กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 161 : การไลลา
การตายของ ซื่อ ฟางจี และ ฉี หยุนจี ทำให้
ปีศาจเจ็ดทะเลแดง อันโด่งดัง เหลือเพียงแค่สี่คน
เพียงเท่านั้น!
พวก เทียน อี้จุน เสิน เอ้อจุน ยู่ ซานจี และ อู่ เซิ่ง
จุน ที่เหลือ พวกมันใส่ผ้าคลุมทำให้ไม่สามารถมอง
ลอดเข้าไปเพื่อเห็นใบหน้าของพวกมันอย่างชัดเจน
แต่ถ้าหากไม่มีผ้าคลุมมาปกปิดอยู่ก็อาจจะเป็นไป
ได้ที่จะเห็นใบหน้าของพวกมันที่กำลังแสดงออกถึง
อับอายขายหน้าเป็นอย่างมาก!
พี่น้องของมันทั้งสามคนและเหล่าวิญญาณร้าย
ทั้งหลายของพวกมัน ต่างก็ต้องสิ้นท่าโดยฝีมือของ
อู่ อวี้ พูดตามจริงแล้ว ถึงแม้ว่าพวกมันจะสามารถ
บุกทะลวงเทือกเขาครามและได้ทรัพย์สมบัติตาม
ความต้องการของพวกมันแล้ว ถึงจะมีกองซากศพ
ทับถมอยู่เกลื่อนเทือกเขาครามแห่งนี้ แต่ทว่ายังไง
มันก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขสิ่งที่พวกมันเสียไป
แล้วได้
ตอนนี้พวกมันนั้นสูญเสียสิ่งต่างๆมากกว่า เจียง
เซี่ย เสียอีก!
ในทางตรงกันข้ามฝังปีศาจทั้งหลายนั้นยังไม่ได้
ประสบความเสียหายอันใดเลย
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือตั้งแต่ต้นจนจบ มันกลับถูกผู้
ฝึกตนรุ่นเยาว์เพียงคนเดียวจูงจมูกของพวกมัน
สำหรับการดำรงอยู่ของพวกมันเหล่าปีศาจเจ็ด
ทะเลแดงที่น่าเกรงขามแล้ว นี่ถือว่าเป็นความ
อัปยศอย่างร้ายแรง!
เกรงว่าภายในเทือกเขาครามจะได้ยินเสียงร้อง
คำรามของปีศาจเจ็ดทะเลแดงสี่คนที่เหลือ กระทั่ง
สามารถมองเห็นพลังวิญญาณร้ายที่แสนอันตราย
ในขอบเขตขนาดใหญ่นี้
หลังจากที่สังหาร ซื่อ ฟางจี สำเร็จ เขาก็ได้เร่งรีบ
หลบหนีออกมา การสังหารในครั้งนี้สำหรับเขาแล้ว
ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำให้ตัวเขาต้องรู้สึกตื่นเต้น
“ในที่สุดข้าก็สามารถสังหารผู้แข็งแกร่งขั้นหลอม
รวมลมปราณระดับที่เก้าได้สำเร็จ แต่ว่าต่อจากนี้
มันก็ไม่ง่ายเช่นนี้แล้ว”
“ครั้งนี้เป็นเพราะว่าได้ความช่วยเหลือจากท่าน
อาจารย์ในการที่จะเข้าไปสังหารมัน มิฉะนั้นมัน
จะต้องใช้เวลานานเป็นแน่”
อู่ อวี้ เข้าใจดีว่า นี่ไม่ใช่ความดีความชอบของเขา
เพียงผู้เดียว เบื้องหลังของเขายังคนมีพวก เฟิง
ซัวหยาเปิดทางให้เขาหลบซ่อนตัวและคอยกดดัน
ศัตรูเอาไว้อยู่ด้วย
ตอนนี้เขาได้ยินเสียงโห่ร้องมากมายและได้ยินเสียง
แสดงความยินดีให้กับเขา จากเหล่าสาวกของ
นิกายกระบี่สวรรค์ ถ้าหันกลับไปมองก็จะสามารถ
เห็นน้ำตาแห่งความปิติยินดีของพวกเขาได้ อู่ อวี้
ก็รู้สึกยินดีเช่นเดียวกันกับพวกเขา แต่เขายังรู้ดีว่า
นี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นต่อจากนี้จะต้อง
เผชิญกับศัตรูที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก!
ภายในค่ายกลหมื่นกระบี่นี้ เขาวางแผนที่สังหาร
ปีศาจอีกสี่ตนและผู้ฝึกตนนอกรีตอีกหนึ่งคน!
