กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1603: หลุมศพมหาจักรพรรดิไร้ชีวา
อู่ อวี้ สนใจเป็นอย่างมากว่าผู้ใดที่เข้ามาใกล้ สุดท้ายเขา
ก็พบว่าคนผู้นั้นก็คือ ‘จักรพรรดิปีศาจราชันนภา’ ซึ่งร่าง
จริงของมันก็คือดาวมฤตยูราชันนภาเป็นดวงดาราขนาด
ยักษ์ แสงดาราสีม่วงฝ่าม่านหมอกเข้ามาใกล้ เห็นได้ชัด
ว่ามันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ค้นพบการมีอยู่ของหลุมศพมหา
จักรพรรดิไร้ชีวา
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อร่างอวตารของ อู่ อวี้ ค้นพบ อีกฝ่ายก็
ค้นพบร่างอวตารของเขาเช่นกัน
“ ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง! ”
ทันทีที่พบร่างอวตารดาวมฤตยูราชันนภาก็ตะคอกใส่
อย่างรวดเร็ว ในไม่ช้ามันก็พบว่า ‘ อู่ อวี้ ‘ มีมากกว่า
หนึ่งร่าง ยิ่งไปกว่านั้นทุกร่างมีรูปหน้าตาเหมือนกันทุก
ระเบียบนิ้ว!
จึงทำให้มันรู้ว่านี่เป็นเพียงร่างอวตารของ อู่ อวี้
ถึงแม้จะเป็นเพียงอวตารดาวมฤตยูราชันนภาก็ไม่คิดจะ
ปล่อยไป ดาราสีม่วงสดใสพวยพุ่งเข้าใส่ร่างอวตารของ
อู่ อวี้ ในไม่ช้าร่างอวตารของเขาที่อยู่ใกล้ที่สุดก็สูญ
สลายหายไปอย่างรวดเร็วจากการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม
ไม่นานนักอีกฝ่ายก็ทะยานเข้ามาหา อู่ อวี้ ร่างจริง ที่
กำลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ เมื่อเห็นเช่นนั้นมันก็รู้ได้
ทันทีว่าเขากำลังบาดเจ็บอยู่
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะได้รับบาดเจ็บจากที่นี่
เช่นนั้นข้าขอชีวิตเจ้าแล้วกัน!” ดาวมฤตยูราชันนภา
อารมณ์ปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเห็นศัตรูตัวฉกาจของ
ตนเองบาดเจ็บเช่นนี้ มันรีบปลดปล่อยพลัง ‘กฎสวรรค์
กระบี่ดาราจองจำ’ อันน่าสะพรึงกลัวเข้าใส่ อู่ อวี้ ทันใด
นั้นปราณกระบี่สีม่วงสดใสจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งดิ่งลง
มาจากฟากฟ้าทั่วทุกทิศทาง
สภาพของ อู่ อวี้ ยามนี้ไม่สามารถเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้
อย่างดาวมฤตยูราชันนภาได้ โดยเฉพาะ ‘กฎสวรรค์
กระบี่ดาราจองจำ’ ของมันนั้นทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ต่อ
ให้เขาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ดีที่สุด เมื่อเจอกับพลังการ
โจมตีเช่นนี้ก็อาจจะได้รับบาดเจ็บ แต่สภาพในปัจจุบัน
ของเขาได้รับบาดเจ็บจากบอลวายุคมมีดเงิน ส่งผลให้
พลังการป้องกันของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องพึ่งพาเมฆาตลบฟ้าหลบหนีออกจาก
วงล้อมปราณกระบี่ม่วงจำนวนนับไม่ถ้วน หายตัวไปจาก
พื้นที่ดังกล่าวทันที
ที่สำคัญเมื่อเขาหายตัวไปกฎสวรรค์กระบี่ดาราจองจำซึ่ง
มุ่งเป้ามาที่เขาในตอนแรก ก็พุ่งเข้าสู่วงเวทย์เซียนกำเนิด
ภพบอลวายุคมมีดเงิน โดยที่จักรพรรดิปีศาจราชันนภา
