กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1583: ฉกชิง
“เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้ากล้าหลอกลวงข้า!”
ราชันปีศาจจอมตะกละหันมาเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้
ดวงตานับหมื่นระเบิดบรรยากาศแรงกดดันอันน่าสะพรึง
ออกมา บดขยี้เข้าใส่ร่าง อู่ อวี้ ในฉับพลัน การโจมนี้ไม่
เพียงขัดขวาง แต่ต้องการตรึงร่างของ อู่ อวี้ ไว้อีกด้วย
เนื่องจากบัดนี้ข้อตกลงระหว่างราชันปีศาจจอมตะกละ
กับราชันมังกรโลกันตร์สัมฤทธิ์ผลแล้ว อันที่จริงคงต้อง
กล่าวว่ามันบีบบังคับให้ราชันมังกรโลกันตร์ร่วมมือกับ
มันเพื่อแบ่งปันหัวของโม่อิงดับโลกาเสียมากกว่า เท่ากับ
ว่าเวลานี้ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บ อู่ อวี้ ไว้อีกต่อไป
อันที่จริงการที่มันดำเนินแผนการได้อย่างราบรื่นเป็น
เพราะ อู่ อวี้ ดึงความสนใจจากราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์
ทั้งสอง มิฉะนั้นราชันมังกรโลกันตร์คงสามารถคลี่คลาย
ปัญหาของราชันปีศาจจอมตะกละได้อย่างใจเย็น ทั้งยังมี
เวลามากพอที่จะจัดวางค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืน
ฟ้านิรันดร์อีกด้วย
กฎการดำรงอยู่ภายในภพเทพปีศาจผู้อ่อนแอย่อมตกเป็น
เหยื่อของผู้แข็งแกร่ง ชนะเป็นเจ้าแพ้เป็นโจร แล้วตอนนี้
อู่ อวี้ ไร้ประโยชน์สำหรับมัน จึงเป็นเรื่องปกติที่ราชัน
ปีศาจจอมตะกละจะต้องการลงโทษ ‘เจ้าปีศาจน้อย’ ตน
นี้ ที่บังอาจหาญกล้าหลอกลวงมันมาก่อน
เมื่อราชันมังกรโลกันตร์เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น มันรู้สึกว่าตนเอง
ไม่อาจปล่อยโอกาสนี้ไปได้เด็ดขาด และรีบลงมือโจมตี อู่
อวี้ ทันที รวมถึงราชันหงส์เพลิงมารกับราชันปีศาจกิเลน
ที่อยู่ด้านข้างก็ร่วมมือโจมตีใส่เขาเช่นกัน!
พวกมันไม่ยอมเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงแม้แต่น้อยเลือก
ที่จะโจมตี อู่ อวี้ อย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าไม่ทันที่ได้
ตอบสนอง
น่าเสียดายที่ราชันมังกรโลกันตร์กับจอมตะกละหมื่นตา
ไม่ทราบว่า อู่ อวี้ เตรียมพร้อมมาแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นความสามารถในการหลบหนีของ อู่ อวี้
นับว่าชั้นหนึ่งเลยทีเดียว
ดังนั้นต่อให้ตอนนี้เขาถูกราชันปีศาจจอมตะกละสะกดข่ม
เอาไว้ รวมถึงกำลังถูกโจมตีโดยพลังอิทธิฤทธิ์อันน่า
สะพรึงกลัวของราชันมังกรโลกันตร์ ทว่า อู่ อวี้ กระทำ
เพียงพลิกตลบตีลังกาออกไปโดยใช้เมฆาตลบฟ้า ส่งผล
ให้ร่างของเขาหายไปต่อหน้าต่อตาคู่ต่อสู้ในบัดดล!
“หืม?”
