กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1584: หลบหนี
หลังจาก อู่ อวี้ ลักพาตัวจิ่วอิงมาแล้วเขาก็ออกจากนคร
ทมิฬหมื่นปีศาจอย่างรวดเร็ว
เขารู้ว่าในร่างของจิ่วอิงตอนนี้มี ‘กลืนวิญญาณ’ ของ
ราชันมังกรโลกันตร์อยู่ ถ้าเขาไม่สามารถแก้ไขกลืน
วิญญาณออกไปได้ฝ่ายตรงข้ามจะรู้ว่าตอนนี้พวกเขาอยู่
ที่ใด
อย่างไรก็ตามเขาได้ฉวยประโยชน์จากช่วงเวลาสั้น ๆ ใช้
เมฆาตลบฟ้าออกจากพื้นที่ดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง หาก
ฝ่ายตรงข้ามต้องการจะไล่ตามเขามาให้ทันคงจะต้องใช้
เวลาชั่วครู่ แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถสลัดการไล่
ล่าติดตามของพวกมันได้อย่างสมบูรณ์
เขาอุ้มร่างของจิ่วอิงออกมาจากพื้นที่ของนครทมิฬหมื่น
ปีศาจอย่างรวดเร็ว แล้วเข้าสู่พื้นที่ป่าเขารกร้าง
” จะมีวิธีใดกำจัด ‘กลืนวิญญาณ’ กับ ‘เศษเสี้ยว
วิญญาณ’ ของโม่อิงดับโลกาที่อยู่ภายในร่างของจิ่วอิงได้
บ้าง? ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่อาจคิดหา
วิธีแก้ไขได้
หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีอยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิด ทั้ง
สองก็จนปัญญาไม่สามารถช่วยเหลืออันใดได้ หาก อู่ อวี้
ยังหาวิธีจัดการไม่ได้ สิ่งที่ทั้งสองทำได้ก็คือหลบหนีไป
พร้อมกับจิ่วอิง อย่างกระสับกระส่ายลนลาน
ขณะ อู่ อวี้ อุ้มร่างจิ่วอิงหลบหนี ทันใดนั้นดวงตาของจิ่
วอิงก็เปล่งประกายขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันแสน
ชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากดวงตาอย่างดุเดือด ” ข้าไม่สนว่า
ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าเป็นใคร แต่เจ้าบังอาจยั่วโทสะข้า
กับราชันปีศาจจอมตะกละ สิ่งที่เจ้าต้องพบเจอมีแค่ทาง
ตันเท่านั้น ฉะนั้นอย่าได้พยายามดิ้นรนอีกต่อไปเลย จง
หยุดเสียเดี๋ยวนี้ วางร่างของจิ่วอิงลง แล้วพวกเราจะไว้
ชีวิตเจ้า! ”
จากน้ำเสียงและแรงกดดันที่ออกมาจากสายตา อู่ อวี้ รู้
ได้ทันทีว่าเวลานี้จิ่วอิงกำลังอยู่ภายใต้การควบคุมของ
ราชันมังกรโลกันตร์
ตอนนี้ ‘กลืนกินวิญญาณ’ ของราชันมังกรโลกันตร์จิ่วอิง
สามารถควบคุมร่างของจิ่วอิงได้อย่างง่ายดาย เช่นดัง
ตอนนี้มันใช้ร่างของจิ่วอิงเป็นเหมือนเครื่องผ่านขยาย
เสียงกล่าววาจาข่มขู่คุกคาม อู่ อวี้ แต่สิ่งนี้ก็ทำให้เขารู้
ว่า แม้ว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่าตำแหน่งของเขา แต่มันก็ไม่
สามารถทำอันใดได้
“หึ!”