ไม่สามารถควบคุมมันได้แม้แต่น้อย ทันทีที่ปราณกระบี่สี
ม่วงจำนวนนับไม่พุ่งเข้าใส่บอลวายุคมมีดเงิน วายุคมมีด
เงินทั้งหมดของวงเวทย์เซียนกำเนิดภพก็โหมกระหน่ำ
โจมตีเข้าใส่มันทันที
วายุคมมีดเงินจำนวนนับไม่ถ้วนกระหน่ำโจมตีปกคลุม
ร่างดาวมฤตยูราชันนภาอย่างฉับพลัน ส่งผลให้ชั่ว
พริบตาทั่วร่างของดาราม่วงของถูกเฉือนตัดเต็มไปด้วย
บาดแผลจำนวนนับไม่ถ้วน
เห็นได้ชัดว่าแม้ว่าดาวมฤตยูราชันนภาจะมีพลังฝีมืออยู่
ในอาณาจักรราชันปีศาจเก้าสวรรค์ ก็ยังไม่สามารถ
ทะลวงผ่านเข้าใกล้วงเวทย์เซียนกำเนิดภพบอลวายุคม
มีดเงินได้ ดังนั้นมันจึงไม่สามารถเข้าใกล้หลุมศพมหา
จักรพรรดิไร้ชีวาได้เช่นกัน
หลังจากที่มันได้รับบาดเจ็บสาหัสจากวายุคมมีดเงิน มัน
ก็รีบหลบหนีด้วยความอับอายหายเข้าไปในหมอกอย่าง
รวดเร็ว
แม้ว่า อู่ อวี้ ต้องการจะไล่ติดตามมันไป แต่ก็ไม่สามารถ
ทำได้ เขาทำได้แค่เพียงอยู่ใกล้หลุมศพมหาจักรพรรดิไร้
ชีวาเพื่อศึกษาวงเวทย์เซียนกำเนิดภพต่อไป
สิ่งที่ อู่ อวี้ สงสัยอยู่ในตอนนี้คือเหตุใดร่างของมหา
จักรพรรดิไร้ชีวา ถึงได้ถูกปกป้องโดยวงเวทย์เซียน
กำเนิดภพ
โดยปกติแล้ววงเวทย์เซียนกำเนิดภพมีเพียงระดับ
จักรพรรดิหยกเท่านั้นมิใช่หรือที่สามารถจัดสร้างมัน
ขึ้นมาได้ หรือจักรพรรดิหยกเป็นผู้ลงมือจัดสร้างมันด้วย
ตนเอง?
เนื่องจากตอนแย่งชิงตราประทับราชันเทวะขั้นที่ 10 ใน
นรกหมื่นขุม จักรพรรดิหยกเป็นคนจัดสร้างวงเวทย์เซียน
กำเนิดภพนี้ด้วยตนเอง ต่างกันเพียงแค่วงเวทย์เซียน
กำเนิดภพตรงเบื้องหน้าของเขามีความรุนแรงยิ่งกว่าใน
ตอนนั้นมาก เมื่อเทียบกันแล้วความรุนแรงของวงเวทย์
เซียนกำเนิดภพในตอนนั้นเรียกได้ว่าเบาะ ๆ ไปเลย
หากวงเวทย์เซียนกำเนิดภพจักรพรรดิหยกเป็นคน
จัดสร้างมันด้วยตนเองจริง ๆ แล้วอะไรเป็นปัจจัย
เชื่อมโยงระหว่างจักรพรรดิหยกและสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์?
อู่ อวี้ ไม่สามารถคาดเดาได้ในตอนนี้ เช่นเดียวกับ
สถานการณ์ในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ ที่นี่เต็มไปด้วย
หมอกหนาทึบจนไม่อาจคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้น
สถานการณ์ในตอนนี้เขาทำได้แค่เพียงศึกษาหลุมศพ
มหาจักรพรรดิไร้ชีวาต่อไป จากนั้นก็พยายามเข้าใกล้
ขอบเขตเป็นครั้งที่สอง ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่สามารถทะลุ
ผ่านวงเวทย์เซียนกำเนิดภพบอลวายุคมมีดเงิน ด้วย
ความรุนแรงแข็งแกร่งในปัจจุบันของมันเป็นไปไม่ได้เลย
ที่เขาจะเข้าใกล้หลุมศพมหาจักรพรรดิไร้ชีวาผู้นี้
หนึ่งเดือนต่อมาเขาก็พยายามเข้าใกล้มันอีกเป็นครั้ง
ที่ 3 แต่แล้วอยู่ ๆ หลุมศพของมหาจักรพรรดิไร้ชีวาก็
หายไปต่อหน้าต่อตาของเขาเอาเสียดื้อ ๆ!
สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ ถึงกับอึ้งตะลึงไปชั่วขณะเลยทีเดียว
อยู่ ๆ หลุมศพมหาจักรพรรดิไร้ชีวาจะหายไปได้อย่างไร?
