กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1581: เจตนาแอบแฝง
แผนการของราชันมังกรโลกันตร์ทั้งหมดในครั้งนี้ กล่าว
ได้ว่าล้มเหลวพ่ายแพ้ไม่เป็นท่า
นอกจากมันจะไม่สามารถสังหารจอมตะกละหมื่นตาให้
ตกตายลงได้แล้ว อสูรเต่าทมิฬคนของมันยังถูกอสูรมาร
โลหิตสังหารจนตกตาย อสูรเต่าทมิฬถือเป็นสมุนคน
สำคัญของมัน เมื่อมันตายไปเช่นนี้ทำให้ความแข็งแกร่ง
โดยรวมของนครทมิฬหมื่นปีศาจลดลงมากโขทีเดียว
ต่อจากนี้การกระทำของราชันมังกรโลกันตร์จะมีความ
รุนแรงมากขึ้น มีแนวโน้มมันจะพุ่งเป้าไปที่ ‘อสูรมาร
โลหิต’ ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าอสูรมารโลหิตไม่ใช่อสูรมาร
โลหิตตนเดิม แต่เป็นผู้อื่นปลอมตัวมา
แต่ต่อให้มีความสามารถในการปลอมตัวมากเพียงใด แต่
ก็ไม่น่าจะใช้กฎสวรรค์หรือพลังอิทธิฤทธิ์ของอสูรมาร
โลหิตได้ สำหรับเรื่องนี้พวกมันรู้สึกจนปัญญาไร้ซึ่ง
หนทางจริง ๆ
“หาตัวมัน!”
ราชันมังกรโลกันตร์สั่งให้คนของมันค้นหาอสูรมารโลหิต
ทั่วนครทมิฬหมื่นปีศาจ ชนิดที่เรียกว่าพลิกแผ่นดินหา
กันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังสั่งให้ปีศาจตัวเล็กตัวน้อยสืบ
เสาะหาข่าวเกี่ยวกับจอมตะกละหมื่นตาและ ‘อสูรโลหิต’
หากปีศาจตนใดได้ข้อมูลเบาะแสหรือข่าวคราวให้รีบ
รายงานทันที
นอกจากนี้มันยังระดมพลให้ไปสืบเสาะหาข่าวจาก
อาณาจักรบรรพกาลหมื่นปีศาจ เมื่อใดที่จอมตะกละ
หมื่นตากลับไปยังอาณาจักรของตนเองมันจะล่วงรู้ทันที
ยามนี้ราชันมังกรโลกันตร์กับหงส์เพลิงมารกับกิเลนนิมิต
ทมิฬยังคงรวมกลุ่มออกค้นหา ด้วยสถานการณ์ที่
ค่อนข้างล่อแหลมเช่นนี้ทำให้พวกมันไม่สามารถแยกกัน
ได้ ซึ่งการที่ทุ่มเทตามหาผู้ใดสักคนย่อมหมายความว่า
จะต้องปล่อยมือจากอีกฝั่ง ดังนั้นสถานการณ์ยามนี้ถึงจะ
ค่อนข้างอันตรายหรืออาจมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่
ราชันมังกรโลกันตร์ก็จะไม่สนใจมากเกินไป เพราะสิ่ง
เหล่านั้นอาจจะส่งผลต่อมันแค่เพียงเล็กน้อย
ปีศาจระดับมันหรือจะมานั่งสนใจกับราชันปีศาจสาม
สวรรค์หรือสี่สวรรค์ได้อย่างไรกันเล่า?
