กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1604: แลกเปลี่ยนจี้
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ในยามนี้กำลังเผชิญหน้ากับพวก
มันทั้งสาม
” เจ้าไม่ได้ยินหรือไร? รีบส่งจี้ทองสัมฤทธิ์มาให้พวกเรา
ไม่เช่นนั้นสหายของเจ้าจะต้องตกตาย อีกทั้งก่อนตาย
สหายของเจ้าจะต้องได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสน
สาหัส อย่าได้สงสัยความโหดเหี้ยมของเรา! ” ร่างของ
จักรพรรดิปีศาจหมื่นบรรพกาลเปล่งประกายแสงสีทอง
อะร้าอร่าม เมื่อภูผาทองหมื่นบรรพกาลอยู่ท่ามกลาง
หมอกหนาลึกทำให้มันดูโดดเด่นกว่าจักรพรรดิปีศาจตน
อื่น ๆ
มันข่มขู่ อู่ อวี้ ด้วยเสียงดังฟังชัด ขณะเดียว อู่ อวี้ ก็เห็น
ร่างของอู่จวิน ครึ่งหนึ่งปกคลุมไปด้วยโลหะ ซึ่งดูราวกับ
ว่ามันได้หลอกละลายไปกับร่างของมังกรวิญญาณเซียน
บรรพกาล!
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับอู่จวินนำความเจ็บปวด
มาให้แก่เขามากเพียงใด จักรพรรดิปีศาจหมื่นบรรพกาล
ใช้วิธีการดังกล่าวมาทรมานอู่จวิน เสมือนกับการนำ
โลหะเหลวร้อน ๆ ราดใส่เขา ไม่อาจจินตนาการได้ว่า
อุณหภูมิความร้อนนั้นสูงล้ำเพียงใด แม้แต่อู่จวินที่มีพลัง
ฝีมืออยู่ในระดับราชันเทวะเก้าสวรรค์ก็ยังไม่สามารถ
ทานทนได้ เขากรีดร้องโหยหวนออกมาด้วยความ
เจ็บปวด
อู่ อวี้ ถลึงตาเบิกกว้างแล้วร้องตะโกนกล่าวว่า “หยุด!”
ร่างอวตารของเขาคำราม แต่น่าเสียดายที่เป็นเพียงแค่
ร่างอวตารทำให้เขาไม่สามารถช่วยเหลืออันใดอู่จวินได้
เลย เขาทำได้เพียงเฝ้าอู่จวินถูกฝ่ายตรงข้ามทรมาน
จากนั้นสมุทรทมิฬไร้สิ้นสุดก็ระเบิดเสียงหัวเราะเยาะเย้ย
ออกมา ” ดูให้ชัด ๆ นี่คือสหายมังกรของเจ้า หาก
ต้องการให้มันรอดก็ส่งมอบจี้ทองสัมฤทธิ์มาให้พวกเรา
เสีย อย่าให้เราต้องกล่าวซ้ำเป็นครั้งที่สอง! ”
เวลานี้มีน้ำแข็งปกคลุมไปทั่วร่างของอู่จวิน มันยังคงบีบ
รัดกัดเซาะเนื้อหนังของเขา อุณหภูมิอันหนาวเหน็บซึม
แทรกซึมเข้าใส่ร่างกายของอู่จวิน ระดับความเย็นลดต่ำ
ชนิดที่เรียกว่าสามารถทำให้โลหิตและเนื้อหนังของเขา
แข็งตัว การทรมานนี้ทำให้อู่จวินแทบจะหมดสติ
ในเวลาเดียวกันอู่จวินก็ถูกเถาวัลย์สีเขียวไร้สิ้นสุดของ
พฤกษาพิภพอนันต์รัดตรึงร่างอย่างแน่นหนาจนไม่
สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้
สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้พวกมันทั้งสามสามารถทำ
อะไรกับเขาก็ได้ตามต้องการ ต่อให้อู่จวินต้องการจะ
หลบหนีก็ไม่สามารถทำได้
เมื่อเห็นอู่จวินถูกทรมานต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ความโกรธ
ของ อู่ อวี้ ก็พวยพุ่งออกมาจากดวงตาของเขา ร่าง
อวตารของเขากู่ร้องคำรามขึ้นทันที “หยุดเดี๋ยวนี้!!!
