กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1606: พิสูจน์ให้เห็น
แม้แต่ อู่ อวี้ เองก็ถึงกับผงะ ด้วยไม่คาดคิดว่านอกจาก
จักรพรรดิปีศาจตัวปลอมทั้งห้าแล้ว ยังมีเขากับอู่จวินตัว
ปลอมอีกด้วย
อู่ อวี้ เคยเห็นอู่จวินตัวปลอมมาก่อน แต่ตอนนั้นเมื่อเขา
รู้ด้วยเนตรเพลิง ก็จัดการบดขยี้มันจนสูญสลายหายไป
ทว่ายามนี้อู่จวินตัวปลอมได้ปรากฏขึ้นจากสายหมอกอีก
ครั้ง …
หากไม่มีเนตรเพลิง อู่ อวี้ ก็ยังคงต้องสงสัยว่าอู่จวินที่อยู่
ข้าง ๆ เขานั้นเป็นตัวจริงหรือตัวปลอมกันแน่
ตอนนี้อู่จวินที่อยู่ข้าง ๆ เขามองการปรากฏตัวของ ‘อู่
อวี้’ กับ ‘อู่จวิน’ ที่อยู่เบื้องหน้า เขาก็อดทอดถอนหายใจ
ออกมาอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมกล่าวด้วยอารมณ์
ความรู้สึกซับซ้อนว่า ” ข้าสงสัยว่าเจ้าเป็นตัวจริงหรือไม่
แต่ข้าเชื่อว่าเป็นเจ้าแน่ ๆ ”
นี่คือความไว้วางใจล้วน ๆ อู่จวินไม่มีเนตรเพลิง
เช่นเดียวกับเขาจึงไม่สามารถแยกแยะว่าร่างไหนเป็นตัว
จริงหรือเท็จ แต่เขาเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่า อู่ อวี้ ที่อยู่
ข้าง ๆ เขาเป็นตัวจริง ตลอดสิบปีที่ผ่านมาพวกเขาใช้
ชีวิตอยู่ร่วมกันภายใต้หมอกหนาทึบ เขาจึงมั่นใจอย่าง
ยิ่งยวดว่านี่คือ อู่ อวี้ ตัวจริง
หากไม่ใช่ตัวจริง อู่ อวี้ จะปล่อยให้เขารักษาอาการ
บาดเจ็บเป็นเวลาสิบปีได้อย่างไร โดยไม่มีความผิดปกติ
แม้แต่น้อย
ร่างที่ถูกสร้างขึ้นด้วยหมอกเหล่านี้มีเจตนาไม่ดีต่อพวก
เขา และต้องแยกแยะความแตกต่างระหว่างความจริง
เท็จ ซึ่งเวลานี้จักรพรรดิปีศาจทั้งห้ากำลังตกอยู่ในความ
สับสนวุ่นวาย
อีกทั้งการปรากฏตัวของ อู่ อวี้ กับอู่จวินตัวปลอมยังทำ
ให้ภาพเหตุการณ์เกิดความสับสนมากขึ้น
“เป็นเจ้า!”
นอกจากจักรพรรดิปีศาจไร้ที่สิ้นสุดที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
จนต้องหลบหนีจากไป จักรพรรดิปีศาจที่เหลือทั้งสี่ตน
กับตัวปลอมอีก 5 ตนต่างแสดงท่าทางประหลาดใจ
ขณะมองมายัง อู่ อวี้ กับอู่จวินตัวปลอมที่เพิ่งปรากฏตัว
ทำให้พวกมันฉุกคิดจำได้ว่าจี้ทองสัมฤทธิ์อีกชิ้นอยู่ที่ อู่
อวี้!
