กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1607: ลูกทรงกลมทมิฬ
ภายในอาณาเขตการต่อสู้ ‘อู่ อวี้’ กับ ‘อู่จวิน’ และ
จักรพรรดิปีศาจตัวปลอมล้วนสูญสลายหายไปในสาย
หมอกสายหมอก
ตอนนี้เหลือเพียง อู่ อวี้ , อู่จวิน , จักรพรรดิปีศาจที่
เหลืออีก สามตนต่างมองหน้ากันและกัน
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าอยู่ ๆ พวกตัวปลอมจะหายตัวไป
เช่นนี้ ปล่อยให้พวกเขาทั้งสองเผชิญหน้ากับจักรพรรดิ
ปีศาจทั้งสาม
“ จี้ทองสัมฤทธิ์ควรอยู่ในมือหนึ่งในสามคนนี้ ” อู่จวิน
คาดเดา
อู่ อวี้ พยักหน้า ” ข้าเองก็คิดเช่นนั้น แต่ตอนนี้พวกเรา
มิใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันทั้งสาม ”
ปัจจุบัน อู่ อวี้ ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะสู้หรือไม่สู้
เมื่อตัวปลอมหายไปจนหมดสิ้น จักรพรรดิปีศาจทั้งสาม
ต่างก็มองหน้ากันและรู้ว่าที่เหลือทั้งหมดเป็นตัวจริง ใน
ไม่ช้าพวกมันก็แอบส่งสัญญาณกันอย่างลับ ๆ โดยยืน
ตำแหน่งเป็นรูปสามเหลี่ยมปิดล้อม อู่ อวี้ กับอู่จวินไว้
ตรงกลาง!
” เอาจี้ทองสัมฤทธิ์ออกมา ” อสูรลาวาเทิดหล้าตะคอก
ข่มขู่ด้วยเสียงที่ดังลั่น เปลวเพลิงลาวาไร้สิ้นสุดแผ่ขยาย
ออกห่อหุ้มปกคลุม อู่ อวี้
เช่นเดียวกับจักรพรรดิปีศาจอนันตกาลกับจักรพรรดิ
ปีศาจราชันนภา พวกมันทั้งสามปิดล้อม อู่ อวี้ พร้อมกัน
พลังกฎสวรรค์ที่แตกต่างกันของพวกมันทั้งสาม
ปลดปล่อยสาดประเคนเข้าใส่ อู่ อวี้ อย่างไม่ยั้งมือ!
กรณีนี้ อู่ อวี้ ไม่สามารถเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายได้
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วสังเกตอย่างระมัดระวัง เขา
ต้องการดูว่าเวลานี้จี้ทองสัมฤทธิ์อยู่ที่ใคร น่าเสียดายที่
เขาพยายามสังเกตมองเท่าใด ก็ไม่สามารถมองเห็นได้
เขายังมิอาจทราบได้ว่าจี้ทองสัมฤทธิ์อีกชิ้นอยู่กับ
จักรพรรดิปีศาจตนใดกันแน่
อีกฝ่ายก็ต้องการจี้ทองสัมฤทธิ์จากเขาเช่นกัน ด้วยเหตุนี้
เขาจึงถูกปิดล้อม
“ถอยก่อน”
ชั่วขณะที่พลังกฎสวรรค์นับไม่ถ้วนสาดประเคนเข้าใส่ อู่
อวี้ ก็รีบคว้าตัวอู่จวิน พร้อมใช้เทียมฟ้าจรดดิน หดย่อ
ร่างให้เหลือขนาดเล็กที่สุด หลบหนีออกจากวงล้อมศัตรู
ด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ
ตราบใดที่ อู่ อวี้ ย่อขนาดร่างกายให้หดเล็ก หลบหนีอยู่
ท่ามกลางสายหมอก ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะหาเขาพบอย่าง
แน่นอน
ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้สำหรับ อู่ อวี้ เขาไม่จำเป็นต้อง
หนีห่างจากอีกฝ่าย ควรจะติดตามเฝ้าดูการกระทำของ
พวกมันต่อไปน่าจะเป็นการดีที่สุด
เมื่อ อู่ อวี้ หลบหนีออกมาจากวงล้อมมันได้พลัง
อิทธิฤทธิ์ที่ปลดปล่อยออกมาด้วยความไม่พอใจของ