การแสดงออกของมังกรเก้าหัวหรือราชันมังกรโลกันตร์
นั้นไร้ซึ่งความแยแสเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าใจจริงแล้วมันจะ
ประหลาดใจมากก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นก่อนหน้านี้มันก็รู้ดี
อยู่แก่ใจว่า อู่ อวี้ มีความสามารถในการหลบหนี ฉะนั้น
เขาจะต้องเตรียมตัวมาพร้อมพอสมควร ไม่เช่นนั้นคงไม่
กล้ามาสร้างความปั่นป่วนให้กับมันหนักหนาขนาดนี้
ส่วนทางด้านของราชันปีศาจจอมตะกละกำลังหงุดหงิด
อารมณ์เสียเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมันอยู่ใกล้ อู่ อวี้ มาก
ที่สุด แต่กลับไม่สามารถหยุดยั้ง ปล่อยให้เขาหลบหนี
ออกไปได้อย่างง่ายดาย ในฐานะราชันปีศาจแปดสวรรค์
มันรู้สึกอับอายขายหน้าจนแทบจะซุกแผ่นดินหนี
” มัวแต่พล่ามเรื่องเหลวไหลอะไรอยู่ได้? แค่สังหารมันให้
จบ ๆ ไปก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ? ”
ราชันมังกรโลกันตร์รู้สึกไม่พอใจราชันจอมตะกละเป็น
อย่างมาก หากไม่ใช่เพราะมันมัวแต่พล่ามเรื่องเหลวไหล
คาดว่าป่านนี้มันคงจะสังหาร อู่ อวี้ ลงได้แล้ว
แต่ราชันปีศาจจอมตะกละก็ไม่ยอมเสียหน้าอยู่คนเดียว
มันส่งเสียงหัวเราะเย้ยหยันขึ้นดวงตานับหมื่นจ้องมองไป
ที่ราชันมังกรโลกันตร์แล้วกล่าวว่า ” เห๊อะ! เจ้ารู้ทั้งรู้ว่า
มันมีความสามารถในการหลบหนีมากเพียงใด กี่ครั้งแล้ว
ล่ะที่แม้แต่เจ้าเองก็ยังจับตัวมันไม่ได้ ฉะนั้นอย่ามาทำ
เป็นโยนความผิดพลาดให้ข้าดีกว่า!? ”
ในขณะที่การโต้เถียงของราชันปีศาจทั้งสองยังไม่จบลง
ราชันหงส์เพลิงมารที่อยู่ด้านข้างก็กล่าวขึ้น ” ท่านราชัน
มังกรเจ้าเด็กผู้นั้นปรากฏตัวอยู่ไม่ไกลจากเรา ”
เมื่อราชันปีศาจแปดสวรรค์ทั้งสองได้ยินประโยคดังกล่าว
ก็หยุดต่อเถียง แล้วหันมองไปด้านข้าง เพราะยามนี้ อู่
อวี้ ในรูปลักษณ์ของอสูรกลืนสวรรค์ได้ปรากฏตัวขึ้นอีก
ครั้งบนภูเขาที่ไม่ห่างไกลจากพวกมันเท่าไหร่
ซึ่งแน่นอนว่าในครั้งนี้ราชันปีศาจแปดสวรรค์ทั้งสองไม่
กล้าผลีผลามอีกต่อไป มิฉะนั้น อู่ อวี้ จะหลบหนีจนพวก
มันไม่สามารถไล่ตามทัน
“เจ้าต้องการอะไร?”
