กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1578: สงครามแตกหักของราชันปีศาจชั้นสูง
ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ของราชัน
มังกรโลกันตร์โจมตีจอมตะกละหมื่นตาอย่างกะทันหัน
พลังความรุนแรงปะทุขึ้นมาในฉับพลัน เวลานี้เงามังกร
ทมิฬจำนวนนับไม่ถ้วนบินทะยานฉวัดเฉวียนไปมาบน
ฟากฟ้า ห่อหุ้มปกคลุมทั่วทั้งร่างจอมตะกละหมื่นตาไว้
อย่างสมบูรณ์
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้จอมตะกละหมื่นตามีโทสะเดือดดาล
เป็นอย่างยิ่ง เดิมทีมันเชื่อใจว่าราชันมังกรโลกันตร์จะพา
มันไปดูสมบัติอย่างซื่อสัตย์ไม่บิดพลิ้ว จากนั้นก็แบ่ง
สมบัติกันคนละครึ่งอย่างเท่าเทียม แต่ความจริงหาได้
เป็นเช่นนั้นไม่อีกฝ่ายกระทำกับมันเยี่ยงนี้ จะไม่ให้มันมี
โทสะโกรธเคืองได้อย่างไร?
ขณะค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์กำลัง
ทำงานจอมตะกละหมื่นตาก็แผดเสียงคำรามลั่น จากนั้น
พลังอิทธิฤทธิ์และพลังกฎสวรรค์ก็ระเบิดออกมาใน
ช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งหมดเกิดขึ้นด้วยเหตุผลที่ว่าจอม
ตะกละหมื่นตาต้องการทำลายหลุดพ้นออกจากค่ายกล
มังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์
อู่ อวี้ เองก็รู้สึกตื่นตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ครั้ง
แรกที่เห็นเขาก็ถึงกับผงะเช่นกัน แต่โชคดีที่เขาเลือก
ระวังตัวเว้นระยะจากจอมตะกละหมื่นตา ไม่เช่นนั้น
ตอนนี้เขาเองก็คงถูกขังอยู่ภายในค่ายกลมังกรมารบรรพ
กาลกลืนฟ้านิรันดร์ไปด้วยอีกคน
โชคดีที่ อู่ อวี้ อยู่นอกค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้า
นิรันดร์ นี่คือค่ายกลเซียนระดับสูงที่ราชันมังกรโลกันตร์
สั่งให้ราชันปีศาจทั้งหมดในแดนมังกรทมิฬร่วมกัน
จัดเรียง
แม้รูปแบบของค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิ
รันดร์ขนาดย่อมนี้จะดูเรียบง่าย ทว่าพลังของมันกลับ
ไม่ได้เรียบง่ายแต่อย่างใด มันทรงพลังขนาดที่ว่าสามารถ
จับตัวจอมตะกละหมื่นตาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ แม้จอม
ตะกละหมื่นตาจะงัดสารพัดวิธีเพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจาก
ค่ายกลเซียนแต่ก็ไม่สามารถทำได้
เมื่อเห็นความแข็งแกร่งของค่ายกลเซียน อู่ อวี้ ก็สัมผัส
ได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่สู้ดีสักเท่าไหร่ เนื่องจากนี่คือ
รูปแบบเรียบง่ายที่สุดแล้ว แต่พลังของมันกลับสามารถ
กักกันจอมตะกละหมื่นตาซึ่งมีพลังฝีมืออยู่ในระดับราชัน
ปีศาจแปดสวรรค์ ฉะนั้นแทบไม่ต้องกล่าวถึงค่ายกล
มังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ขนาดใหญ่ที่ราชัน
มังกรนรกโลกันตร์สั่งให้พวกเขาจัดเรียงครอบคลุมพื้นที่
ของแดนมังกรทมิฬไว้ทั้งหมด
” ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ขนาดใหญ่ที่
ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ดูเหมือนมันไม่ได้มีไว้เพื่อจัดการ
ราชันปีศาจแปดสวรรค์ เกรงว่าค่ายกลเซียนนี้ถูกจัดวาง
ขึ้นเพื่อจัดการกับจักรพรรดิปีศาจ ” อู่ อวี้ คิดเรื่องนี้อยู่
ในใจ แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
ทำให้เขาไม่มีเวลาที่จะคิดอะไรมากมาย
ตอนนี้เขาอยู่ในรูปลักษณ์ของอสูรมารโลหิต ซึ่งหมายถึง
ว่ายามนี้เขาเป็นคนของจอมตะกละหมื่นตา เมื่อเห็นจอม
ตะกละหมื่นตาติดอยู่ในกับดัก เขาจึงรีบใช้พลังกฎสวรรค์