จักรพรรดิปีศาจทั้งสามก็อัดกระแทกลงบนพื้นที่ว่างเปล่า
จากนั้นก็ค่อย ๆ สลายหายไปกับสายหมอก
“ มันหนีอีกแล้ว ” อสูรลาวาเทิดหล้าดูกระวนกระวาย
อยู่ไม่น้อย
” เด็กผู้นี้ไม่ต่างจากแมลงวัน ไปไร้ร่องรอยดุจภูตผี
น่า บัดซบจริง ๆ ” จักรพรรดิปีศาจราชันนภากล่าว
อย่างเย็นชา ดูท่าทางมันจะอารมณ์เสียเอามาก ๆ พวก
มันปล่อยให้เทพเซียนตัวน้อยหลบหนีไปจากเงื้อมมือไป
ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่เขาเกือบจะตายแล้วแท้ๆ
จนถึงตอนนี้พวกมันยังหาวิธีจับตัว อู่ อวี้ ไม่ได้เสียที
จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวที่เขาแสดงให้เห็นก็คืออู่จวิน
” ถ้าเราสามารถจับเจ้ามังกรที่อยู่ข้างกายมันได้ แค่นี้เรา
ก็สามารถข่มขู่มันได้แล้ว จากนั้นเราก็หาวิธีป้องกันไม่ให้
มันหลบหนีไปได้อีก ” อสูรลาวาเทิดหล้าเสนอวิธีจัดการ
กับ อู่ อวี้ ซึ่งอาจเป็นวิธีที่จะทำให้พวกมันได้ครอบครอง
จี้ทองสัมฤทธิ์ก็เป็นได้
“ฝันไปเหอะ”
พฤกษาพิภพอนันต์กล่าวอย่างเย็นชา ” เจ้าพวกนั้นตัว
ติดกันแจไม่ยอมแยกจากกันไปไหน แล้วจะเอาโอกาส
ไหนไปจับตัวมัน หากพลาดโอกาสไป ในอนาคตจะยิ่ง
ยากขึ้นเรื่อย ๆ เราทำได้แค่เพียงสำรวจค้นหาต่อไป ข้า
ไม่เชื่อว่าเราจะไม่มีโอกาสเข้าไปในหลุมศพ! ”
” จักรพรรดิปีศาจอนันตกาล เจ้าเก็บจี้ทองสัมฤทธิ์นั้นไว้
ก่อน ขณะที่สำรวจพื้นไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็พบภูผาทอง
หมื่นบรรพกาลกับสมุทรทมิฬไร้สิ้นสุดเอง ” จักรพรรดิ
ปีศาจราชันนภากล่าวแนะนำด้วยน้ำเสียงเย็นชา
อู่ อวี้ ที่หลบซ่อนตัวอยู่ได้ฟังบทสนทนาเหล่านี้อย่าง
ชัดเจน
ซึ่ง อู่ อวี้ รู้แล้วว่าพฤกษาพิภพอนันต์เป็นผู้เก็บรักษาจี้
ทองสัมฤทธิ์เอาไว้ และพวกมันกำลังมองหาภูผาทอง
หมื่นบรรพกาลกับสมุทรทมิฬไร้สิ้นสุด เมื่อพวกมันทั้งห้า
มารวมตัวกันถึงจะปลดผนึกจี้ทองสัมฤทธิ์ได้อีกครั้ง
และหนึ่งในพวกมันถือเก็บจี้ทองสัมฤทธิ์ไว้กับตัวชั่วคราว
เพราะอย่างไรเสียแค่จี้ทองสัมฤทธิ์เพียงชิ้นเดียวก็ไม่
สามารถเปิดหลุมศพจักรพรรดิปีศาจหรือทำสิ่งอื่นใดได้
ถึงแม้จะดูเหมือนว่าจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าสมัครสมาน
สามัคคีร่วมมือกันเป็นอย่างดีแต่แท้จริงแล้วหาใช่เป็น
เช่นนั้นไม่ พวกมันแต่ละตนล้วนแสวงหาผลประโยชน์
ให้กับตนเอง ไม่สามารถเชื่อใจใครได้ ดังนั้นเพื่อความ
ยับยั้งชั่งใจพวกมันจึงเลือกที่จะปิดผนึกจี้ทองสัมฤทธิ์
โดยมีข้อแม้ว่าถ้าพวกมันอยู่กันไม่ครบห้าตนก็จะไม่
สามารถเปิดผนึกนี้ได้
ดังนั้นจักรพรรดิปีศาจอนันตกาล , จักรพรรดิปีศาจราชัน
นภา , จักรพรรดิปีศาจเทิดหล้า จึงเดินหน้าค้นหาพวก
มันอีกสองตนที่ยังเดินหลงอยู่ภายในหมอก
ระหว่างการค้นหาพวกมันยังคงพูดคุยสนทนากันเป็น
ระยะ ๆ ทำให้ อู่ อวี้ เข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายได้ใน