เมื่อเห็น อู่ อวี้ ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งราชันปีศาจจอม
ตะกละก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังเคร่งขรึมในทันที
อีกอย่างตัวมันกลับ อู่ อวี้ ก็เคยเป็นพันธมิตรกันมาก่อน
ถึงแม้จะแค่ชั่วคราวก่อนเถอะ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็น
อริศัตรูกัน แม้แต่มันก็ยังรู้สึกว่าชายตรงหน้าช่าง
คล่องแคล่วว่องไวลื่นประดุจปลาไหล ไม่ว่าจะอยู่ที่ใน
สถานการณ์คับขันมากเพียงใดก็ยากที่จะจับตัวเขาได้
นอกจากนี้อีกฝ่ายยังปรากฏตัวขึ้นอย่างกล้าหาญ แสดง
ให้เห็นว่าเขามีความมั่นอกมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้
ราชันปีศาจจอมกละจึงไม่กล้าบุ่มบ่ามผลีผลาม สำหรับ
มันแล้วโอกาสที่จะจับตัว อู่ อวี้ ได้นั้นเป็นอะไรที่
ค่อนข้างต่ำ
ดังนั้นมันจึงทำได้เพียงแค่ก้มหน้าลงเพื่อถามว่า อู่ อวี้
ต้องการอะไร
ส่วนราชันมังกรโลกันตร์ยังคงเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ห่าง ๆ
ยังไม่กล้าผลีผลามลงมือเช่นกัน ด้วยกลัวว่าทันทีที่มันลง
มือ อู่ อวี้ ก็จะหลบหนีไปอีกครั้ง ยิ่งตอนนี้ อู่ อวี้ รู้เรื่อง
จริงเกี่ยวกับโม่อิงดับโลกาผ่านความทรงจำของอสูรเต่า
ทมิฬ ดังนั้นเขาจึงหลอกใช้ราชันปีศาจจอมตะกละให้
ขัดแย้งกับอีกฝ่าย
ถ้า อู่ อวี้ แพร่กระจายข่าวนี้ออกไป ราชันมังกรโลกันตร์
กับราชันปีศาจจอมตะกละคงจะคงเกิดปัญหาใหญ่อย่าง
แน่นอน
จากนั้นหัวของโม่อิงดับโลกาจะมิใช่ของพวกมันอีกต่อไป
เรื่องนี้จะดึงดูดความสนใจของเทพปีศาจทุกระดับ ดีไม่ดี
อาจจะดึงดูดระดับจักรพรรดิปีศาจเลยก็ได้
ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์ที่พวกมันอยากจะพบเจอ
อู่ อวี้ ค่อนข้างชัดเจนเกี่ยวกับความคิดของอีกฝั่ง
ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ทั้งหมดก็เพื่อ
ต้องการจะเจรจากับพวกมัน เพราะเป้าหมายที่แท้จริง
ของเขาก็คือช่วยเหลือจิ่วอิง ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะ
ปล่อยวางจากเรื่องนี้ แล้วถ้าหากข่าวดังกล่าวแพร่สะพัด
ออกไปก็จะยิ่งทำให้จิ่วอิงมีอันตรายเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นเขาต้องอยู่ต่อไป พยายามต่อสู้เพื่อโอกาสมากขึ้น
“ข้าต้องการอะไรน่ะหรือ?”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินคำถามของราชันปีศาจจอมตะกละเขาก็
รีบตอบทันทีว่า ” ข้าเองก็ควรได้ส่วนแบ่งจากหัวของ
มหาจักรพรรดิปีศาจโม่อิงเช่นกัน ไม่เช่นนั้นข้าจะ
กระจายข่าวนี้ออกไป มิให้พวกเจ้าได้กระทำสำเร็จตาม
ปรารถนา ฮ่าฮ่า! ”
ถึงแม้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาไม่ได้อยู่ที่ตนเองควร
จะได้ส่วนแบ่งดังที่กล่าว แต่เขากล่าวเพื่อต้องการให้อีก
ฝ่ายเชื่อเท่านั้น สำหรับราชันปีศาจแล้วนอกจากซากศพ
จักรพรรดิปีศาจจะมีอะไรสำคัญเหนือกว่านี้อีก?
