กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1586: ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
อู่ อวี้ ส่งยันต์เซียนสื่อสารไปให้อู่จวิน โดยบอกให้เขามา
รอตนเองที่ ‘สวรรค์บัวเขียว’
ในตอนนี้ อู่ อวี้ สามารถเดินทางข้ามพรมแดนพิภพได้
อย่างอิสระ ฉะนั้นต่อให้เขาไปยังสวรรค์บัวเขียวก็ไม่มี
ผู้ใดล่วงรู้ว่าเขามา
หลังจากการส่งยันต์เซียนสื่อสารออกไป อู่ อวี้ ก็ปลอม
ตัวเป็น ‘อ๋าวติง’ เดินทางไปยังสวรรค์บัวเขียว
สิ่งที่เกิดขึ้นในงานวิวาห์กับลั่วผินก่อนหน้านี้ ทำให้เขาไม่
สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ต้องคอยระแวดระวัง
จากการถูกจับตามอง แต่อู่จวินไม่ได้ถูกจับตาหรือโดน
ควบคุม เนื่องจากพลังฝีมือของเขาอยู่ในระดับราชันเท
วะเก้าสวรรค์ใกล้เป็นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์เต็มที อีก
อย่างสถานะตัวตนของเขาไม่ได้สลักสำคัญจนต้องถูก
เพ่งเล็งจับตา
ด้วยเหตุนี้เมื่อ อู่ อวี้ มาถึงสวรรค์บัวเขียวหรือสถานที่นัด
หมาย เขาก็ได้เห็นอู่จวินมารออยู่ก่อนแล้ว
” ว่าไง อู่ อวี้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ตอนนี้เจ้าเป็น
อย่างไรบ้าง? ”
ท่าทีอู่จวินยังคงเหมือนเดิม ทันทีที่เห็น อู่ อวี้ เขาก็
ทักทายอย่างผ่อนคลาย เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ สบายดีเขาก็
แสดงสีหน้ายินดีมีความสุข
“ ที่นี่ไม่สะดวกที่จะพูดคุยกันเท่าไหร่ ท่านลุงตามข้ามา
ก่อนเดี๋ยวข้าจะพาไปยังสถานที่ปลอดภัยกว่านี้ ”
อู่ อวี้ รีบกล่าวตัดบทอย่างรวดเร็ว เขาวางแผนที่จะพา
อู่จวินไปยังพิภพปีศาจบรรพกาล
ในมุมมองของแดนสวรรค์ พิภพปีศาจบรรพกาลถือเป็น
สถานที่ที่ถูกลืม ถึงแม้มันจะเป็นเพียงพิภพใขนาดเล็ก
แต่ก็เป็นพิภพผิดปกติ นานมากแล้วที่ผู้คนบนสวรรค์ไม่มี
ผู้ใดสังเกตเห็นหรือให้ความสนใจมัน ฉะนั้นหากไปพูดคุย
กันที่นั่นดูจะปลอดภัยมากกว่า
อู่จวินรู้ดีว่าบนสวรรค์บัวเขียว ยังไม่ปลอดภัยสำหรับ อู่
อวี้ ต่อให้เขาจะปลอมตัวเป็นอ๋าวติงแล้วก็ตาม ก็อาจจะ
มีบางอย่างที่สามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขาได้
เขาจึงพยักหน้าแล้วทำตามข้อเสนอของ อู่ อวี้ ทันที
ทั้งสองผ่านประตูของพิภพปีศาจบรรพกาลอย่างรวดเร็ว
แล้วมาปรากฏตัวที่พิภพปีศาจบรรพกาล
เมื่อพวกเขามาถึงที่นี่ อู่ อวี้ ก็ทอดถอนหายใจออกมา
ด้วยความโล่งอก หลังจากนั้นเขาก็กล่าวกับอู่จวินขึ้นว่า
” เอาล่ะ…ที่นี่ปลอดภัยแน่นอน ตอนนี้ลั่วผินเป็นอย่างไร
บ้างท่านลุง? ”
เขายังคงเป็นห่วงลั่วผินอย่างยิ่ง ด้วยกลัวว่านางจะถูก
ผู้อื่นรังแก เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดมันร้ายแรง
มาก จนผู้คนทั่วทั้งแดนสวรรค์ได้รับรู้เรื่องนี้ ซึ่งมันมิใช่
เรื่องดีสำหรับนางเลย เขาเองก็ไม่รู้ว่านางจะได้รับ