ยามนั้น อู่ อวี้ กับอู่จวินหลบหนีจากเงื้อมมือของพวกมัน
ไปตลอด 10 ปี ที่ผ่านมาพยายามค้นหาเขาภายในม่าน
หมอก แต่ค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ
ทว่าเหล่าจักรพรรดิปีศาจไม่เคยลืม อู่ อวี้ ที่สำคัญเขา
ยังคงถือของจี้ทองสัมฤทธิ์อยู่ในตัวอีกหนึ่งชิ้น ซึ่งการทำ
ให้จี้แสดงประสิทธิผลจำต้องใช้สองชิ้นคู่กัน ด้วยเหตุนี้
พวกมันจึงยังไม่เลิกตามล่า อู่ อวี้
ซึ่งเกินความคาดหมายของพวกมันเป็นอย่างยิ่งที่อยู่ ๆ
ยามนี้อู่ อวี้ กับอู่จวินก็มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกมัน
” ไฉนอยู่ ๆ พวกเจ้าถึงปรากฏตัวอยู่ที่นี่? ” จักรพรรดิ
ปีศาจหมื่นบรรพกาลกล่าวขึ้นด้วยเสียงดังฟังชัด ใน
น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความระแวดระวังสงสัย
ปัจจุบันจักรพรรดิทั้งสี่กำลังโต้เถียงกับตัวปลอม ส่งผล
ให้สถานการณ์ก็สับสนอลหม่านมากพอแล้ว หากเวลานี้
อู่ อวี้ กับอู่จวินฉวยโอกาสสร้างปัญหา พวกมันจะต้อง
สูญเสียอย่างหนัก!
ถึงกระนั้นเมื่อมันเห็น อู่ อวี้ สายตาของพวกมันก็ยังเต็ม
ไปด้วยความโลภ ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะจี้ทองสัมฤทธิ์ถูก
เก็บซ่อนไว้ที่ใดที่หนึ่งบนร่างของ อู่ อวี้ สำหรับพวกมัน
แล้วนี่คือเรื่องดึงดูดใจเป็นอย่างยิ่ง พวกมันสามารถ
ครอบครองจี้อีกชิ้นมาได้ บางทีพวกมันอาจจะเก็บเกี่ยว
กำไรได้เป็นกอบเป็นกำในสุสานจักรพรรดินิรันดร์แห่งนี้
ทว่าจนถึงปัจจุบันแม้พวกมันจะเข้ามาที่นี่พอสมควรแล้ว
พวกมันก็ยังไม่สามารถครอบครองเก็บเกี่ยวอะไรติดไม้
ติดมือได้เลย?
สำหรับพวกมันเวลาเพียงแค่ 10 ปีเป็นแค่เวลาที่ผ่านไป
ช่วงสั้น ๆ หากเทียบกับการฝึกฝนบำเพ็ญตนที่ต้องใช้
เวลาครั้งละหลายหมื่นหลายพันปีแล้วเวลาที่ผ่านไป
ดังกล่าวถือว่าเล็กน้อย หรือต่อให้เวลาผ่านไปหลายแสน
ปีสำหรับพวกมันก็เหมือนแค่ชั่วประกายหินเหล็กไฟ
เท่านั้น ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงไม่รีบร้อนอันใดมากนัก แต่
ไม่ว่าอย่างไรพวกมันจะต้องครอบครองจี้ทองสัมฤทธิ์ใน
มือของ อู่ อวี้ ให้จงได้
ปัจจุบันผู้ที่เหลืออยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมีจักรพรรดิปีศาจตัว
จริงสี่ตนและตัวปลอมห้าตน และพวกมันทั้งหมดกำลัง
จ้องมองไปยัง ‘อู่ อวี้’ กับ ‘อู่จวิน’ ตัวปลอมเป็น
เวลานานสองนาน ซึ่งไม่อาจทราบได้ว่าภายในใจของ
พวกมันกำลังคิดคาดคะเนอันใดอยู่
อย่างไรก็ตาม ‘อู่ อวี้’ กับ ‘อู่จวิน’ ตัวปลอมมีท่าทางสงบ
ผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง ราวก็ว่าไม่เห็นพวกมันอยู่ใน
สายตา แล้วก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายว่า “ข้า
บอกได้ว่าใครในพวกเจ้าเป็นของตัวจริงตัวปลอม!”
เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าวจักรพรรดิปีศาจทั้งเก้าต่างก็พา
กันประหลาดใจ
ซึ่งดูเหมือนว่าจักรพรรดิปีศาจตัวจริงทั้งสี่จะแสดง
ท่าทางประหลาดใจมากที่สุด แต่จักรพรรดิปีศาจตัว
ปลอมทั้งห้าก็แสดงละครได้แนบเนียนไม่เบา จนตัวจริง
ไม่สามารถจับพิรุธหรือข้อผิดพลาดใด ๆ จากมันได้
โดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบสนอง ‘อู่ อวี้’ ตัวปลอมมองตรง
ไปที่จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ตัวจริงแล้วกล่าวว่า
” จักรพรรดิปีศาจหมื่นบรรพกาลตนนี้เป็นตัวจริง!”