ต่อให้พวกมันครุ่นคิดจนหัวแทบระเบิดก็ไม่มีทางรู้ว่า
เป้าหมายที่แท้จริงของ อู่ อวี้ ก็คือจิ่วอิง
เมื่อได้ยินคำขอของ อู่ อวี้ ราชันปีศาจจอมตะกละกับ
ราชันมังกรโลกันตร์ต่างก็มองหน้ากัน จากนั้นก็พยักหน้า
ตอนนี้พวกมันทำได้แค่เพียงยอมรับข้อตกลงของ อู่ อวี้
ได้เพียงเท่านั้น เพราะรู้ดีว่าพวกมันไม่สามารถขับไล่เขา
ออกจากการแบ่งปันนี้ไปได้ ถึงกระนั้นพวกมันก็ไม่ยอม
เสียส่วนแบ่งของตนเองมากเกินไป
” ข้าจะให้เจ้าได้แค่สิบส่วนเท่านั้น ปริมาณเท่านี้ก็ถือว่า
ไม่เลวแล้ว เจ้าพอใจหรือไม่?”
ราชันมังกรโลกันตร์ยิ้มเยาะนี่ถือเป็นขีดจำกัดสูงสุดที่มัน
จะสามารถแบ่งปันให้กับผู้อื่นได้แล้ว แต่ระหว่างนี้มัน
ต้องหาโอกาสมาเหมาะกำจัด อู่ อวี้ ทิ้งอย่างแน่นอน ซึ่ง
มันจะต้องไม่แสดงอะไรให้ดูผิดสังเกต ถ้าหากจำนวน
ส่วนแบ่งดูสูงเกินไปบางที อู่ อวี้ อาจจะสงสัยเอาได้
” แค่สิบส่วนเท่านั้นเองหรือ ปริมาณเท่ากับตอนที่ข้าตก
ลงกับราชันปีศาจจอมตะกละก่อนหน้านี้เลย ข้าไม่เห็น
ด้วยกับข้อเสนอของเจ้า ข้าต้องการยี่สิบส่วน ” อู่ อวี้
กล่าวด้วยเสียงดังก้องกังวาน กล่าวตามตรงในฐานะ
ราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ มีแค่เขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่
กล้าพูดคุยกับราชันปีศาจจอมตะกละและราชันมังกร
โลกันตร์เช่นนี้
ส่วนราชันหงส์เพลิงมารกับราชันปีศาจกิเลนที่อยู่ข้าง ๆ
ไม่กล้าเอ่ยปากกล่าวอันใด พวกมันทั้งสองเองก็ต้องการ
ได้รับส่วนแบ่งจากหัวของโม่อิงดับโลกายิ่งกว่าผู้ใด แต่
พวกมันไม่กล้าเอ่ยปากแม้แต่น้อย!
แต่ อู่ อวี้ แตกต่างจากพวกมัน เขามีความสามารถใน
การหลบหนีเป็นเลิศ แม้แต่สองราชันปีศาจอย่างพวกมัน
ร่วมมือกันก็ยังไม่สามารถจับตัวเขาได้เลย ดังนั้นพวกมัน
ทั้งสองจึงหวาดกลัวว่าถ้าหากตนเองกล่าวอันใดผิดหู
ออกไป มันจะต้องถูกราชันมังกรโลกันตร์สังหารอย่าง
แน่นอน
และนี่ก็คือความแตกต่างระหว่าง อู่ อวี้ กับราชันปีศาจ
เจ็ดสวรรค์ทั่ว ๆ ไป
ราชันปีศาจจอมตะกละกับราชันมังกรโลกันตร์
ปรึกษาหารือกัน พวกมันรู้สึกยอมรับไม่ได้ที่จะต้องเสีย
ส่วนแบ่งของตนเองให้กับเด็กเมื่อวานซืนคนละสิบส่วน
แต่พวกมันก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากยอมตกลง
อย่างไม่เต็มใจ เมื่อบรรลุข้อตกลงทั้งสามฝ่ายจึงเป็น
พันธมิตรร่วมมือกันชั่วคราว
จากนั้นราชันปีศาจจอมตะกละก็แนะนำราชันมังกร
โลกันตร์ ” เช่นนั้น… เจ้ามังกรเฒ่า ลำดับแรกเจ้าก็ควร
จัดเรียงค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ให้