อู่ อวี้ หัวเราะเยาะโดยไม่สนใจคำข่มขู่ของมันแม้แต่
น้อย
แม้ว่าราชันมังกรโลกันตร์จะสามารถควบคุมร่างกายของ
จิ่วอิงได้ก็ตาม แต่ด้วยเพราะพื้นฐานการฝึกตนของจิ่วอิง
ยังต่ำมากเกินไป ทำให้มันไม่สามารถควบคุมร่างของจิ่
วอิงแล้วหลบหนีจากเงื้อมมือของ อู่ อวี้ ไปได้ แต่เขาก็
ต้องคอยเฝ้าจับตา ‘จิ่วอิง’ อยู่ตลอด ไม่ให้จิ่วอิงหลบหนี
กลับไปหาราชันมังกรโลกันตร์ด้วยตัวเอง
อู่ อวี้ ไม่สนใจคำข่มขู่ของอีกฝ่าย และยังคงครุ่นคิดหา
วิธีช่วยเหลือจิ่วอิงให้จงได้
แล้วก่อนที่เขาจะคิดหาทางแก้ไขได้ ไม่นานนักราชัน
มังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจจอมตะกละก็ได้ไล่ติดตาม
มาทัน
แล้วผู้ที่ตามมาไม่ได้มีเพียงแค่มันสองตนเท่านั้น แต่
ราชันหงส์เพลิงมารกับราชันปีศาจกิเลนก็ติดตามมาด้วย
ตอนนี้กล่าวได้ว่าราชันปีศาจทั้งสี่กำลังรวมหัวจมท้าย
ร่วมมือกันอย่างเต็มกำลัง พวกมันจำเป็นต้องไล่ตาม อู่
อวี้ อย่างใกล้ชิดไม่เช่นนั้นหากข่าวนี้แพร่งพรายเปิดเผย
ออกไป พวกมันจะไม่ได้อะไรเลย ความพยายามอุตส่าห์
อดทนมาอย่างยาวนานจะไร้ผลอย่างสิ้นเชิง
เมื่อพวกมันไล่ตามมาได้ทันก็พบเจอกับร่าง ‘อสูรกลืน
สวรรค์’ ของ อู่ อวี้ พวกมันดูตื่นเต้นเป็นอย่างมาก จิตใจ
ร้อนรนอยากจะเคลื่อนไหวให้เร็วกว่านี้เพื่อไล่ตามหลัง อู่
อวี้ ให้ใกล้ชิดมากขึ้น
ทว่าในเมื่อ อู่ อวี้ รู้อยู่แล้วว่าพวกมันกำลังจะไล่ตามมา
ทัน มีหรือที่เขาจะปล่อยให้พวกมันจับตัวแล้วสังหาร
เขา?
เขารีบใช้ออกด้วยเมฆาตลบฟ้า พลิกตลบตีลังกาหายไป
อีกด้านหนึ่งทันที!
หลังจากเห็นการกระทำดังกล่าว พวกราชันมังกร
โลกันตร์ก็รีบหันหลังไล่ล่าติดตามอย่างรวดเร็ว พวกมันสู้
อุตส่าห์ไล่ล่าติดตามมาถึงขนาดนี้แล้ว จะให้ล้มเลิกง่าย
ๆ ได้อย่างไร ตอนนี้จิ่วอิงอยู่ในมือของ อู่ อวี้ พวกมันจะ
ยอมทำทุกอย่างเพื่อซากศพของจักรพรรดิปีศาจ
ระหว่างการไล่ล่าติดตามอย่างต่อเนื่อง อู่ อวี้ เกือบถูก
ฝ่ายตรงข้ามจับตัวได้ทันหลายครั้งหลายครา แต่ด้วย
ความช่วยเหลือของเมฆาตลบฟ้าจึงทำให้เขาสามารถ
หลบหนีจากวงล้อมของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย
หากยังคงปล่อยให้การไล่ล่าดำเนินต่อไป อู่ อวี้ จะไม่
สามารถช่วยเหลือจิ่วอิงได้ ประเด็นสำคัญมันทำให้เขาไม่
มีเวลาคิดหาทางแก้ไขขจัดกลืนวิญญาณและเศษเสี้ยว
วิญญาณที่อยู่ภายในร่างของจิ่วอิง
อู่ อวี้ ยังคงใช้วิธีเดิมเคลื่อนไหวอยู่ภายในภพเทพปีศาจ
ทุกครั้งเขาจะปรากฏตัวอยู่ในสถานที่ห่างไกลไร้ผู้คน แต่
ไม่นานราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจตนอื่น ๆ ก็ไล่
ตามมาทัน หลังจากนั้นเขาก็หายตัวออกไปจากตำแหน่ง
ดังกล่าวทันที
เดิมทีภพเทพปีศาจมีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลเป็น
อย่างมาก อันที่จริงคงกล่าวได้ว่าพอ ๆ กับวังสวรรค์
แปดพันชั้นเลยทีเดียว แต่มันถูกทำลายลงหลังสงคราม
ครั้งใหญ่
แม้จะมีเทพปีศาจจำนวนไม่น้อยทะยานขึ้นมาใน
