กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1576: โอกาส
อู่ อวี้ ฉวยโอกาสขณะที่ราชันมังกรโลกันตร์กับราชา
ปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสามกำลังง่วนอยู่กับการค้นหาตัวเขา
กระโดดเข้ามาในแดนมังกรทมิฬ ทันทีที่มาถึงก็เริ่มลงมือ
ทำลาย ‘ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์’
ตราบใดที่ราชันมังกรโลกันตร์ยังตามมาไม่ทัน เขาก็จะ
สามารถทำลายค่ายกลเซียนเหล่านี้ต่อไปได้
อันที่จริงการจัดวางค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิ
รันดร์ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็ดำเนินการล่วงเลยมาแล้ว
กว่าครึ่งทาง ถ้า อู่ อวี้ ยังคงทำลายมันต่อไป จะช่วยให้
ความคืบหน้าชะลอช้าลง
และส่วนที่เขาทำลายอยู่ในตอนนี้ เป็นส่วนที่พวกมันได้
เตรียมการไว้ล่วงหน้าเมื่อสองสามปีก่อน
อย่างไรก็ตามดูเหมือนราชันมังกรโลกันตร์จะรู้แล้วว่า
ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ของมันถูก
ทำลาย เมื่อทราบดังนั้นกลุ่มของพวกมันต่างก็มีโทสะ
เกรี้ยวโกรธรีบบึ่งทะยานกลับมายังแดนมังกรทมิฬเพื่อไล่
ล่า อู่ อวี้ โดยเร็ว
พื้นฐานฝึกตนของราชันมังกรโลกันตร์อยู่ในระดับราชัน
ปีศาจสวรรค์แปดสวรรค์ เรียกได้ว่าพลังฝีมือของมัน
ค่อนข้างแข็งแกร่งเลยทีเดียว แม้ อู่ อวี้ จะมีพลัง
อิทธิฤทธิ์ของอสูรมารโลหิตอยู่มากมาย แต่เขาก็ยังถูกจับ
อยู่หลายครั้งหลายครา ราชันมังกรโลกันตร์ที่อยู่ใน
สถานะคลุ้มคลั่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับมือหรือจัดการ หาก
ไม่ใช่เพราะความสามารถของเมฆาตลบฟ้า ป่านนี้เขาคง
ถูกราชันมังกรโลกันตร์จับตัวไปนานแล้ว
ถึงกระนั้นมันก็น่าตื่นเต้นลุ้นระทึกเป็นอย่างยิ่งสำหรับ อู่
อวี้ มีอยู่สองครั้งที่ราชันมังกรโลกันตร์เปิดฉากโจมตี ด้วย
เพราะมันรู้สึกว่าไม่อาจใช้แผนการดักจับตัวเขาได้ ดังนั้น
จึงใช้วิธีโจมตีโดยตรง ถ้า อู่ อวี้ ไม่สัมผัสถึงแรงกดดัน
ของฝ่ายตรงข้ามก่อนล่วงหน้า เกรงว่าเขาคงถูกมันโจมตี
เข้าจัง ๆ
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา หากโดนพลัง
อิทธิฤทธิ์และกฎสวรรค์ของราชันมังกรโลกันตร์เข้าอย่าง
จังล่ะก็ เขาคงจะบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่แท้
โชคดีที่ อู่ อวี้ ตื่นตัวอยู่ตลอด ระหว่างที่เขากำลัง
ดำเนินการใด ๆ หากรู้สึกผิดสังเกตหรือสัมผัสอะไรได้
แม้แต่เล็กน้อย เขาจะใช้เมฆาตลบฟ้าหลบหนีออกไป
จากตำแหน่งดังกล่าวทันที ด้วยสถานการณ์ที่ค่อนข้าง
คับขันอันตรายพลังกฎสวรรค์ลี้โลหิตของอสูรมารโลหิต
จึงกลายเป็นไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง
เว้นเสียแต่ว่าได้เผชิญหน้ากับศัตรูที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับเดียวกัน พลังกฎสวรรค์ลี้โลหิตของอสูรมารโลหิตก็
จะมีประโยชน์มาก ทำให้มันสามารถหลบหนีฝ่ายตรง
ข้ามได้อย่างสมบูรณ์ แต่เวลานี้ฝ่ายตรงข้ามที่เขากำลัง
เผชิญหน้าคือราชันมังกรโลกันตร์ กฎสวรรค์ของอสูรมาร
โลหิตจึงใช้ไม่ได้ผล หากต้องการจะหลบหนีเขาต้องคง
พึ่งพาได้เพียงเมฆาตลบฟ้าเท่านั้น
หลังจากราชันมังกรโลกันตร์พลาดโอกาสในการจับตัว อู่
อวี้ หลายต่อหลายครั้ง ราชันมังกรโลกันตร์ก็เริ่มสงสัย
มิได้ไล่ตามอย่างโง่งม มันรู้ดีว่าต่อให้อสูรมารโลหิต
คล่องแคล่วลื่นไหลดั่งปลาไหล แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมี
พลังความสามารถถึงเพียงนี้ แม้กระทั่งราชันมังกร
โลกันตร์ก็ยังไม่สามารถจับตัวมันได้
ราชันมังกรโลกันตร์เริ่มสับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ อสูรมาร
โลหิตจะมีความก้าวหน้าจนถึงขนาดแม้แต่ตัวมันยังไม่
สามารถจับตัวได้อย่างไร?