เสร็จสิ้นเสียก่อน จากนั้นก็กลืนกินเศษเสี้ยววิญญาณที่
เหลือของโม่อิงดับโลกา แล้วค่อยค้นหาตำแหน่งที่อยู่ของ
ส่วนหัว ”
เดิมทีเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ราชันมังกรโลกันตร์ต้องการจะทำ
อยู่แล้ว เมื่อใดที่ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิ
รันดร์ถูกจัดเรียงเสร็จสิ้น เมื่อนั้นจิ่วอิงก็จะกลายเป็นร่าง
แยกของมันอย่างสมบูรณ์ ต่อมาก็จะได้รับหัวโม่อิงดับ
โลกา ส่วนขั้นตอนการแบ่งปันค่อยมาว่ากันอีกที บางที
มันอาจหาโอกาสเหมาะ ๆ จัดการกับราชันปีศาจจอม
ตะกละและ อู่ อวี้ ก็เป็นได้ …
ราชันมังกรโลกันตร์พยักหน้า จากนั้นมันก็ถ่ายทอดคำสั่ง
ให้ราชันปีศาจในแดนมังกรทมิฬลงมือจัดเรียงค่ายกล
เซียนไร้ลักษณ์ระดับสูงต่อไป
หลังจากการเจรจาต่อรองเสร็จสิ้น เท่ากับว่าผู้ที่ล่วงรู้
เรื่องนี้มีเพียงราชันปีศาจแปดสวรรค์สองตนกับราชัน
ปีศาจเจ็ดสวรรค์สามตน และหนึ่งในนั้นก็คือ อู่ อวี้ ซึ่ง
หลังจากนั้นราชันมังกรโลกันตร์ก็รวมพลคนของตนเอง
ก่อน
และนี่ก็ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับ อู่ อวี้ ด้วยเพราะจุดประสงค์ที่
แท้จริงของเขาจะไม่ใช่ซากศพจักรพรรดิปีศาจ แต่เป็น
การช่วยเหลือจิ่วอิง ถ้าหากราชันมังกรโลกันตร์จัดเรียง
ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ได้สำเร็จ เมื่อ
นั้นจิ่วอิงก็จะตกอยู่ในอันตราย เดิมทีกลืนวิญญาณของ
ราชันมังกรโลกันตร์ก็ได้เปรียบเศษเสี้ยววิญญาณของโม่
อิงดับโลกาอยู่แล้ว หากได้รับการสนับสนุนจากค่ายกล
มันคงสามารถกำจัดเศษเสี้ยววิญญาณของโม่อิงดับโลกา
ได้อย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้นจิตสำนึกของจิ่วอิงย่อมไม่มี
พลังมากพอจะต่อต้านขัดขืน และถูกสังหารลงในที่สุด!
ดังนั้นก่อนที่ราชันปีศาจมังกรโลกันตร์จะถ่ายทอดคำสั่ง
ไปยังราชันปีศาจใต้อาณัติ เขาจึงใช้โอกาสนี้กล่าวขึ้นว่า
” ช้าก่อน…จนถึงตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นแค่การพูดคุย
ปากเปล่า ข้ายังไม่เห็นหลักฐานยืนยันแม้แต่น้อย แล้วข้า
จะเชื่อได้อย่างไรว่าเจ้ามีร่างแยกที่ถูกควบคุมโดยกลืน
วิญญาณอยู่จริง ๆ เจ้าต้องเอาออกมาให้พวกเราดูก่อน
พวกเราถึงจะเชื่อ! ”
นี่เป็นคำขอที่ค่อนข้างสมเหตุสมผล เมื่อราชันปีศาจจอม
ตะกละได้ยินดังนั้นมันก็รู้สึกแบบนั้นเช่นเดียวกัน เป็นไป
ไม่ได้ที่มันจะตกลงร่วมมือโดยไม่เห็น ‘ร่างของจิ่วอิง’ มี
เพียงวิธีนี้เท่านั้นมันถึงจะเชื่อราชันมังกรโลกันตร์อย่าง
สนิทใจ
ดังนั้นราชันปีศาจจอมตะกละจึงกล่าวขึ้นอย่างแผ่วเบา