ไม่เช่นนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้รับจี้ทองสัมฤทธิ์!”
หลังจากที่เขาตะโกนเช่นนั้นออกไป อีกฝ่ายก็ยอมหยุด
มือจากการทรมานอู่จวินชั่วคราว แต่เป็นไปไม่ได้ที่พวก
มันจะปล่อยเขา
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์กล่าวอย่างเฉยเมย ” เช่นนั้นเจ้า
ก็ส่งมอบจี้ทองสัมฤทธิ์มา เมื่อนั้นเราถึงจะปล่อยมัน! ”
” นี่เป็นเพียงร่างอวตารของข้า เมื่อร่างจริงมาถึงเราค่อย
ยื่นหมูยื่นแมวกัน ”
ตอนนี้ร่างโคลนของ อู่ อวี้ เริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว
นั่นเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายหยุดทรมานอู่จวิน
อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายจำต้องหารือตกลงเงื่อนไข
” ข้ามีจี้ทองสัมฤทธิ์อยู่สองชิ้น ถ้ามอบให้เจ้าทั้งหมดใน
คราวเดียว จะเป็นเช่นไรหากเจ้าเล่นตุกติกไม่ยอมปล่อย
คนของข้า? ข้าไม่เชื่อคำพูดลม ๆ แล้ง ๆ ของเจ้า!” อู่
อวี้ รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะยอมปล่อยตัวประกัน
ก่อน นั่นเป็นเพราะพวกมันทุกคนรู้ดีว่าเขามี
ความสามารถในการหลบหนีมากเพียงใด ดังนั้นพวกมัน
จะไม่ยอมปล่อยโอกาสให้เขาช่วยชีวิตตัวประกันแล้ว
หลบหนีไปอีกอย่างแน่นอน
ดังนั้นพวกมันจำต้องให้เขายอมส่งมอบจี้ทองสัมฤทธิ์
ก่อน
แต่ถ้าอีกฝ่ายเปลี่ยนใจ อู่ อวี้ ก็ทำอะไรไม่ได้ ฉะนั้นเรื่อง
จะต้องตกลงกันให้ชัดเจนก่อน
“ แล้วเจ้าว่าอย่างไร?”
จักรพรรดิปีศาจไร้สิ้นสุดไต่ถาม อู่ อวี้ ขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่
แยแส บรรยากาศทั่วร่างของมันเต็มไปด้วยกลิ่นอายแรง
กดดันอันเย็นเยียบ
” เอาอย่างนี้แล้วกัน ข้าจะมอบที่ทองสัมฤทธิ์ให้กับพวก
เจ้าชิ้นหนึ่งก่อน เมื่อพวกเจ้าก็ปล่อยตัวประกัน ข้าก็จะ
มอบชิ้นที่เหลือให้ เจ้าเห็นด้วยหรือไม่?” อู่ อวี้ ร่าง
อวตารถาม
ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นเพียงวิธีเดียวที่สามารถยอมรับ
ได้ หากใช้วิธีอื่นมันจะไม่สมเหตุสมผลและอีกฝ่ายจะต้อง
ไม่ยอมรับอย่างแน่นอน
เมื่อได้ยินข้อเสนอจักรพรรดิปีศาจทั้งสามจึงปรึกษาหารือ
กัน หลังจากนั้นพวกมันก็พยักหน้าเห็นด้วย ” เช่นนั้นก็
ได้… เราจะรอจนกว่าร่างจริงของเจ้ามาถึง ครั้งนี้พวกเรา
จะยอมเชื่อใจเจ้าอีกครา หากเจ้ายังทำตัวไร้ยางอายอีก
ครั้งต่อไปจะไม่มีโอกาสเช่นนี้อีก ”
ถ้า อู่ อวี้ ยอมมอบจี้ทองสัมฤทธิ์ให้กับพวกมันพร้อมกัน
2 ชิ้น จะถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง พวกมันจะสามารถ
รู้ได้ทันทีว่าเขาจะต้องมีกลอุบายเล่ห์เหลี่ยมแฝงไว้แน่ ๆ
และอาจจะเป็นภัยคุกคามต่อกับมัน
เนื่องจากว่าเวลานี้ทุกคนเข้าไปอยู่ในสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์ จะมีอะไรรับประกันได้ว่าเรื่องเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นใน
อนาคต?
