กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 159 : ความขัดแยงภายในใจ
ยามนี้ เจียงเซี่ย หวาดกลัวต่อการข่มขู่ของ อู่ อวี้
อย่างแท้จริง
เมื่อมันได้ยินคำกล่าวของ จิ่วเซียน ทำให้มันหวน
นึกถึงเมื่อครั้ง อู่ อวี้ เข้าไปภายในเขาเซียนจง
หยวน ในครานั้นเขาเปรียบได้ดั่งห่าพายุฝนลูก
มหึมา เสียงฟั้าร้องกึกก้องโครมคราม แต่ทว่า
หยาดพิรุณกับโปรยปรายลงมาเพียงเล็กน้อย ใน
ครานั้นผู้ที่ตกตายไปอย่างแท้จริงมีเพียงแค่ไม่กี่คน
เท่านั้น
มันเข้าใจดีว่า ในหัวใจของเหล่าศิษย์จาก นิกาย
กระบี่สวรรค์ ยึดมั่น ถือมั่นในหลักคุณธรรม
โดยเฉพาะ อู่ อวี้ ยึดถือในหลักคุณธรรม และ
ความถูกต้อง เฉกเช่นเดียวกับ เฟิง ซัาหยา แล้ว
คนเช่นนี้จะเข่นคร่าสังหารสาวกผู้บริสุทธิ์นับพัน
ได้เยี่ยงไร?
เจียงเซี่ย เข้าใจอย่างลึกซึ้งดีว่า ตัวมันนั้นแตกต่าง
จาก เฟิง ซัวหยา รวมถึงหลักการที่ชาว นิกาย
กระบี่สวรรค์ ยึดถือ ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นมัน
ตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว ตัวมันจะต้องสังหาร
สาวกเหล่านี้อย่างไม่ต้องสงสัย
” มันไม่กล้าลงมือสังหารแน่ ” เจียงเซี่ย กล่าวกับ
เหล่าอาวุโสอีกหลายคนของ พรรคจงหยวน ที่
กำลังยืนรายล้อมตัวมันอยู่
” ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูแล้วกัน ”
ถ้าให้กล่าวตามจริงแล้ว ในศึกสงครามของมนุษย์
อู่ อวี้ ก็ไม่เคยเข่นฆ่าสังหารทหารที่ยอมจำนน ใน
กลุ่มคนนับพันนี้อาจจะมีคนดีอยู่หลายคน ฉะนั้น
จึงไม่สมควรเข่นฆ่าอย่างยิ่ง!
เมื่อ เจียงเซี่ย และ พรรคพวกของมันออกจากค่าย
กลหมื่นกระบี่ ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกโล่งอกเป็นอย่างยิ่ง
เพราะแท้จริงแล้วในยามนี้ เหงื่ออันเย็นเยียบไหล
โทรมร่างกายของเขา
แท้จริงแล้ว เขาไม่อาจตัดสินใจลงมือสังหารผู้คน
นับพันในคราวเดียวได้ เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่
ยากลำบาก สำหรับเขาอย่างยิ่ง
ในขณะที่เขากำลังโล่งอกอยู่นั้น ฉับพลันหัวใจของ
เขาก็รู้สึกบีบรัดขึ้นมาอีกครั้ง สายตาอันเย็นเยียบ
แข็งกร้าว จับจ้องไปยังทิศทางที่ เจียงเซี่ย ได้ก้าว
ออกไป แต่แล้วทันใดนั้นคนยี่สิบคนก็ก้าวกลับเข้า
มาภายใน ค่ายกลหมื่นกระบี่ อีกครั้ง
เฟิง ซัวหยา กับ คนอื่น ๆ เบิกตากว้าง หลังจากที่
พวกเขาพักผ่อนกันฟืนร่างกายได้แค่เพียงเล็กน้อย
บัดนี้พวกเขาจะต้องกลับมาใช้งาน ค่ายกลหมื่น
กระบี่ อีกครั้ง!
