กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1585: หวนกลับพิภพปีศาจบรรพกาล
ราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจจอมตะกละพูดคุยกัน
เป็นการส่วนตัว แล้วในไม่ช้าพวกมันก็ฉุกคิดบางอย่าง
ขึ้นได้
ถึงกระนั้นก็ยังยากที่จะถ่ายทอดข้อความดังกล่าวนี้ไป
ให้แก่ อู่ อวี้
ในขณะเดียวกัน อู่ อวี้ ก็ลงมือใช้เคล็ดสะบั้นจิตทำลาย
เศษเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่ของโม่อิงดับโลกา และ
‘กลืนวิญญาณ’ ของราชันมังกรโลกันตร์ที่คอยควบคุม
ร่างกายของจิ่วอิง
และก่อนที่ อู่ อวี้ จะใช้ ‘เคล็ดสะบั้นจิต’ จัดการกับกลืน
วิญญาณ จิ่วอิงก็กล่าวขึ้นว่า ” ช้าก่อน! เรามี
ข้อเสนอแนะไม่ทราบว่าเจ้าอยากจะฟังหรือไม่? ”
อู่ อวี้ ก็อยากรู้เหมือนกันพวกมันจะวางแผนอันใด
เพราะเวลานี้เขาสามารถใช้เคล็ดสะบั้นจิตขจัดจิต
วิญญาณแปลกปลอมที่อยู่ภายในร่างของจิ่วอิงได้ทุกเมื่อ
ที่สำคัญเขาค่อนข้างสูญเสียพลังงานไปมากจากการ
หลบหนี ดังนั้นเขาจึงฉวยโอกาสนี้รับฟังข้อเสนอของ
พวกมันเพื่อฟื้นฟูร่างกายไปในตัว
เขาจึงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ว่ามาเลย”
” ดี ๆ ในเมื่อเจ้ายอมเปิดใจรับฟังก็ดีแล้ว ครั้งนี้ข้าขอ
สัญญากับเจ้าว่าทันทีที่ได้พบส่วนหัวของโม่อิงดับโลกา
พวกเราจะแบ่งปันให้เจ้าสี่สิบส่วน! ”
ฝ่ายตรงข้ามใช้กลืนวิญญาณควบคุมจิ่วอิงถ่ายทอด
ข้อเสนอดังกล่าว
เมื่อได้ยินข้อเสนอดังกล่าว อู่ อวี้ ก็รู้สึกประหลาดใจ
อย่างยิ่ง ที่อีกฝ่ายยินดีแบ่งปันส่วนหัวให้กับเขาถึงสี่สิบ
ส่วน ซึ่งหมายความว่าพวกมันทั้งสองจะได้รับส่วนแบ่ง
คนละสามสิบส่วนเท่านั้น ไหนจะต้องเจียดให้กับราชัน
หงส์เพลิงมารกับราชันปีศาจกิเลนอีก การที่พวกมันยอม
เพิ่มส่วนแบ่งให้กับเขาเช่นนี้นับเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม
อย่างยิ่ง
ภายใต้เงื่อนไขนี้ราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจจอม
ตะกละต่างคิดว่า อู่ อวี้ จะต้องยอมรับเงื่อนไขนี้อย่าง
แน่นอน พื้นฐานฝึกตนของพวกมันทั้งสองอยู่ในระดับ
ราชันปีศาจแปดสวรรค์ ข้อเสนอดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่อง
ดีงามอย่างยิ่งสำหรับ อู่ อวี้ ที่มีพื้นฐานฝึกตนเพียงแค่
ระดับราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์
ในสายตาของพวกมันแม้ว่าพื้นฐานฝึกตนของ อู่ อวี้ จะ
ค่อนข้างต่ำ แต่ก็มีความสามารถมากพอที่จะสังหารอสูร
เต่าทมิฬที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับราชันปีศาจเจ็ด
สวรรค์ ถึงกระนั้นก็ยังห่างชั้นจากราชันปีศาจแปดสวรรค์
อยู่ดี
ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาไม่เคยมีราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์
ตนใด ได้ส่วนแบ่งสูงขนาดนี้ โดยเฉพาะปริมาณส่วนแบ่ง
ดังกล่าวสูงกว่าราชันปีศาจแปดสวรรค์ตนอื่น ๆ !
ในความคิดของราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจจอม
ตะกละ สิ่งที่ อู่ อวี้ ต้องการมีเพียงจุดประสงค์เดียวก็คือ
การได้รับส่วนแบ่งที่มากขึ้น ไม่เช่นนั้นแล้วเขาจะเอาร่าง
ของจิ่วอิงไปทำไมกัน?
และเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสังหารจิ่วอิง แต่เลือกที่จะทำ
ร้ายเบาะแสทั้งหมดในการค้นหาส่วนหัวของโม่อิงดับ
โลกา พวกมันจึงเชื่อว่า อู่ อวี้ จะต้องป้องกันส่วนแบ่ง
เพิ่มขึ้น ดังนั้นน่าจะพูดคุยตกลงกันได้
แต่แน่นอนว่างานนี้มีหรือพวกมันจะยอมทำตามข้อตกลง
อย่างซื่อสัตย์ หลังจากพวกมันแอบพูดคุยกันอย่างลับ ๆ
โดยตัดสินใจกันว่าจะลงมือสังหาร อู่ อวี้ หลังทุกอย่าง
จบสิ้น ราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจจอมตะกละ
ต่างก็คิดที่จะหักหลังสังหารกันและกัน เพราะต้องการ
ครอบครองส่วนหัวของโม่อิงดับโลกาแต่เพียงผู้เดียว
ในบรรดาพวกมันทั้งหมด ราชันมังกรโลกันตร์ดูเหมือน
จะได้เปรียบกว่าผู้ใดเพราะมันมีราชันหงส์เพลิงมารกับ
ราชันปีศาจกิเลนคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง หากพวก
มันทั้งสามร่วมมือกันโอกาสชนะราชันปีศาจจอมตะกละ
มีสูงมากอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่ง อู่ อวี้ สามารถมองเห็นเจตนาและความคิดที่แอบ
แฝงของมันได้อย่างชัดเจน
อู่ อวี้ จึงกล่าวติดตลกออกไปว่า “ จะดีกว่านี้หากข้าได้
เก้าสิบส่วน พวกเจ้ามีความคิดเห็นว่าอย่างไร? ท้ายสุด
แล้วหากข้าไม่ตกลงร่วมมือด้วย พวกเจ้าก็ไม่มีทางทำ
สำเร็จได้ แทนที่จะปล่อยให้ผลลัพธ์เป็นเช่นนั้น ทุกคนได้
ผลตอบแทนบรรลุตามประสงค์จะไม่ดีกว่าหรือ? ”
นี่นับเป็นคำกล่าวที่หยาบคายอย่างยิ่ง เพียงแค่อีกฝ่ายไม่
รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของ อู่ อวี้
อู่ อวี้ ต้องการช่วยเหลือจิ่วอิง มิใช่ปรารถนาครอบครอง
ส่วนหัวโม่อิงดับโลกา!
ฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยอมส่งมอบจิ่วอิงให้กับพวก
มัน เพื่อให้ราชันมังกรโลกันตร์มีโอกาสได้สร้างค่ายกล
มังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์จนประสบ
ความสำเร็จ เมื่อถึงเวลานั้นจิตสำนึกของจิ่วอิงจะถูก
‘กลืนวิญญาณ’ กลืนกินจนหมดสิ้น แล้วถ้าปล่อยให้
เรื่องราวเลยเถิดไปจนถึงตอนนั้น จิ่วอิงก็จะไม่รอด
เมื่อได้ยินคำกล่าวของ อู่ อวี้ ราชันมังกรโลกันตร์กับ
ราชันปีศาจจอมตะกละก็เดือดดาลเป็นที่สุด มันไม่เคยคิด
เลยว่า อู่ อวี้ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงถึงเพียงนี้
ทว่าต่อให้มันโมโหเดือดดาลจนอกแตกตายก็เปล่า
ประโยชน์ เพราะเวลานี้พวกมันไม่สามารถทำอะไร อู่ อวี้
ได้ แม้พวกมันจะเสนอส่วนแบ่งที่สูงขึ้น แต่ดูเหมือนเขา
จะไม่แยแสและประนีประนอมแม้แต่น้อย ซึ่งหมายความ
ว่าพวกมันอาจจะไม่ได้รับส่วนแบ่งจริง ๆ ฉะนั้นพวกมัน
จึงต้องยอมตกลงไปแบบเสียไม่ได้
ราชันมังกรโลกันตร์ใช้กลืนวิญญาณควบคุมจิ่วอิง แล้ว
กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ” ก็ได้เก้าสิบก็เก้าสิบ! หวัง
ว่าเจ้ากลืนกินมันแล้วจะไม่ตกตายไปเสียก่อน! ”
พวกมันยอมตกลงจริง ๆ เช่นนั้นหรือ?