ทันทีที่เขากล่าวความเงียบก็ปกคลุมพื้นที่ไปครู่หนึ่ง
จักรพรรดิปีศาจหมื่นบรรพกาลไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่ามัน
เป็นตัวจริง แต่ก่อนที่มันจะแสดงท่าทางมีความสุข
ออกมาจักรพรรดิปีศาจตนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ ก็เริ่มลงมือ
ทันที กฎสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวสารพัดชนิดสาด
ประเคนเข้าใส่มันอย่างไม่ยั้ง!
จักรพรรดิปีศาจหมื่นบรรพกาลเพิ่งถูกปิดล้อมพร้อมกับ
จักรพรรดิปีศาจไร้สิ้นสุด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส จึง
เป็นไปไม่ได้ที่มันจะต้านทานการโจมตีจากจักรพรรดิ
ปีศาจจำนวนมาก
ทันใดนั้นมันก็เอ่ยขึ้นด้วยโทสะว่า ” ข้าคือจักรพรรดิ
ปีศาจหมื่นบรรพกาลตัวจริง พวกเจ้าเสียสติไปแล้วหรือ
อย่างไร? ”
เมื่อกล่าวเช่นนั้นออกไป มันก็นึกขึ้นมาได้ว่า อู่ อวี้ เคย
บอกว่ามันเป็นตัวจริง แต่จักรพรรดิปีศาจตนอื่น ๆ จะ
ยอมเชื่องั้นหรือ?
ในเวลานี้ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิปีศาจตัวจริงหรือตัว
ปลอม ทั้งหมดล้วนร่วมมือกันบดขยี้มัน
จักรพรรดิปีศาจหมื่นบรรพกาลกรีดร้องคำราม แต่การ
โจมตีนับไม่ถ้วนก็ยังคงกระหน่ำเข้าใส่มันไม่ยั้ง จนทำให้
มันถอยร่นไปอย่างต่อเนื่อง ที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นแม้กระทั่งภู
ผาทองหมื่นบรรพกาลตัวปลอมก็ยังโจมตีเข้าใส่มัน ด้วย
กฎสวรรค์ที่มันมักใช้อยู่เสมอ
สิ่งนี้ทำให้มันรู้สึกสิ้นหวังเป็นอย่างยิ่ง เพื่อรักษาชีวิตไว้
มันจำเป็นต้องใช้ไม้ตายก้นหีบ ทันใดนั้นร่างของภูผาทอง
หมื่นบรรพกาลก็เปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้า เพียงชั่ว
พริบตามันก็หลุดออกจากอาณาเขตการต่อสู้ พร้อมทิ้ง
ท้ายคำพูดก่อนจากไปไว้ว่า “ เจ้าจำข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ
แล้วเจ้าจะเสียใจ! ”
เมื่อสิ้นเสียงร่างของภูผาทองหมื่นบรรพกาลก็หายไปใน
สายหมอกอย่างสมบูรณ์
ส่งผลให้มีเพียงจักรพรรดิปีศาจแปดตนที่เหลืออยู่ และมี
สามตนเป็นจักรพรรดิปีศาจตัวจริง ส่วนจักรพรรดิปีศาจ
ไร้สิ้นสุดกับจักรพรรดิปีศาจหมื่นบรรพกาลต่างได้รับ
บาดเจ็บสาหัส และหลบหนีไปหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม
จักรพรรดิปีศาจที่เหลืออยู่ในที่แห่งนี้ คิดว่าพวกมันที่
หลบหนีไปเป็นตัวปลอม
เมื่อเห็นสิ่งเกิดขึ้น อู่ อวี้ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ด้านข้างก็ขมวด
คิ้ว
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนจักรพรรดิปีศาจตัว
ปลอม ต้องการแยกจักรพรรดิปีศาจตัวจริงทั้งห้าออกไป
ทีละตน แน่นอน อู่ อวี้ ก็ไม่ทราบว่ามันมีเป้าหมายอัน
ใด
อย่างไรก็ตามสัญชาตญาณบอกเขาว่า หากจักรพรรดิ
ปีศาจและ ‘อู่ อวี้’ ตัวปลอมทำสำเร็จ ผู้ที่จะประสบกับ