บัดนี้ท้องฟั้าเต็มไปด้วยปราณกระบี่ เพื่อสกัด
ขัดขวางศัตรูอีกครั้ง
เวลานี้ฝั่ายตรงข้ามโจมตีด้วยความแน่วแน่ หนัก
หน่วงรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะ เจียงเซี่ย มัน
โจมตีด้วยความรุนแรงมหาศาลออกมาเพียงหนึ่ง
ครั้ง กระบี่นับหมื่นก็ถูกทำร้ายจนแทบหมดสิ้น
“เจียงเซี่ย” ในสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้เพลิงโทสะ
ภายในหัวใจของ อู่ อวี้ ลุกโชนเดือดพล่านขึ้นมา
อีกครั้ง
” สารเลว แท้จริงแล้วเจ้าไม่แยแสชีวิตของสาวก
นับพัน ว่าจะอยู่หรือตาย!”
อู่ อวี้ คำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เขา
กระชับ เถาวัลย์แหวกเมฆา ทันใดนั้นหนามอัน
แหลมคมก็แทงฝังลงบนลำคอของสาวก เหล่า
สาวกกรีดร้องร่ำไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่
พวกมันไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้
เมื่อเห็น เจียงเซี่ย ตัดสินใจเด็ดขาด เหล่าสาวกก็
ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สีหน้าของพวกมันแสดงออกถึง
ความสิ้นหวังอย่างที่สุด บางคนกล้าแม้กระทั่งก่น
ด่าสาปแช่งประมุขพรรค ด้วยโทสะอันเกรี้ยวกราด
ศิษย์ พรรคจงหยวน ที่อยู่ด้านนอกเขต ค่ายกล
หมื่นกระบี่ เนื้อตัวแข็งค้างเย็นเฉียบด้วยความตก
ตะลึง
” หากเดินมาอีกก้าว ก็อย่าหาว่าข้าไม่ปราณี! ” อู่
อวี้ แผดเสียงคำรามลั่น จากนั้นก็กระชับเถาวัลย์
แหวกเมฆาในมือ คลื่นเสียงแผ่กระจายดังสะเทือน
เลื่อนลั่นไปทั่วทั้ง เทือกเขาคราม ราวกับ
แผ่นดินไหวก็มิปาน
เจียงเซี่ย เงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มแล้วกล่าวว่า ” หากเจ้า
ลงมือสังหาร รอเราทำลายผ่าน ค่ายกลหมื่นกระบี่
เข้าไปได้ก่อน และข้าทั้งหมดจะแก้แค้นสังหาร
พวกเจ้าให้เหี้ยนแทนพวกเขา”
จากนั้นมันก็กวาดสายตามองเหล่าสาวกทุกคน
แล้วกล่าวขึ้นว่า ” เมื่อใดที่พวกเราสามารถยึด
ครอง เทือกเขาคราม ได้ โปรดจงจำไว้ว่า พวกเจ้า
เหล่าสาวกหญิงชายที่อยู่ตรงนี้ คือวีรบุรุษ ของ
พรรคจงหยวน ข้า เจียงเซี่ย จะสร้างสุสานของ
พวกเจ้าไว้ที่นี่ ให้ลูกหลาน พรรคจงหยวน ได้
จดจำนามของพวกเจ้าทุกคนตลอดไป!”
ยิ่งมันกล่าวอ้างถ้อยคำเหล่านี้ออกมา ยิ่งสร้าง
ความเจ็บปวดให้แก่เหล่าสาวกมากยิ่งขึ้น!
มันไม่คาดคิดว่าประมุข เจียงเซี่ย ของพวกมัน จะ
ไร้ซึ่งความเมตตาเยี่ยงนี้!
” เจียงเซี่ย ไอ้ลูกเต่าไร้ยางอาย ข้าขอสาปแช่งให้
เจ้าตกนรกหมกไหม้นับหมื่น ๆ ชั้น! ” แม้พวกมัน
จะถูก เถาวัลย์แหวกเมฆา ควบคุมอยู่ แต่บางคน
ยิ่งรู้สึกเกลียดชัง เจียงเซี่ย มากยิ่งขึ้น
“ฮือ∼ ฮือ!”
