรียงค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้า
นิรันดร์ก็เริ่มใกล้สำเร็จเข้ามาทุกที ทำให้เขารู้สึกวิตก
กังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ตอนนี้เขายังคิดวิธีแก้ปัญหา
ไม่ได้ จึงกระทำได้เพียงปล่อยตามน้ำไปเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตามเขามิได้ตื่นตระหนก แต่ยังคงเฝ้าดู
สถานการณ์อย่างสงบสุขุม เมื่อใดที่มีโอกาสเขาจะไม่
ยอมพลาดโอกาสนั้นอย่างแน่นอน
สถานการณ์เช่นนี้หากเขายิ่งกระวนกระวายก็มีโอกาสที่
จะคว้าน้ำเหลวมากขึ้น แม้จะมีโอกาสก็ไม่สามารถคว้า
มันไว้ไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องพยายามทำจิตใจให้
สงบและมั่นคงมากที่สุด
แม้แต่ราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสามเวลานี้พวกมันกำลัง
ขะมักเขม้นจัดเรียงจัดค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืน
ฟ้านิรันดร์ อู่ อวี้ ไม่สามารถหาโอกาสเข้าใกล้พวกมันได้
เลย ถึงแม้ว่าเวลานี้เขาจะอยู่ใกล้กับพวกมันมากก็ตาม
เขารู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะบอกความจริง
เกี่ยวกับจิ่วอิงและค่ายกลเซียนชุดนี้
อู่ อวี้ จึงทำได้แค่เฝ้ารออย่างเงียบ ๆ
ในที่สุดก็มีสารส่งมายังแดนมังกรทมิฬ กล่าวว่ามี
อาคันตุกะจากภายนอกต้องการมาเยี่ยมเยียน
ข่าวนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้ว่านี่อาจจะเป็นโอกาสดีสำหรับเขา!
แม้ว่าจะเป็นเพียงราชันปีศาจมาเยี่ยมเยียน แต่ก็ถือได้
เป็นข่าวดีสำหรับเขา หาก อู่ อวี้ คว้าโอกาสนี้ไว้ได้
อาจจะมีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย
ตามข่าวผู้มาเยือนคือราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ที่มีนามว่า
‘อสูรมารโลหิต’ ถึงแม้ตัวของอสูรมารโลหิตจะมิใช่
กุญแจสำคัญ หรืออยู่ในสายตาของราชันมังกรโลกันตร์
แต่สิ่งสำคัญก็คืออสูรมารโลหิตตนนี้เป็นสมุนใต้บัญชา
ของราชันปีศาจแปดสวรรค์!
ราชันปีศาจสวรรค์แปดสวรรค์เป็นราชันปีศาจลำดับต้น
ๆ ในภพเทพปีศาจ
ราชันปีศาจชั้นนำที่อยู่ระดับเดียวกันในภพเทพปีศาจมี
เพียงไม่กี่ตนเท่านั้น
หนึ่งในนั้นคือ ‘จอมตะกละหมื่นตา’ อาณาจักรฝึกตน
ของมันอยู่ในระดับเดียวกับราชันมังกรโลกันตร์นั่นก็คือ
ราชันปีศาจแปดสวรรค์ ซึ่งดูเหมือนราชันมังกรโลกันตร์
จะให้ความสนใจกับมันไม่น้อยทีเดียว ที่สำคัญคือฝ่าย
ตรงข้ามมาเยี่ยมเยียนในเวลานี้ เป็นไปได้ว่ามันคงรับรู้ถึง
การเคลื่อนไหวบางอย่างในแดนมังกรทมิฬ จึงต้องการ
มาดูสถานการณ์
ทันทีอสูรมารโลหิตมาถึงก็ได้ขอเข้าพบราชันมังกร
โลกันตร์ แต่มันก็หาได้สนใจแม้แต่น้อย
เพื่อปกปิดการเคลื่อนไหวในแดนมังกรทมิฬ ราชันมังกร
โลกันตร์จึงได้ออกคำสั่งให้ราชันปีศาจทั้งหลายหยุดการ
จัดเรียงค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ลง