ช่วงเวลาสั้น ๆ ในช่วงสิบปีก่อนหน้านี้พวกมันทั้งห้า
กลับมารวมตัวกันเป็นครั้งคราวจากนั้นก็จะแยกย้ายกัน
ไปสำรวจพื้นที่อย่างไร้จุดหมาย และนับตั้งแต่ที่พวกมัน
หลงอยู่ในหมอกพวกมันพบเจอหลุมศพจักรพรรดิปีศาจ
เพียงแค่ 3-4 ครั้งเท่านั้น
ยังไงก็ตามเป็นเช่นเดียวกับตอนที่เขาบังเอิญพบเจอหลุม
ศพมหาจักรพรรดิไร้ชีวา หลุมศพเหล่านี้ถูกปกปักษ์
รักษาด้วยค่ายกลเซียนกำเนิดภพ ซึ่งพวกมันไม่สามารถ
เข้าใกล้ได้แม้แต่น้อยถึงแม้จะถือจี้ทองสัมฤทธิ์ไว้ในมือก็
ตาม
จากนี้พวกมันต้องพยายามตามหาจักรพรรดิปีศาจอีก
สองตน เพื่อรวมตัวกันโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันก็คอย
มองหา อู่ อวี้ ไปด้วยพลาง ๆ โดยมุ่งเน้นไปที่อู่จวิน
โดยเฉพาะ
ซึ่งพวกมันไม่มีทางรู้ว่าเวลานี้ อู่ อวี้ ย่อขนาดร่างกายจน
เล็กสุดสะกดรอยตามหลังพวกมันอยู่ห่าง ๆ ส่วนอู่จวินก็
พักผ่อนอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด ตอนนี้ อู่ อวี้ กำลัง
สะกดรอยตามฝ่ายตรงข้าม ฉะนั้นอู่จวินจึงช่วยอะไรได้
ไม่มากนัก
ส่วนเหตุผลที่ อู่ อวี้ พยายามติดตามพวกมันเป็น
เพราะว่า เขากำลังมองหาโอกาสเพื่อจะไขว่คว้าจี้ทอง
สัมฤทธิ์จากในมือของอีกฝ่าย
หากสามารถนำกลับมาได้ การผจญภัยไขว่คว้าหาสมบัติ
ในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ที่แท้จริงก็จะเริ่มต้นขึ้น
เขารักษาสถานภาพของเทียมฟ้าจรดดินโดยย่อขนาดให้
เล็กลงอย่างต่อเนื่อง จนอีกฝ่ายไม่สามารถสัมผัสได้ว่าถูก
เขาสะกดรอยตามมาอยู่ห่าง ๆ ภายในหมอกหนาทึบ ถึง
กระนั้นหากมิใช่เพราะพวกมันทั้งสามหยุดขึ้นไหวเป็น
ครั้งคราว แม้แต่เขาก็ยังยากที่จะไล่ตามพวกมันทัน
ขณะที่อยู่ท่ามกลางสายหมอก พวกมันก็พยายามมองหา
สิ่งอื่นไปด้วย
หลายปีผ่านไปไวเหมือนโกหก จักรพรรดิปีศาจทั้งสามก็
ยังไม่พบสิ่งใดเลย ระหว่างการเดินทางค้นหาพวกมันพบ
เจอแต่หมอกและหมอกเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นหลุมศพ
จักรพรรดิปีศาจ ,จักรพรรดิปีศาจไร้สิ้นสุด , จักรพรรดิ
ปีศาจหมื่นบรรพกาล ล้วนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
แต่ความคิดของจักรพรรดิปีศาจทั้งสามก็ยังมั่นคงไม่
เปลี่ยนแปลง
ทว่ามิใช่สำหรับ อู่ อวี้ เขารู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย เขารู้สึก
ว่าการตามพวกมันอยู่แบบนี้อาจทำให้เขาพลาดโอกาสดี
ๆ ไป
“ แต่ถ้าเราออกไปตอนนี้ การตามหามันพวกมันอีกคงไม่
ง่าย ไหนจี้ทองสัมฤทธิ์ที่ยังอยู่ในมือของพวกมัน เช่นนั้น
เราก็รอดูไปก่อนแล้วกัน ”
อู่ อวี้ ต่อต้านอารมณ์ความรู้สึกเบื่อหน่ายของตนเอง
แล้วก็เลือกที่จะติดตามอีกฝ่ายต่อไปอีกประมาณ 3 ปี
ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏขึ้นอยู่ตรงเบื้องหน้า!