ดูเหมือนผู้คนเหล่านี้ จะถูกตัดสินโดยชะตากรรมไป
เสียแล้ว พวกมันต่างร่ำไห้ออกมาด้วยสีหน้าซีด
เผือดสิ้นหวังมากกว่าเดิม
สาวก พรรคจงหยวน ที่อยู่ด้านนอก ค่ายกลหมื่น
กระบี่ หลายคนต่างมองหน้ากัน สีหน้าของหลาย
คนเปียมล้นไปด้วยความเกลียดชัง เนื่องจากพวก
เขาล่วงรู้อยู่แก่ใจดีว่า เจียงเซี่ย นั้นมีจุดประสงค์
อันใด ฉะนั้นสิ่งที่มันกล่าวมาจึงเป็นเพียงข้ออ้าง
อันไร้ยางอาย แต่ไม่มีผู้ใดคาดหวังว่า มันจะสละ
ชีวิตของสาวกนับพันเช่นนี้!
ฉะนั้นความกดดันทั้งหมด จึงถาโถมลงมาบนร่าง
ของ อู่ อวี้
เห็นได้ชัดว่า การที่เขาเอาชีวิต และ ความตาย
ของเหล่าสาวกเหล่ามาเป็นข้อต่อรอง ดูเหมือนจะ
ไม่สามารถหยุดฝั่ายตรงข้ามได้ หากยังเป็นเช่นนี้
ต่อไป คาดว่า ค่ายกลหมื่นกระบี่ จะล่มสลาย
ภายในไม่ช้า
” ฆ่า หรือ ไม่ฆ่า? ”
ทั้งอีกฝั่ายยังมีจำนวนไพร่พลมากเกิน เรื่องนี้เป็น
ปัญหาหนักใจของ อู่ อวี้
หากมองย้อนกลับไปในอดีต ผู้คนนับพันชีวิตตรงนี้
พวกมันทั้งหมดอาจจะเป็นเหมือนกับตัวเขา เฝั้า
ใฝั่ฝันปรารถนาที่จะได้เข้า พรรคจงหยวน บางคน
อาจจะจิตใจดีไม่คิดทำร้ายผู้อื่น
การโจมตี เทือกเขาคราม ล้วนเป็นความผิดของคน
ระดับสูงอย่าง เจียงเซี่ย กับ เหล่าผู้อาวุโสของ
พรรคจงหยวน แต่เหล่าสาวกระดับล่างพวกนี้
ไม่ได้กระทำความผิดอันใด ไฉนพวกมันจะต้องตก
ตายอยู่ที่นี่?
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือเขาต้องสังหารผู้คนหลายพัน
คนในคราวเดียว เช่นนั้นตัวของเขาจะต่างอะไรไป
จากปีศาจ?
หลายพันคนที่อยู่ตรงนี้ ควรมีชีวิตสดใสไม่ใช่หรือ?
คนเหล่านี้กำลังมองมาทางเขา ด้วยสายตาอ้อน
วอนปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปขณะร่ำไห้ ทั้ง
แววตาและสีหน้า เต็มไปหยาดน้ำตาแห่งความสิ้น
หวัง
ขณะนี้ อู่ อวี้ กำลังพยายามต่อสู้กับความรู้สึกผิด
ถูกชั่วดี
เขาไม่เคยคาดคิดว่า การก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่ง
เซียนฝึกฝนบำเพ็ญเต๋า จะต้องดิ้นรนต่อสู้มากมาย
ถึงเพียงนี้ นี่คือความท้าทายของมนุษย์ หากมอง
ด้วยหลักธรรมชาติ หรือ เหตุผลแล้ว มนุษย์ไม่อาจ
ทำเช่นนี้ได้ เพราะนี่คือการละเมิดกฎสวรรค์ นี่คือ
การกระทำอันไร้ซึ่งคุณธรรม! เนื่องจากเหตุผลนี้
แต่หากกล่าวกันตามเหตุผล ถ้าไม่กล้าสังหารคน
เหล่านี้ แล้วเขาจะหยุดยั้ง เจียงเซี่ย กับ พรรคจง
หยวนของมันได้เช่นไร!
