กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1575: ความโกลาหลในนครทมิฬหมื่นปีศาจ
ตอนนี้ อู่ อวี้ ใช้กฎสวรรค์กระแสวังวนโลหิตได้ตามใจนึก
จนราชันปีศาจเงาทมิฬไม่สามารถทานได้เลยแม้แต่น้อย
แต่ อู่ อวี้ จะไม่สังหารมัน เพราะมันไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งเขาไม่ต้องการเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ ฉะนั้น
ตราบใดที่สามารถสร้างความปั่นป่วนโกลาหลในนคร
ทมิฬหมื่นปีศาจได้สำเร็จ เขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะ
สังหารราชันปีศาจเหล่านี้
แต่ถ้าตามอุปนิสัยของอสูรมารโลหิตมันคงไม่มีทางปล่อย
ราชันปีศาจเงาทมิฬไปอย่างแน่นอน เพราะถ้าหากฝ่าย
ตรงข้ามเติบโตขึ้นจะต้องเป็นภัยคุกคามต่อตนเองเป็นแน่
แท้
ทว่า อู่ อวี้ เพียงแค่ใช้ตัวตนเขาอสูรมารโลหิตสร้าง
ปัญหาชั่วคราวเท่านั้น ฉะนั้นต่อให้อีกฝ่ายต้องการจะแก้
แค้นในภายภาคหน้า มันก็ไม่สามารถค้นหาหรือพบเจอ
ตัวอสูรมารโลหิตได้อีกต่อไป ซึ่งแทบไม่ต้องกล่าวถึง อู่
อวี้
ดังนั้นยาม อู่ อวี้ จึงแค่ต้องการทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัว
และบาดเจ็บ แต่แสร้งทำทีว่าลงมือจริงจังโดยใช้กฎ
สวรรค์กระแสวังวนโลหิตดูดโลหิตออกมาจากร่างของ
ราชันปีศาจเงาทมิฬ ทำให้มันค่อย ๆ อ่อนแอลงเรื่อย ๆ
เมื่อเห็นว่ามันไร้ซึ่งเรี่ยวแรงต้านทานเขาก็หยุดมือทันที
หลังจากนั้นก็เรียกคืนกระแสวังวนโลหิตกลับสู่ร่าง
เขาดูดโลหิตมาจากราชันปีศาจเงาทมิฬมากโขทีเดียว
จนทำให้ฝ่ายตรงข้ามอยู่ในสภาพบาดเจ็บ
สาหัส ร่างกายของราชันปีศาจเงาทมิฬยามนี้แห้งเหี่ยว
ซูบผอมเป็นอย่างมาก แทบจะไม่มีโลหิตหลงเหลืออยู่ใน
ร่าง แต่โดยพื้นฐานแล้วมันเองก็เป็นราชันปีศาจที่ทรง
พลัง ตราบใดที่มันยังมีลมหายใจอยู่เป็นไปไม่ได้ที่มันจะ
ตกตายด้วยสภาพเช่นนี้
หลังจากผ่านไปสักระยะหนึ่งอาการบาดเจ็บของมันก็ฟื้น
ตัวโดยปริยาย โลหิตภายในร่างกายสามารถสร้างใหม่ได้
อย่างรวดเร็ว
การฟื้นฟูดังกล่าวเป็นผลมาจาก อู่ อวี้ หยุดมือลง
กลางคัน โดยปกติแล้วพลังอำนาจของกฎสวรรค์กระแส
วังวนโลหิตสามารถดูดกลืนโลหิตของราชันปีศาจหก
สวรรค์จนตกตายได้อย่างง่ายดาย โดยที่ฝ่ายตรงข้ามไม่
สามารถดิ้นรนหลบหนีจากแรงดึงดูดนี้ไปได้เลย
ฉะนั้นจึงไม่ต้องกล่าวถึงราชันปีศาจทั้งสี่สวรรค์อย่าง
ราชันปีศาจเงาทมิฬ
หลังจากลงมือจัดการจนราชันปีศาจเงาทมิฬได้รับ
บาดเจ็บอย่างรุนแรง อู่ อวี้ ก็หันไปหาเป้าหมายอื่นต่อ
โดยให้หนานซานหวางเยว่คอยเฝ้าสังเกตการณ์ราชัน