กล่าวได้ว่าในตอนนี้นครทมิฬหมื่นปีศาจได้เริ่มลงมือแล้ว
แต่พวกมันต้องดำเนินแผนการอย่างระแวดระวัง เป็นไป
ไม่ได้มันจะประโคมข่าวเรื่องการตายของอสูรเต่าทมิฬ
หาข่าวดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่วนครทมิฬหมื่นปีศาจ
ผลกระทบที่ตามมาก็คือจะไม่มีผู้ใดต้องการเจริญรอย
ตามอสูรเต่าทมิฬ
แต่ก็มีหลายคนที่แอบล่วงรู้ข่าวนี้ จากนั้นพวกมันก็จะรีบ
ออกจากนครทมิฬหมื่นปีศาจไปหาที่หลบซ่อนตัว อันที่
จริงปีศาจทุกตนต่างรู้สถานการณ์ของนครทมิฬหมื่น
ปีศาจดีว่ากำลังอยู่ในช่วงยากลำบาก หากพวกมันยังอยู่
ที่นี่ต่อไปก็อาจตกอยู่ในภัยอันตรายเอาได้
หลังจากเรื่องราวจบลง หากราชันมังกรโลกันตร์ยังคงยืน
หยัดรักษาอำนาจเอาไว้ได้ ก็ยังไม่สายเกินไปที่มันจะ
กลับมาผงาดอีกครั้ง
……..
ทันทีที่ อู่ อวี้ กับจอมตะกละหมื่นตาหลบหนีออกมาจาก
แดนมังกรทมิฬได้ พวกเขาก็เคลื่อนย้ายออกจากนคร
ทมิฬหมื่นปีศาจ อย่างรวดเร็ว
หลังจากจอมตะกละหมื่นตาออกมาก็พบว่า ‘อสูรมาร
โลหิต’ ได้หลบหนีตามมาในทิศทางเดียวกันโดยบังเอิญ
ซึ่งยังอยู่ในรูปลักษณ์ของอสูรกลืนสวรรค์
“ตัวจริงของเจ้าคืออะไรกันแน่?”
จอมตะกละหมื่นตาไม่ได้หลบหนีไปไหนไกล แต่กลับก้าว
ไปข้างหน้าแล้วเอ่ยถามพร้อมกับดูท่าทีของ อู่ อวี้
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะดึงความสนใจจากหงส์เพลิงมารจนมัน
สามารถหลบหนีออกมาจากแดนมังกรทมิฬได้ แต่ราชัน
ปีศาจจอมตะกละก็ถือเป็นผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่ง มันจำต้องกู้
คืนอำนาจแลศักดิ์ศรี มันเป็นถึงราชันปีศาจแปดสวรรค์
ไม่ควรถูกผู้ใดทำให้ขุ่นเคือง
แม้ว่าชายตรงหน้าจะช่วยมันไว้ ทั้งยังสามารถสังหาร
อสูรเต่าทมิฬจนตกตาย ซึ่งมันก็คิดว่าอสูรมารโลหิตคง
ตกตายไปแล้วเช่นเดียวกับอสูรเต่าทมิฬ
ดังนั้นจอมตะกละหมื่นตาจึงไม่คิดสุภาพกับ อู่ อวี้
” ข้าก็แค่ราชันปีศาจตัวเล็ก ๆ ที่ล่วงรู้ความลับของ
ราชันมังกรโลกันตร์โดยบังเอิญ จึงอยากลองเสี่ยงโชคดู
เท่านั้น ” อู่ อวี้ กล่าวอย่างผ่อนคลาย ถึงแม้ตัวตนของ
เขาจะถูกเปิดเผยและต้องเผชิญหน้ากับจอมตะกละหมื่น
ตา เขาก็เตรียมคำพูดและวาทศิลป์เกลี้ยกล่อมฝ่ายตรง
ข้ามมาเป็นอย่างดี
ราชันปีศาจจอมตะกละตะคอกกลับอย่างเย็นชา “ อสูร
มารโลหิตถูกเจ้าสังหารตกตายไปแล้วใช่หรือไม่? ”
“ ใช่! แต่ท่านราชันควรให้สนใจกับซากศพจักรพรรดิ
ปีศาจไม่ดีกว่าหรือ? ดีกว่ามานั่งสนใจเรื่องเกี่ยวกับสมุน
ใต้บังคับบัญชาตกตาย! ”
อู่ อวี้ ยิ้มเล็กน้อย พร้อมกล่าวอย่างมั่นใจ