แต่มันก็ไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดมากนัก เพราะยิ่งคิดเท่าไหร่ก็
คิดไม่ตก ดังนั้นมันจึงเลิกคิดให้หนักสมองและเลือกที่จะ
พยายามจับตัว ‘อสูรมารโลหิต’ มาให้ได้ก็เป็นพอ
ในเมื่อแม้แต่ตัวมันยังไม่สามารถจับตัวของ อู่ อวี้ ได้
ดังนั้นมันจึงสั่งให้บรรดาราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสาม
แยกย้ายออกไปตามหาร่องรอยของ อู่ อวี้ เมื่อคนใดคน
หนึ่งบังเอิญพบประสบพักตร์กับ อู่ อวี้ พวกมันจะต้อง
พยายามจับตัวหรือพยายามยื้อให้เขาอยู่กับที่ให้นาน
ที่สุดเท่าที่จะทำได้
แม้ว่าราชาปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสาม จะไม่สามารถสังหาร
อสูรมารโลหิตได้ก็ตาม แต่ก็ยังพอถ่วงเวลารอให้ราชัน
มังกรโลกันตร์ตามมาสมทบในภายหลัง
ถึงแม้จะไม่สามารถจับตัวฝ่ายตรงข้ามได้จนอยู่หมัด แต่
การยื้อยุดฉุดเวลาก็ยังดีกว่าปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามแอบ
ย่องไปทำลายค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์
แต่พวกมันหารู้ไม่ว่า วิธีการแยกตัวออกตามหา อู่ อวี้
ของพวกมัน กลับเป็นข่าวดีสำหรับเขา
สิ่งสำคัญในตอนนี้คือพลังฝีมือในปัจจุบันของเขายังไม่ถึง
ขั้นที่จะสามารถจัดการกับราชันมังกรโลกันตร์ได้ มิ
เช่นนั้น อู่ อวี้ คงเลือกที่จะไปจัดการกับราชันมังกร
โลกันตร์โดยตรง ไม่ต้องมาลำบากลำบนหลบหนีไปมา
ราวกำลังเล่นซ่อนแอบอยู่เช่นนี้ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่
จะเปลี่ยนแผนใหม่โดยการตัดสินใจถ่วงเวลา ซึ่งก็เท่ากับ
ว่าโอกาสของเขาได้มาถึงแล้ว
สำหรับเขาวิธีเดียวที่จะสามารถจัดการกับระดับราชัน
ปีศาจเจ็ดสวรรค์ได้คือรอเวลามองหาโอกาสที่เหมาะสม
และถ้าหากเขาสามารถจัดการพวกมันได้จนหมด ก็
เหมือนกับว่าเขาสามารถเด็ดปีกของราชันมังกรโลกันตร์
ส่วนคนสุดท้ายที่เขาจะจัดการก็คือราชันมังกรโลกันตร์
เพราะการรับมือจัดการกับมันเพียงผู้เดียวนั้นง่ายกว่า
ตอนนี้พวกมันกำลังแยกย้ายกันทำหน้าที่ และเวลานี้อสูร
เต่าทมิฬได้ตกเป็นเป้าหมายของ อู่ อวี้ ส่วนสาเหตุไม่ใช่
เพราะมันอยู่ใกล้เขามากที่สุด แต่เป็นเพราะมันอยู่ไกล
จากราชันมังกรโลกันตร์มากที่สุดต่างหาก
อู่ อวี้ กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ โดยใช้ ‘กฎสวรรค์เร้นโลหิต’
หายตัวไปจากแดนมังกรทมิฬ เพียงแต่ก่อนไปเขาได้
