กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 158 : การละเลนอันแสนโหดเหี้ยม
มนุษย์สามารถฝึกฝนบ่มเพาะจนก้าวสู่เส้นทางแห่ง
วิถีเทพเซียน หรือ วิถีแห่งมารก็ได้!
ลักษณะของผู้ฝึกตนในวิถีมาร จะกระหายโลหิตใจ
คอเหี้ยมโหดอำมหิตไร้ความปราณี ไม่แยแสเต๋า
สวรรค์ ไร้ซึ่งคุณธรรม เผาฆ่าทำลาย ปล้นฉกชิง ผู้
แข็งแกร่งข่มเหงผู้อ่อนแอ
แต่อย่างไรก็ตาม สงครามเซียนในครั้งนี้ล้วน
เกิดขึ้นเพราะเปั้าหมายเดียวกัน นั่นคือ
ผลประโยชน์อันแท้จริงของนิกาย และ พรรคต่าง
ๆ เช่นกลิ่นอายพลังฟั้าดิน ภายในเทือกเขาคราม
มีความเข้มข้นหนาแน่นกว่าสามเท่า จึงไม่ใช่เรื่อง
น่าฉงนใจเลยที่ นิกายกระบี่สวรรค์ จะถูกทำลาย
จนไม่เหลือซาก!
ในบันทึกประวัติศาสตร์ของ แผนภูมิดินแดนเทพ
ตรงเสิ้ง เกี่ยวกับการทำลายพรรคนิกาย เฉกเช่น
ดั่งสายนทีที่มีอยู่มากมายเหลือคณานับ ผู้มี
พรสวรรค์มากมายต้องบาดเจ็บล้มตายอยู่บน
เส้นทางแห่งเซียนจนสุดคณานับ มีผู้มากไปด้วย
พรสวรรค์จำนวนนับไม่ถ้วนต้องตายลงก่อนจะไป
ถึงจุดสูงสุด หากไร้ซึ่งผู้มากด้วยพรสวรรค์ พรรค
นิกายเหล่านั้นก็ย่อมเสื่อมสลายลง เฉก
เช่นเดียวกับ อู่ อวี้ หากไม่สามารถผ่านพ้นภัยพิบัติ
นี้ไปได้ มันก็เป็นเพียงการล่มสลายของพรรคนิกาย
อีกหนึ่งเท่านั้น
ในยามนี้สวรรค์และปฐพี กำลังเกิดความโกลาหล
ไร้ซึ่งสันติสุข เทือกเขาคราม จะต้องถูกปกคลุมไป
ด้วยโลหิตของเหล่าผู้ฝึกตนวิถีกระบี่นับหมื่นคน
หากไม่สามารถหยุดยั้งภัยมืด ซึ่งกำลังกัดเซาะลึก
ลงไปภายในโลหิตของพวกเขาได้
โดยเฉพาะจำนวนปีศาจไม่ถ้วน กอปรกับผู้ฝึกตน
ในเส้นทางแห่งธรรม ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่ง
ความกระหายเลือด อย่างไม่อาจทานทนได้
สายตาของพวกมันจับจ้องมาที่ ค่ายกลหมื่นกระบี่
พวกมันกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยการพังทลายของ
ค่ายกลหมื่นกระบี่ ยามใดที่ค่ายกลถูกทำลาย เมื่อ
นั้นพวกมันก็จะกรูกันเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง!
” เร็ว เร่งมือเข้า เร่งมือเข้า ข้าอยากกินคน อยาก
กินคน! ” ปีศาจพยัคฆ์ กู่ร้องคำรามไปทั่วทั้ง
เทือกเขา ด้วยร่างกายขนาดมหึมาของมัน
สามารถกลืนกินผู้คนได้มากกว่าหนึ่ง
” ไอ้ลูกสุนัขนิกายกระบี่! สุดท้ายจุดจบของพวกเจ้า
ก็มาถึง มาดูกันหน่อยมั้ยว่า ผู้ใดจะสังหารพวกมัน
ได้มากกว่ากัน?”
“เดิมพันด้วยอะไร?”
“เม็ดยาหลอมรวมประมาณ 10 เม็ด!”