อาจกล่าวได้ว่าหลุมศพมหาจักรพรรดิไร้ชีวาเป็นภาพ
ลวงตาอีกเช่นนั้นหรือ หรือว่าหลุมฝังศพของจักรพรรดิ
ปีศาจที่อยู่ภายในสุสานจักรพรรดินิรันดร์จะสามารถ
เคลื่อนตำแหน่งได้ตลอดเวลา?
หากมันไม่ใช่ความจริง แล้วจะหาเหตุผลใดมาอธิบาย
เกี่ยวกับวงเวทย์เซียนกำเนิดภพ หรือถ้าหลุมศพ
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งอยู่
ตลอดเวลาจริง สำหรับผู้ที่ต้องการเปิดหลุมศพจักรพรรดิ
เหล่านี้ต้องเผชิญกับความยากลำบากกว่าที่คิดแน่นอน
อู่ อวี้ มิได้ไปจากตำแหน่งดังกล่าวทันที แต่เขากำลัง
ครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์เบื้องลึกที่
เกิดขึ้น
ในระหว่างที่กำลังคิดไม่ตกอยู่นั้น สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิด
ขึ้นกับเขาอีกครั้ง ดาวมฤตยูราชันนภาที่หลบหนีหายไป
ด้วยความอับอายก่อนหน้านี้มันกลับมาอีกครั้ง แล้วครั้ง
นี้มันไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มันยังพา ‘อสูรลาวาเทิด
หล้า’ มาด้วย ซึ่งหมายความว่าราชันปีศาจเก้าสวรรค์
สองตนมาที่นี่พร้อมกัน!
จักรพรรดิปีศาจราชันนภากับจักรพรรดิปีศาจเทิดหล้าได้
หายจากอาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้แล้ว หากพวกมันทั้ง
สองร่วมมือกัน อู่ อวี้ ย่อมไม่ใช่คู่มือของมันอย่างแน่นอน
เมื่อพวกมันทั้งสองมาถึงแล้วพบว่าหลุมศพมหา
จักรพรรดิไร้ชีวาหายไปแล้ว ก็รู้สึกฉงนสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นดาวมฤตยูราชันนภาก็กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ว่า “บัดซบ! พวกเรามาช้าไปจริง ๆ หลุมศพมหา
จักรพรรดิไร้ชีวาหายไปแล้ว เจ้าเด็กผู้นี้ต้องทำลายค่าย
กลแน่ ๆ แสดงว่ามันจะต้องเอาซากศพมหาจักรพรรดิ
ปีศาจไร้ชีวาออกไปแล้วเช่นกัน!”
อสูรลาวาเทิดหล้ามิได้สงสัยกับคำกล่าวของดาวมฤตยู
ราชันนภาแม้แต่น้อย หลังจากตกอยู่ในอาการอึ้งตะลึงไม่
นานพวกมันก็สังเกตเห็น อู่ อวี้ สำหรับพวกมันสิ่งนี้
พิสูจน์ได้ว่าการฝ่าทะลวงเข้าสู่ค่ายกลหลุมศพมหา
จักรพรรดิไร้ชีวาใช้เวลาไม่นาน
หลังจากคิดเองเออเองเป็นที่เรียบร้อย จักรพรรดิปีศาจ
ทั้งสองก็ร่วมมือกันปิดล้อม อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว
ถึงแม้พวกมันจะรู้อยู่แก่ใจว่า อู่ อวี้ มีความเชี่ยวชาญใน
การหลบหนีเป็นเลิศ และพวกมันก็ไม่มีทางจับตัวเขาได้
อย่างแน่นอน ถึงกระนั้นเรื่องนี้มันเกี่ยวกับหลุมศพ
จักรพรรดิปีศาจพวกมันจึงไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้
และพยายามปิดล้อม อู่ อวี้ อย่างเต็มกำลัง
กฎสวรรค์กระบี่ดาราจองจำระเบิดออกมาอีกครั้ง ปราณ
กระบี่สีม่วงสดใสจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นมา
ท่ามกลางเมฆหมอก สาดประเคนเข้าใส่ อู่ อวี้!