” หากข้าเป็นเจ้า ข้าจะลงมือสังหารคนเหล่านี้ เห็น
ได้ชัดว่าเจียงเซี่ย รู้ว่าเจ้าไม่กล้าสังหารคนเหล่านี้
” หมิงซวงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย นาง
กลิ้งตามองบน ขณะกล่าวประโยคนี้ขึ้นมา
“เช่นนั้นหรือ? ”
เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ดูเหมือนว่า เจียงเซี่ย
จะเข้าใจตัวเขาเป็นอย่างดี
ไม่ใช่แค่เพียง อู่ อวี้ คนเดียวเท่านั้น แม้แต่สาวก
นิกายกระบี่สวรรค์ หากต้องสังหารคนบริสุทธิ์นับ
พันในคราวเดียว ผู้ใดจะสามารถกระทำมันได้?
โดยไม่หวาดเกรงบาปบุญคุณโทษ ไม่ว่าหวาดเกรง
การลงทัณฑ์ของสวรรค์ ไม่หวาดเกรงต่อฝันร้ายที่
ตามหลอกหลอนไปตราบชั่วชีวิต ?
นี่คือการฆ่าที่เหี้ยมโหดอำมหิตอย่างที่สุด!
“เฮ้อ… ” อู่ อวี้ ไม่สามารถเอาชนะใจของตนเองได้
หากเขาต้องลงมือฆ่าสังหารจริง ๆ นี่คือปัญหาและ
ชะตากรรมที่เขาต้องแบกรับ เขาล่วงรู้อยู่แก่ใจดีว่า
ถ้าหากตัวเขาแข็งแกร่งได้มากกว่านี้ ก็คงไม่
จำเป็นต้องข่มขู่เข่นฆ่าชีวิตของผู้คน เพื่อมา
ต่อรองกับฝั่ายตรงข้ามเยี่ยงนี้!
” อู่ อวี้ ” ฉับพลันเสียงของ หวันเทียน หยู๋เซวีย ก็
ดังขึ้น เขาดึงศาสตราสาวกระบี่ออกมา ทันใดนั้น
ศิษย์ของ พรรคจงหยวน ผู้หนึ่งก็เปล่งเสียงร้อง
ออกมาอย่างเวทนา แล้วศิษย์ผู้นั้นก็ถูกสะบั้นหัว
ขาดทันที อ๊ากกกก∼ ฉั๊วะ!!!
การเคลื่อนไหวของเขา ได้สร้างความสั่นสะเทือน
แตกตื่น และ ดึงดูดความสนใจของทุกผู้คน
หลังจากนั้นเขาก็กล่าวกับ อู่ อวี้ ว่า ” ข้าคือสาวก
นิกายกระบี่สวรรค์ ภายในหัวใจของข้ายึดมั่นใน
คุณธรรม เจ้าจงอย่าได้เสียสละ เพื่อทำลาย
คุณธรรมที่ยึดมั่น ฆ่าคนหนึ่งคนคือวีรบุรุษ ฆ่าคน
พันคนคือปีศาจใจชั่วอำมหิต ฉะนั้นพวกเราเหล่าพี่
น้องทั้งหลาย จะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าแบบภาระนี้
เพียงผู้เดียว ศิษย์นิกายกระบี่สวรรค์ทุกคนจงลุก
ขึ้นมา!”