ก่อนชั่วคราว หลังจากนั้นมันก็ปิดซ่อนค่ายกลมังกรมาร
บรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์อย่างมิดชิด ส่งผลให้แดนมังกร
ทมิฬกลับสู่สภาพเดิมขึ้นมาในทันที
เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์นี้ อู่ อวี้ คาดเดาได้ว่าราชัน
มังกรโลกันตร์ไม่ต้องการให้ฝ่ายตรงข้ามรู้เรื่องที่มันกำลัง
สร้างค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์
“ เรื่องนี้จะต้องสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับราชันมังกร
โลกันตร์ ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่ในใจ จอมตะกละหมื่นตามา
ตรวจสอบสถานการณ์เช่นนี้แสดงว่ามันต้องสัมผัสได้ถึง
สิ่งผิดปกติบางอย่าง ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเขา มัน
คือความคืบหน้าที่เขาเฝ้ารอคอยมานาน
อสูรมารโลหิตกำลังรอเข้าพบราชันมังกรโลกันตร์
โดยปกติโดยอสูรมารโลหิตไม่สามารถเข้าพบราชันมังกร
โลกันตร์ได้ ด้วยเพราะศักดิ์ฐานะศักดิ์ศรีที่แตกต่างกัน
ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ที่มีศักดิ์ฐานะต้อยต่ำกว่ามาขอพบ แล้วผู้ที่มี
ศักดิ์ฐานะสูงกว่าก็ต้องออกมาพบ ด้วยเหตุนี้ราชันมังกร
โลกันตร์จึงส่งหงส์เพลิงมารออกมาต้อนรับแทน โดยให้
ไปถามว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร
หงส์เพลิงมารอยู่ในระดับเดียวกับอสูรมารโลหิต ถึงแม้
พลังฝีมือของนางจะอยู่ในระดับราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ก็
ตาม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่จะส่งนางมาเป็นตัวแทน
รับหน้าอีกฝ่าย นอกจากนี้ยังช่วยปกปิดสถานการณ์ที่
เกิดขึ้นในแดนมังกรทมิฬได้เป็นอย่างดี
กล่าวได้ว่าเวลานี้แม้อสูรมารโลหิตจะมาถึงนครทมิฬ
หมื่นปีศาจแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเข้าสู่แดนมังกร
ทมิฬได้ ส่วนผู้ที่ออกมาต้อนรับมันจากแดนมังกรทมิฬก็
คือหงส์เพลิงมาร
เนื่องจากการมาเยือนของอสูรมารโลหิต ทำให้ภารกิจที่
ราชันปีศาจในแดนมังกรทมิฬต้องกระทำถูกยกเลิก
ชั่วคราว นอกจากนี้พวกมันยังไม่สามารถแพร่งพราย
ข่าวเรื่องค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์
ออกไปเป็นอันขาด
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงบอกให้หนานซานหวางเยว่ใช้เขต
แดนสวรรค์ไร้รอยไปสังเกตการณ์เงียบ ๆ โดยการสะกด
รอยตามหลังหงส์เพลิงมารไป ในไม่ช้าเขาก็พบเห็น
หน้าตาของ ‘อสูรมารโลหิต’
ถึงแม้ทั้งสองจะมีพลังฝีมืออยู่ในระดับราชันปีศาจเจ็ด
สวรรค์ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับหงส์เพลิงมารแล้ว ทั้งสอง
มีความแตกต่างกันอย่างลิบลับ ทั่วร่างของหงส์เพลิงมาร
อาบท่วมไปด้วยเพลิงสีดำ ทั้งยังมีขนาดใหญ่กว่าอสูร
มารโลหิตใหญ่นับสิบเท่า
ถึงกระนั้นหงส์เพลิงมารก็ไม่กล้าดูถูกอสูรมารโลหิตที่อยู่
ตรงเบื้องหน้าของนาง!