ภายหลัง แต่เมื่อเทียบกับภพเทพปีศาจขนาดใหญ่ พวก
มันก็ไม่ต่างจากฝูงมดปลวกตัวเล็ก ๆ
กล่าวได้ว่าภายในภพเทพปีศาจ มีดินแดนอันกว้างใหญ่
อีกมากมายที่ไร้ซึ่งผู้คน และไร้ซึ่งเทพปีศาจอาศัยอยู่
เพียงแต่ว่าสถานที่เหล่านี้เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ สิ่ง
ที่หลงเหลือจากสงครามยุคบรรพกาล ตราบจนปัจจุบัน
เทพปีศาจทั้งหมดต่างก็รับรู้ได้ถึงความดุเดือดในสงคราม
ครั้งนั้น ทุกแห่งหนล้วนเต็มไปด้วยรอยแยกความว่าง
เปล่า ซึ่งทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ในบริเวณใกล้เคียง
พังทลายลง
แม้ อู่ อวี้ จะหลบหนีมานานพอสมควร แต่ก็มิได้ดึงดูด
ความสนใจจากเทพปีศาจตนอื่น ๆ เนื่องจากเรื่องนี้
เกี่ยวข้องกับจิ่วอิง ดังนั้นเขาจึงไม่ยอมปล่อยให้ข่าว
แพร่กระจายออกไป
เมื่อราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจจอมตะกละ เห็น
ว่า อู่ อวี้ มิได้แพร่งพรายข่าวออกไป พวกมันก็โล่งใจไม่
น้อย ด้วยคิดว่า อู่ อวี้ นั้นละโมบโลภมากต้องการเก็บหัว
ของโม่อิงดับโลกาไว้เพียงลำพัง ตราบใดที่เรื่องราวยังคง
ดำเดินต่อไปเช่นนี้ พวกมันก็สามารถไล่ตาม อู่ อวี้ ไป
อย่างช้า ๆ เมื่อสบโอกาสพวกมันจะเข้าควบคุม อู่ อวี้
เมื่อนั้นทุกอย่างก็จะจบลง
แต่สิ่งที่พวกมันไม่ทราบก็คือ อู่ อวี้ มีวิธีจัดการกับ ‘กลืน
วิญญาณ’ กับ ‘เศษเสี้ยววิญญาณโม่อิงดับโลกา’ ในร่าง
ของ จิ่วอิง
“ช่างโง่เขลานัก!”
ขณะที่ อู่ อวี้ หลบหนีหัวซุกหัวซุนไปทั่วทั้งภพเทพปีศาจ
เสียงของหมิงซวงที่ไม่ได้ยินมานานก็ดังขึ้นภายในใจของ
อู่ อวี้ อีกครั้ง ” ดูเหมือนเจ้าจะหนีสตรีผู้นั้นไม่พ้นจริงๆ!
เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าสถานการณ์ในยามนี้เป็น
เช่นเดียวกับตอนที่เจ้าใช้ ‘เคล็ดสะบั้นจิต’ ใส่หนานกง
เหว่ย?”
เคล็ดสะบั้นจิต!
หลังจากหมิงซวงเตือน อู่ อวี้ ก็นึกขึ้นมาได้ในทันที
ย้อนกลับไปในเส้นทางเซียนไร้ลักษณ์ เขาได้พบเห็นเจ้า
หงส์ระบำเพลิงที่กลืนกินหลอมรวมทุกสรรพสิ่งของ
หนานกงเหว่ย ดังนั้น อู่ อวี้ จึงต้องการช่วยเหลือหนาน
กงเหว่ย ด้วยการกักขังเจ้าหงส์ระบำเพลิง ขณะเดียวกัน
ก็ใช้ ‘เคล็ดสะบั้นจิต’ ใส่นางตลอดเวลา
ภายใต้การจู่โจมอย่างต่อเนื่องด้วยเคล็ดสะบั้นจิต ทำให้
จิตเซียนของเจ้าหงส์ระบำเพลิงอ่อนแอลงเรื่อย ๆ แล้ว
ในท้ายสุดจิตสำนึกของหนานกงเหว่ยก็เติบโตแข็งแกร่ง
ขึ้น จนถึงขั้นที่ทั้งสองสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล
……
เพียงแต่สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ หวนนึกไปถึงวันงานวิวาห์ของ
ตนเองกับลั่วผิน ท่ามกลางฝูงชนหนานกงเหว่ยจับจ้อง
มองมาที่เขาด้วยสายตาเย็นชาไร้ซึ่งความเมตตาใด ๆ
แน่นอนว่ามันทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจอย่างสุดแสน
ตราบจนปัจจุบัน อู่ อวี้ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางคือหนานกง
เหว่ยหรือเจ้าหงส์ระบำเพลิง!