” ไร้สาระ อย่างน้อยก็ต้อง 20 เม็ด ถึงจะคุ้มค่า เมื่อ
ถึงเวลาที่จะได้ตัดหัวของของไอ้ลูกสุนัขนิกาย
กระบี่ ก็อย่าเล่นตุกติกเสียเล่า ”
เหนือยอดเขาสาวกสองคนของ พรรคจงหยวน
กำลังกล่าวเยาะเย้ย
ภายใต้แผ่นปฐพี ดินเหลืองม้วนกวาดผ่าน
ท่ามกลางกระแสสายลม ดูเหมือนว่ากองทัพทหาร
กำลังหึกเหิมอย่างที่สุด
ตู้มมม!
ค่ายกลหมื่นกระบี่ สั่นสะเทือนรุนแรง อย่างน่าตื่น
ตระหนกตกใจขึ้นอีกครั้ง
” ท่านเจ้านิกาย! ”
ดูเหมือนว่า หลาน ฮั้วหยุน และ คนอื่น ๆ จะไม่
สามารถควบคุมบางส่วนได้ เนื่องจาก เจียงเซี่ย
โหมโจมตีอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง พวกเขามีอยู่กัน
เพียงแค่เก้าคน แต่จะต้องต้านทานศัตรูฝั่ายตรง
ข้ามถึง 20 คน ย่อมเป็นเรื่องหักโหมเกินกำลังไป
อย่างมาก
“พอเถอะ ค่ายกลหมื่นกระบี่ สุดที่จะยื้อยุดต่อไปได้
แล้ว หากยังคงดื้อดึงต่อเห็นทีจะไร้ประโยชน์ ”
หลาน ฮั้วหยุน ผู้ซึ่งไม่ยอมรับต่อความพ่ายแพ้
มากที่สุด แต่ในครานี้นางถึงต้องเอ่ยปากด้วย
ตนเอง อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
นางล่วงรู้ดีว่า เฟิง ซัวหยา กำลังเฝั้ารอคอย อู่ อวี้
อยู่
ศิษย์ผู้โดดเด่นได้เพียงแค่ชั่วข้ามคืน
แต่ทว่า …
ในยามนี้ เหล่าปีศาจกำลังอยู่ในความวุ่นวาย
โกลาหล ผู้ฝึกตนนอกรีตกำลังอาละวาดอย่างบ้า
คลั่ง พรรคจงหยวน ผู้ซึ่งเคยอยู่ในเส้นทางแห่ง
ความถูกต้อง บัดนี้ปลดปล่อยจิตสังหารหนาแน่น
ไปทั่วทั้งท้องนภา เพียงแค่ อู่ อวี้ คนเดียว จะ
กระทำสิ่งใดได้!
ตู้มมม ตู้มมม ตู้มมม !
ค่ายกลหมื่นกระบี่ เปรียบได้ดั่งอาคารสูง หาก
รากฐานของมันถูกทำลาย ทุกอย่างก็จะยุบ
พังทลายลง บนท้องฟั้าเต็มไปด้วยฝุั่นละออง
กระจัดกระจายไปทั่ว
ท่ามกลางเงากระบี่ เจียงเซี่ย สวมใส่ชุดคลุมดำ
สลับขาว ร่างกายพริ้วไหวหลบเงากระบี่ รอยยิ้ม
ของมันประดุจดั่งจักรพรรดิผู้อาจหาญ รอยยิ้มของ
มันทำให้ผู้เฝั้ามองอยากจะไปฉีกกระชากปากมัน
ออกเป็นชิ้น ๆ
ส่วน จิ่วเซียน หลบเร้นซ่อนกายในอยู่ในหมู่เมฆ
หมอก เสียงหัวเราะของนางช่างปันปั่วนเร้า
อารมณ์ จนแทบอยากจะกรีดร้อง ถึงแม้ว่านางจะ
ยังไม่ได้เข้าสู่เทือกเขาคราม แต่เพียงเท่านี้กลับ
สร้างผลกระทบอย่างยิ่งให้แก่เหล่าสาวกของ
เทือกเขาคราม
เหล่าสาวกนับไม่ถ้วน กลั่นสกัดปลดปล่อยจิต
สังหาร เพื่อต่อต้านเสน่ห์ของปีศาจจิ้งจอกพันปีตน
นี้
วิญญาณแค้นจำนวนนับไม่ถ้วน ที่รายล้อมอยู่