สิ่งที่ปรากฏเป็นทรงกลมสีดำทมิฬดูลึกลับเป็นอย่างยิ่ง
รอบทรงกลมดังกล่าวไม่ได้ถูกปกป้องโดยค่ายกลเซียน
กำเนิดภพ เหมือนเช่นดั่งหลุมศพจักรพรรดิปีศาจที่
ปรากฏขึ้นภายในหมอกก่อนหน้านี้
ทรงกลมสีดำลึกลับนี้มีขนาดใหญ่กว่าหลุมฝังศพมากนัก
ท่ามกลางสายหมอกไม่สามารถเห็นขอบเขตไร้สิ้นสุดของ
มันได้ด้วยซ้ำ ยามนี้สิ่งที่เห็นแค่เพียงภาพเลือนราง
เท่านั้น รู้เพียงว่ามันเป็นทรงกลมสีดำขนาดใหญ่และดู
ลึกลับเป็นอย่างยิ่ง
พื้นผิวของทรงกลมสีดำสนิทเปล่งประกายมันวาวจาก
วัตถุโลหะลึกลับ โลหะนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่าง
แน่นอน เพียงมองแว๊บแรกก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่
ออกมาจากมัน
แน่นอนว่าทันทีที่เห็นจักรพรรดิปีศาจทั้งสามก็เกิดความ
สงสัยใคร่รู้ พวกมันค่อย ๆ เข้าใกล้ทรงกลมสีดำทมิฬนี้
อย่างช้า ๆ ขณะเดียวกัน อู่ อวี้ ก็ตามพวกมันไป ไม่
นานนักพวกมันก็สัมผัสได้ถึงรังสีอันตรายที่แผ่ออกมา
จากทรงกลมสีดำนี้
บนพื้นผิวโลหะลึกลับทรงกลมสีดำนี้มีลายเส้นโลหะที่ดู
เรียบง่ายลึกลับ ราวกับว่ามีวงเวทย์เซียนไร้ลักษณ์อยู่
มากมายไม่ถ้วนประทับอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังเป็น
วงเวทย์เซียนไร้ลักษณ์ระดับสูง ปกคลุมล้อมรอบทรง
กลมสีดำ
หมอกหนาทึบร่างจักรพรรดิปีศาจขนาดใหญ่ทั้งสามกับ
อู่ อวี้ สามารถมองเห็นทรงกลมสีดำได้เพียงทิศทางเดียว
เท่านั้น
แม้ว่าทรงกลมสีดำจะไม่ได้รับการปกป้องจากค่ายกล
เซียนกำเนิดภพ แต่พวกเขาก็สัมผัสได้ว่าสิ่งนี้น่า
สะพรึงกลัวยิ่งกว่าหลุมศพจักรพรรดิปีศาจ เพียงแค่ไม่รู้
ว่ามันคืออะไรเท่านั้น
จักรพรรดิปีศาจทั้งสามไม่ลงมือผลีผลามด้วยการโจมตี
เข้าใส่ทรงกลมสีดำหรือจะทำอะไรบางอย่างกับมัน พวก
มันเริ่มด้วยการด้อม ๆ มอง ๆ สำรวจสถานการณ์ โดยมี
อู่ อวี้ ติดตามอยู่ไม่ห่าง
เมื่อทรงกลมสีดำปรากฏขึ้น มันจึงทุ่มเทความสนใจส่วน
ใหญ่ไปที่ทรงกลมสีดำ โดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่า อู่ อวี้
สะกดรอยตามหลังพวกมันมา
พวกมันสนทนาหารือกันว่านี่คืออะไรกันแน่
” นี่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าสู่สุสานจักรพรรดิ
นิรันดร์ก็เป็นได้? หากทำลายมัน ม่านหมอกอาจจะสลาย
หายไป แม้กระทั่งหลุมศพจักรพรรดิปีศาจก็อาจจะ
ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเรา? ” อสูรลาวาเทิดหล้ากล่าว
ขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
” ขนาดหลุมศพจักรพรรดิปีศาจเรายังไม่มีปัญญาฝ่าเข้า