ว่า “นับว่าความคิดของเจ้าไม่แล้ว เอาล่ะ…เจ้ามังกร
เฒ่าจงนำร่างของจิ่วอิงออกมา แสดงให้เราเห็นเพื่อเป็น
การยืนยัน ”
ราชันมังกรโลกันตร์ไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธคำขอของทั้ง
สอง เนื่องจากสถานการณ์พื้นฐานได้ถูกกำหนดไว้
หมดแล้ว การที่อีกฝ่ายแค่ต้องการตรวจสอบยืนยัน หา
ได้เป็นอันตรายใด ๆ กับราชันมังกรโลกันตร์ไม่
ดังนั้นราชันมังกรโลกันตร์จึงพาจิ่วอิงออกมาจากวังมังกร
โลกันตร์ และตอนนี้จิ่วอิงกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าราชัน
ปีศาจจอมตะกละกับ อู่ อวี้
” นี่คือ ‘ร่างจิ่วอิง’ ที่ข้าพูดถึง! ตอนนี้กลืนวิญญาณของ
ข้า กำลังเผชิญหน้ากับเศษเสี้ยววิญญาณของโม่อิงดับ
โลกาอยู่ในนั้น ถ้ากลืนกินมันเข้าไป ข้าก็จะรู้ตำแหน่ง
ของส่วนหัว ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องใช้ความช่วยเหลือจากค่าย
กลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ ” ราชันมังกร
โลกันตร์กล่าวอย่างตรงไปตรงมา
” ช้าก่อน! ข้าต้องการเข้าไปตรวจสอบ”
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นจิ่วอิงหัวใจของเขาก็เต้นถี่รัวด้วยความ
ตื่นเต้น
“เช่นนั้นก็เชิญ”
ราชันมังกรโลกันตร์ปล่อยให้เขาเดินเข้ามาใกล้ โดยมิได้
หวาดกลัวเล่ห์เหลี่ยมของ อู่ อวี้ แม้แต่น้อย อีกทั้งภายใน
แววตาของมันยังสาดประกายขึ้นด้วยความดุร้าย บางที
มันอาจต้องการฉวยประโยชน์จากตอนที่ อู่ อวี้ เข้ามา
ใกล้ แล้วสังหารเขาทิ้งเสีย
แน่นอนว่ามันต้องมั่นใจเต็มร้อย มิฉะนั้นราชันมังกร
โลกันตร์ก็ไม่อาจลงมืออย่างเลินเล่อได้
มิฉะนั้นหาก อู่ อวี้ หลบหนีไปอีกครั้ง การเชื้อเชิญเขา
กลับมา อีกครั้งคงมิใช่เรื่องง่าย
อู่ อวี้ เดินเข้าไปใกล้จิ่วอิง เมื่อถึงระยะ พลังทั่วทั้งร่าง
ของเขาก็พลันปะทุขึ้น อู่ อวี้ คว้าตัวจิ่วอิง ทันใดนั้นก็ใช้
ออกด้วยเมฆาตลบฟ้า พลิกตลบตีลังกาหายไปทันที!
ภาพฉากเบื้องหน้าทำให้ราชันปีศาจจอมตะกละกับราชัน
มังกรโลกันตร์ตกตะลึงในบัดดล ชายผู้นี้ลักพาตัวจิ่วอิง
ไปแล้วจริง ๆ งั้นหรือ?
เหตุการณ์เช่นนี้อยู่เหนือความคาดหมายของราชันปีศาจ
ทั้งสองอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันร่างของจิ่วอิงเป็นเสมือนดั่ง
ร่างแยกของราชันมังกรโลกันตร์ที่ยังไม่ถูกควบคุมอย่าง
สมบูรณ์ แล้วเด็กหนุ่มผู้นี้จะลักพาตัวจิ่วอิงไปทำไม?
เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาตั้งใจใช้ร่างของจิ่วอิง ตามหาหัว
มหาจักรพรรดิโม่อิงด้วยตนเอง?
——————–