บางที หวันเทียน หยู๋เซวีย อาจจะเข้าใจ อู่ อวี้
อย่างลึกซึ้ง เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เขาไม่อาจ
กระทำเรื่องเหี้ยมโหดอำมหิตเช่นนี้ลงได้ ต่อให้เป็น
เฟิง ซัวหยาก็ตาม พวกเขาไม่มีจิตวิญญาณชั่วร้าย
เสมือนปีศาจ พวกเขาไม่ใช่ผู้ฝึกตนในวิถีมาร นี่คือ
ความแตกต่างอันใหญ่หลวงระหว่างพวกเขากับ
ปีศาจ ถ้าหากเป็นปีศาจเจ็ดทะเลแดง ต่อให้มีหนึ่ง
แสนชีวิต เกรงว่าอาจจะไม่คณามือให้มันสังหารก็
เป็นได้?
เหล่าสาวกนับพันของ นิกายกระบี่สวรรค์ ต่างลุก
ฮือก้าวเดินขึ้นมาด้านหน้า แต่ละคนยืนประกบ
ศิษย์ของพรรคจงหยวน แบบหนึ่งต่อหนึ่ง พวกเขา
จับศาสตราเต๋ากระบี่ด้วยมือทั้งสอง วางทาบลงไป
บนลำคอของสาวก พรรคจงหยวน เตรียมพร้อม
ตัดศีรษะแบบคนต่อคน!
” ทุกคนสังหารคนต่อคน แม้ว่ามันจะทำลาย
คุณธรรมที่เรายึดมั่น แต่พวกเราเหล่าศิษย์พี่น้อง
พร้อมที่จะแบกรับภาระร่วมกัน ! อู่ อวี้ การเข่นฆ่า
คนเหล่านี้ จงส่งมอบภาระนี้ให้แก่พวกเรา!” ทั้งคำ
กล่าว และ การกระทำของ หวันเทียน หยู๋เซวีย
สั่นสะเทือนจิตใจของ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง สมแล้วที่
เป็นศิษย์พี่ใหญ่ ในยามนี้เขาชูศาสตราเต๋ากระบี่
ขึ้น จากนั้นคนหลายพันคนก็ยกกระบี่ของตนเอง
ขึ้น!
กระบี่แต่ละเล่มส่องประกายแสงระยิบระยับ ภาพที่
ปรากฏอยู่นี้ จะไม่ทำให้จิตใจของเหล่าผู้คนรู้สึกสั่น
สะท้านได้อย่างไร?
วิกฤตที่สาวก นิกายกระบี่สวรรค์ ต้องเผชิญอยู่ใน
ยามนี้ พวกเขาจะไม่เกลียดชังต่อเหล่าศิษย์ของ
พรรคจงหยวน ได้อย่างใด?
บนสนามรบ ไม่มีแบ่งดีชั่ว มีเพียงแบ่งฝั่ายเท่านั้น!
” เหล่าสาวกนิกายกระบี่ จงฟังคำสั่งข้า สังหาร!!”
สิ้นเสียงคำสั่งของ หวันเทียน หยู๋เซวีย ศาสตรา
กระบี่ของเหล่าสาวก ก็ฟัดฉับลงไปบนลำคอของ
สาวก พรรคจงหยวน บัดนี้ศีรษะของสาวกนับพัน
กำลังจะถูกสะบั้นจนขาดกระเด็น!
เหล่าสาวก นิกายกระบี่สวรรค์ ไม่ได้มีแต่ อู่ อวี้
เพียงผู้เดียว อู่ อวี้ ไม่อาจเข่นคร่าสังหารหลายพัน
ชีวิตได้ในคราเดียว แต่ถ้าหากพวกเขาสังหารใน
แบบหนึ่งต่อหนึ่ง มันก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายแทบ
พลิกฝั่ามือ นี่คือการทำให้เรื่องเป็นไปไม่ได้ ให้
เป็นไปได้!