ผลกระทบหนักหนาสาหัสเพียงใด
” ยังสบายดี… ตอนนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ”
อู่จวินยิ้มแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้นางกำลังปิดด่านฝึกตน มิ
ต้องกล่าวถึงกิจภายนอก เพราะนางถูกจักรพรรดิมังกร
ประกาศิตสวรรค์เพ่งเล็งจับตาอย่างเข้มงวด ไม่มีทางที่
นางจะออกมาได้เลย ขนาดพวกเรายังติดต่อนางไม่ได้
แต่สิ่งที่สามารถตอบได้อย่างแน่ชัดก็คือตอนนี้นาง
สบายดีไม่มีปัญหาร้ายแรงใด ๆ ตราบใดที่เจ้ายังสบายดี
สักวันหนึ่งเจ้าก็สามารถกลับไปหานางได้ ”
” เช่นนั้นข้าก็วางใจ ”
อู่ อวี้ พยักหน้าอย่างผ่อนคลาย
บนสรวงสวรรค์อู่จวินเป็นเพียงคนเดียวที่เขาวางใจได้
ตอนนี้เขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจของอีกฝ่ายที่มีต่อเขา
และลั่วผิน แม้จะผ่านเหตุการณ์เรื่องราวเลวร้ายในวัน
นั้น ท่านลุงผู้นี้ก็ยังคงเป็นเช่นดังเดิม ทั้งยังเป็นห่วงพวก
เขาทั้งสองมากกว่าเดิมเสียอีก
“ ว่าแต่ช่วงที่เจ้าอยู่ภพเทพปีศาจ เจ้าเจอเหตุการณ์
เรื่องราวอันใดบ้างหรือไม่?” หลังจากอู่จวินบอกเล่า
เรื่องราวสารทุกข์สุขของลั่วผิน เขาก็ไต่ถามถึง
สถานการณ์ที่ อู่ อวี้ ได้พบเจอ
” ที่ข้าต้องนัดเจอท่านในวันนี้ ก็เป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้น
ในภพเทพปีศาจ”
อู่ อวี้ กล่าวด้วยความเคารพ ” นี่คือสหายของข้าตั้งแต่
ตอนที่อยู่ในโลกมนุษย์ เขาทะยานขึ้นสู่ภพเทพปีศาจ
และบังเอิญพบเจอกับปัญหาใหญ่ในภพเทพปีศาจ ซึ่งไม่
รู้ว่าจะคลี่คลายมันได้อย่างไร ข้าจนปัญญาจนต้องร้อง
ขอความช่วยเหลือจากท่านลุง ”
” ข้าไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นภพเทพปีศาจ เวลานี้ที่นั่น
ถูกทำลายจนพังพินาศย่อยยับซึ่งเกิดจากสงครามครั้ง
ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์หรือเทพปีศาจ
ตนอื่น ๆ ล้วนถูกล้างบางสังหารจนสิ้น ส่งผลให้ปัจจุบัน
เทพปีศาจที่อยู่ภายในดินแดนแห่งนั้น ล้วนเป็นเทพ
ปีศาจที่เพิ่งทะยานขึ้นมาใหม่ ส่วนผู้ที่มีพลังฝีมือสูงสุดก็
อยู่แค่อาณาจักรราชันปีศาจเก้าสวรรค์เท่านั้น ”
” ก่อนที่ภพเทพปีศาจจะถูกทำลายจนพังพินาศเป็นเสี่ยง
ๆ เดิมทีที่นั่นมีพื้นที่กว้างขวางเทียบเท่าวังสวรรค์แปด
พันชั้น แต่ปัจจุบันมันเต็มไปด้วยรอยแยกของความว่าง
เปล่า หากถูกดูดเข้าไปโดยบังเอิญก็จะตกตายทันที
นอกจากนี้ปราณเซียนที่ควรจะเข้มข้นหนาแน่นก็หายไป
หมด สถานที่แห่งนั้นจึงกลายเป็นเพียงภพรกร้างรอวัน
สูญสลาย ”
” ส่วนสหายของข้าดันไปเกี่ยวข้องกับราชันปีศาจแปด
สวรรค์และจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ในอดีต … ”
อู่ อวี้ อธิบายสถานการณ์คร่าว ๆ ที่เกิดขึ้นกับจิ่วอิงและ
สภาพความเป็นอยู่ทั่วไปของภพเทพปีศาจ
อู่จวินไม่คาดคิดว่าภพเทพปีศาจจะเป็นเช่นนี้ ท้ายสุด