สร้างกระแสวังวนโลหิตทิ้งเอาไว้ กฎสวรรค์กระแสวังวน
โลหิตนี้ยังคงสร้างความเสียหายให้กับรากฐานของค่าย
กลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ ทั้งหมดก็เพื่อ
ดึงดูดความสนใจของราชันมังกรโลกันตร์
แต่เนื่องจากอาณาเขตของแดนมังกรทมิฬอันกว้างใหญ่
เกินไป ทุกครั้งที่ อู่ อวี้ ใช้เมฆาตลบฟ้าหลบหนี ต้องใช้
เวลาค่อนข้างนานกว่าราชันมังกรโลกันตร์จะตามทันอีก
ครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้แก่
ราชันมังกรโลกันตร์เป็นอย่างยิ่ง ถึงกระนั้นมันก็ไม่
สามารถเพิกเฉยเมื่อเห็นค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืน
ฟ้านิรันดร์ถูกทำลาย
กล่าวได้ว่ายามนี้ราชันมังกรโลกันตร์กำลังออกห่างจาก
อู่ อวี้ มากขึ้นเรื่อย ๆ
อสูรเต่าทมิฬ ผู้มีหัวเป็นอสรพิษสามหัวและคุณสมบัติ
ธาตุเงาของเต่าทมิฬ กำลังวนเวียนอยู่ภายในแดนมังกร
ทมิฬมองหาร่องรอยของ อู่ อวี้ ไปทั่วทุกแห่งหน ซึ่งมัน
หาได้แยแสอสูรมารโลหิตไม่ แม้ทั้งสองฝ่ายจะมี
อาณาจักรฝึกตนอยู่ในระดับราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์
เช่นเดียวกัน แต่ถ้าต้องประจันกันซึ่ง ๆ หน้าแล้ว มันก็
มิได้หวาดกลัวอสูรมารโลหิตแม้แต่น้อย
พลังอิทธิฤทธิ์และกฎสวรรค์ของอสูรมารโลหิต แทบจะ
ไม่สามารถทำลายการป้องกันของอสูรเต่าทมิฬได้ นี่คือ
ความแตกต่างในแง่ของจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย
หากกล่าวถึงในด้านนี้ อสูรมารโลหิตเทียบเคียงได้กับมือ
สังหารผู้เชี่ยวชาญในทักษะพิสดารมากมาย แต่
ความสามารถในการโจมตีและป้องกันจะอ่อนแอเล็กน้อย
ซึ่งอสูรเต่าทมิฬก็เป็นคู่ต่อสู้ประเภทที่มันหวาดกลัวมาก
ที่สุด
น่าเศร้าที่ฝ่ายตรงข้ามมิรู้ว่า ตัวตนที่แท้จริงของอสูรมาร
โลหิตคือผู้ใด
ในเวลานี้อสูรเต่าทมิฬคือเป้าหมายของ อู่ อวี้ เขาสร้าง
ความปั่นป่วนในแดนมังกรทมิฬมานานพอสมควรแล้ว
เป็นผลให้ราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์
ทั้งสามถูกแยกออกจากกัน ซึ่งพวกมันก็มิได้อยู่ใกล้กัน
มากนัก
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงมีโอกาสลงมือ
เมื่อเข้าไปใกล้อสูรเต่าทมิฬ เขาก็เปล่งเสียงคำรามขึ้นใน
รูปลักษณ์ของอสูรกลืนสวรรค์ พร้อมปลดปล่อยอำนาจ
ทำลายล้างความว่างเปล่าใส่อสูรเต่าทมิฬในฉับพลัน
“ความว่างเปล่าหวนกลับ!”
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
“ผนึกเมฆาเร้น!”