เขาส่ายศีรษะแล้วโยนความคิดเหล่านี้ทิ้งไป สิ่งสำคัญสุด
ในปัจจุบันคือช่วยเหลือจิ่วอิง เมื่อนึกถึงเคล็ดสะบั้นจิต
เขาก็คิดวิธีใช้งานมันขึ้นมาได้เช่นกัน
เมื่อไม่นานมานี้หมิงซวงต้องเข้าสู่สภาวะหลับลึกเพื่อ
พักผ่อน แต่ทันทีที่นางปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง นางก็
สามารถช่วยเหลือ อู่ อวี้ ได้อย่างดีเยี่ยม
“ ข้าจะใช้เคล็ดสะบั้นจิต จัดการกับจิตสำนึกในร่างของ
จิ่วอิง!”
อู่ อวี้ พิจารณา ปัจจุบันภายในร่างของจิ่วอิงมีจิตสำนึก
หลักอยู่สามดวง ดวงแรกก็คือ ‘กลืนวิญญาณ’ ของ
ราชันมังกรโลกันตร์ ดวงที่สองก็คือ ‘เศษเสี้ยววิญญาณ’
ของโม่อิงดับโลกา และส่วนสุดท้ายก็คือจิตสำนึกของจิ่
วอิง
จิตสำนึกทั้งสามอยู่ในร่างของจิ่วอิง จิตสำนึกดวงใดก็
ตามที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุด ก็จะสามารถควบคุม
ร่างของจิ่วอิงได้
ตอนนี้ ‘กลืนวิญญาณ’ ของราชันมังกรโลกันตร์มีความ
แข็งแกร่งมากที่สุดในร่างของจิ่วอิง ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามัน
คือจิตสำนึกหลัก หาก อู่ อวี้ ใช้เคล็ดสะบั้นจิตโจมตีใส่จิ่
วอิง ผู้ที่ถูกเขาโจมตีไปด้วยก็คือ ‘กลืนวิญญาณ’ ของ
ราชันมังกรโลกันตร์!
อู่ อวี้ ไม่ครุ่นคิดอันใดให้มากความ เขาอาศัยประโยชน์
จากเมฆาตลบฟ้า หลบหนีออกห่างจากราชันมังกร
โลกันตร์ พร้อมใช้เคล็ดสะบั้นจิตบดขยี้เข้าใส่จิ่วอิง
หลังจากถูกโจมตีด้วยเคล็ดสะบั้นจิต ส่งผลให้ ‘กลืน
วิญญาณ’ ของราชันมังกรโลกันตร์แทบไม่อาจทานทนได้
พลังของมันอ่อนแอลง จากนั้นก็หลบหนีหัวซุกหัวซุนไป
ทุกที่ภายในจิตปีศาจของจิ่วอิง
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ ทำให้ราชันมังกร
โลกันตร์ที่ไล่ตามมารู้สึกสับสนเล็กน้อย
แต่ อู่ อวี้ ไม่สนว่าราชันมังกรโลกันตร์จะคิดอย่างไร เขา
แค่รู้สึกยินดีที่หลังจาก ‘กลืนวิญญาณ’ ถูกโจมตีด้วย
เคล็ดสะบั้นจิต พลังของมันก็อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด
แม้ประสิทธิภาพจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พิสูจน์ว่าเคล็ด
สะบั้นจิตนั้นได้ผล
ซึ่งเป็นไปได้ว่าเคล็ดสะบั้นจิตจะใช้ได้ผลกับ ‘เศษเสี้ยว
วิญญาณ’ ของโม่อิงดับโลกาเช่นกัน
ทันทีที่ ‘กลืนวิญญาณ’ ของราชันมังกรโลกันตร์ถูกโจมตี
จนหลบหนีไป ‘เศษเสี้ยววิญญาณ’ ของโม่อิงดับโลกาก็
เข้ามาแทนที่ตำแหน่งหลักของมัน ชั่วขณะนั้นสายตา
ของจิ่วอิงก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นดุร้าย กลิ่นอายทั่วทั้ง
ร่างเย็นเหยียบลงในบัดดล!