แล้วเทพเซียนบนสรวงสวรรค์ไม่มีผู้ใดเคยมาที่ภพเทพ
ปีศาจ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดล่วงรู้สถานการณ์ภายในดินแดน
แห่งนี้
อู่ อวี้ คาดเดาว่าแม้กระทั่งจักรพรรดิเซียนนิรันดร์บน
สวรรค์บางคน น่าจะยังไม่ทราบสถานการณ์ภายในภพ
เทพปีศาจด้วยซ้ำ
หลังจากได้ยินสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าว อู่จวินก็นึกขึ้นมาได้ว่า
เกิดอะไรขึ้นหลังจากเทพอสูรบรรพกาลกักขัง อู่ อวี้ ดู
เหมือนว่าภพเทพปีศาจจะถูกทำลายจริง ๆ …
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้อู่จวินรู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้น
ก็คือ ความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ในปัจจุบัน
เมื่อได้ยินว่า อู่ อวี้ จัดการกับอสูรเต่าทมิฬราชันปีศาจ
เจ็ดสวรรค์ในภพเทพปีศาจเพียงลำพัง อู่จวินก็เอ่ยขึ้น
ด้วยความประหลาดใจว่า “ ไม่คาดคิดว่าเพียงช่วงสั้น ๆ
เจ้าจะบรรลุถึงระดับที่สามารถจัดการกับราชันปีศาจซึ่งมี
ความแข็งแรงเทียบเท่ากับอาณาจักรปีศาจไร้ลักษณ์ขั้นที่
เจ็ด! นี่คือระดับที่เทียบเคียงได้กับน้องชายของข้าเลย
ทีเดียว! ”
ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ในสายตาของ อู่ อวี้ ราชัน
มังกรป๋ายอิ้นเคยเป็นตัวตนผู้เปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมี
ตอนที่ลั่วผินอยู่ภายในดินแดนวิญญาณเซียน ราชัน
มังกรป๋ายอิ้นกับภรรยาก็คอยปกป้องพวกเขา
ทว่าเพียงชั่วพริบตาความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ก็
เทียบเคียงได้กับราชันมังกรป๋ายอิ้น
เดิมที อู่ อวี้ ไม่เคยคิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เมื่อเห็น
ปฏิกิริยาของอู่จวิน เขาก็ทอดถอนหายใจออกมาอย่าง
ช่วยไม่ได้ ความสามารถในการกลืนกินทำให้ความ
แข็งแกร่งของเขาพัฒนาขึ้นรวดเร็วมากเกินไป
” จากความเร็วระดับนี้ อีกไม่นานเด็กหนุ่มอย่างเจ้าคง
แซงหน้าข้าเป็นแน่ เกรงว่าเจ้าจะกลายเป็นจักรพรรดินิ
รันดร์ก่อนข้าเสียอีก ฮ่า ๆ ! ”
อู่จวินระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างภาคภูมิใจ
นับตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น เขาก็มิได้รู้สึกมีความสุขมา
นานมากแล้ว แต่ยามนี้เมื่อได้เห็นศักยภาพของ อู่ อวี้
เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่า อีกไม่กี่หมื่นปี อู่ อวี้ คงกลับมา
ผงาดบนแดนสวรรค์อีกครั้ง
แน่นอนว่าสำหรับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์บนแดนสวรรค์
เวลาแค่หมื่นปีถือว่าผันผ่านไปเพียงพริบตาเท่านั้น
แต่สำหรับ อู่ อวี้ ภายในช่วงเวลาหมื่นปีนี้ เขาสามารถ
บรรลุหรือเหนือกว่าจักรพรรดินิรันดร์เหล่านั้นได้ คาดว่า
เมื่อใดที่เขากลับไปอีกครั้ง จักรพรรดิเซียนทั้งหมดคงตก
ตะลึงอย่างแน่นอน?
แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา
ปัจจุบัน อู่ อวี้ ยังคงหลบหนีการตามไล่ล่าจากราชัน
ปีศาจแปดสวรรค์หัวซุกหัวซุน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงการ
ดำรงอยู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ เพียงแต่วันที่เขา
จะกลับมาผงาดอีกครั้งคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ด้วยความสามารถในการกลืนกิน อู่ อวี้ มั่นใจว่าระดับ
ความเร็วในการฝึกฝนบำเพ็ญตนของเขา อยู่เหนือเกิน
กว่าที่ผู้ใดในโลกจะจินตนาการได้
แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดในปัจจุบันคือการช่วยเหลือจิ่
วอิง และถ้ามีโอกาสส่วนหัวของโม่อิงดับโลกาจะช่วย
ยกระดับความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ให้เพิ่มขึ้นอีกหลาย
เท่า
“ ราชันมังกรโลกันตร์ใช้ประโยชน์จาก ‘กลืนวิญญาณ’
กลืนกิน ‘เศษเสี้ยววิญญาณ’ ของโม่อิงดับโลกาที่อยู่
ภายในร่างจิ่วอิง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การควบคุมร่างกาย
ของจิ่วอิง เปลี่ยนเขาเป็นร่างแยกของตนเอง ปัจจุบัน
เศษเสี้ยววิญญาณและกลืนวิญญาณที่อยู่ในร่างของจิ่
วอิงได้ถูกข้าสยบไว้แล้ว ซึ่งพวกมันก็พยายามซ่อนตัวอยู่
ภายในจิตปีศาจโดยมิกล้าปรากฏกายออกมา แต่ในทาง
กลับกันหากไม่กำจัดพวกมันให้สิ้นซาก สติสัมปชัญญะ
ของจิ่วอิงก็จะไม่มีทางฟื้นกลับมาได้ ”
อู่ อวี้ อธิบายสถานการณ์ของจิ่วอิงโดยละเอียด จากนั้น
ก็เอ่ยถามว่า ” ไม่ทราบว่าท่าน มีวิธีจัดการกับกลืน
วิญญาณและเศษเสี้ยววิญญาณอย่างสมบูรณ์หรือไม่?”
อู่จวินขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง พร้อมกล่าวขึ้นว่า “
เจ้ากล่าวว่าค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์ใช่
หรือไม่? อีกทั้งยังมีเคล็ดมังกรบรรพกาลกลืนฟ้าที่สร้าง
‘กลืนวิญญาณ’ ข้าคงต้องย้อนกลับไปดูบันทึกบรรพกาล
เพื่อค้นหาว่ามีวิธีใดบ้างที่จะทำลายเคล็ดศักดิ์สิทธิ์นี้ ”
” ขอบคุณท่านลุง ”
อู่ อวี้ พยักหน้า
เขาทราบดีว่าคงเป็นเรื่องยากที่อีกฝ่ายจะปลดเคล็ด
ศักดิ์สิทธิ์ไร้ลักษณ์ได้ในทันที ดังนั้นอู่จวินจึงต้องการ
เวลาเพื่อไปย้อนดูบันทึกบรรพกาล โชคดีที่ อู่ อวี้ ยังอยู่
ในพิภพปีศาจบรรพกาล ซึ่งไม่มีอันตรายเกิดขึ้นที่นี่
เป็นไปไม่ได้ที่ราชันมังกรโลกันตร์จะไล่ล่าเขามาถึงที่นี่
อีกทั้งเขายังมิได้ขาดแคลนเวลา ดังนั้นจึงสามารถรอ
จนกว่าจะค้นหาวิธีที่เหมาะสมได้
อู่จวินพยักหน้า จากนั้นก็กลับไปยังแดนสวรรค์เพื่อ
ค้นหาข้อมูลในบันทึกบรรพกาล
ซึ่งในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ก็พยายามสยบกลืนวิญญาณและ
เศษเสี้ยววิญญาณที่อยู่ในร่างของจิ่วอิงไว้ จากนั้นก็รอ
ข่าวคราวจากอู่จวิน
ในที่สุดหลังจากเวลาผันผ่านไปครึ่งปี เขาก็ได้ข่าวจากอู่จ
วินอีกครั้ง!