” ช้าก่อน! ข้ายอมถอยทัพแล้ว!” แม้ เจียงเซี่ย จะ
สามารถคาดเดาได้อย่างถูกต้องว่า อู่ อวี้ ไม่
สามารถลงมือสังหารได้ แต่เมื่อ หวันเทียน หยู๋เซ
วีย งัดไม้นี้มาใช้ ตัวมันก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
กระทั่งผู้อาวุโสของ พรรคจงหยวน ก็ยังไม่เอื้อน
เอ่ยวาจาใจๆขึ้นมาแม้แต่น้อย ครู่ต่อมามันก็ร้อง
ตะโกนให้พวกผู้อาวุโสยุติการโจมตี แล้วถอยทัพ
ออกจาก ค่ายกลหมื่นกระบี่ อย่างกระอักกระอ่วน
ใจ
ในที่สุดการแผนข่มขู่ ด้วยการสังหารเหล่าสาวก
นับพัน ก็สัมฤทธิ์ผล
ส่วนสถานการณ์ของฝัง นิกายกระบี่สวรรค์ กระบี่
ของสาวกส่วนใหญ่นิ่งค้างอยู่กลางอากาศ มีไม่กี่
คนที่มือไวสะบั้นคอศิษย์ พรรคจงหยวน ลงใน
พริบตา ซึ่งได้สร้างความหวาดกลัวแลอเนจอนาถ
ใจให้แก่สาวกพรรคจงหยวนที่อยู่รอบ ๆ
ภายใต้คำสั่งสังหารของ หวันเทียน หยู๋เซวีย ทุก
คนได้หยุดมือลงชั่วคราว แต่อย่างไรศาสตราเต๋า
กระบี่ยาวยังคงจ่ออยู่บนคอของสาวกเหล่านั้น
ในช่วงเวลานี้เปรียบได้ดั่งนรกบนดิน เสียงกรีดร้อง
โหยหวนอันนับครั้งไม่ถ้วนดังขึ้น เหล่าสาวกหลาย
เข่าทรุดลงบนพื้นดินด้วยความหวาดกลัว อย่าง
ต่อเนื่อง
“ฮือฮือ … ” ทั่วทั้งสนามรบในเวลานี้ ราวกับเวลา
ได้หยุดนิ่งลง
เจียงเซี่ย และ เหล่าสาวกของ พรรคจงหยวน ได้
ถอนตัวออกมายืนอยู่ด้านนอก ค่ายกลหมื่นกระบี่
สงครามครั้งนี้ได้สร้างความอัปยศให้แก่พวกมัน
เนื่องจากเหล่าศิษย์ถูกจับตัวเป็นเชลยระหว่างการ
ต่อสู้
พวกมันคงต้องยอมรับว่า ในเวลานี้ อู่ อวี้ ถือเป็น
ภัยคุกคามสำหรับพวกมันแล้วจริงๆ
สิ่งต่าง ๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เกิดขึ้น
แม้แต่ อู่ อวี้ เองก็ยังไม่คาดคิด เขาจึงเอ่ยถามขึ้น
ว่า ” ศิษย์พี่ ข้าดูขี้ขลาด กระทำเรื่องเกินเลยไป
หรือไม่? ”
หวันเทียน หยู๋เซวีย ยิ้มแล้วส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า
” สิ่งที่เจ้ากระทำถือว่าถูกแล้ว เราเป็นผู้ฝึกตนใน
วิถีแห่งกระบี่ ไม่ใช่ผู้ฝึกตนที่เข่นคร่าเพื่อความ
สนุก นี่คือสิ่งที่อาจารย์สอนเรา ผู้ฝึกตนต้องมี
คุณธรรมในจิตใจ ถึงจะสังหารผู้คน แต่เราต้องไม่
ปล่อยให้สายตาของตนเองมืดบอด หากเจ้า
หาญกล้าสังหารผู้คนนับพันในวันนี้ เกรงว่า
แม้กระทั่งพวกเราก็อาจไม่รู้จักเจ้าแล้ว อู่ อวี้ นี่คือ
เส้นทางแห่งความถูกต้องในจิตใจของเจ้า มันคือ
ความถูกต้องอย่างแท้จริง!”