อู่ อวี้ รู้สึกเหมือนตนเองฝันไป ที่พวกมันยอมตกลงกับ
ข้อเสนอของเขา ซึ่งความจริงมันเป็นคำขอที่มากเกินจะ
รับ จนแอบรู้สึกผิดไปเลยทีเดียว แต่เขาก็รู้ว่าพวกมัน
จะต้องมีเล่ห์เหลี่ยมแฝงอย่างแน่นอน
เขาหัวเราะเยาะ ” พวกเจ้าต้องการสังหารข้าภายหลัง
สินะ? การเจรจาครั้งนี้จะจบลงด้วยดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ
พวกเจ้าจะคิดหาวิธีทำให้ข้าได้ครอบครองซากศพ
จักรพรรดิปีศาจเก้าสิบส่วนได้อย่างปลอดภัย ไม่เช่นนั้นก็
อย่าได้พูดคุยต่อรองกันอีก ”
ซึ่งวิธีการเช่นนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ หรือต่อให้สามารถทำได้
ตามข้อตกลง แต่ราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจจอม
ตะกละ จะยอมให้ตนเองได้รับเพียงคนละห้าส่วนได้
อย่างไร?
การที่ อู่ อวี้ กล่าวออกไปเช่นนี้เพราะเขาต้องการถ่วง
เวลาเท่านั้น
หลังจากเสนอออกไป เขาก็ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้กล่าวอัน
ใดอีก พร้อมใช้ออกด้วยเคล็ดสะบั้นจิตบดขยี้ ‘กลืน
วิญญาณ’ ของราชันมังกรโลกันตร์ที่อยู่ภายในร่างของจิ่
วอิง พร้อมสยบเศษเสี้ยววิญญาณที่หลงเหลืออยู่ของโม่
อิงดับโลกา!
ส่วนทางด้านขอราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจจอม
ตะกละ เมื่อเห็นผลลัพธ์ของการเจรจาที่ออกมาพวกมันก็
มีโทสะจนอกแทบระเบิด
ตอนนี้พวกมันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับ แต่ถ้า
เมื่อใดที่ อู่ อวี้ ตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกมันเมื่อไหร่
รับรองว่าพวกมันจะหั่นเขาเป็นหมื่น ๆ ชิ้นอย่างแน่แท้
พวกมันรู้สึกเกลียดชังในตัว อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง และครั้ง
นี้การเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ อีกทั้งพวกมันยังไม่
สามารถคิดหาวิธีที่จะทำให้ อู่ อวี้ ได้รับซากศพ
จักรพรรดิปีศาจเก้าสิบส่วนได้อย่างปลอดภัย ซึ่งข้อเสนอ
ของเขาเหมือนกับการตบหน้าพวกมันฉาดใหญ่
สถานการณ์เป็นเช่นนี้พวกมันก็ทำได้แต่ไล่ล่าติดตาม อู่
อวี้ ต่อไป
ขณะที่ อู่ อวี้ ระดมโจมตีเคล็ดสะบั้นจิตเข้าใส่เศษเสี้ยว
วิญญาณและกลืนวิญญาณ เขาก็ฉุกคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมา
ได้
นึกถึงเมื่อครั้งตอนที่ตนเองช่วยเหลือหนานกงเหว่ย ด้วย
การระดมโจมตีเคล็ดสะบั้นจิตเข้าใส่เจ้าหงส์ระบำเพลิง
ซ้ำแล้วซ้ำอีก ในที่สุดก็เติบโตจนถึงระดับที่จิตสำนึกของ
นางสามารถต่อสู้ต้านทานกับเจ้าหงส์ระบำเพลิงได้
แต่ตอนนี้สถานการณ์ของจิ่วอิง แตกต่างจากหนานกง
เหว่ย เพราะตอนนี้นอกจากจิตสำนึกของจิ่วอิงยังมีเศษ
เสี้ยววิญญาณและกลืนวิญญาณอยู่ หากจิตสำนึกของจิ่
วอิงเติบโตขึ้น เศษเสี้ยววิญญาณและกลืนวิญญาณจะ
ร่วมมือกันเพื่อจัดการกับจิตสำนึกของจิ่วอิงอย่าง
แน่นอน
นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ อู่ อวี้ ต้องการจะเห็น
ถ้าปล่อยให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น อู่ อวี้ อาจจะต้อง
เสียใจภายหลัง
” ข้าถูกราชันมังกรโลกันตร์ไล่ล่ามานาน จนป่านนี้ยังไม่
เจอสถานที่ให้หลบซ่อนตัว เพื่อช่วยเหลือจิตสำนึกของจิ่
วอิงให้กลับคืนมาได้สำเร็จ … สงสัยคงมีแค่หนทางเดียว
เท่านั้น ข้าคงต้องออกจากภพเทพปีศาจเสียก่อน ”
อู่ อวี้ แตกต่างจากเทพปีศาจตนอื่น ๆ เขาสามารถออก
จากภพเทพปีศาจเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องติดแหง็กอยู่แต่ในนี้
ที่เขาต้องทนอยู่เป็นเพราะจิ่วอิง ส่วนที่เหลือก็คือค้นหา
และสำรวจซากศพจักรพรรดิปีศาจที่อยู่ตามซาก
ปรักหักพังอันเกิดจากสงครามครั้งใหญ่
ด้วยเหตุนี้หากเขาต้องการออกจากที่นี่ เขาจะออก
เมื่อไหร่ก็ได้
ในเมื่อตอนนี้เขาได้พบจิ่วอิง ก็ควรจะแก้ปัญหาที่เกิด
ขึ้นกับจิ่วอิงให้ได้เสียก่อน ส่วนเรื่องสำรวจคงต้องพักไว้
ภายหลัง
หลังจากฉุกคิดเรื่องนี้ได้ อู่ อวี้ ก็ไม่ลังเลที่จะเปิด ‘ประตู
พิภพปีศาจบรรพกาล’ พร้อมข้ามผ่านประตูดังกล่าว
แล้วพาจิ่วอิงเข้าสู่พิภพปีศาจบรรพกาลทันที!