แต่อสูรลาวาเทิดหล้ากู่ร้องคำราม ฉับพลัน ‘กฎสวรรค์
ลาวาหลอม’ ก็ระเบิดตามมา เสาเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วน
พวยพุ่งลงมาจากฟากฟ้าตรงดิ่งเข้ามาหา อู่ อวี้
ทั้งสองร่วมมือจัดการ อู่ อวี้ ซึ่งเขาไม่อาจเผชิญหน้ากับ
พวกมันพร้อมกันตรง ๆ ทีเดียว 2 ตนได้ เขาจึง
จำเป็นต้องหลบหนีไปก่อนชั่วคราว ทว่าครั้งนี้เขาไม่ได้
หลบหนีด้วยเมฆาตลบฟ้า แต่ใช้เทียมฟ้าจรดดินย่อกดให้
ร่างเล็กลงแล้วเร่งรีบหลบหนีจากวงล้อมของคู่ต่อสู้อย่าง
รวดเร็ว
ขณะ อู่ อวี้ กำลังหลบหนีจากไปนั้น อสูรลาวาเทิดหล้าก็
ตวาดเสียงดังขึ้นว่า ” เจ้าเด็กน้อยเจ้ากล้าหลบหนีไปจาก
ข้างั้นรึ เวลานี้สหายมังกรของเจ้าจะต้องตกตายด้วย
น้ำมือของจักรพรรดิปีศาจอนันตกาลและจักรพรรดิ
ปีศาจไร้สิ้นสุด เมื่อใดที่จัดการกับเจ้าเทพมังกรตัวนั้น
แล้ว รายต่อไปก็คือเจ้า!”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินข่าวดังกล่าวเขาก็อดหน้านิ่วคิ้วขมวด
ไม่ได้ เขากำลังครุ่นคิดว่าอีกฝ่ายกล่าวเรื่องจริงหรือเท็จ
จักรพรรดิปีศาจราชันนภาเย้ยหยันแล้วกล่าวต่อ ” ใช่…
ถ้าเจ้าปล่อยไว้เช่นนี้ คาดว่าสหายมังกรของเจ้าจะต้อง
ทนทุกข์ทรมานอย่างไม่มีวันจบสิ้น เจ้าจะทนเห็นเขาตาย
เพราะเจ้าหรือไม่? ”
จักรพรรดิปีศาจสองตนต่างช่วยกันกล่าวข่มขู่ อู่ อวี้
หากสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวเป็นความจริงสถานการณ์ในตอนนี้
ของอู่จวินก็ไม่สู้ดีนัก แสดงว่าอู่จวินต้องการความ
ช่วยเหลือจากเขา ไม่เช่นนั้นอู่จวินจะต้องพบเจอกับ
ความทุกข์ทรมานอย่างเช่นพวกมันทั้งสองกล่าว
อีกอย่างเขาไม่ได้เจออู่จวินมานานแล้ว สิ่งที่พวกมันทั้ง
สองกล่าวจึงมีโอกาสเป็นไปได้
และถ้าเป็นเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็ไม่อาจเสี่ยงได้ อย่างน้อยเขา
ก็จะติดตามอีกฝ่ายไปดูให้แน่ใจ ยิ่งถ้าเขาเว้นระยะห่าง
จากศัตรูพวกมันก็จะไม่สามารถทำอะไรเขาได้แล้ว หาก
พวกมันตุกติกคิดโจมตีเขาจะใช้เมฆาตลบฟ้าหลบหนี
ทันที
“ถ้าสิ่งที่พวกมันเก่าเรื่องจริง ภาพฉากที่เขาเห็นอู่จวินถูก
สังหารก่อนหน้านี้ก็เป็นภาพลวงตา!”
นี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับ อู่ อวี้ เขาจำได้ชัดเจนว่าเห็นอู่จวิ
นถูกสังหารตกตายไปต่อหน้าต่อตา ตอนนั้นเขาทั้งโกรธ
ทั้งเจ็บแค้นเฝ้าตำหนิตนเองว่าเป็นเพราะเขา
ถ้าอู่จวินไม่ตายทุกอย่างก็ถือเป็นเรื่องดี
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงหนัก
แน่นกับดาวมฤตยูราชันนภาและอสูรลาวาเทิดหล้าว่า
“ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าก็นำทางไป พวกเจ้าต้องการ ‘ประตู
ทองสัมฤทธิ์ขนาดเล็ก’ ใช่หรือไม่?”
” เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว แต่เวลาผ่านไปเช่นนี้ เราก็
ไม่อาจยืนยันได้ว่าพวกเขาทั้งสามจะไปปรากฏตัวอยู่ที่ใด
อีก “อสูรลาวาเทิดหล้ากล่าวอย่างอู้อี้
” ข้าทำได้แค่เพียงบอกทิศทางโดยประมาณเท่านั้น”
ดาวมฤตยูราชันนภากล่าวแล้วชี้ไปยังทิศทางที่ว่า
อู่ อวี้ เหลือบมองไปที่ทิศทางนั้นพร้อมแค่นเสียงอย่าง
เย็นชา เขาไม่สนว่าพวกมันจะร่วมมือกันหรือไม่ เพียงแค่
รู้ทิศทางร่างอวตารของเขาก็สามารถค้นหาอู่จวินได้เร็ว
กว่าอีกฝ่ายแน่นอน
สำหรับตอนนี้เพียงแค่เขารู้ว่าอู่จวินอยู่ที่ไหนเป็นอย่างไร
ก็ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงแล้ว
ไม่ว่าอย่างไร อู่ อวี้ ต้องเร่งรุดไปพบอู่จวินโดยเร็วที่สุด
เพื่อไม่ให้อู่จวินต้องตกอยู่ในอันตรายมากกว่านี้
เขาจึงปลดปล่อยร่างอวตารนับล้านกระจายตัวออกไป
ตามหายังพื้นที่บริเวณรอบ ๆ ในขณะที่ร่างจริงใช้เมฆา
ตลบฟ้ามุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ดาวมฤตยูราชันนภากล่าว
ดาวมฤตยูราชันนภาและอสูรลาวาเทิดหล้า เมื่อเห็น อู่
อวี้ จากไปต่อหน้าต่อตาเพียงลำพังพวกมันก็อดไม่ได้ที่
จะตกตะลึง
แต่ในทันใดนั้นดาวมฤตยูราชันนภาก็กล่าวเยาะเย้ย
“ เห๊อะ! ไม่เป็นไร… ต่อให้พวกเราสองคนไม่ได้อยู่ที่นั่น
ด้วย ก็เป็นไปไม่ได้ที่มันทั้งสองจะได้เปรียบในการต่อสู้
แบบสองต่อสาม เมื่อไปถึงเมื่อนั้นกุญแจจะต้องตกอยู่ใน
มือของพวกเราอย่างแน่นอน ”
อสูรลาวาเทิดหล้าชูหัวขนาดใหญ่ของตนเองจากนั้นก็
หายเข้าไปในหมอกหนาพร้อมกับดาวมฤตยูราชันนภา
ไม่กี่วันต่อมา
อู่ อวี้ พยายามอย่างเต็มที่เพื่อค้นหาอู่จวินและราชัน
ปีศาจอีก สามตนที่เหลือ ในที่สุดสามวันต่อมา หนึ่งใน
ร่างอวตารของเขาก็พบตำแหน่งของอีกฝ่าย
ขณะนี้อู่จวินกำลังถูกปิดล้อมโดยจักรพรรดิปีศาจทั้งสาม
กิ่งก้านสาขาหนาแน่นของพฤกษาพิภพอนันต์รัดพันอู่จวิ
นท่ามกลางสายหมอกไว้อย่างสมบูรณ์ ร่างของมังกร
วิญญาณเซียนบรรพกาลครึ่งหนึ่งถูกตรึงไว้ด้วยโลหะสี
ทอง อีกครึ่งหนึ่งถูกเยือกแข็งด้วยสมุทรทมิฬไร้สิ้นสุด
ส่งผลให้เขาประสบกับความทุกข์ทรมานอย่างสุดแสน
เมื่อร่างอวตารของ อู่ อวี้ ปรากฏกาย มันก็ดึงดูดความ
สนใจของจักรพรรดิปีศาจทั้งสามทันที
จักรพรรดิปีศาจไร้สิ้นสุด จักรพรรดิปีศาจอนันตกาล
และจักรพรรดิปีศาจหมื่นบรรพกาลต่างจับจ้องไปยังร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแข็งกร้าวว่า
” ในที่สุดเราก็สามารถเจรจากันได้เสียที จงส่งมอบที่
ประตูทองสัมฤทธิ์มา มิฉะนั้นเทพมังกรตนนี้จะตกตาย
โดยไร้ซึ่งซากศพให้กลบฝัง!”
จักรพรรดิปีศาจทั้งสามร่วมมือกันเพื่อปิดล้อมอู่จวิน ซึ่ง
ถือเป็นสถานการณ์เลวร้ายยิ่งสำหรับ อู่ อวี้ แทบเป็นไป
ไม่ได้เลยที่อู่จวินจะหนีรอดออกมาโดยไร้ซึ่งอันตรายใด ๆ
!
ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องเจรจาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
แม้จะต้องสูญเสียจี้ทองสัมฤทธิ์ แต่ชีวิตของอู่จวินก็
สำคัญยิ่งกว่า
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงปล่อยให้ร่างอวตารเจรจากับอีกฝ่าย ใน
ระหว่างเดียวกันร่างจริงของเขาก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้น
อย่างรวดเร็ว