คำพูดของ หวันเทียน หยู๋เซวีย ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึก
ราวกับว่าเขาได้ก้าวผ่านอุปสรรคครั้งนี้มาได้
ในช่วงเวลาบีบคั้น เขามีความคิดจะสังหารผู้คน
นับพันขึ้นมาชั่ววูบ ถือเป็นการตัดสินใจที่
ยากลำบากกับเขาอย่างยิ่ง
” เป็นท่านอาจารย์ที่บอกให้ข้าช่วยเหลือเจ้า บางที
ท่านห่วงกังวล กลัวว่าจิตใจของเจ้าจะสับสน ”
หวันเทียน หยู๋เซวีย กล่าว
อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมอง ไปที่แผ่นหลังของ เฟิง
ซัวหยา เขายังคงควบคุม ค่ายกลหมื่นกระบี่ อยู่
อย่างต่อเนื่อง แม้ว่ายามนี้ เจียงเซี่ย ได้ถอนตัว
ออกไปแล้ว แต่ทว่าปีศาจเจ็ดทะเลแดง ยังคงไม่
ยอมวางมือ ถ้าหาก ค่ายกลหมื่นกระบี่ ยังคงอยู่ใน
สภาพที่ดี เฟิง ซัวหยา อาจสามารถตีโต้พวกมัน
กลับไปได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ เจียงเซี่ย ถอนตัวไปแล้ว
แต่ทว่า ค่ายกลหมื่นกระบี่ ยังคงสั่นสะเทือนไม่มี
หยุด ดังนั้นจึงเกรงว่าจะรั้งมันได้อีกไม่นาน
” แม้กลยุทธ จับชีวิตนับพันมาข่มขู่ จะสัมฤทธิ์ผล
เป็นอย่างดี แต่ทว่ามันหยุด เจียงเซี่ย ไม่ให้โจมตีได้
แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยนิสัยของ เจียงเซี่ย
แล้วมันยับยั้งชั่งใจได้เพียงไม่นาน เป็นไปได้น้อย
มากที่มันจะทิ้งความปรารถนา และเมื่อถึงเวลานั้น
มันย่อมเสียสละคนนับพันชีวิตเป็นแน่ ”
หวันเทียน หยู๋เซวียกล่าว
อู่ อวี้ เข้าใจอย่างถ่องแท้ ในบรรดาผู้คนที่เขาเคย
พบเห็น บุคลิกและอุปนิสัยใจคอของ เจียงเซี่ย
ภายในภายนอกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ภายนอก
ดูองอาจประดุจดั่งเทพเซียน แต่ภายในจิตใจ
เหี้ยมโหดอำมหิตประดุจดั่งปีศาจ
ในวันนี้ก็ได้จบลงไปอีกวัน เมื่อขาด เจียงเซี่ย แห่ง
พรรคจงหยวน ได้ถอนตัวออกไป การทำลาย ค่าย
กลหมื่นกระบี่ ของจิ่วเซียนกับพรรคพวกก็ได้หยุด
ลงชั่วคราว ส่งผลให้ เฟิง ซัวหยา กับ เหล่าผู้
อาวุโส พักฟืนร่างกายจนฟืนฟูคืนกลับมามาก แต่
ถึงกระนั้นสภาพการของ นิกายกระบี่สวรรค์ ยังคง
ไม่สู้ดีนัก พวกเขายังคงตกอยู่ในสถานการณ์เป็น
รองฝั่ายตรงข้ามอยู่
อู่ อวี้ มอบ เถาวัลย์แหวกเมฆา ให้ หวันเทียน หยู๋
เซวีย
” ศิษย์น้อง เจ้าต้องการทำอะไร? ” หวันเทียน หยู๋
เซวีย รู้สึกฉงนจึงเอ่ยถามขึ้น
” เข้าไปใน ค่ายกลหมื่นกระบี่ สังหารศัตรู ”
ในยามนี้ อู่ อวี้ สามารถทำได้แค่นี้เท่านั้น
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