ถ้า อู่ อวี้ ตุกติกเล่นลูกไม้โดยทำเป็นมอบจี้ให้กับพวกมัน
แต่แล้วในที่สุดเขาก็หลบหนีไปพร้อมกับอู่จวิน ฉะนั้น อู่
อวี้ ต้องคิดเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน เพราะถ้าหากในอนาคตอู่จ
วินตกอยู่ในมือพวกมันอีกเขาควรจะทำเช่นไร
หลังจาก อู่ อวี้ กลับมารวมตัวกับอู่จวินอีกครั้งได้ก็จริง
แต่เขาคงไม่อาจแยกจากกับอู่จวินได้ง่าย ๆ แล้ว ภายใน
ม่านหมอกหนาทึบนี้ เขาจำเป็นต้องระวังตัวอยู่เสมอ
การปล่อยให้อู่จวินอยู่เพียงลำพังถือเป็นเรื่องอันตราย
มากเกินไป
“ตกลงตามนั้น!”
เมื่อร่างอวตารได้รับคำตอบ ร่างจริงของเขาก็รีบทะยาน
มายังทิศทางนี้ทันที
สามวันต่อมาในที่สุดร่างจริงของเขาก็มาถึง แลหินอู่จวิ
นถูกปิดล้อมด้วยจักรพรรดิปีศาจทั้งสามตน ร่างมังกร
เซียนวิญญาณบรรพกาลของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่
ในสภาพน่าสังเวชยิ่ง เมื่อเห็นเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็รู้สึกมีโทสะ
ไม่น้อย
ตอนนี้เขากระทำได้เพียงระงับความโกรธแค้นไว้ในจิตใจ
หากมีโอกาสสังหารจักรพรรดิปีศาจทั้งสามในอนาคต อู่
อวี้ ย่อมไม่เมตตาอย่างแน่นอน
” ข้ามาถึงแล้ว ผู้ใดจะเป็นคนเก็บจี้ทองสัมฤทธิ์? ข้าขอ
พูดไว้เลยว่า ผู้ที่ทำการแลกเปลี่ยนมีได้คนเดียวเท่านั้น!”