อสูรมารโลหิตเป็นสมุนใต้บัญชาของจอมตะกละหมื่นตา
ร่างจริงของมันคือยุงสีแดงโลหิตถึงแม้จะมีร่างกายขนาด
เล็ก แต่ก็เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วว่องไวเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับราชันปีศาจหกสวรรค์อสูรมารโลหิตเป็นเสมือน
ดั่งฝันร้ายของพวกมันเลยก็ว่าได้
เนื่องจากร่างของมันมีขนาดเล็กมาก หากมันต้องการ
ซ่อนตัว ย่อมไม่มีผู้ใดสามารถค้นหาร่องรอยของมันได้
อย่างแน่นอน ทั้งยังมีเทพปีศาจขนาดใหญ่นับไม่ถ้วน ถูก
มันโจมตีแล้วสูบพลังของอีกฝ่ายจนเหลือเพียงซากศพ นี่
คือความน่าสะพรึงกลัวขออสูรมารโลหิต
ยิ่งไปกว่านั้นมีความเป็นไปได้ว่าจอมตะกละหมื่นตากำลัง
เฝ้าจับตาดูอยู่ ด้วยเหตุนี้หงส์เพลิงมารจึงไม่กล้าดูหมิ่น
อสูรมารโลหิต
เมื่อเห็นหงส์เพลิงมารออกมาอสูรมารโลหิตก็บินร่อนใน
อากาศไปมาอย่างผ่อนคลาย ดวงตาสีแดงก่ำทั้งคู่ของมัน
แสดงถึงความขี้เล่น
“ข้ามีสมบัติที่อยากจะมอบให้กับราชันมังกรโลกันตร์
หงส์เพลิงมารโปรดช่วยนำทางข้าด้วย นี่คือของขวัญ
จากราชันจอมตะกละผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งข้าจะต้องนำไปมอบ
ให้กับมือราชันมังกรโลกันตร์ด้วยตนเอง!” อสูรโลหิต
กล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม
ถึงแม้ปากมันจะบอกว่าต้องการมอบของขวัญให้แก่
ราชันมังกรโลกันตร์ ลูกไม้ตื้น ๆ เช่นนี้แม้แต่หนานซาน
หวางเยว่ผู้เฝ้าดูสถานการณ์อยู่ก็ยังเข้าใจ ว่าแท้จริงแล้ว
มันต้องการใช้โอกาสนี้เข้าไปสำรวจพื้นที่ในแดนมังกร
ทมิฬ
อาจเป็นเพราะว่าพวกมันสังเกตเห็นการเคลื่อนไหว
บางอย่างในแดนมังกรทมิฬ จึงต้องการมาตรวจสอบให้รู้
แน่ชัด
สำหรับจอมตะกละหมื่นตาพลังฝีมือของมันอยู่ในระดับ
เดียวกับราชันมังกรโลกันตร์ ซึ่งทั้งสองสูสีใกล้เคียงกันมา
โดยตลอด หากความแข็งแกร่งแลอิทธิพลของราชัน
มังกรโลกันตร์เพิ่มมากขึ้น ยอมไม่ใช่ข่าวดีสำหรับจอม
ตะกละหมื่นตาอย่างแน่แท้ ในทางกลับกันอาจเป็น
อันตรายต่อการดำรงอยู่ของมัน
เมื่อมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นในนครทมิฬหมื่นปีศาจ มัน
จึงส่งคนมาตรวจสอบ
อสูรมารโลหิตได้รับมอบหมายภารกิจให้มาที่นี่ ในเวลานี้
มันกำลังเผชิญหน้ากับหงส์เพลิงมาร ยืนกรานว่าต้องการ
พบราชันมังกรโลกันตร์ให้จงได้
หงส์เพลิงมารหัวเราะเยาะแล้ว ทันใดนั้นเปลวเพลิงทมิฬ
บนร่างของนางก็ลุกโหมกระหน่ำขึ้นทันที ราวกับว่าแค่
เพลิงทมิฬเหล่านี้ ก็สามารถเผาผลาญอสูรมารโลหิตจน
ไม่เหลือซากได้ ทว่าดูเหมือนอสูรมารโลหิตจะไม่
หวาดกลัวแม้แต่น้อย
” หากต้องการพบราชันมังกรโลกันตร์ ก็บอกให้จอม
ตะกละหมื่นตามาด้วยตนเอง ไม่คิดว่าการที่ยุงตัวน้อย
อย่างเจ้า ต้องการพบเจอราชันมังกรผู้ยิ่งใหญ่นั้นเป็น
เรื่องฝันหวานไปหน่อยหรือ? หากมีของขวัญอะไร
ต้องการจะมอบให้ ก็ส่งมาให้ข้าเดี๋ยวข้าจะเอาไปมอบ
ให้กับท่านราชันมังกรโลกันตร์เอง ”
หงส์เพลิงมารกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แน่นอนอยู่แล้ว
ว่านางย่อมไม่มีทางที่ยอมให้จุดประสงค์ของมันสำเร็จ
ลุล่วง เจตนาที่แท้จริงของมันไม่ได้ต้องการมอบของขวัญ
ใด ๆ แล้วจะปล่อยให้มันมาสร้างความวุ่นวายในแดน
มังกรทมิฬได้อย่างไร
ฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรอสูรมารโลหิตก็ห้ามเข้าสู่แดนมังกร
ทมิฬเด็ดขาด
เมื่อได้ยินคำพูดของหงส์เพลิงมารอสูรมารโลหิตก็อธิบาย
อีกครั้ง “สมบัตินี้เป็นของท่านราชันจอมตะกละผู้ยิ่งใหญ่
ข้าจะต้องมอบมันให้กับราชันมังกรด้วยตนเอง!”