พอเขากล่าวถึง ‘ซากศพจักรพรรดิปีศาจ’ หัวใจของ
จอมตะกละหมื่นตาก็เต้นแรงขึ้นมาในทันที เมื่อเทียบกัน
แล้วความตายของอสูรมารโลหิตกลายเป็นเพียงเรื่อง
เล็กน้อยไปในบัดดล เดิมทีมันต้องการที่จะไล่ต้อน อู่ อวี้
แต่เมื่อรู้เช่นนี้ มันก็อยากรู้ว่าข่าวที่ อู่ อวี้ ทราบคือเรื่อง
อะไรกันแน่
“ เจ้ารู้ข่าวอะไรก็ว่ามา หากเจ้าหลอกลวงราชันผู้นี้
ทราบใช่หรือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น? ” ใบหน้าของจอม
ตะกละหมื่นตาแสดงถึงความข่มขู่
อู่ อวี้ ซึ่งยังอยู่ในร่างอสูรกลืนสวรรค์กล่าวขึ้นอย่างแผ่ว
เบาว่า ” ท่านรู้จักมหาจักรพรรดิโม่อิงหรือไม่? ”
” นั่นมันจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์? อย่าบอกนะว่าเจ้ารู้ร่าง
ของซากศพมหาจักรพรรดิปีศาจโม่อิงอยู่ที่ใด? แล้วมัน
เกี่ยวอะไรเจ้ามังกรเฒ่าโลกันตร์? ” ราชันปีศาจจอม
ตะกละกล่าวอย่างคาดเดา
ดูเหมือนมันจะสนใจกับข่าวนี้มาก เดิมทีมันคิดว่าราชัน
มังกรโลกันตร์แอบเก็บซ่อนสมบัติสำคัญบางอย่างเอาไว้
ซึ่งถ้าเป็นซากศพจักรพรรดิปีศาจจริง ๆ ก็ดู
สมเหตุสมผลที่มันลงทุนกระทำเรื่องดังกล่าวในแดน
มังกรทมิฬ
ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่ อู่ อวี้ จะไม่บอกความจริงกับอีกฝ่าย
ทั้งยังลบเบาะแสทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับจิ่วอิง เพราะไม่
ต้องการให้จอมตะกละหมื่นตาเพ่งเล็งไปที่จิ่วอิง
อีกอย่างความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างจอมตะกละหมื่น
ตากับราชันมังกรโลกันตร์ ไม่ได้มีเรื่องราวเกี่ยวกับจิ่วอิง
เข้ามาแทรกแซงให้เห็น ทำให้ไม่มีผู้ใดคิดว่าเรื่องนี้
เกี่ยวข้องกับจิ่วอิง
เว้นแต่ว่ามันจะมีความสามารถเช่นเดียวกับ อู่ อวี้ ที่
ล่วงรู้ข่าวคราวข้อเท็จจริงมาจากความทรงจำของอสูร
เต่าทมิฬ เพียงเท่านี้เขาก็จะสามารถล่วงรู้ข้อมูลที่
สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ฉะนั้นสถานการณ์ปัจจุบัน อู่ อวี้ ไม่จำเป็นได้บอกเล่า
หรืออธิบายอะไรให้มันฟังจนชัดเจนมากเกินไป หลังจาก
นั้นเขาก็เอ่ยขึ้นอย่างเรียบง่ายว่า “ มหาจักรพรรดิปีศาจ
โม่อิง มีสายโลหิตของโม่อิงดับโลกา อย่างที่ท่านเห็นว่า
ข้าเพิ่งสังหารอสูรเต่าทมิฬตกตายไป และเผอิญว่าข้ามี
พลังอิทธิฤทธิ์พิเศษชนิดหนึ่งที่สามารถล่วงรู้ความทรงจำ
ระยะสั้น ๆ ของมันได้ ข้าจึงรู้ว่าราชันมังกรโลกันตร์มี
ชิ้นส่วนของซากศพจักรพรรดิปีศาจมหาจักรพรรดิโม่อิง
แล้วก็ยังเป็นส่วนที่ดีที่สุดซึ่งก็คือส่วนหัว! ”
หลังจากได้ยินเรื่องราวคำบอกเล่าดังกล่าว ท่าทีการ