รอบตัวของ ปีศาจเจ็ดทะเลแดง กำลังส่งเสียงกรีด
ร้องออกมาอย่างโหยหวน
” เฟิง ซัวหยา หลาน ฮั้วหยุน วาระสุดท้ายของ
พวกเจ้าใกล้จะมาถึงแล้ว ” ท่ามกลางเงากระบี่
เจียงเซี่ย เลิกคิ้วยิ้มออกมา ราวกับผู้ถือไพ่
เหนือกว่า
เมื่อดูจากรอยยิ้มของมัน ชวนให้รู้สึกราวกับว่า
บัดนี้มันได้เหยียบก้าวเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ ที่
ประหนึ่งว่าที่นี่คือดินแดนของพวกมันแล้ว
” เจียงเซี่ย เมื่อ ค่ายกลหมื่นกระบี่ พังทลายลง คน
แรกที่ข้าจะสังหารก็คือเจ้า ” เฟิง ซัวหยา กล่าว
ขึ้นมาอย่างกะทันหัน ขณะเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปที่
มัน สายตาของเขาคมกริบเชือดเฉือนประดุจดั่งคม
มีด ปะทะระกับดวงตาของ เจียงเซี่ย ในเวลานี้เพิ่ง
แห่งสงครามกำลังม้วนกวาดแพร่กระจายออกไป
ทั่ว
เจียงเซี่ย ยังรู้สึกหวาดกลัว เฟิง ซัวหยา อยู่บ้าง
โดยเฉพาะหลังจากที่มันได้ยินมาว่า เขาได้ทำการ
ฝึกฝนบ่มเพาะเคล็ดวิชาเต๋าสังหารขั้นสร้างแก
นภา!
เขาใช้เพียงหนึ่งกระบี่ สังหาร อัน ซางจุน
“สังหารข้า เจ้ากล่าวผายลมอันใด ? ” เจียงเซี่ย
ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น สั่นสะเทือนไปทั่ว
ฟั้าดิน จากนั้นมันแปรเปลี่ยนท่าทางเป็นจริงจัง
แล้วตะโกนขึ้นมา ” ศิษย์ พรรคจงหยวน จงฟัง
คำสั่งข้า พวกเจ้าจงเตรียมพร้อมโจมตี เข่นฆ่าล้าง
บางศัตรู! นิกายกระบี่สวรรค์อ่อนแอเฉกเช่นสุนัข
ไร้ซึ่งคุณสมบัติที่จะครอบครอง เทือกเขาคราม อัน
งดงามดุจดั่งดินแดนสวรรค์แห่งนี้ ยามนี้ สวรรค์ได้
โปรดประทานเส้นทางให้แก่เราพรรคจงหยวน ผู้
ซึ่งก้าวเดินอยู่ในเส้นทางแห่งความถูกต้อง มาเพื่อ
ยึด เทือกเขาคราม ที่ควรจะเป็นของเรามา! ”
บัดนี้มันกำลังค่อย ๆ ค้นหา วิธีการสุดท้ายเพื่อ
ทำลายค่ายกลหมื่นกระบี่ ความจริงแล้วในเวลานี้
มันก็เกือบจะผ่านกระบี่นับหมื่นเข้ามาได้แล้ว
นี่คือช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายของพวกเขา
…
ทุกคนนั้นแทบจะลืมหายใจ ในสายตาของพวกเขา
มีเพียงธารโลหิตเท่านั้นที่รออยู่
ราวกับว่าในเวลานี้สวรรค์ในปฐพีได้หยุดเวลาลง
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งดังก้องกังวานสะเทือน
เลือนลั่นไปทั่ว
” ประมุขเจียง โปรดอย่ากังวลไป”
เสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่น มันคือเสียงของ อู่ อวี้ !