ทั้งสองยังคงยืนอยู่นอกแดนมังกรทมิฬ ในตอนนี้ยังไม่ได้
ข้อสรุปที่แน่ชัด หน้าที่หลักของหงส์เพลิงมารคือขัดขวาง
ไม่ให้อสูรมารโลหิตบุกรุกเข้าไปในแดนมังกรทมิฬ แค่
การมาถึงของมันก็ทำให้เหล่าราชันปีศาจทั้งหลายต้อง
หยุดมือวางเรื่องค่ายกลลงชั่วขณะ ทำให้งานของพวก
มันชะงักกลางคัน
เมื่อเห็นหงส์เพลิงมารดึงดันไม่ยอมแพ้ อีกอย่างที่นี่ก็คือ
อาณาเขตของราชันมังกรโลกันตร์ สีหน้าของอสูรมาร
โลหิตเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง หลังจากนั้นมันก็หันหลัง
กลับแล้วจากไป
แม้ในเวลานี้มันจะไม่สามารถเข้าไปด้านในแดนมังกร
ทมิฬได้ก็ตาม แต่เมื่อประเมินจากท่าทีของหงส์เพลิงมาร
ทำให้มันรู้ได้เลยว่าจะต้องมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นในแดน
มังกรทมิฬ ทั้งยังมีโอกาสเป็นไปได้ว่าราชันมังกรโลกันตร์
กำลังยกระดับความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น
นี่เป็นสถานการณ์ที่จอมตะกละหมื่นตาไม่อยากเห็น
พออสูรมารโลหิตจากไป เห็นได้ชัดว่ามันจะต้องกลับไป
รายงานเรื่องนี้ให้จอมตะกละหมื่นตาได้รับทราบ หนาน
ซานหวางเยว่จึงลอบติดตามมันไปอย่างลับ ๆ การมาถึง
ของอสูรมารโลหิตนับเป็นโอกาสดีที่ อู่ อวี้ ต้องคว้าไว้
เขาต้องประเมินความเป็นไปได้และความล้มเหลว หาก
ไม่รีบฉวยโอกาสนี้ไว้ภายภาคหน้าอาจจะไม่มีโอกาส
เช่นนี้อีกก็เป็นได้
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงให้ความสำคัญกับการมาเยือนของ
อสูรมารโลหิตเป็นอย่างยิ่ง
ระหว่างที่หนานซานหวางเยว่ติดตามอสูรมารโลหิตตนนี้
ไป อู่ อวี้ ก็ติดต่อกับเขาผ่านทางยันต์เซียนสื่อสาร เพื่อ
จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายมีการเคลื่อนไหวใด ๆ บ้าง ซึ่งจะต้อง
รวดเร็วฉับไวกว่าราชันมังกรโลกันตร์ นอกจากนี้
ความสามารถของเขตแดนสวรรค์ไร้รอยของหนานซาน
หวางเยว่ แม้แต่ระดับจักรพรรดิปีศาจก็ยังไม่สามารถ
ตรวจพบ กล่าวได้ว่าถึงแม้เขาจะสะกดรอยตามอสูรมาร
โลหิตก็ยังมีความปลอดภัยสูงมาก
หลังจากอสูรมารโลหิตจากไป หงส์เพลิงมารก็กลับมา
รายงานเรื่องเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ราชันมังกรโลกันตร์ได้
รับรู้
เมื่อราชันมังกรโลกันตร์ได้ยินดังนั้น ก็เงียบลงเล็กน้อย
ภายในใจก็รู้สึกขุ่นเคืองมีโทสะอยู่ไม่น้อย เพราะเรื่อง
เช่นนี้ดันมาเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ จึงทำให้มันรู้สึก
หงุดหงิดรำคาญใจเป็นอย่างมาก
———————