ภัยพิบัติเป็นรายต่อไปก็คือพวกเขา ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมี
เป้าหมายอันใด เขาไม่อาจปล่อยให้มันทำเช่นนี้ต่อไปได้
อู่ อวี้ จำเป็นต้องยืนหยัดหยุดยั้งแผนการของฝ่ายตรง
ข้าม
สุสานจักรพรรดินิรันดร์เต็มไปด้วยม่านหมอกหนาแน่น
ทั้งยังมีร่างปลอมคอยหลอกล่อผู้คนอีกด้วย ดังนั้น อู่ อวี้
จึงรู้สึกว่ากุญแจสำคัญที่จะทำให้เขาก้าวไปยังส่วนต่อไป
ได้คือตัวปลอมเหล่านี้
ขณะที่จักรพรรดิหมื่นบรรพกาลหลบหนีไป อู่ อวี้ กับอู่จ
วินตัวจริงก็ไม่รอให้ จักรพรรดิปีศาจอีกแปดตนที่เหลือ
กับ ‘อู่ อวี้’ แล้ว ‘อู่จวิน’ ตัวปลอมมีโอกาสได้กระทำอัน
ใดอีก ทันใดนั้นพวกเขาก็แสดงตนทันที
ด้วยเพราะตำแหน่งในปัจจุบันของเขาอยู่ไม่ห่างจากพวก
มัน ดังนั้นจักรพรรดิปีศาจทุกตนเลยเห็นเขาได้อย่าง
เด่นชัด
เมื่อเขาปรากฏกายขึ้น จักรพรรดิปีศาจจำนวนมากก็ตก
ตะลึงทันที
ก่อนที่ฝ่ายจะได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด อู่ อวี้ ก็ชิงกล่าวขึ้น
ทันทีว่า ” พวกเจ้าทุกคนถูกหลอก คนที่พวกเจ้าเพิ่ง
โจมตีไปจนได้รับบาดเจ็บสาหัสคือจักรพรรดิปีศาจตัว
จริง! จักรพรรดิปีศาจหมื่นบรรพกาลกับจักรพรรดิปีศาจ
ไร้สิ้นสุดที่เหลืออยู่ล้วนเป็นตัวปลอม! ”
“ ส่วนเจ้าพวกนั้นก็เป็นตัวปลอมเช่นกัน ข้าสามารถ
พิสูจน์ได้! ” อู่ อวี้ ชี้ไปทาง ‘อู่ อวี้’ กับ ‘อู่จวิน’ พร้อม
เอ่ยขึ้นอย่างไม่ลังเล
เมื่อ อู่ อวี้ กล่าวเช่นนี้ แน่นอนว่าจักรพรรดิปีศาจที่
เหลืออยู่ย่อมไม่เชื่อ
อย่างไรก็ตามเมื่อ อู่ อวี้ บอกว่าตนสามารถพิสูจน์
ข้อเท็จจริงได้ พวกมันก็พยายามระมัดระวังตัวและ
สับสนเล็กน้อย
“ เจ้าจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าเจ้าเป็นตัวจริง ” พฤกษา
พิภพอนันต์เอ่ยถามขึ้นเป็นตนแรก ปัจจุบันมันยังคง
รักษาความสงบมิได้หวั่นวิตกกังวลแม้แต่น้อย
อู่ อวี้ เหลือบมองมันแล้วกล่าวว่า ” ไม่ว่าข้าจะกระทำ
เช่นใด ตัวปลอมเหล่านี้ย่อมสามารถลอกเลียนได้ ทว่ามี
เพียงสิ่งเดียวที่มันไม่สามารถเอาออกมาได้ นั่นก็คือจี้ทอง
สัมฤทธิ์! ”
หลังกล่าวจบ อู่ อวี้ ก็หยิบจี้ประตูทองสัมฤทธิ์ขนาดเล็ก
ออกมา ท่ามกลางม่านหมอกประตูทองสัมฤทธิ์ไร้ซึ่งการ
ตอบสนองใด ๆ แต่มันยังคงเปล่งประกายแสงสีอันลึกลับ
เก่าแก่ ราวกับว่าภายในนั้นมีความลับถูกเก็บงำเอาไว้
อยู่
เมื่อเห็นจี้ประตูทองสัมฤทธิ์ขนาดเล็ก จักรพรรดิปีศาจอีก
สามตนที่เหลืออยู่ต่างเชื่อว่า อู่ อวี้ คือตัวจริง
เมื่อ อู่ อวี้ แสดงจี้ประตูทองสัมฤทธิ์ขนาดเล็ก ความโลภ
ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของจักรพรรดิปีศาจทั้งสาม ทว่า
ยามนี้มิใช่เวลาที่จะปล่อยให้อารมณ์เข้าครอบงำ หาก
เขาเปิดฉากโจมตี ‘จักรพรรดิปีศาจ’ ทั้งแปดตนคง
ร่วมมือกันบดขยี้พวกเขาอย่างแน่นอน เมื่อนั้นคงไม่ต้อง
ถามว่าเขาจะรอดไปได้หรือไม่