ในช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบ ได้ปรากฏเสียงดัง
สะเทือนเลื่อนลั่น เจาะทะลวงถึงแก้วหูของมัน
ส่งผลให้ เจียง เซี่ย หลงลืมการโจมตีไปครู่หนึ่ง มัน
แหงนหน้าขึ้นไปมองอย่างฉับพลัน ชั่วขณะนี้ ทำ
ให้มันได้รู้ว่า ความโกรธพุ่งพล่านแท้จริงแล้วเป็น
เช่นไร
อู่ อวี้ ทะยานลงมาจากฟากฟั้า ในมือของเขากำ
แส้ขนาดมหึมา และ ยาวอย่างยิ่ง มีผู้คนนับพันถูก
มันพันธนาการอยู่ สีหน้าของสาวกเหล่านั้นซีดขาว
ประดุจดั่งกระดาษ เสียงร่ำไห้ของพวกมัน ประดุจ
ดั่งภูตผีปีศาจกำลังส่งเสียงกรีดร้อง ทันทีที่ อู่ อวี้
ถลาลงสู่พื้นของ ค่ายกลหมื่นกระบี่ เมื่อศิษย์
ทั้งหมดของ พรรคจงหยวน อัดกระแทกร่วงลงสู่
พื้น พวกมันก็พากันกรีดร้องโหยหวนออกมาอย่าง
หนักหน่วงมากยิ่งขึ้น!
อู่ อวี้ สะบัดสายเถาวัลย์อย่างรุนแรง เพียงชั่ว
พริบตาเถาวัลย์แหวนเมฆาก็กลายเป็นเส้นตรง ทำ
ให้สาวกหลายพันคนกำลังยืนเรียงอยู่เบื้องหน้า
ของ เจียงเซี่ย
ในยามนี้ผู้คนต่างตื่นตะลึงจนแทบจะหยุดหายใจ มี
เพียง เฟิง ซัวหยา แสดงรอยยิ้มออกมา การที่เขา
มอบเถาวัลย์แหวกเมฆาให้แก่ อู่ อวี้ เพราะ
ต้องการให้เขากระทำเช่นนี้ อู่ อวี้ ได้กระทำตามสิ่ง
ที่เขาคาดหวัง ประสบความสำเร็จอีกครั้ง
ไม่มีผู้ใดคาดคิด ว่าเขานำสาวกนับพันของ พรรค
จงหยวน ใช้กระบี่จักรพรรดิบินพาพวกมันมาที่นี่
” เจียงเซี่ย ข้านำของกำนัลมามอบให้แก่เจ้า ”
อู่ อวี้ โยนศพที่ถูกห่อพันด้วยผ้า ไปยังเบื้องหน้า
ของ เจียงเซี่ย เมื่อผ้าถูกเปิดก็เผยให้เห็นร่างไร้
วิญญาณของ เจียงจี้ ที่ถูกตัดออกเป็นสองท่อน ให้
เจียงเซี่ย ได้เห็นญาติผู้น้องของมันอย่างเต็มสองตา
“ช่างน่าเสียดาย ญาติผู้น้องของเจ้าทั้งสอง ล้วนตก
ตายไปด้วยฝีมือของข้า ซึ่งเป็นผู้ลงมือสังหาร ไม่
ว่าจะเป็น เจียงติง ,เจียงจี้ นอกจากนี้ยังมีศิษย์ทั้ง
สองของเจ้า ตงฟาง ชิงหัว กับ โม่ ซิวเต๋า หรือ
แม้แต่บุตรชายของเจ้า เจียง จุนหลิน หากข้าคาด
เดาไม่ผิด เจ้าคงโกรธแค้นชังข้าเหลือคณา! ”
ยามนี้ อู่ อวี้ กลายเป็นเปั้าสายตาของทุกผู้คน!
ไม่อาจร่วงรู้ได้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อ อู่ อวี้ ปรากฏ
กายขึ้น เหล่าสาวกในนิกายกระบี่สวรรค์ มันทำให้
พวกเขารู้สึกราวกับว่า ได้มองเห็นแสงแห่ง
ความหวังขึ้นมาอีกครั้ง บางทีภายในจิตใจของ
พวกเขาเวลานี้ ได้ปรากฏเมล็ดพันธุ์ที่มีชื่อว่า ‘ชัย
ชนะ’ ขึ้นมาแล้ว!