ไปได้ นับประสาอะไรกับลูกทรงกลมสีดำนี้ ” ดาวมฤตยู
ราชันนภากล่าวอย่างเย็นชา มันไม่ได้คาดหวังอะไรกับ
การปรากฏตัวของทรงกลมสีดำนี้มากนัก มันรู้เพียงว่ายิ่ง
มีโอกาสมากเท่าไหร่ความเสี่ยงก็ยิ่งตามมามากขึ้นเท่านั้น
และตราบใดที่มันสามารถประคองรักษาชีวิตของตนเอง
อยู่ได้จนถึงที่สุด มันก็จะเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ครอบครองสมบัติ
ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่ละโมบโลภมากเกินไป พยายามศึกษา
ทรงกลมสีดำนี้ก่อน โดยมุ่งเน้นไปที่การป้องกันอันตราย
ที่อาจเกิดขึ้นจากรอบตัว
แต่เมื่อตรวจสอบดูสักพักก็พบว่าทรงกลมสีดำที่ลอย
คว้างอยู่ท่ามกลางสายหมอก มิได้แสดงท่าทีว่ามี
อันตรายแต่อย่างใด ถึงกระนั้นพื้นผิวลายเส้นบนโลหะ
ทรงกลมสีดำก็สร้างบรรยากาศให้ดูอันตรายอยู่ไม่น้อย
หลังจากนั้นไม่นานพฤกษาพิภพอนันต์ก็กล่าวออกมา
ด้วยเสียงที่ดังลั่นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ” ดูนั่น
เจ้าลูกบอลสีดำมีทางเข้าด้วย! ”
จักรพรรดิปีศาจทั้งสามรีบรวมตัวไปยังทิศทางดังกล่าว
อย่างรวดเร็ว
อู่ อวี้ ก็ติดตามพวกมันไปด้วยเช่นกัน ไม่นานนักทุกคนก็
ได้เห็นทางเข้าอย่างที่พฤกษาพิภพอนันต์ได้กล่าวไว้
ทันใดทางเข้าที่อยู่บนพื้นผิวทรงกลมสีดำก็เปิดออก เมื่อ
มองไปยังด้านในเสมือนเป็นโพลงมืดดำสนิท
เมื่อทางเข้ามีอักษรสีแดงโลหิตขนาดใหญ่ถูกสลักไว้ว่า ”
ตำหนักเฝ้าสุสาน คนเป็นมิอาจย่างกาย !”
ตัวอักษรสีแดงโลหิตเผยให้เห็นบรรยากาศที่แปลก
ประหลาดชวนให้ผู้คนรู้สึกขนลุกขนพอง
แม้แต่จักรพรรดิปีศาจทั้งสามก็ยังสั่นเทาด้วยความกลัว
ขณะที่พวกมันยืนอยู่ตรงหน้าทรงกลมสีดำก็แสดงท่าทาง
ลังเล พวกมันรู้สึกได้ทันทีว่าสถานที่แห่งนี้ทั้งแปลกและ
อันตรายเกินไป ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าหากเข้าไปแล้วจะต้อง
พบเจอกับอันตรายใด ๆ บ้าง บางทีพวกมันอาจจะตก
ตายเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในนั้น
“ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือแล้วจะได้ลูกเสือมาได้อย่างไร?” อสูร
ลาวาเทิดหล้ากล่าวปลุกใจ เพียงชั่วครู่มันก็สามารถ
ตัดสินใจได้แล้ว สำหรับมันหากมันไม่สามารถกลายเป็น
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ได้ ก็ไม่สมควรที่จะเข้าใกล้หรือ
อยู่ให้ห่างเส้นทางนี้
เมื่อมันมาที่นี่และมีโอกาสเห็นกุญแจสำคัญในสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์ มันจะหัวหดถอยหลังกลับได้อย่างไร
———————-