อู่ อวี้ อยู่ห่างจากอีกฝ่ายพอสมควร จากนั้นก็เอ่ยชี้นำให้
ฝ่ายตรงข้ามเลือกผู้ที่จะมารับจี้ทองสัมฤทธิ์
นี่คือการเดิมพัน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่ไว้วางใจผู้ใด
ทุกคนล้วนต้องการจี้ทองสัมฤทธิ์ แต่สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว
อู่จวินมีความสำคัญกว่ามาก หากมิใช่เพราะสถานการณ์
บีบบังคับ เขาไม่มีทางมอบจี้ทองสัมฤทธิ์ให้ฝ่ายตรงข้าม
อย่างแน่นอน
เห็นได้ชัดว่าพวกมันตกลงเรื่องนี้กันแล้ว ว่าจะให้ภูผา
ทองหมื่นบรรพกาลเป็นผู้เก็บจี้ทองสัมฤทธิ์ไว้
ท่ามกลางม่านหมอกทั้งสองฝ่ายต่างระมัดระวังตัวเป็น
อย่างยิ่ง
กล่าวได้ว่าในสถานการณ์ที่ไม่มีผู้ใดไว้วางใจใคร ทุก
ขั้นตอนล้วนต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง มิฉะนั้นแล้ว
หากประสบกับความสูญเสียคงยากจะฟื้นคืนกลับมาได้
ทั่วทั้งร่างของภูผาทองหมื่นบรรพกาลเปล่งประกายสี
ทองระยิบระยับ ไม่นานนักร่างขนาดใหญ่ของมันก็
เคลื่อนเข้ามาหา อู่ อวี้ พร้อมกล่าวด้วยเสียงดังฟังชัดว่า
” ส่งมอบจี้มา ”
อู่ อวี้ หยิบจี้อันหนึ่งออกมาอย่างระมัดระวัง
ในขณะนั้นเขาก็สังเกตการณ์เคลื่อนไหวและกลิ่นอาย
ของภูผาทองหมื่นบรรพกาลไปด้วย หากฝ่ายตรงข้ามคิด
เล่นตุกติกแม้แต่เพียงน้อยนิด เขาจะหลบหนีทันที แม้ว่า
อู่จวินอยู่ที่นี่แต่ถ้าเขาหลบหนีไปได้ ก็ยังมีโอกาสเจรจา
กับพวกมัน อย่างไรก็ตามหากพวกเขาทั้งสองตกอยู่ใน
เงื้อมมือของฝ่ายตรงข้าม เมื่อนั้นคงจบสิ้นจริง ๆ แน่
โชคดีที่ภูผาทองหมื่นบรรพกาลมิได้คิดจะเล่นตุกติก
ต่อมาเมื่อได้รับจี้ไปแล้ว มันก็หันหลังถอยกลับไป
เมื่อภูผาทองหมื่นบรรพกาลได้รับจี้ทองสัมฤทธิ์มันก็
แสดงท่าทางยินดีเล็กน้อย ซึ่งเป็นข้าพิสูจน์ยืนยันว่า อู่
อวี้ มิได้หลอกลวงพวกมัน ต่อไปก็เหลือแค่ให้สมุทรทมิฬ
ไร้สิ้นสุดรับจี้จาก อู่ อวี้ เป็นรายถัดไป
ไม่นานนักสมุทรทมิฬไร้สิ้นสุดซึ่งเปี่ยมไปด้วย
บรรยากาศหยินอันเข้มข้น ก็ปรากฏกายต่อหน้า อู่ อวี้
” ถือว่าเจ้าฉลาดไม่เบา แต่อย่าได้คิดเล่นตุกติกเด็ดขาด
จงส่งมอบที่ทองสัมฤทธิ์ชิ้นที่สองมา” จักรพรรดิปีศาจไร้
สิ้นสุดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
” ไม่ เจ้าต้องปล่อยสหายของข้าก่อน ”
อู่ อวี้ มิได้รีบร้อน พร้อมเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของ
จักรพรรดิปีศาจไร้สิ้นสุดตลอดเวลา จากนั้นก็เอ่ยขึ้น
อย่างเย็นชาว่า ” จี้ทองสัมฤทธิ์หนึ่งชิ้นไม่มีประโยชน์อัน
ใด ต้องรวมเป็นสองเท่านั้น ถึงจะเปิดหลุมศพจักรพรรดิ
นิรันดร์ได้ ตราบใดที่เจ้าปล่อยสหายของข้าโอกาสในการ
เปิดหลุมศพจักรพรรดิปีศาจก็จะตกเป็นของเจ้า”
แน่นอนแล้วสิ่งที่เขากล่าวนั้นโกหกทั้งเพ ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่
ทราบเรื่องนี้ และคิดว่า อู่ อวี้ เปิดหลุมศพจักรพรรดิ
ปีศาจไปแล้ว เมื่อได้ยินเช่นนั้นหัวใจของจักรพรรดิปีศาจ
ทั้งสามก็เต้นกระหน่ำในทันใด
เพียงชั่วอึดใจห้วงอารมณ์ของจักรพรรดิปีศาจทั้งสามก็
เริ่มพุ่งพล่านตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย เมื่อไม่นานมานี้ไม่ได้ยิน
ว่าดาวมฤตยูราชันนภาได้พบกับหลุมศพจักรพรรดิปีศาจ
แต่มันก็ไม่สามารถเปิดหลุมศพได้ อีกทั้งพวกมันยังไม่
ทราบว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นหลังจากนั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่า
เทพเซียนตัวน้อยผู้นี้สามารถเปิดมันไปแล้ว?