หลังจากผ่านเข้ามาแล้วประตูพิภพปีศาจบรรพกาลก็ปิด
ตัวลงในทันที ฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ราชันมังกรโลกันตร์
กับราชันปีศาจจอมตะกละจะติดตามเขามายังพิภพ
ปีศาจบรรพกาล ซึ่งหมายความว่ามันสูญเสียการรับรู้
จาก ‘กลืนวิญญาณ’
ซึ่งเรื่องดังกล่าวทำให้มันวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง เพราะ
มันไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
เมื่อราชันปีศาจจอมตะกละได้ยินเรื่องนี้ มันก็รู้สึกตื่น
ตระหนกไม่น้อย
การที่ราชันปีศาจแปดสวรรค์ทั้งแปดสูญเสียร่องรอยของ
อู่ อวี้ ทำให้พวกมันตกใจเป็นอย่างยิ่ง ยามนี้พวกมันไม่รู้
ว่าจะไปค้นหา อู่ อวี้ ที่ไหน ด้วยเพราะภพเทพปีศาจนั้น
กว้างใหญ่นัก อีกทั้งปีศาจน้อยผู้นั้นยังไปมาไร้ร่องรอยดุจ
ภูตพรายพวกมันจึงไม่รู้ว่าเขาหลบหนีไปแห่งหนใด?
…….
อู่ อวี้ มิได้ใส่ใจความคิดของราชันปีศาจแปดสวรรค์ทั้ง
สองแม้แต่น้อย
ตอนนี้เขาได้พาจิ่วอิงมายังพิภพเทพปีศาจบรรพกาล
แม้จะเดินทางมาถึงที่นี่ ทว่า ‘กลืนวิญญาณ’ ของราชัน
มังกรโลกันตร์ก็ยังมีสตินึกคิดอยู่ในร่างจิ่วอิง เพียงแต่มัน
ได้สูญเสียการเชื่อมต่อกับราชันมังกรโลกันตร์ไปอย่าง
สิ้นเชิง เมื่อ ‘กลืนวิญญาณ’ พบว่าตนเองอยู่ในสถานที่
แปลก ๆ มันก็อดประหลาดใจอย่างช่วยไม่ได้
สถานที่แห่งนี้จะเต็มไปด้วยพลังฟ้าดิน ซึ่งปราณทมิฬ
หมื่นปีศาจในภพเทพปีศาจมิอาจเทียบเคียงได้อย่าง
แน่นอน ทั้งลักษณะพลังปราณที่แตกต่างกัน และผลต่อ
การฝึกฝนบำเพ็ญที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ยืนยันได้ว่าสถานที่แห่งนี้ต้องมิใช่ภพเทพปีศาจ ซึ่งบัดนี้
กลายเป็นดินแดนแห้งแล้งรกร้างไปแล้วอย่างแน่นอน!
เด็กหนุ่มผู้นี้ออกจากภพเทพปีศาจได้อย่างไร?