ปีศาจเงาทมิฬ ไม่นานนักสติสัมปชัญญะของราชันปีศาจ
เงาทมิฬก็ฟื้นคืนกลับมา จากนั้นมันก็ตระหนักได้อย่าง
รวดเร็วว่าเกิดอันใดขึ้นกับตนเอง
ต่อมามันก็รีบส่งยันต์เซียนสื่อสารไปยังแดนมังกรทมิฬ
ทันที
ราชันปีศาจระดับมันเป็นไปไม่ได้ที่จะแจ้งข่าวรายงาน
เรื่องต่าง ๆ ไปยังราชันมังกรโลกันตร์โดยตรง ฉะนั้นยัน
สื่อสารนี้จะถูกส่งไปให้ราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ที่อยู่ภายใน
แดนมังกรทมิฬ และราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์อยู่ใต้อาณัติก็
คืออสูรเต่าทมิฬ
คาดว่าในไม่ช้าอสูรเต่าทมิฬจะได้รับข่าวนี้อย่างแน่นอน
แต่ถ้าราชันปีศาจเงาทมิฬเพียงผู้เดียวรายงานคงจะไม่
น่าเชื่อถือเท่าที่ควร และอาจจะไม่ได้รับความสนใจจาก
อสูรเต่าทมิฬมากเพียงพอ เนื่องจากพวกมันคิดว่าอสูร
มารโลหิตต้องไม่กล้าลงมือหนักข้อในพื้นที่เขตแดนของ
พวกมัน ไม่เช่นนั้นราชันมังกรโลกันตร์จะไม่ปรานีอย่าง
แน่นอน ระดับความสามารถของอสูรมารโลหิตสำหรับ
ราชันมังกรโลกันตร์แล้วไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือ มัน
สามารถจัดการอย่างไรก็ได้ตามใจปรารถนา?
น่าเสียดายที่พวกมันคงคิดไม่ถึงว่า เป้าหมายของ อู่ อวี้
คือการทำลายนครทมิฬหมื่นปีศาจ!
หลังจากราชันปีศาจเงาทมิฬ ยังมีราชันปีศาจสี่สวรรค์อีก
หลายตนแจ้งข่าวไปยังหงส์เพลิงมาร , กิเลนนิมิตทมิฬ ,
อสูรเต่าทมิฬ โดยมีเนื้อหาว่าเวลานี้อสูรมารโลหิตกำลัง
สร้างความปั่นป่วนอยู่ภายในนครทมิฬหมื่นปีศาจ โดย
ดูดกลืนโลหิตของราชันปีศาจ ต่อให้พวกมันหลบหนีได้
แต่ก็อยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส
ในตอนแรกราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งหลายต่างกำลัง
วุ่นวายกับภารกิจที่ราชันมังกรโลกันตร์มอบหมาย จึง
ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะคิดว่าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังไม่
จำเป็นต้องรบกวน
แต่กลับกลายเป็นว่าราชันปีศาจที่อยู่ในอาณัติก็เริ่มทยอย
ส่งข่าวมามากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์
ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ทันที ประเด็นก็คือ
พวกมันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าอสูรมารโลหิตจะกล้า
กระทำการหนักข้อถึงเพียงนี้ เพราะที่นี่คือนครทมิฬหมื่น
ปีศาจ การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างจากประกาศสงครามและ
กำลังรนหาที่ตาย?
เพราะที่นี่คืออาณาเขตของราชันมังกรโลกันตร์!