กล่าวได้ว่ายามนี้ผู้ที่ควบคุมร่างของจิ่วอิงก็คือ ‘เศษ
เสี้ยววิญญาณ’ ของโม่อิงดับโลกา
ในเวลานี้ ‘จิ่วอิง’ ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ กระทำเพียงร้อง
คำรามตามสัญชาตญาณ หลังจากพบว่า อู่ อวี้ อยู่
ตรงหน้า มันก็พยายามควบคุมร่างจิ่วอิงให้โจมตี อู่ อวี้
อู่ อวี้ หลบเลี่ยงการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามได้อย่าง
ง่ายดาย จากนั้นก็ปลดปล่อย ‘เคล็ดสะบั้นจิต’ บดขยี้เข้า
ใส่ร่างของจิ่วอิง ส่งผลให้เศษเสี้ยววิญญาณอ่อนแอลง
เช่นกัน จากนั้นมันก็พยายามหลบหนีไปอยู่ในมุมหนึ่ง
ภายในจิตปีศาจของจิ่วอิง
เป็นผลให้กลืนวิญญาณของราชันมังกรโลกันตร์เข้ามา
แทนที่ตำแหน่งหลัก สะกดข่มเศษเสี้ยววิญญาณของโม่
อิงดับโลกาอีกครั้ง จากนั้น อู่ อวี้ ก็ใช้ ‘เคล็ดสะบั้นจิต’
บดขยี้เข้าใส่มัน จน ‘กลืนวิญญาณ’ ของราชันมังกร
โลกันตร์อ่อนแอลงอีกครา
เขาทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง จนกลืนวิญญาณและ
เศษเสี้ยววิญญาณของโม่อิงดับโลกาอ่อนแอลงเป็นอย่าง
มาก
ทั้งสองมีพลังมากเกินไปเมื่อเทียบกับจิตสำนึกของจิ่วอิง
ดังนั้นถึงแม้ อู่ อวี้ จะกำหนดเป้าหมายอยู่ที่พวกมันทั้ง
สอง แต่เขาก็จะไม่ปล่อยให้จิตสำนึกของจิ่วอิงสูยสลาย
หายไป แน่นอนว่าเขาไม่จำเป็นต้องกังวลว่าการโจมตีจะ
ไปทำร้ายหรือขับไล่จิตสำนึกของจิ่วอิง
หลายต่อหลายครั้งที่พวกมันทั้งสี่ไล่ล่าติดตาม อู่ อวี้ จน
มาถึงระยะกระชั้นชิด ราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจ
จอมตะกละ ก็เตรียมลงมือจัดการเขาในทันที ทว่า อู่ อวี้
ก็ระวังตัวไม่น้อยเช่นกัน ฉับพลันเขาก็กระโดดหายตัวไป
ต่อหน้าต่อตาของพวกมันอีกครั้ง
วิชาหลบหนีแสนล้ำเลิศของ อู่ อวี้ ทำให้ราชันมังกร
โลกันตร์รู้สึกเกลียดชังความสามารถนี้เป็นอย่างยิ่ง น่า
เสียดายที่ อู่ อวี้ เองก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้เช่นกัน
ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่นิ่งเฉยจนถึงป่านนี้
” เจ้ามังกรเฒ่ามันเป็นความผิดของเจ้า! ถ้าเราไม่ปล่อย
ให้เด็กคนนี้มีโอกาสฉกฉวยร่างของจิ่วอิงไปได้ มีหรือเรา
จะตกอยู่ในสภาพเยี่ยงนี้?” หลังจากราชันปีศาจจอม
ตะกละไม่สามารถเข้าประชิดตัว อู่ อวี้ ได้เป็นเวลานาน
มันก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดเบื่อหน่าย จากนั้นก็เริ่มโทษโยน
ความผิดให้แก่ราชันมังกรโลกันตร์
ราชันมังกรโลกันตร์ไม่ใช่ลูกพลับอ่อน ๆ ดังนั้นมันจึง
ตะคอกกลับทันที “ เจ้าโจรเฒ่าจอมตะกละ ในตอนนั้น
ไม่ใช่เพราะเจ้าเห็นดีเห็นงามไปกับมัน ที่ให้พาร่างของจิ่
วอิงออกมายืนยัน มีหรือข้าจะยอมทำตามที่เจ้าหนุ่มนั่น
ต้องการ? อีกอย่างนี่ใช่เวลาจะมานั่งบ่นเป็นหมีกินผึ้ง รีบ
ๆ หาทางเร็วเข้า!”
——————
ปล. บทต่อไปอาจจะช้าหน่อยนะครับ