อู่ อวี้ ใช้ออกด้วยวิชาทั้งสอง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นพลัง
อิทธิฤทธิ์ที่น่าสะพรึงกลัวจากเมฆาตลบฟ้า พิภพมิติและ
พิภพความว่างเปล่าพลิกกลับในชั่วพริบตา ดึงอสูรเต่า
ทมิฬเข้าสู่พิภพความว่างเปล่า ต่อด้วยการปลดปล่อย
พลังทำลายล้างจากผนึกเมฆาเร้น
ท่ามกลางความว่างเปล่าหวนกลับ ส่งผลให้พลังของ
ผนึกเมฆาเร้นพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ทันใดนั้นอำนาจ
ทำลายล้างจากผนึกเมฆาเร้นก็ระเบิดออกไปทันที
อสูรเต่าทมิฬยังมิทันได้ตอบสนอง พลังอิทธิฤทธิ์ที่มันใช้
เพื่อป้องกันตนเองก็ถูกทำลายด้วยความว่างเปล่าหวน
กลับ
ตามมาด้วยการบดขยี้จากอำนาจอันมหาศาลของผนึก
เมฆาเร้น พลังทำลายล้างที่มันสัมผัสได้แตกต่างอย่าง
สิ้นเชิงกับอสูรมารโลหิตที่มันรู้จัก ราวกับว่าเขา
เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ชั่วขณะนั้นเองมันก็เห็น อู่ อวี้
ในรูปลักษณ์ของอสูรกลืนสวรรค์ ซึ่งการปรากฏตัวของ
เขาทำให้มันตื่นตระหนกอย่างสุดแสน
“เป็นไปได้หรือไม่ ว่านอกจากอสูรมารโลหิตแล้ว ยังมี
ราชันปีศาจตนอื่นเข้ามาในแดนมังกรทมิฬเพื่อก่อ
ปัญหา!”
สิ่งที่มันพบ ทำให้อสูรเต่าทมิฬรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงอยู่
ไม่น้อย ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีราชันปีศาจตนอื่น ๆ ซ่อน
อยู่ภายในแดนมังกรทมิฬ เฝ้ารอโอกาสจนกว่าจะแน่ใจ
จากนั้นก็ร่วมมือกันบดขยี้ศัตรู หากเป็นเช่นนั้นจริงพวก
มันจะต้านทานได้งั้นหรือ?
เดิมทีมันคิดว่าแดนมังกรทมิฬเป็นสถานที่ปลอดภัย แต่
ปัจจุบันดูเหมือนว่าการไม่มีค่ายกลคุ้มกันชั้นยอดคอยปก
ปักที่นี่ จะทำให้ความปลอดภัยของแดนมังกรทมิฬอยู่ใน
ระดับปานกลางเท่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเป็นเพราะการ
คงอยู่ของราชันมังกรโลกันตร์ จึงไม่มีผู้ใดกล้าย่างกราย
เข้ามาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า
หากมีเหตุการณ์คับขันเกิดขึ้น แดนมังกรทมิฬก็ไม่อาจ
หยุดยั้งราชันปีศาจตนอื่น ๆ ได้…
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังสังหารอันน่าสะพรึงกลัวจากผนึก
เมฆเร้น หัวอสรพิษทั้งสามของอสูรเต่าทมิฬก็กรีดร้อง
คำรามขึ้นในฉับพลัน แม้ว่ามันจะมีพลังป้องกันที่โดดเด่น
แต่มันก็มิได้เตรียมตัวเตรียมใจรับการโจมตีจาก อู่ อวี้
ส่งผลให้มันได้รับบาดเจ็บสาหัสในทันที
เป็นเวลาเดียวกับที่หัวอสรพิษทั้งสามของอสูรเต่าทมิฬ
ระเบิดพลังการโจมตีอย่างบ้าคลั่งไปยังทิศทางของ อู่ อวี้
คุณสมบัติธาตุทั้ง 3 ประการ ไม่ว่าจะเป็น อัสนี วาโย
และ ไม้ ก่อตัวเป็นเมฆาทมิฬ พายุโหมกระหน่ำ สายอัสนี
ฟ้าพาไปทั่วทุกแห่งหน กฎสวรรค์หลากหลายชนิด
ผสมผสานเข้าด้วยกัน หมายมาดบดขยี้ อู่ อวี้ ให้สิ้นซาก
อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งอีกฝ่ายไม่อาจเทียบเคียงกับ
อู่ อวี้ ได้อีกต่อไป สำหรับเขาแล้วการจัดการกับราชัน
ปีศาจเจ็ดสวรรค์นั้นง่ายดายขึ้นมากหลังจากเขามี
ประสบการณ์ แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วเป็นการลอบ
โจมตีอย่างรุนแรงทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับบาดเจ็บสาหัส
โดยไม่มีเวลาได้ตอบโต้แม้แต่น้อย
แม้ในท้ายสุดมันจะแผดเสียงคำรามพร้อมปลดปล่อยการ
โจมตีอย่างบ้าคลั่ง แต่ความแข็งแกร่งของมันก็มีไม่ถึง
ครึ่งจากสภาพสมบูรณ์ก่อนหน้านี้
ซึ่งมิใช่ภัยคุกคามของ อู่ อวี้ แม้แต่น้อย
ขณะที่อสูรเต่าทมิฬได้รับบาดเจ็บสาหัส อู่ อวี้ ก็
เตรียมพร้อมสังหารคู่ต่อสู้ในบัดดล ทว่าในช่วงเวลานั้น
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็บดขยี้ลงมาจากฟ้า ราชัน
มังกรโลกันตร์มาถึงแล้ว!