ดังนั้นราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์จึงถ่ายทอดข่าวนี้ไปยัง
ราชันมังกรโลกันตร์โดยตรง
ในช่วงสามวันมานี้ราชันปีศาจสี่สวรรค์แจ้งข่าวมา
มากกว่า 10 ตน ราชันปีศาจสามสวรรค์แจ้งข่าวมา
มากกว่า 20 ตน ทั้งหมดล้วนรายงานเป็นเสียงเดียวกัน
ว่าพวกมันถูกอสูรมารโลหิตทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ
สาหัส พลังฝีมือของอสูรมารโลหิตอยู่ในระดับราชัน
ปีศาจเจ็ดสวรรค์ หากราชันมังกรโลกันตร์ไม่เคลื่อนไหว
ด้วยตนเอง เกรงว่าคงไม่มีราชันปีศาจตนใดในนครทมิฬ
หมื่นปีศาจสามารถจับอสูรมารโลหิตได้
ตอนนี้ทั่วทั้งนครทมิฬหมื่นปีศาจกำลังตกอยู่ในสภาวะ
ปั่นป่วนโกลาหล เทพปีศาจหลายตนรู้ว่าอสูรมารโลหิต
กำลังโจมตีนครทมิฬหมื่นปีศาจอย่างบ้าคลั่ง คอยจ้อง
เล่นงานเหล่าราชันปีศาจโดยการดูดกลืนโลหิตของพวก
มัน ทำให้พวกมันหลายตนตกอยู่ในอาการหวาดระแวง
เพราะกลัวว่าตนเองจะกลายเป็นเป้าหมายต่อไปของอสูร
มารโลหิต
ราวกับว่าเวลานี้มีเงาทมิฬปกคลุมอยู่เหนือศีรษะเทพมาร
และนครทมิฬหมื่นปีศาจ นอกจากนี้ราชันปีศาจหลายตน
ยังสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในแดนมังกรทมิฬ
ไหนจะความวุ่นวายขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในนครทมิฬ
หมื่นปีศาจอีก ทำให้เทพปีศาจร้ายตนอยากจะออกจาก
ที่นี่เพื่อหลีกหนีความขัดแย้งและผลกระทบที่อาจจะเกิด
ขึ้นกับตนเองเข้าสักวัน
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ายามนี้ทั่วทั้งนครทมิฬหมื่น
ปีศาจ กำลังตกอยู่ในความโกลาหล ทุกทั่วหัวระแหงมีแต่
ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสพยายามหลบหนีกันหัวซุกหัวซุน
ร้องขอความช่วยเหลือจากราชันปีศาจระดับสูง ด้วย
เฉพาะผู้ที่ก่อเหตุสร้างความปั่นป่วนในครั้งนี้คืออสูรมาร
โลหิตผู้มีพลังฝีมืออยู่ในระดับราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์
แม้แต่ราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ในนครมังกรทมิฬหมื่น
ปีศาจก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งการกระทำของมันได้
ความวุ่นวายและปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ราชันมังกร
โลกันตร์มีโทสะเป็นอย่างยิ่ง
หากมันยังไม่แยแสปัญหาที่เกิดขึ้นภายในนครทมิฬหมื่น
ปีศาจเกรงว่านครแห่งนี้คงต้องแตกสลายเป็นแน่แท้ กอง
กำลังผู้สวามิภักดิ์ที่มันอุตส่าห์รวบรวมมาได้ กลับถูก
ทำลายด้วยน้ำมือของราชันปีศาจเพียงผู้เดียว อีกทั้งเทพ
ปีศาจเหล่านี้คือคนที่คอยส่งส่วยส่งเครื่องบรรณาการมา
ให้กับมัน!