แสดงออกของจอมตะกละหมื่นตาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่าง
กะทันหัน ในเวลานี้ดวงตานับหมื่นของมันหลับลงพร้อม
กันในคราเดียว เห็นได้ชัดว่ามันไม่ต้องการให้ อู่ อวี้ รู้
อารมณ์ความรู้สึกผ่านทางสายตาของมัน
ถึงกระนั้นก็ยังสามารถคาดเดาได้อยู่ดีว่ามันกำลังอยู่ใน
อาการตื่นเต้นอย่างที่สุด
มหาจักรพรรดิปีศาจโม่อิงก็คือจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์
แล้วสิ่งที่ราชันมังกรโลกันตร์ได้ครอบครองก็คือส่วนหัว
ถ้าราชันมังกรโลกันตร์ได้กลืนกินชิ้นส่วนนี้เข้าไป แทบไม่
ต้องสงสัยเลยว่ามันจะสามารถผ่านทะลวงเข้าสู่
อาณาจักรจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ สำหรับราชันปีศาจ
จอมตะกละนี่ถือเป็นทางลัด ซึ่งมีความสำคัญกับมันเป็น
อย่างยิ่ง ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องกล่าวอันใดมาก
สำหรับผู้ฝึกตนล้วนแสวงหาความเป็นนิรันดร์ แม้แต่
เหล่าราชันปีศาจก็มีความต้องการเช่นเดียวกัน
สิ่งที่ อู่ อวี้ บอกเล่าให้มันฟังค่อนข้างฟังดูสมเหตุสมผล
แต่จอมตะกละหมื่นตาเป็นเหมือนหมาแก่ที่เจนโลก เป็น
ธรรมดาที่มันจะไม่ปักใจเชื่อเขาทั้งหมด
มันจึงทำเป็นตะคอกกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาแล้วเอ่ยถาม
ขึ้นว่า ” การที่เจ้าบอกเล่าความลับให้ราชันผู้นี้ฟัง
มากมายเช่นนี้ แสดงว่าเจ้าต้องการร่วมมือกับข้าใช่
หรือไม่? ”
มันตระหนักดีถึงจุดประสงค์ที่เป็นไปได้ของ อู่ อวี้ และใน
สายตาของมันเหมือนเขาจะเป็นผู้ช่วยที่ดีทีเดียว อย่างไร
เสียในตอนนี้อสูรมารโลหิตก็ตกตายไปแล้ว อีกทั้งความ
แข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ก็ดูเหนือกว่าอสูรมารโลหิตด้วยซ้ำ
เดิมทีมันก็แอบสงสัยว่า อสูรมารโลหิตไปสร้างความ
ปั่นป่วนเหยียบจมูกราชันมังกรโลกันตร์อยู่ภายในนคร
ทมิฬหมื่นปีศาจได้นานขนาดนี้ได้อย่างไร ถ้าเป็นอสูร
โลหิตตัวจริงคงจะถูกราชันมังกรโลกันตร์จับตัวไปนาน
แล้ว แต่ดูเหมือนว่าราชันมังกรโลกันตร์ไม่สามารถทำ
อะไรกับชายผู้นี้ได้เลย
ดังนั้นมันจึงต้องการร่วมมือกับ อู่ อวี้ เพราะมันรู้ตัวดีว่า
หากมันลงมือเพียงลำพังคงไม่สามารถสร้างภัยคุกคาม
ให้แก่ราชันมังกรโลกันตร์ได้ อย่างครั้งล่าสุดที่มันไป
ปรากฏตัวอยู่ภายในแดนมังกรทมิฬ สิ่งที่มันจะต้องพบ
เจอคือการคือพายุการโจมตีที่กระหน่ำเข้าใส่มัน จนถึง
ขั้นว่าไม่มีเวลาให้หยุดหายใจ ทั้งยังมีโอกาสที่จะเกิด
ความสูญเสียครั้งใหญ่
ถึงกระนั้นมันจะต้องประเมินท่าทีของหนุ่มน้อยที่อยู่