เพื่อหลบลี้หายไปยังสถานที่ห่างไกลจากวังมังกรโลกันตร์
เนื่องจากเขาไม่ใช่สมุนของราชันมังกรโลกันตร์ ส่วนจอม
ตะกละหมื่นตาก็ติดอยู่ในค่ายกลเซียนกำลังส่งเสียงกู่ร้อง
คำรามอย่างต่อเนื่อง บางทีราชันมังกรโลกันตร์อาจสั่งให้
สมุนของมันร่วมมือจัดการกับเขาก็เป็นได้
บางทีอีกฝ่ายอาจจะเตรียมแผนนี้เอาไว้จับตัวพวกเขาทั้ง
คู่ แต่เมื่อเห็น ‘อสูรมารโลหิต’ หลบหนีไปต่อหน้าต่อตา
ราชันมังกรโลกันตร์ก็แค่นเสียงออกมาอย่างไม่
พอใจ และเวลานี้จอมตะกละหมื่นตาถูกขังอยู่ภายใน
ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ ซึ่งนับเป็น
ช่วงเวลาเหมาะสมที่จะจัดการกับอสูรมารโลหิต
แต่น่าเสียดายที่อสูรมารโลหิตไหวตัวทันเสียก่อน จึงซ่อน
ตัวและหลบหนีไปได้ในที่สุด
อันที่จริงค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ขนาด
ย่อมถูกเตรียมไว้เพื่อจัดการอสูรมารโลหิต แต่น่าเสียดาย
ที่อสูรมารโลหิตเว้นระยะห่างจากจอมตะกละหมื่นตา
ออกไปเล็กน้อย จึงไม่สามารถจับตัวของอสูรมารโลหิตได้
อีกตน ดังนั้นเมื่ออสูรมารโลหิตหลบหนีไปได้ก็ยากที่จะ
ติดตามไล่ล่ากลับมา ซึ่งมีโอกาสที่จอมตะกละหมื่นตา
อาจจะรับรู้ถึงอันตราย จึงได้แจ้งเตือนอสูรมารโลหิตไว้
ล่วงหน้า
ด้วยเหตุนี้ราชันมังกรโลกันตร์จึงไม่คิดมากเกี่ยวกับอสูร
มารโลหิตที่หลบหนีไปหายตัวไป หากเขามิได้ต้องการ
ช่วยเหลือจอมตะกละหมื่นตา มันก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
สายตาของมังกรเก้าหัวระเบิดความดุร้ายออกมา จ้อง
มองไปที่จอมตะกละหมื่นตาซึ่งติดอยู่ในค่ายกลมังกรมาร
บรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ จอมตะกละหมื่นตาคือศัตรู
ของมันที่พยายามขอแบ่งปันสมบัติซึ่งเป็นของมัน การ
กระทำนี้ช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก!
หากมันสามารถจัดการผู้ที่มาขวางทางออกไปได้ แผน
ของมันก็จะประสบความสำเร็จได้ในไม่ช้า
” พวกเราควบคุมค่ายกลเซียนอย่าปล่อยให้จอมตะกละ
หมื่นตาหนีรอดออกไปได้ ส่วนพวกเจ้าทั้งสามช่วยข้า
จัดการกับจอมตะกละหมื่นตาตัวนี้ให้สิ้น! ”
ราชันมังกรโลกันตร์เผยธาตุแท้ออกมาให้เห็น ซึ่งเป็นไป
ไม่ได้ที่มันจะรักษาภาพลักษณ์ของมันไว้ได้ตลอดเวลา
ทันใดนั้นมันก็แสดงจิตสังหารผ่านทางสายตาที่จ้องมอง
จอมตะกละหมื่นตาทันที
ท่ามกลางเสียงคำรามของจอมตะกละหมื่นตา ราชัน
มังกรโลกันตร์พร้อมกับราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสามซึ่ง
ก็คือหงส์เพลิงมาร , กิเลนนิมิตทมิฬ, อสูรเต่าทมิฬ ก็ก้าว
เข้าสู่ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ เพื่อ
จัดการสังหารจอมตะกละหมื่นตา
ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ขนาดเล็กที่ถูก
จัดวางใกล้กับวังมังกรโลกันตร์ เป็นค่ายกลเซียนที่ถูกจัด
วางโดยราชันมังกรโลกันตร์ ในช่วงเวลานี้มันได้เรียก
รวมตัวราชันปีศาจห้าสวรรค์กับหกสวรรค์ทั้งหมดใน
แดนมังกรทมิฬ เพื่อร่วมมือการควบคุมค่ายกลเซียนนี้
แม้ว่าราชันปีศาจสามสิบหรือสี่สิบตนที่ควบคุมค่ายกล
จักมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับราชันปีศาจห้าหรือหก
สวรรค์ แต่เมื่อพวกมันทั้งหมดร่วมมือกัน แทบเป็นไป
ไม่ได้เลยที่จอมตะกละหมื่นตาจะหลบลี้หนีหายไปไหนได้
เมื่อถูกกักขังอยู่ภายในค่ายกลเซียน จอมตะกละหมื่นตาก็
ยิ่งแสดงความดุร้ายมากขึ้น
” มังกรเฒ่าเก้าหัว เจ้าต้องได้รับสมบัติแบบไหนกัน ถึง
คิดจะฆ่าแกงข้าเช่นนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า!”