‘กลืนวิญญาณ’ ของราชันมังกรโลกันตร์ย่อมตกตะลึง
อย่างแน่นอน มันรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะนั่น
หมายความว่าตัวมันที่ขาดการติดต่อกับร่างจริง หาก
ราชันมังกรโลกันตร์ไม่อาจค้นหามันได้ เช่นนั้นร่องรอย อู่
อวี้ ก็จะหายไป
นี่ถือเป็นเหตุการณ์ครั้งใหญ่สำหรับราชันมังกรโลกันตร์
ก่อนที่ ‘กลืนวิญญาณ’ ของราชันมังกรโลกันตร์จะทันได้
ตอบสนองใด ๆ อู่ อวี้ ก็เปิดฉากโจมตีทันที ไม่ว่าจะเป็น
กลืนวิญญาณหรือเศษเสี้ยววิญญาณของโม่อิงดับโลกา
ล้วนถูกเขากระหน่ำโจมตีใส่ไม่ยั้ง หากปราศจากการไล่
ล่าของราชันมังกรโลกันตร์ อู่ อวี้ ก็สามารถบดขยี้พวก
มันโดยไม่จำเป็นต้องสนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ!
ภายใต้การโจมตีจากเคล็ดสะบั้นจิตอย่างบ้าคลั่ง ส่งผล
ให้ ‘กลืนวิญญาณ’ และเศษเสี้ยววิญญาณของโม่อิงดับ
โลกาอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด ในระหว่างนั้น ‘กลืน
วิญญาณ’ ของราชันมังกรโลกันตร์ยังคงกรีดร้องคร่ำ
ครวญออกมาไม่หยุดหย่อน แต่ อู่ อวี้ ก็หาได้แยแสแม้แต่
น้อย เพราะคำด่าทอของอีกฝ่ายไม่มีผลใด ๆ กับเขา ทั้ง
ยังไม่สามารถหยุดยั้งมิให้เขาช่วยเหลือจิ่วอิงได้
กระบวนการนี้กินเวลาหลายร้อยปี!
ปัจจุบันทั้งกลืนวิญญาณและเศษเสี้ยววิญญาณต้องทน
ทุกข์ทรมานอย่างสุดแสน พวกมันพยายามซ่อนตัวอยู่
ภายในจิตปีศาจของจิ่วอิง ซึ่งดูเหมือนว่าจิ่วอิงจะรับรู้ถึง
การดำรงอยู่ของ อู่ อวี้ ทราบว่าเขามาที่นี่เพื่อช่วยเหลือ
ตนเอง ดังนั้นจิ่วอิงจึงหลบซ่อนตัวอย่างสบายอกสบาย
ใจ รอคอยให้ อู่ อวี้ ช่วยเหลือ
“ถึงทางตันแล้ว”
อู่ อวี้ ขมวดคิ้ว
ในเวลานี้ทั้งกลืนวิญญาณกับเศษเสี้ยววิญญาณต่าง
พยายามหลบซ่อนตัวอยู่ ซึ่งความแข็งแกร่งของทั้งสอง
ยังอยู่เหนือเกินกว่าที่จิตสำนึกของจิ่วอิงจะเอาชนะมันได้
จึงเป็นไปไม่ได้ที่จิตสำนึกของจิ่วอิงจะปรากฏขึ้นในยามนี้
มิฉะนั้นแล้วคงถูกดวงจิตทั้งสองทำลายในทันทีที่ปรากฏ
อย่างไรก็ตามพวกมันพยายามซ่อนตัว ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
ไม่สามารถใช้เคล็ดสะบั้นจิตบดขยี้พวกมันได้
ยามนี้ร่างกายของจิ่วอิง อยู่ในสภาวะที่ไร้ซึ่งผู้ควบคุม
ทำให้เขาดูเฉื่อยชาและไร้สติอย่างสิ้นเชิง หรือจะกล่าว
ว่าจิตปีศาจของเขาในยามนี้ไร้ซึ่งผู้กุมบังเหียน
“ ข้าต้องการคนช่วย แต่ผู้ใดล่ะจะช่วยข้าได้ ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วทันใดนั้นเขาก็นึกถึงคน ๆ
หนึ่งขึ้นมาได้ นั่นก็คือราชันมังกรแห่งดินแดนวิญญาณ
เซียน มังกรวิญญาณเซียนบรรพกาล อู่จวิน!
อู่จวินเป็นราชันเทวะเก้าสวรรค์ ทั้งยังเป็นลุงของลั่วผิน
นี่คือคนเดียวที่ อู่ อวี้ คิดว่าช่วยตนเองได้ อีกทั้งฝ่ายตรง
ข้ามยังเป็นมังกรวิญญาณเซียนบรรพกาล จึงน่าจะมี
จัดการกับราชันมังกรโลกันตร์
เมื่อคิดได้ดังนั้น อู่ อวี้ ก็ส่งยันต์เซียนสื่อสารไปหาอู่จวิน
โดยไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย
——————–