ตรงหน้าเสียก่อน …
อู่ อวี้ พยักหน้า ” ใช่… ข้าต้องการร่วมมือกับท่านจอม
ตะกละ หลังจากเป้าหมายของเราสำเร็จลุล่วง ข้า
ต้องการส่วนแบ่งสามสิบจากร้อยส่วนของหัวโม่อิงดับ
โลกา คำขอนี้คงไม่มากเกินกระมั้ง? ”
เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เขาจะบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงว่า
ตนเองการช่วยเหลือสหายจิ่วอิง ดังนั้นเขาจึงกล่าวไปว่า
ต้องการส่วนแบ่งเพียงสามสิบส่วน ซึ่งนี่คือแรงจูงใจให้
เขากระทำการทั้งหมด และจะทำให้จอมตะกละหมื่นตา
รู้สึกเชื่อใจเขามากขึ้น
ทันใดนั้นดวงตานับหมื่นของจอมตะกละหมื่นตาก็เปิดขึ้น
เผยรังสีอำมหิตน่าสะพรึงกลัวออกมาจากสายตา ”
สามสิบในร้อยส่วนมันจะไม่โลภมากไปหน่อยหรือ ข้าให้
เจ้าได้แค่สิบส่วนเท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต้องมาคุยเรื่องนี้
กันอีก เจ้าอย่าลืมว่าหลังจากนี้ราชันมังกรโลกันตร์
จะต้องเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี แล้วผู้ที่จะต้องล้มตาเฒ่า
นั่นก็คือข้า! ”
มันหัวเราะเย้ยหยันอยู่ในใจ
ไม่ต้องกล่าวถึงสามสิบส่วน แค่สิบส่วนมันยังไม่คิดจะให้
อู่ อวี้ ด้วยซ้ำ มันวางแผนไว้ว่าหากเวลานั้นมาถึง วันที่
มันได้รับซากศพจักรพรรดิปีศาจจริง มันจะสังหาร อู่ อวี้
ทิ้งเสีย
เพียงแต่มันไม่อาจกล่าวเรื่องนี้ออกไปได้
อาจกล่าวได้ว่าทั้ง อู่ อวี้ และราชันปีศาจจอมตะกละ
ล้วนมีเจตนาแอบแฝงอยู่ภายในด้วยกันทั้งคู่ เพียงแต่
เป้าหมายของทั้งสองแตกต่างกัน ดังนั้นจึงใช้คำพูด
หลอกลวงเพื่อให้อีกฝ่ายเชื่อใจในตนเอง
ราชันปีศาจจอมตะกละเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของ อู่
อวี้ แต่เพื่อไม่ให้ อู่ อวี้ สงสัยมากเกินไป เลยแสร้งต่อรอง
จนเหลือสิบส่วนเท่านั้น
โดยผลลัพธ์นี้ อู่ อวี้ แกล้งทำเป็นว่าไม่เต็มใจเล็กน้อย
แต่เมื่อคิดดูแล้ว เขาก็ยินยอมตกลงอย่างมิอาจปฏิเสธได้
” เช่นนั้นก็ได้ สิบส่วนก็สิบส่วน อย่างไรเสียต่อให้เราตก
ลงกันเสียดิบดี ก็ยังไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะได้รับหัวของ
มหาจักรพรรดิโม่อิงมาครอบครองจริง ๆ ”
” ยังมีอีกสองสามคำถามที่ข้าอยากรู้ หากเจ้ามิให้ความ
กระจ่าง ราชันผู้นี้จะไม่เชื่อเจ้า ”
ราชันปีศาจจอมตะกละจองเข้าไปในดวงเนตรของอสูร
กลืนสวรรค์ ” ในเมื่อเจ้ามังกรเฒ่านั้นได้รับซากศพของ
มหาจักรพรรดิโม่อิง แล้วเหตุใดถึงยังไม่กลืนกินมัน? ใน
เมื่อเจ้ามีความทรงจำของอสูรเต่าทมิฬ เจ้าก็น่าจะรู้เรื่อง
นี้! ”