พวกมันเข้าใจเช่นนั้น ทั้งยังคิดว่าหากตนเองสามารถเปิด
หลุมศพจักรพรรดิปีศาจได้ มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่พวก
มันจะบรรลุสู่อาณาจักรจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์!
ความก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่นี้ดึงดูดใจจักรพรรดิปีศาจทั้ง
สามเป็นอย่างยิ่ง
น่าเสียดายที่พวกมันไม่รู้ว่า คำกล่าวของ อู่ อวี้ เป็นแค่
เรื่องเหลวไหลทั้งเพ
นอกจากนี้คำกล่าวของ อู่ อวี้ ยังทำให้อีกฝ่ายเสียสมาธิ
เล็กน้อย
เดิมทีพวกมันไม่คิดจะปล่อยอู่จวิน เพื่อแลกกับที่ทอง
สัมฤทธิ์ทั้งสอง
แต่สำหรับ อู่ อวี้ พฤกษาพิภพอนันต์ที่ต้องการจี้ทอง
สัมฤทธิ์ทั้งสอง ดังนั้นมันจึงมิได้สนใจเรื่องของอู่จวินมาก
นัก!
ท้ายสุดแล้วยามนี้มังกรวิญญาณเซียนบรรพกาลอยู่ใน
สภาพเป็นตายเท่ากัน ต่อให้ปล่อยไป เขาก็คงหลบหนีไป
ได้ไม่ไกลนัก
ตราบใดที่มันไม่ปล่อยตัวมังกรวิญญาณเซียนบรรพกาล
ไป อีกฝ่ายย่อมไม่มีทางมอบจี้ทองสัมฤทธิ์ให้แก่มันอย่าง
แน่นอน!
ด้วยเหตุนี้พฤกษาพิภพอนันต์จึงติดตามจักรพรรดิปีศาจ
ไร้สิ้นสุดมา แน่นอนก็มันหารือเรื่องนี้กับทั้งสองแล้ว และ
ตัดสินใจว่าจะปล่อยตัวอู่จวินไป
ขณะนี้สภาพของอู่จวินย่ำแย่เป็นอย่างยิ่ง ดูราวกับว่าต่อ
ให้ปล่อยตัวเขาไป เขาก็ไม่มีแรงแม้แต่จะหลบหนี เมื่อ
เถาวัลย์สีเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนจากต้นพฤกษาถูกคลาย
ออก ทันใดนั้นทั่วทั้งร่างของมังกรวิญญาณเซียนบรรพ
กาลก็ระเบิดพลังกฎสวรรค์อันไร้สิ้นสุด พร้อมพุ่งทะยาน
หลบหนีไปยังทิศทางของ อู่ อวี้ ทันที!
การระเบิดพลังอย่างกะทันหัน ทำให้จักรพรรดิปีศาจทั้ง
สามตกตะลึงจนไม่ทันได้ตั้งตัว
เมื่อพวกมันมีโอกาสตอบสนองอู่จวินก็มายืนอยู่ข้างกาย
อู่ อวี้ แล้ว ด้วยเหตุนี้การกระทำของ อู่ อวี้ จึงชัดเจนยิ่ง
ต่อให้ต้องตกอยู่ภายใต้การคุกคามจากอีกฝ่ายก็ตาม ทว่า
เขาก็ไม่มีทางส่งมอบจี้ทองสัมฤทธิ์ชิ้นที่สองให้กับอีกฝ่าย
อย่างแน่นอน
เขารีบเก็บจี้ทองสัมฤทธิ์ชิ้นที่สองลงไปในทันใด จากนั้นก็
พาอู่จวินหลบหนีออกไปด้วยเมฆาตลบฟ้า!