ก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะสามารถ
รักษาเทือกเขาครามเอาไว้ได้
“โอ้…” ในเวลานี้ แม้แต่จิ่วเซียน หรือ ปีศาจเจ็ด
ทะเลแดง ต่างหยุดมือ เนื่องจากไม่เคยคาดคิดมา
ก่อนว่าสถานการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้น พวกมันทุก
ผู้คนจึงหยุดลงมือ เพื่อรอคอยฟังคำกล่าวของ อู่
อวี้ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหันมามองทาง เจียงเซี่ย
เพราะตัวมันคือผู้นำของ พรรคจงหยวน อัน
ยิ่งใหญ่เกรียงไกร แต่กลับปล่อยให้ อู่ อวี้ ซึ่งเป็น
ผู้เยาว์รุ่นลูก สังหารน้องชาย บุตร และ ศิษย์ของ
มันจนสิ้น!
” ฟูั่ว…” เจียง เซี่ย กล่าว บัดนี้เพลิงโทสะได้เข้า
ครอบงำเหตุผลของมันจนสิ้น มันพยายามสูดลม
หายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบจิตใจได้อย่างยากลำบาก
มันครุ่นคิดคำนวนภายในจิตใจของตนเองว่า ชีวิต
ของคนทั้งห้า เมื่อเทียบกับการได้ครอบครอง
เทือกเขาครามแล้ว นับว่าเป็นการเสียสละที่ไม่สูญ
เปล่า
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ในเวลานี้ กระชับ เถาวัลย์
แหวกเมฆา ในมือแน่น จากนั้นก็แผดเสียงตะโกน
ดังลั่นใส่ เจียงเซี่ย ว่า ” ข้าล่วงรู้ดีว่า ข้าผู้นี้ได้ลง
มือสังหารญาติสนิท บุตรชาย และ ศิษย์ของ
ประมุขเจียงไปหลายต่อหลายคน แต่ข้าก็ล่วงรู้อีก
เช่นกัน ว่าประมุขเจียง หาได้ใส่ใจในเรื่องนี้ไม่
เนื่องจากว่ามันผู้นี้มีจิตใจอำมหิตเฉกเช่นสัตว์
เดรัจฉานก็ไม่ปาน จะมาเข้าอกเข้าใจความรู้สึก
ของมนุษย์ ได้เยี่ยงไรกันเล่า? อย่างไรก็ตามตัวเจ้า
เป็นถึงประมุขพรรค แต่กลับละทิ้งชีวิตของสาวกผู้
มากด้วยพรสวรรค์นับพันอย่างไม่แยแส เจ้ากำลัง
หยอกล้อข้าเล่นอยู่ ใช่หรือไม่? หากข้าเดาไม่ผิด
ท่ามกลางสาวกเหล่านี้ ล้วนแต่มีแต่ญาติพี่น้องกัน
ทั้งนั้น แต่กระนั้นเจ้ากลับยังไม่แยแส เจ้านี่มันเป็น
ประมุขพรรคที่เดรัจฉานจริงๆ กระทั่งศิษย์เหล่านี้
เจ้าก็ยังไม่เหลียวแล?