เมื่อคิดว่าเหตุผลที่ราชันมังกรโลกันตร์ต้องการสังหาร
ตนเอง เพียงเพราะสมบัติวิเศษระดับสูงที่อีกฝ่ายได้รับมา
มันก็บ้าคลั่งมากยิ่งขึ้น ต้องรู้ด้วยว่าหากราชันปีศาจแปด
สวรรค์เปิดสงครามห้ำหั่นกัน แม้ว่าในท้ายสุดแล้วผลแพ้
ชนะจะถูกตัดสิน แต่ผู้ชนะก็ต้องประสบความสูญเสีย
อย่างใหญ่หลวงเช่นกัน
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาทั้งสองเกิดความขัดแย้ง
ขึ้นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน แต่พวกมันก็ไม่เคยลงมือต่อสู้
กันจริง ๆ จัง ๆ มาก่อน
การที่ราชันมังกรโลกันตร์ตัดสินใจสังหารมันอย่างไม่
ลังเล ทำให้มันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เกรง
ว่าอีกฝ่ายคงได้รับสมบัติวิเศษที่เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิ
ปีศาจนิรันดร์จริง ๆ
“ไว้ส่งเจ้าไปลงนรก แล้วข้าจะบอก!” แน่นอนราชันมังกร
โลกันตร์มิได้ตอบคำถามของจอมตะกละหมื่นตา ยามนี้
หัวทั้งเก้าของมันเต็มไปด้วยความดุร้ายเย็นชา เป้าหมาย
มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น นั่นคือการสังหารจอมตะกละหมื่น
ตาให้แดดิ้น
หลังจากปิดล้อมจอมตะกละหมื่นตาอยู่ในค่ายกลเซียน
ราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสามก็
เปิดฉากโจมตีทันที!
อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ในร่างของอสูรมารโลหิต ซ่อนเร้นอำพราง
กายเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ด้านข้างด้วยสายตาเย็นชา
สำหรับ อู่ อวี้ แล้วไม่ว่าจะเป็นราชันมังกรโลกันตร์หรือ
จอมตะกละหมื่นตา ชีวิตและความตายของมันหาได้
สำคัญกับเขาไม่ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันเห็นได้ชัดว่า
จอมตะกละหมื่นตาตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ซึ่งมันไม่มี
ทางหลบหนีออกจากค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้า
นิรันดร์ได้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับการ
โจมตีของราชันมังกรโลกันตร์และราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์
ทั้งสาม ท้ายสุดมันจะตกเป็นฝ่ายปราชัยอย่างแน่แท้
หากเป็นเช่นนั้น ตัวตนของ อู่ อวี้ ในฐานะอสูรมารโลหิต
คงไม่มีประโยชน์อีกต่อไป ทั้งยังไร้ซึ่งกำลังให้พึ่งพิงใน
การช่วยเหลือจิ่วอิง
” ข้ามิอาจปล่อยให้จอมตะกละหมื่นตาถูกสังหารเด็ดขาด
ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าราชันมังกรโลกันตร์วางแผนอันใดไว้!”