เดินที่สมุทรทมิฬไร้สิ้นสุดต้องการไล่ตามเขาไป แต่มันก็
ถูกขัดขวางโดยร่างอวตารที่อยู่รอบตัวของ อู่ อวี้ ชั่ว
ขณะนั้นกฎสวรรค์ร่างอวตารอันไร้สิ้นสุดได้ผสาน
รวมเข้าด้วยกัน ระเบิดเป็นพลังทำลายล้างอันมหาศาล
บดขยี้เข้าใส่สมุทรทมิฬไร้สิ้นสุดทันที
จักรพรรดิปีศาจไร้สิ้นสุดถูกบีบบังคับให้ถอยร่นไป เมื่อ
มันตอบสนอง อู่ อวี้ ก็พาอู่จวินหลบหนีไปแล้ว ฉับพลัน
มันก็กรีดร้องคำรามขึ้นทันทีว่า ” เจ้าเด็กบัดซบ ครั้ง
หน้าที่พบเจอกัน ข้าจะบดขยี้เจ้า ไม่ปล่อยให้เจ้ามีโอกาส
ร้องขอความเมตตาอย่างแน่นอน!”
เดิมทีพวกมันต้องการใช้โอกาสนี้ฉกฉวยจี้ทองสัมฤทธิ์ทั้ง
สองชิ้น แต่พวกมันได้รับมาเพียงหนึ่งเท่านั้น
ถึงแม้ความจริงอาจจะมิได้เป็นดั่งที่ อู่ อวี้ กล่าว แต่พวก
มันก็รู้สึกว่าจี้ทองสัมฤทธิ์ทั้งสองต้องรวมเข้าด้วยกันถึง
จะมีประโยชน์สูงสุด ทว่าตอนจบก็มิได้สวยงามอย่างที่
พวกมันวาดฝันไว้
จักรพรรดิปีศาจทั้งสามรีบรวมตัวพูดคุยหารือกันทันที
ว่าถ้ามันจับอู่จวินได้อีกครั้ง พวกมันจะไม่ยอมเชื่อใจ อู่
อวี้ ง่าย ๆ
ขณะเดียวกัน อู่ อวี้ ก็พาอู่จวินหลบหนีไปยังสถานที่
ปลอดภัยในสายหมอก จากนั้นก็เริ่มรักษาอาการบาดเจ็บ
ของเขา
แม้จะเห็นว่าอู่จวินระเบิดความแข็งแกร่งหลบหนีมาทาง
อู่ อวี้ แต่ความจริงแล้วเส้นชีพจรของเขาก็ได้รับความ
เสียหายอย่างร้ายแรง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพักฟื้นให้
ร่างกายกลับคืนสภาพเดิม
“ อู่ อวี้ ขออภัยด้วย เป็นเพราะข้าติดอยู่ในกับดัก เจ้า
ถึงสูญเสียจี้ทองสัมฤทธิ์ไปเช่นนี้” ตอนนี้อู่จวินโทษว่า
เป็นความผิดของตนเอง ไม่เพียงแต่ร่างกายของเขาจะ
ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่จิตใจของเขาก็เจ็บปวดอย่างสุด
แสนเช่นกัน
” อย่าได้คิดเช่นนั้น แค่ท่านปลอดภัยก็ดีมากแล้ว
มิฉะนั้นข้าคงเสียใจไปตลอดชีวิต! อีกอย่างจี้ก็หายไปแค่
อันเดียว หากมีโอกาสข้าย่อมฉกฉวยมันกลับมาได้อย่าง
แน่นอน!” อู่ อวี้ ยิ้ม พร้อมแสดงท่าทางว่าไม่เป็นไร
เมื่อได้ยินเช่นนั้นอู่จวินก็โล่งใจ คิดว่าตนเองไม่ได้มอง อู่
อวี้ ผิดไปจริง ๆ
—————————