การที่นครทมิฬหมื่นปีศาจสามารถรวบรวมเทพปีศาจได้
มากมายขนาดนี้มีเหตุผลหลัก ๆ อยู่สองประการก็คือ
ประการแรกการที่พวกเทพปีศาจเต็มใจยอมจ่ายสวย
หรือเครื่องบรรณาการก็เพื่อแลกกับการปกป้องคุ้มครอง
ส่วนประการที่สองก็คือนครทมิฬหมื่นปีศาจมีปราณทมิฬ
หมื่นปีศาจมากเพียงพอในการฝึกฝนบำเพ็ญตน
แต่ถ้าราชันมังกรโลกันตร์ไม่สามารถปกป้องคุ้มภัยให้แก่
พวกมันได้ กะอีแค่ปราณทมิฬหมื่นปีศาจยังไม่มีน้ำหนัก
เพียงพอที่จะดึงดูดใจเทพปีศาจเหล่านี้ไว้ได้ ถ้าหากนคร
ทมิฬหมื่นปีศาจล่มสลายไปจริง ๆ เหตุการณ์ครั้งนี้จะ
เป็นเหมือนระเบิดแห่งหายนะครั้งใหญ่ที่พุ่งเข้าใส่ราชัน
มังกรโลกันตร์อย่างแท้จริง
ซึ่งมันต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายหมื่นปีเพื่อรวบรวม
กองกำลังดังกล่าวกลับมาใหม่อีกครั้ง
สำหรับผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความสามารถรอบตัวมันไม่
ว่าจะเป็นหงส์เพลิงมาร ฯลฯ ล้วนถูกคัดเลือกมาจากนคร
ทมิฬหมื่นปีศาจ แต่ถ้ารากฐานอย่างนครทมิฬหมื่นปีศาจ
ถูกทำลายลงหรือคนของมันคนใดคนหนึ่งต้องตกตายไป
หากปล่อยให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นมันจะเสียเปรียบเป็นอย่าง
มาก
ดังนั้นสิ่งที่มันควรจะทำก็คือเพ่งเล็งไปที่ตัวปัญหาหลัก
อย่าง ‘อสูรมารโลหิต’ โดยสั่งให้คนจากแดนมังกรทมิฬ
ติดตามอสูรมารโลหิต เมื่อรู้ตำแหน่งที่แน่ชัดแล้วพวกมัน
ก็ทำการล้อมจับจัดการตัวปัญหาโดยตรง
” ท่านราชันมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ไฉนเราไม่ไปทำสงครามกับ
อาณาจักรบรรพกาลหมื่นปีศาจให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย?
พวกมันหยามเกียรติยศเรามากเกินไปแล้ว สิ่งที่มัน
กระทำไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย!” กิเลน
นิมิตทมิฬกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ็บแค้น
ถึงกระนั้นมันก็เห็นว่าราชันมังกรโลกันตร์ดูมีความกังวล
บางอย่างในใจ ทำให้มันไม่ต้องการทำสงครามแตกหักใน
เวลานี้
ในตอนนี้มันได้รับแจ้งข่าวเกี่ยวกับวีรกรรมของอสูรมาร
โลหิตมากมายเหลือเกิน ทุกหย่อมหญ้าในนครทมิฬหมื่น
ปีศาจเต็มไปด้วยความวุ่นวายโกลาหล เหล่าเทพปีศาจ
ตกอยู่ในสภาวะหวาดระแวงตื่นตระหนก ถ้าราชันมังกร
โลกันตร์ปล่อยให้นครทมิฬหมื่นปีศาจพังพินาศไปทั้ง
แบบนี้ มันคงถูกเทพมารจากทั่วทั้งภพเทพปีศาจหัวเราะ
เยาะ
” เราจะไม่กล่าวถึงสงครามในตอนนี้ เอาเป็นว่าเราควร
จับตัวอสูรมารโลหิตมาให้ได้ก่อน ” ราชันมังกรโลกันตร์
ออกคำสั่ง จากนั้นก็นำทัพออกได้ล่าตัวปัญหาในครั้งนี้
ด้วยตนเอง!
หนานซานหวางเยว่ที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ในแดน
มังกรทมิฬ เมื่อเห็นราชันมังกรโลกันตร์ออกโรงนำสมุน
ราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสามไล่ล่าตัวการปัญหาด้วย
ตนเอง บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิม เห็นได้ชัด
ว่ามันเตรียมการมาเต็มที่ที่จะปิดล้อมอสูรมารโลหิต
ไม่นานนักข่าวดังกล่าวก็ถูกส่งมายัง อู่ อวี้ เพื่อให้เขามี
เวลาเตรียมการล่วงหน้า
ตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ในตัวตนของอสูรมารโลหิต การต้อง
เผชิญหน้ากับราชันมังกรโลกันตร์ที่นำสมุนของมันมาปิด
ล้อมตนเองทำให้เขาวิตกกังวลเล็กน้อย
เนื่องจากกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างค่อนข้างเด่นชัด
โดยมีสาเหตุมาจากสิ่งที่เขากระทำอยู่ค่อนข้างโจ่งแจ้ง
แม้กระทั่งในปัจจุบันเขายังคงใช้กฎสวรรค์กระแสวังวน
โลหิตดูดกลืนโลหิตของราชันปีศาจสามสวรรค์ ดังนั้น
ฝ่ายตรงข้ามจึงสามารถสัมผัสถึงกลิ่นอายและตำแหน่ง
ของเขาได้ตั้งแต่ไกล ๆ
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเขาราชันมังกรโลกันตร์กับ
ราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสาม จึงรีบพุ่งทะยานเข้ามาหา
อู่ อวี้ อย่างรวดเร็วกะทันหัน จนเขาแทบไม่มีเวลาได้
ตอบสนองใด ๆ สัมผัสได้เพียงแรงกดดันอันน่า
สะพรึงกลัวที่สะกดข่มลงมา จนเขาแทบไม่อาจยืนหยัด
ได้
นี่คือแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจากราชันมังกรโลกันตร์!
ภายใต้แรงกดดันดังกล่าวทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าความ
แข็งแกร่งของเขาด้อยกว่าฝ่ายตรงข้ามกว่าครึ่ง และ
ทันทีที่เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันดังกล่าว เขาก็รีบใช้ ‘กฎ
สวรรค์ลี้โลหิต’ ในทันที บัดนี้เขาได้หายตัวไปจาก
ตำแหน่งเดิมแล้วไปปรากฏตัวอยู่ที่อื่นเพียงพริบตา!
” ในที่สุดแผนการล่อราชันมังกรโลกันตร์ออกมาจาก
ตำหนักก็ประสบความสำเร็จ ฉะนั้นตอนนี้เราต้องมุ่งเน้น
ไปที่การหลบนี้เป็นหลัก ” อู่ อวี้ รู้ดีว่าราชันมังกร
โลกันตร์ต้องสังหารเข้าอย่างแน่นอน หากยังฝืนดันทุรัง
เขาคงตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายยิ่ง ถึงกระนั้นเขาก็
ยังต้องสร้างปัญหาในนครทมิฬหมื่นปีศาจต่อไป
ทั่วทั้งนครทมิฬหมื่นปีศาจเต็มไปด้วยความปั่นป่วน
โกลาหล เทพปีศาจมากมายพากันวิ่งหนีตายแตกกระเจิง
ไปทุกหัวระแหง หมอกควันลอยคละคลุ้งปกคลุมไปทั่วทั้ง
นคร ไร้ซึ่งความสงบอย่างสิ้นเชิง
หลังจาก อู่ อวี้ ใช้กฎสวรรค์ลี้โลหิตหลบหนี ทำให้ราชัน
มังกรโลกันตร์ไม่สามารถไล่ตามได้ทัน สิ่งที่เหลืออยู่คือ
ร่างอันเหี่ยวแห้งของราชาปีศาจสามสวรรค์ที่ถูกกฎ
สวรรค์กระแสวังวนดูดกลืนโลหิต
ในความเป็นจริงอสูรมารโลหิตฝึกฝนบำเพ็ญตนเช่นนี้มา
ตลอด การดูดซับโลหิตของราชันปีศาจตนอื่น ๆ สามารถ
นำมาใช้ยกระดับการฝึกตนของมันได้ แต่ด้วยเพราะ
ปัจจุบันพื้นฐานฝึกตนของมันอยู่ในระดับราชันปีศาจเจ็ด
สวรรค์ ดังนั้นต่อให้ดูดกลืนโลหิตของราชันปีศาจสาม
หรือสี่สวรรค์ก็ไม่มีผลอันใด
ซึ่งประเด็นนี้ทำให้ราชันมังกรโลกันตร์เกิดสงสัยเกี่ยวกับ
แรงจูงใจของ ‘อสูรมารโลหิต’ ทำให้มันคาดเดาได้ว่าอสูร
มารโลหิต ต้องการสร้างปัญหาในนครทมิฬหมื่นปีศาจ
มิได้ต้องการดูดกลืนโลหิตเพื่อมาใช้ในการฝึกฝน
เมื่อราชันมังกรโลกันตร์ตามไล่ล่ามาอีกครั้ง อู่ อวี้ ซึ่ง
ปลอมตัวเป็นอสูรมารโลหิตก็รีบหลบหนีทันที สาเหตุที่
ทำให้เขาไหวตัวทันเป็นเพราะว่าบรรยากาศการกดขี่ของ
ฝ่ายตรงข้ามนั้นรุนแรงมากเหลือเกิน จนเขาจับสัมผัสได้
และรีบหลบหนีไปยังทิศทางตรงกันข้าม
หลังจากหลบหนีจนถึงครั้งที่สาม อู่ อวี้ ก็มิได้สัมผัสถึง
แรงกดดันของฝ่ายตรงข้ามแล้ว แต่แล้วอยู่ ๆ เขาก็ถูก
จับขังอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งแน่นอนว่าเป็นฝีมือของ
ราชันมังกรโลกันตร์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ราชันมังกร
โลกันตร์ใช้พลังอิทธิฤทธิ์และพลังกฎสวรรค์ดักจับ ‘อสูร
มารโลหิต’!