อู่ อวี้ จึงขึ้นไปที่สวรรค์บัวเขียวเพื่อรับเขา จากนั้นก็
กลับมายังพิภพปีศาจบรรพกาล ในช่วงเวลานี้กลืน
วิญญาณที่อยู่ในร่างของจิ่วอิงปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง
พร้อมตะโกนดุด่าสาปแช่ง อู่ อวี้ พยายามข่มขู่ให้เขาไป
สำนึกความผิดบาปกับราชันมังกรโลกันตร์ แต่เขาก็หาได้
สนใจไม่
เมื่อ อู่ อวี้ ต้องการใช้เคล็ดสะบั้นจิตกับมัน มันก็รีบเข้า
ไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในจิตปีศาจของจิ่วอิงทันที ดังนั้น
อู่ อวี้ จึงไม่สามารถทำอันใดกับมันได้
ขณะที่ อู่ อวี้ มิได้ให้ความสนใจกับมัน มันก็ปรากฏกาย
ขึ้นอีกครั้งพร้อมก่นด่าสาปแช่งเขาต่อทันที
แต่ อู่ อวี้ จะสนใจสดับฟังเรื่องไร้สาระที่มันกล่าวได้
อย่างไร?
เมื่ออู่จวินมาถึง อู่ อวี้ ก็รู้ว่าขั้นตอนต่อไปคือการจัดการ
กับกลืนวิญญาณและเศษเสี้ยววิญญาณที่อยู่ภายใน
ร่างกายจิ่วอิง ดังนั้นเขาจึงโยนร่างจิ่วอิงเข้าไปในเจดีย์
ล่องกำเนิดทันที
สิ่งต่อไปที่อู่จวินกล่าว มิใช่เรื่องที่ควรให้กลืนวิญญาณ
กับเศษเสี้ยววิญญาณได้ยิน มิเช่นนั้นแล้วอีกฝ่ายคงหา
วิธีแก้ไข และไม่เป็นผลดีกับพวกเขาเท่าใดนัก
ดังนั้นเขาจึงโยนร่างของจิ่วอิงเข้าไปในเจดีย์ล่องกำเนิด
รอจนกว่าจะพร้อม ค่อยปล่อยจิ่วอิงออกมา เพื่อกำจัด
กลืนวิญญาณกับเศษเสี้ยววิญญาณไปพร้อม ๆ กัน
“ผู้อาวุโสท่านพบหนทางแล้วเช่นนั้นหรือ?”
อู่ อวี้ จับจ้องมองไปเบื้องหน้า
อู่จวินพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า ” จากสิ่งที่เจ้าอธิบายถึง
‘ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์’ ข้าคิดว่า
ควรใช้รูปแบบให้ค่ายกลเซียนควบคุมที่คล้ายคลึงกัน จึง
จะสามารถจัดการกับสถานการณ์ในยามนี้ได้ อีกทังก่อน
ข้าออกมา ข้ายังแจ้งข่าวกับคนในดินแดนว่าข้าจะไปสัก
พัก เพื่อร่วมผจญภัยสัมผัสประสบการณ์ไปพร้อมกับเจ้า
รวมถึงอยากรู้ความเป็นมาเป็นไปของภพเทพปีศาจด้วย
เช่นกัน ”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของฝ่ายตรงข้าม อู่ อวี้ ก็รู้สึก
ประหลาดใจเล็กน้อย นี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับเขาจริง ๆ
ท้ายสุดแล้วอู่จวินมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับราชันเท
วะเก้าสวรรค์ ซึ่งภายในภพเทพปีศาจถือเป็นตัวตนที่
เทียบเท่าได้กับ ‘จักรพรรดิปีศาจ’ ผู้แข็งแกร่งมากที่สุด!
ทรงพลังยิ่งกว่าราชันมังกรโลกันตร์ เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
ราชันมังกรโลกันตร์กระทำได้เพียงก้มหน้าหมอบคลาน
อ้อนวอนร้องขอความเมตตาเพียงเท่านั้น
หลังจาก อู่ อวี้ แก้ไขปัญหาของจิ่วอิงเสร็จสิ้นแล้ว มี
โอกาสเป็นไปได้ว่าเมื่อเขากลับไปที่ภพเทพปีศาจ เขาจะ
มีผู้ติดตามในระดับราชันเทวะเก้าสวรรค์อยู่ข้างกาย ถึง
ตอนนั้นคงไม่มีเทพปีศาจตนได้สามารถคุกคามเขาได้อีก
ต่อไป ทั้งเขายังมีคุณสมบัติมากพอที่จะท้าทายตัวตน
ระดับ ‘จักรพรรดิปีศาจ’ !
ภายในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ว่าจะเกิดการต่อสู้ขึ้นอีกกี่ครั้ง
อู่ อวี้ ก็สามารถค้นหาซากศพจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์
แล้วกลืนกินมันได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น
———————