เดิมทีราชันมังกรโลกันตร์อยู่ห่างจากอสูรเต่าทมิฬ
พอสมควร แต่มันก็ปรากฏกายขึ้นที่นี่อย่างรวดเร็ว อีก
ฝ่ายคงคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่า อู่ อวี้ จะลอบโจมตีสมุน
ใต้บัญชาของมัน ดังนั้นมันจึงเตรียมพร้อมอยู่
ตลอดเวลา
เมื่อราชันมังกรโลกันตร์ปรากฏกาย อู่ อวี้ จึงต้องเลือกว่า
จะสังหารอสูรเต่าทมิฬต่อไป หรือหลบหนีเอาชีวิตรอด
“ หากยังฝืนดึงดันต่อไป เกรงว่าข้าคงมิอาจหลบหนีจาก
ราชันมังกรโลกันตร์ได้ ดูเหมือนข้าคงต้องยอมทิ้งโอกาส
นี้ไปเสียแล้ว ”
อู่ อวี้ พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ด้วยสถานการณ์ตึงเครียดใน
ปัจจุบัน เขาจึงเลือกความปลอดภัยเอาไว้ก่อน ไม่
จำเป็นต้องเอาชีวิตของตนเองไปเสี่ยงถึงเพียงนั้น แม้ว่า
ตอนนี้เขาจะไม่อาจสังหารคู่ต่อสู้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
เด็ดขาด แต่อีกไม่นานเขาก็คงมีโอกาส แม้ว่ามันจะ
ยากลำบากมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อเทียบกับชีวิตของ อู่ อวี้
แล้ว ชีวิตของเขาย่อมมีค่ายิ่งกว่า
สิ่งสำคัญคือ มิใช่ว่าเขาพลาดโอกาสในการสังหารอสูร
เต่าทมิฬแล้ว จิ่วอิงจะไร้ซึ่งความหวังอย่างสิ้นเชิงเสีย
เมื่อไหร่ ท้ายสุดแล้วต่อให้สังหารมันไป ก็เป็นแค่การตัด
ปีกตัดกำลังของฝ่ายตรงข้าม แม้จะล้มเหลว แต่ก็มิได้
ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โดยรวมนัก
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด แล้วตัดสินใจล่า
ถอยทันที
แม้ว่าเขาจะเหลือแค่การโจมตีอีกเพียงครั้งก็สามารถ
สังหารอสูรเต่าทมิฬได้แล้ว แต่ก็สายเกินไป เขาจึง
ตัดสินใจล่าถอยออกไปจากพื้นที่แห่งนี้ทันที แน่นอนว่า
เขามิได้ใช้เมฆาตลบฟ้า เพราะต้องการสร้างความสับสน
ให้กับคู่ต่อสู้
เมื่อราชันมังกรโลกันตร์มาถึง มันก็เข้าไปดูอาการของ
อสูรเต่าทมิฬทันที เมื่อรู้ว่าสมุนของตนเองได้รับบาดเจ็บ
สาหัส แต่ยังไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต มันก็โล่งใจ ตราบใด
ที่มีเวลาพักฟื้น อสูรเต่าเทมิฬก็สามารถฟื้นฟูกลับสู่
สภาพดังเดิมได้ เพียงแต่หากราชันมังกรโลกันตร์มาช้า
กว่านี้ ชีวิตของมันก็อาจจะหาไม่แล้วก็เป็นได้
” นอกจากอสูรมารโลหิต ยังมีราชันปีศาจตนอื่นซ่อนตัว
อยู่ในแดนมังกรทมิฬของเราอีกงั้นหรือ? ”
ดวงเนตรทั้งเก้าคู่ของราชันมังกรโลกันตร์สาดประกาย
ขึ้นด้วยความน่าสะพรึงกลัว มันจดจำรูปลักษณ์และการ
ปรากฏตัวของอสูรกลืนสวรรค์ได้ ทั่วทั้งร่างของเขาแผ่
กลิ่นอายบางอย่างที่มันยากจะอธิบายได้
แน่นอนว่ามันไม่คิดว่าอสูรกลืนสวรรค์กับอสูรมารโลหิต
คือ อู่ อวี้ เนื่องจากทั้งสองและแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นมันจึงรู้สึกอัดอั้นไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
——————–