ณ ตอนนี้อสูรมารโลหิตไม่สามารถใช้ ‘กฎสวรรค์ลี้โลหิต’
ได้อีกต่อไป ถ้าเป็นอสูรมารโลหิตตัวจริงมันคงกระทำได้
เพียงนั่งรอนอนรอความตายอยู่ที่นี่เท่านั้น เพราะมันได้
ถูกราชันมังกรโลกันตร์ใช้พลังอิทธิฤทธิ์จับตัวมันได้เป็นที่
เรียบร้อย ไม่มีทางที่จะหลบหนีหรือดิ้นรนไปไหนได้
แต่ตอนนี้ ‘อสูรมารโลหิต’ คือ อู่ อวี้!
ก่อนที่ราชันมังกรโลกันตร์จะมาถึง อู่ อวี้ ต้องรีบใช้เมฆา
ตลบฟ้าหลบหนีออกจากสถานการณ์คับขันที่เกิดจาก
พลังอิทธิฤทธิ์ของราชันมังกรโลกันตร์โดยเร็วที่สุด!
เมื่อราชันมังกรโลกันตร์กับสมุนราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้ง
สามมาถึง ก็พบว่าในกับดักที่มันตั้งไว้ไม่มีแม้แต่เงาของ
อสูรมารโลหิตเลยแม้แต่น้อย สีหน้าของพวกมันจมอยู่ใน
หม่นหมองมืดทะมึน สำหรับพวกมันแล้วต่างคิดว่าอสูร
มารโลหิตคงจะฝึกฝนพลังอิทธิฤทธิ์หลบหนีเอาชีวิตรอด
วิถีใหม่ขึ้นมา เพราะเป็นเช่นนี้อสูรมารโลหิตถึงได้กล้า
สร้างปัญหาในนครทมิฬหมื่นปีศาจ
ซึ่งการหลบหนีครั้งนี้ อู่ อวี้ เลือกที่จะกระโดดออก
มาแล้วกลับไปที่แดนมังกรทมิฬทันที
ตอนนี้ราชันมังกรโลกันตร์กับสมุนตนอื่น ๆ อยู่ในนคร
ทมิฬหมื่นปีศาจ ดังนั้นเมื่อเขามาถึงแดนมังกรทมิฬ
ความรู้สึกลิงโลดของเขาก็ไม่ต่างจากปลากระดี่ได้น้ำ ที่
เขากระทำการทุกอย่างก่อนหน้านี้ก็เพื่อล่อให้ราชันมังกร
โลกันตร์ออกห่างจาก ‘ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืน
ฟ้านิรันดร์’ แม้ว่าค่ายกลดังกล่าวที่จัดเรียงอยู่ภายใน
แดนมังกรทมิฬจะถูกซ่อนไว้ แต่ อู่ อวี้ ก็สามารถค้นหา
มันได้ ต่อให้ต้องค้นหาทุกตารางนิ้วก็ตาม
ถ้าหากราชันมังกรโลกันตร์รู้เรื่องนี้เข้า รับรองว่ามันคง
โมโหโกรธาจนแทบเสียสติอย่างแน่นอน!
——————