” เรื่องนี้ง่ายมาก เพราะราชันมังกรโลกันตร์ไม่สามารถ
กลืนหัวของมหาจักรพรรดิโม่อิงได้ ดังนั้นมันจึง
จำเป็นต้องจัดวาง ‘ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิ
รันดร์’ หลังจากนั้นเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่หลงเหลืออยู่
ของมหาจักรพรรดิโม่อิงก็จะถูกกำจัดออกไป มิฉะนั้น
แล้วหากกลืนกินทั้ง ๆ ที่ยังหลงเหลือเศษเสี้ยวจิต
วิญญาณอยู่ ก็อาจส่งผลกระทบบางอย่างต่อมันได้ มี
โอกาสเป็นไปได้สูงที่จักรพรรดิโม่อิงจะครอบครองร่าง
ของราชันมังกรโลกันตร์ ด้วยอุบายยืมซากคืนชีพ
กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ”
อู่ อวี้ กล่าวตอบด้วยท่าทางผ่อนคลาย โดยที่ในคำ
กล่าวของเขามีทั้งจริงและเท็จปะปนอยู่ด้วยกัน เพียงแต่
ในส่วนที่เป็นเท็จนั้นแตกต่างจากความจริงอย่างสิ้นเชิง
ราชันปีศาจจอมตะกละพยักหน้า ทั้งยังถาม อู่ อวี้ อีก
หลายคำถาม อู่ อวี้ ตอบคำถามของมันทีละคำถามอย่าง
ใจเย็น โดยแสร้งทำเป็นว่าความทรงจำทั้งหมดล้วนมา
จากอสูรเต่าทมิฬ ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับจิ่วอิงแม้แต่น้อย
แต่มันกลับดึงดูดความสนใจของราชันปีศาจจอมตะกละ
อย่างสิ้นเชิง
เพียงแต่คำกล่าวของ อู่ อวี้ มีคำโกหกอยู่มากมาย แต่
ราชันปีศาจจอมตะกละหาได้รู้แม้แต่น้อย ด้วยเพราะทุก
สิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าวล้วนสมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง ราชัน
มังกรโลกันตร์ได้รับส่วนหัวของมหาจักรพรรดิโม่อิง
ดังนั้นมันจึงต้องการจัดวางค่ายกลเพื่อขับไล่เศษเสี้ยว
วิญญาณที่เหลืออยู่ออกไปเพื่อกลืนกิน
แต่อันที่จริงแล้ว แม้กระทั่งราชันมังกรโลกันตร์ก็ยังไม่รู้
เลยว่าส่วนหัวของมหาจักรพรรดิโม่อิงนั้นอยู่ที่ใด ซึ่ง
เงื่อนงำเดียวของราชันมังกรโลกันตร์ก็คือจิ่วอิงที่มีเศษ
เสี้ยวจิตวิญญาณของมหาจักรพรรดิโม่อิงอยู่ภายในร่าง
ซึ่งแผนการของราชันมังกรโลกันตร์ คือรอจนกว่ามันจะ
กลืนกินเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่เหลืออยู่ของจักรพรรดิโม่
อิงในร่างจิ่วอิง จนสามารถควบคุมร่างของจิ่วอิงได้อย่าง
สมบูรณ์ เมื่อนั้นมันถึงจะรู้ว่าส่วนหัวจักรพรรดิโม่อิงอยู่ที่
ใด
ถึงกระนั้นก็ความร่วมมือระหว่าง อู่ อวี้ กับราชันปีศาจ
จอมตะกละก็เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากทั้งสอง
ฝ่ายล้วนมีความคิดเป็นของตนเอง เพียงแต่ราชันปีศาจ
จอมตะกละไม่รู้เลยว่าตนเองนั้นถูก อู่ อวี้ ปั้นแต่ง
เรื่องราวและชักใยมันโดยสมบูรณ์
——————-