คำกล่าวของ อู่ อวี้ คือคำดูถูกถากถาง นอกจากนี้
ยังถือเป็นการข่มขู่คุกคามไปด้วยในตัว เวลานี้
เถาวัลย์แหวกเมฆา มัดพันอยู่รอบลำคอของเหล่า
สาวกทุกผู้คน พวกมันพากันคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า
ของ เจียงเซี่ย หากเขาออกแรงเพียงเล็กน้อย
ศีรษะของเหล่าสาวกนับพันจะขาดกระเด็นทันที
ในเวลานี้พวกมันสัมผัสได้ถึงวิกฤตร้ายแรง วิกฤต
แห่งความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา พวกมันรู้สึก
หวาดกลัวจนฉี่แทบเล็ดราด แต่พวกมันทำได้เพียง
ร้องขอความเมตตาจาก เจียงเซี่ย เพื่อหาหนทาง
ช่วยชีวิตพวกมัน
” อู่ อวี้ ข้าไม่ได้พบเจอท่านเพียงไม่นาน กลับ
เติบโตแข็งแกร่งขึ้นถึงเพียงนี้แล้ว” จิ่วเซียน ที่อยู่
ท่ามกลางหมู่เมฆมาปรากฏตัวออกมาให้เห็นอย่าง
เลือนราง ถึงแม้จะมีผ้าปกคลุมใบหน้าอยู่ แต่
ดวงตาคู่ลึกล้ำของนาง ทำให้จิตใจของ อู่ อวี้ สั่น
สะท้าน
” แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า ปีศาจเฒ่า?” แน่นอนว่า
อู่ อวี้ เกลียดชังนาง ถึงแม้เขาจะยังไม่รู้เจตนา
แท้จริงของนางก็ตาม แต่นางก็เป็นต้นเหตุหลักใน
การทำลายล้าง นิกายกระบี่สวรรค์
” ท่านพูดเช่นนี้กับจิ่วเอ๋อได้เยี่ยงไร จิ่วเอ๋อไม่พอใจ
แล้วนะ” จิ่วเซียน ซึ่งกำลังยืนอยู่ด้านหน้าทุกคน
แสดงสีหน้าแง่งอนไม่พอใจ
อู่ อวี้ ใช้ภาพจำลองหัวใจวานร มันช่วยให้จิตใจ
ของตนเองสงบนิ่งลง ทำให้เขาไม่ได้รับผลจาก
เสน่ห์ยั่วยวนของนาง เขาหันไปมอง เจียง เซี่ย
พร้อมกับกล่าวอย่างมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวขึ้นว่า ” ข้าให้
เวลาเจ้าสามลมหายใจ ภายในสามลมหายใจนี้ จง
พาคนของเจ้าออกจาก ค่ายกลหมื่นกระบี่ ซะ มิ
เช่นนั้น ข้าจะสะบั้นศีรษะของคนนับพัน ที่อยู่ที่นี่
ทิ้งเสียให้สิ้น! เจียงเซี่ย ชีวิตของเจียงติง และ ตง
ฟางชิงหัว เจ้าอาจสามารถละเลยได้ แต่ชีวิตของ
สาวกหลายพันคนนี้ คืออนาคตของ พรรคจง
หยวน เจ้าไม่สามารถทำตามความปรารถนา ที่
เห็นแก่ตัวของตนเองได้เสมอไป เจ้าคงไม่ได้ใจแข็ง
ไร้ความรู้สึก ใช่หรือไม่?
เหล่าผู้อาวุโสจากพรรคจงหยวน รู้ดีว่า อู่ อวี้
ต้องการกดดันพวกมัน!
แต่ถ้าหากนี่เป็นเพียงการหยอกล้อ ก็ถือเป็นการ
หยอกล้อที่เหี้ยมโหดอำมหิตอย่างมาก!
“หนึ่ง!”
เมื่อ อู่ อวี้ ตะโกนนับด้วยเสียงที่ราวกับอัสนีฟาด
ผ่าลงมา เฟิง ซัวหยา กับ เหล่าผู้อาวุโส จึง
สามารถอาศัยจังหวะนี้พักฟืนร่างกายตนเอง ใน
เวลานี้คนทั้ง 9 ต่างพยายามฟืนฟูตนเองอย่าง
สุดกำลัง เมื่อสายตาของพวกเขาจับจ้องไป แลเห็น
ภาพของ อู่ อวี้ ทำให้พวกเขารู้สึกโล่งใจอย่างยิ่ง!
เจียงเซี่ย ไม่สามารถทนนิ่งเฉยอยู่ได้อีกต่อไป
อู่ อวี้ แสดงท่างทางเย้ยหยัน พร้อมกับชู เถาวัลย์
แหวกเมฆา ขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขา
เตรียมพร้อมที่จะกระตุกมันทุกเมื่อ
เดิมที อู่ อวี้ สังหาร ตงฟาง ชิงหัว และ เจียงติง
โดยไร้ซึ่งความแยแสอยู่แล้ว ด้วยเหตุผลนี้แสดงให้
เห็นถึงการตัดสินใจอันเด็ดขาดแน่วแน่ของเขา
ความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวในการสังหาร ได้ตราตรึงฝัง
ลึกลงไปในจิตใจของทั้ง 3 กองกำลัง หากดูจาก
ตัวตนของเขาในปัจจุบันแล้ว มีความเป็นไปได้ถึง
9 ใน 10 ส่วน ที่เขาจะสังหารสาวกนับพันนี้!