อู่ อวี้ ครุ่นคิด พร้อมกำหนดเป้าหมายไปที่ราชันปีศาจ
เจ็ดสวรรค์ทั้งสาม เนื่องจากพวกมันเป็นคนสนิทภายใต้
บัญชาของราชันมังกรโลกันตร์ ดังนั้นพวกมันอาจจะรู้ว่า
ราชันมังกรโลกันตร์กำลังทำอันใด
ก่อนหน้านี้ราชันมังกรโลกันตร์ปรากฏกายขึ้นที่ภูเขาไฟ
ทัณฑ์อัคคี เพื่อช่วยเหลือหงส์เพลิงมาร แสดงให้เห็นว่า
หงส์เพลิงมารต้องรู้ความลับที่ถูกปิดซ่อนอยู่เบื้องหลัง
อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามเป้าหมายของ อู่ อวี้ ยามนี้ มิใช่หงส์เพลิง
มาร แต่เป็นอสูรเต่าทมิฬ จากการปะทะกันครั้งก่อนทำ
ให้ราชันปีศาจตนนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงไม่ทางที่มันจะ
ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในช่วงสั้น ๆ อีกทั้งในขณะที่พวก
มันร่วมมือกันปิดล้อมจอมตะกละหมื่นตา อสูรเต่าทมิฬ
ยังกระทำได้เพียงสนับสนุนอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น ด้วยการใช้
กฎสวรรค์กับพลังอิทธิฤทธิ์ก่อกวนจอมตะกละหมื่นตา
เป็นครั้งคราว แต่ก็มิได้ช่วยเหลืออันใดมากนัก
สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ หันมาสนใจอสูรเต่าทมิฬอีกครั้ง
เดิมทีเขาในตัวตนของอสูรมารโลหิต ซ่อนตัวอยู่ด้านนอก
ค่ายกลเซียน แน่นอนว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป
โอกาสในการช่วยเหลือจิ่วอิ่งก็จะหายไปอย่างสิ้นเชิง
เขามีเป้าหมายอยู่สองประการ หนึ่งคือการสังหารแล้ว
กลืนกินราชันปีศาจสวรรค์ เพื่อล่วงรู้แผนการลับของ
ราชันมังกรโลกันตร์ ประการที่สองคือการช่วยเหลือจอม
ตะกละหมื่นตา
หากบรรลุเป้าหมายทั้งสองประการได้ ตัวตนของ อู่ อวี้
อาจจะถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน จอมตะกละหมื่นตาต้อง
ล่วงรู้อย่างแน่นอนว่าเขามิใช่อสูรมารโลหิต
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ หาได้สนใจไม่ เพราะจอมตะกละ
หมื่นตาเชื่อว่าราชันมังกรโลกันตร์ครอบครอง ‘สมบัติ
วิเศษ’ เอาไว้ ซึ่งสมบัติดังกล่าวก็ดึงดูดใจของมันเสียยิ่ง
กว่าเรื่องของอสูรมารโลหิต
ไม่ว่าอสูรมารโลหิตจะมีความสำคัญมากเพียงใด แต่มันก็
เป็นแค่สมุนใต้บังคับบัญชาเท่านั้น แต่สมบัติของราชัน
มังกรโลกันตร์ อาจทำให้มันสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับ
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ได้!
ตอนนี้ อู่ อวี้ มั่นใจแล้วว่า แผนการของราชันมังกร
โลกันตร์ต้องเกี่ยวข้องกับการทะลวงเข้าสู่ระดับ
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์อย่างแน่นอน มิเช่นนั้นมันคงไม่
ยอมทุ่มเทเวลาหรือความพยายามมากมายถึงเพียงนี้
เท่ากับว่าเวลานี้จอมตะกละหมื่นตามีเพียงทางเลือก
เดียวเท่านั้น นั่นคือการร่วมมือกับ อู่ อวี้ ด้วยเหตุนี้เขา
จึงมิได้สงสัยหรือกังวลอันใด และเตรียมพร้อมดำเนิน
แผนการของตนเองทันที
“ตอนนี้ราชันมังกรโลกันตร์ถือเป็นกำลังหลักในการโจมตี
จอมตะกละหมื่นตา โดยมีราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสาม
คอยสนับสนุนมิให้ราชันปีศาจจอมตะกละฝ่าวงล้อม
หลบหนีออกจากค่ายกล ดังนั้นมันจึงไม่มีโอกาสทำลาย
ค่ายกล ”
อู่ อวี้ เฝ้าสังเกตสถานการณ์ในค่ายกลเซียน
ขณะเดียวกันก็เตรียมพร้อมลงมือทุกเมื่อ โดยมีเป้าหมาย
อยู่ที่ราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์อสูรเต่าทมิฬ สำหรับราชัน
ปีศาจห้าสวรรค์หรือราชันปีศาจสวรรค์หกสวรรค์ที่คอย
ควบคุมค่ายกลเซียน มิใช่เรื่องที่ต้องกังวลแต่อย่างใด
การสังหารราชันปีศาจห้าสวรรค์กับราชันปีศาจหก
สวรรค์ทั้งหมดในคราวเดียวนั้น มิใช่เรื่องที่ทำได้ในเวลา
อันสั้น ดังนั้นการสังหารพวกมันซักหนึ่งหรือสองตน จึง
ไม่มีประโยชน์ในสถานการณ์เช่นนี้
ด้วยเหตุนี้เป้าหมายของ อู่ อวี้ จึงมีเพียงอสูรเต่าทมิฬ
เท่านั้น!