“ ตอนนี้ข้าเชื่อว่าเจ้าเป็นตัวจริง แต่สิ่งอื่นที่ที่เจ้ากล่าว
ไม่มีทางพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ ” ดาวมฤตยูราชัน
นภาเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา
มันเชื่อว่าเขาเป็นตัวจริง แต่เรื่องอื่นยังไม่แน่ชัด
มันไม่เชื่อคำกล่าวก่อนหน้านี้ของ อู่ อวี้ ว่าจักรพรรดิ
ปีศาจทั้งสองที่มันโจมตีเป็นตัวจริง
ซึ่งพฤกษาพิภพอนันต์กับอสูรลาวาเทิดหล้าก็คิดแบบนั้น
เช่นกัน ด้วยเหตุนี้พวกมันทั้งแปดจึงจับจ้องไปยัง อู่ อวี้
ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก
หาก อู่ อวี้ ไม่สามารถพิสูจน์คำพูดของตนเองได้ว่าเป็น
ความจริง จักรพรรดิปีศาจตัวปลอมก็จะก่อความวุ่นวาย
ต่อไป จนบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” เจ้าจะเชื่อ
ข้าหรือไม่มิใช่เรื่องสำคัญ แต่ตอนนี้พิสูจน์ได้แล้วว่าข้า
เป็นตัวจริง เช่นนั้นเรามาร่วมมือกันจัดการตัวปลอมทั้ง
สองแล้วค่อยว่ากันที่หลังดีหรือไม่?”
เขามองไปที่ ‘อู่ อวี้’ กับ ‘อู่จวิน’ ตัวปลอมพร้อมเสนอ
ความคิดเห็นกับจักรพรรดิปีศาจ ” ถ้าเจ้าเป็นจักรพรรดิ
ปีศาจตัวจริง จงร่วมมือกับข้าจัดการตัวปลอมทั้งสอง
เพื่อพิสูจน์ว่าเจ้าเป็นตัวจริง! ”
ก่อนที่ อู่ อวี้ จะแสดงตน เขาได้ขบคิดไตร่ตรองมาก่อน
แล้วว่าจะไม่ปล่อยให้ตนเองตกอยู่ในอันตราย
เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้จักรพรรดิปีศาจที่เหลืออยู่อีกสามตน
ก็รู้สึกว่ามันเป็นไปได้
เช่นเดียวกับ อู่ อวี้ พวกเขารู้สึกว่าจักรพรรดิปีศาจตัว
ปลอมเหล่านี้กับ ‘อู่ อวี้’ กับ ‘อู่จวิน’ มีเจตนาร้ายแอบ
แฝงอยู่ แต่เมื่อเทียบกับ อู่ อวี้ แล้ว พวกมันยินดีจัดการ
กับตัวปลอมเหล่านี้ก่อน
ท้ายสุดแล้วการดำรงอยู่ของตัวปลอมเหล่านี้ลึกลับมาก
เกินไป ทั้งยังสร้างความสับสนและอันตรายยิ่งแก่พวก
มัน!
อย่างไรเสียพวกมันก็ยังรู้ว่า อู่ อวี้ เป็นเทพเซียนบน
สวรรค์ซึ่งมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับราชันปีศาจเก้า
สวรรค์
แต่พวกมันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ ‘ตัวปลอม’ เหล่านี้เลยทั้ง
ยังสร้างความสับสนและปั่นหัวพวกมันด้วย
สิ่งที่ผู้คนกลัวมากที่สุดคือความไม่รู้ และจักรพรรดิปีศาจ
เหล่านี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน ดังนั้นจักรพรรดิปีศาจที่
เหลืออยู่อีกสามตนจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอของ อู่ อวี้
โดยเริ่มจัดการกับ ‘อู่ อวี้’ และ ‘อู่จวิน’ เป็นอันดับแรก
เมื่อ อู่ อวี้ กับจักรพรรดิปีศาจทั้งสามตัดสินร่วมมือการ
จัดการตัวปลอม ฉับพลันก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
อย่างกะทันหัน
ทันใดนั้นจักรพรรดิปีศาจตัวปลอม และ ‘อู่ อวี้’ กับ ‘อู่จ
วิน’ ตัวปลอมก็สลายเป็นม่านหมอกหายไป!
———————–