เจียงเซี่ย ยังคงลังเล แต่เหล่าผู้อาวุโสรอบข้างมัน
และ เหล่าสาวกของ พรรคจงหยวน ที่อยู่ด้านนอก
ซึ่งกำลังรอโจมตีอยู่ ต่างมีญาติพี่น้องที่ถูกแขวนคอ
ไว้อยู่เบื้องหน้าเช่นนี้ แน่นอนว่าทุกคนไม่ได้
เลือดเย็นเหมือนดั่ง เจียงเซี่ย อย่างน้อยผู้อาวุโสที่
อยู่รอบกายของมันในเวลานี้ ต่างหันมาชี้แนะแก่
เจียงเซี่ย
“ท่านประมุข!”
“ท่านประมุข!”
สาวกมากมายของ พรรคจงหยวน ต่างคุกเข่าอ้อน
วอนต่อ เจียงเซี่ย
“ท่านประมุข ได้โปรดไตร่ตรองข้อเสนอของ อู่ อวี้
อีกครั้งด้วย!”
“ท่านประมุข!”
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็นับ สอง ดังสะเทือนเลือนลั่น!
โลหิตภายในกายของทุกคนเดือดพล่าน!
สาวก นิกายกระบี่สวรรค์ จ้องมองไปยังร่างของ อู่
อวี้ ด้วยดวงตาลุกโชน พวกเขาเชื่อมั่นในตัวของ อู่
อวี้ เป็นอย่างยิ่ง แค่เพียงไม่กี่ปี จะมีผู้ใดคาดคิดว่า
อู่ อวี้ ซึ่งเคยเป็นศิษย์รับใช้ เป็นตัวตนอันเล็กจ้อย
จะสามารถกอบกู้สถานการณ์ของนิกายได้!
“ท่านประมุข!”
ผู้อาวุโสไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากพา เจียงเซี่ย
ออกจากค่ายกลหมื่นกระบี่ ซึ่ง เจียงเซี่ย ก็คง
ยินยอมด้วย มิเช่นนั้นมันคงไม่ถูกพาตัวออกไป
อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ เมื่อพวกมันจากไป แรง
กดดันต่อ ค่ายกลหมื่นกระบี่ ก็ลดลงอย่างมาก เมื่อ
เฟิง ซัวหยา กับ ผู้อาวุโส เห็นดังนั้นพวกเขาก็ไม่
รีรอให้เสียเวลา พวกเขารีบอาศัยจังหวะนี้ฟืนฟู
ร่างกาย และ ฟืนฟูค่ายกลหมื่นกระบี่ ให้กลับมา
อีกครั้ง
เมื่อเห็นเช่นนั้น จิ่วเซียน และ ปีศาจเจ็ดทะเลแดง
ก็ย้อนกลับออกไปเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จิ่
วเซียน เดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของ เจียงเซี่ย
พร้อมกับยิ้มเยาะแล้วกล่าวว่า “เจียง เซี่ย ท่านนี่
ปอดแหกเสียจริง ช่างน่าอับอาย ท่านไม่เข้าใจ
เจตนาที่แท้จริงของ อู่ อวี้ หรืออย่างไร? ข้ากล้า
พูดเลยว่า ถึงแม้เขา จะสังหาร เจียงติง กับ เจียงจี้
แต่แน่นอนว่า เขาไม่อาจลงมือสังหารผู้บริสุทธิ์นับ
พันได้ในคราเดียวแน่”
“ใช่… ” เจียงเซี่ย ก็คิดเช่นเดียวกัน
“อู่ อวี้ ภาคภูมิใจทั้งยังยึดถือเส้นทางแห่งความ
ถูกต้อง จนลึกเข้าไปถึงกระดูก มันไม่มีทางทำ
เช่นนั้นแน่!”
เจียงเซี่ย จ้องมองไปยัง ค่ายกลหมื่นกระบี่ อีกครั้ง
นัยน์ตาของมันส่องประกายแสงแห่งความชั่วร้าย
ขึ้น
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