ถึงแม้ว่าค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์จะ
สามารถกักขังจอมตะกละหมื่นตาไว้ภายในได้ แต่ก็มิได้
หมายความว่ามันจะหยุดยั้ง อู่ อวี้ ที่เข้ามาจากภายนอก
เงามังกรมารจำนวนนับไม่ถ้วน เหินทะยานอยู่ภายใน
ค่ายกลเซียน คอยโจมตีสร้างปัญหาให้กับจอมตะกละ
หมื่นตาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันหากจอมตะกละ
หมื่นตาต้องการหลบหนี เงามังกรทมิฬนับหมื่นตนก็จะ
เข้ามาขัดขวางไว้
แต่ อู่ อวี้ มิได้ถูกขัดขวาง หากต้องการเข้าสู่ค่ายกล
เซียน
เขาปรากฏกายจากเงามืด จากนั้นก็กลายเป็นละออง
โลหิต ด้วย ‘กฎสวรรค์ลี้โลหิต’ พร้อมพุ่งทะยานเข้าสู่
ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ทันที!
แม้ว่ากฎสวรรค์ลี้โลหิตจะไม่สามารถฝ่าออกจากค่ายกล
มังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ได้ แต่ความเร็วของ
มันก็ถือว่าสูงล้ำเป็นอย่างยิ่ง เพียงชั่วอึดใจ อู่ อวี้ ที่พุ่ง
ทะยานออกมาจากเงามืด มาปรากฏกายขึ้นด้านหลังอสูร
เต่าทมิฬ
ในช่วงวิกฤตสำคัญ ไม่มีผู้ใดคาดคิด ‘อสูรมารโลหิต’ ที่
หลบหนีหายไปจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งสาเหตุน่าจะ
เป็นเพราะจอมตะกละหมื่นตาตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
ดังนั้นอสูรมารโลหิตจึงย้อนกลับมา เพียงแต่การกระทำ
เช่นนี้มิเท่ากับว่ารนหายที่ตายอย่างนั้นหรือ?
อสูรเต่าทมิฬตกตะลึงไปชั่วขณะ แต่มันก็ตอบสนองอย่าง
รวดเร็ว ด้วยการแสยะยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า “อสูรมารโลหิต
สวรรค์มีทางเจ้าไม่ไป นรกไร้ประตูเจ้ากลับแส่เข้ามา ที่นี่
คือ ‘ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์’ เจ้า
อยากตายขนาดนั้นเชียวงั้นหรือ? ”
มันหัวเราะขึ้นอย่างน่ารังเกียจ โดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว
แม้แต่น้อย
มันคิดว่าเมื่ออสูรมารโลหิตเข้ามาในค่ายเซียนนี้ เขาต้อง
ไม่มีทางแบกรับการโจมตีจากเงามังกรทมิฬจำนวนนับไม่
ถ้วนได้ หลังจากนั้นก็มีเพียงหนทางเดียวที่รอเขาอยู่นั่น
คือความตาย
น่าเสียดายที่มันไม่รู้ว่า ‘อสูรมารโลหิต’ ที่อยู่ตรงหน้ามัน
คืออสูรกลืนสวรรค์ที่เคยทำให้มันได้รับ ‘บาดเจ็บสาหัส’
ก่อนหน้านี้!
โอกาสของ อู่ อวี้ มาถึงแล้ว
———————