“ปีศาจเจ็ดทะเลแดงตายไปแล้วสาม แต่พวกมันยัง
ไม่ยอมแพ้!” อู่ อวี้ เห็นว่า เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต
ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับสิบทั้งสามกำลังล้อม
อู่ เซิ่งจุน ไว้อยู่ตรงกลาง เพื่อใช้มันเป็นเหยื่อล่อให้
อู่ อวี้เข้ามาโจมตี พวกมันอยู่ในตำแหน่งที่สามารถ
ช่วยเหลือกันได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่เข้าไป อู่
อวี้ สังหาร เขาอาจจะหนีได้หรือว่าไม่ได้เรื่องนี้เขา
ต้องลองเดิมพันดู
อีกด้านหนึ่งทางฝัง จิ่วเซียน ก็ยังคงอยู่ในตำแหน่ง
เดิม แต่เห็นได้ชัดว่าพวกปีศาจนั้นดูผ่อนคลาย
มากกว่า เอาเข้าจริง ดูเหมือนว่าการที่จะสังหาร
ปีศาจนั้นทำได้โดยง่ายหากมองอย่างผิวเผิน
“แต่ตำแหน่งของ จิ่วเซียน นั้นสามารถที่จะ
มองเห็นได้ง่าย และการมีอยู่ของนางทำให้กองทัพ
ปีศาจน่าเกรงขามยิ่งกว่ามาก!ถ้าหากคิดจะขับ
ไล่พวกมันให้ออกไปจากค่ายกลหมื่นกระบี่นี้
จะต้องเริ่มต้นจากจัดการ อู่ เซิ่งจุน!”
บางที ปีศาจเจ็ดทะเลแดง อาจจะคิดว่าการที่พวก
มันคอยระมัดระวังตัวอย่างเข้มงวดเช่นนี้ จึงคิดว่า
อู่ อวี้ อาจจะหันไปเล่นงานพวกปีศาจแทน แต่
ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ อู่ อวี้ ยังคงซ่อนตัวอยู่
รอบๆปีศาจเจ็ดทะเลแดงมาตลอด
ดูเหมือนว่าโลกทั้งใบนั้นเงียบสงัดลงเป็นชั่ว
ระยะเวลาหนึ่ง
ทุกคนต่างมองสถานการณ์รอบๆค่ายกลหมื่นกระบี่
ด้วยความกังวล!ถ้าหากอู่ อวี้ สามารถทำภารกิจนี้
สำเร็จ ชัยชนะของพันธมิตรไตรภาคีนี้ก็จะลดต่ำลง
ค่ายกลหมื่นกระบี่นี้ก็จะสามารถจัดการกับพวกมัน
ได้ แต่ถ้าหาก อู่ อวี้ ทำล้มเหลว เจียงเซี่ย ก็จะใช้
ตัว อู่ อวี้ มาแลกเปลี่ยนตัวประกันของมันกลับไป
ในตอนนี้ อู่ อวี้ มีค่ามากกว่าสาวกนับพันของ
พรรคจงหยวนเสียอีก
“ตอนนี้จะลังเลไม่ได้อีกแล้ว ถึงแม้ว่า เจียงเซี่ย จะ
ยังไม่ลงมือ แต่ยังไงค่ายกลหมื่นกระบี่ก็ต้อง
พังทลายลงไปอยู่แล้ว กระนั้น ข้าก็จำต้องจัดการ
ลดทอนกำลังของพวกมันให้จงได้”
ในใจของ อู่ อวี้ นั้น เกิดความมุ่งมั่นที่ไม่สามารถ
สั่นคลอนได้อยู่
ตอนนี้ในใจเขาร้อนดั่งไฟ เหมือนกับเป็นหมาปั่าที่
หิวโหยที่กำลังซุ่มรออยู่ภายในปั่ารอคอยจังหวะ
เข้าขย้ำเหยื่ออย่างเฉียบขาด!
เปั้าหมายของเขาก็คือ อู่ เซิ่งจุน ที่อยู่ภายในใต้
การปกปั้องจากเหล่าปีศาจเจ็ดทะเลแดงทั้งสาม
!
ในตอนแรกทุกคนต่างก็อยู่ในภาวะตึงเครียด
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ครึ่งชั่วยามผ่านไป หนึ่ง
ชั่วยามผ่านไป…….
ทุกคนเริ่มที่จะหมดความอดทน ทำไม อู่ อวี้ ถึงยัง
ไม่ลงมือสักที? ไม่รู้ว่าพวกมันจะต้องรอไปถึง
เมื่อไหร่? หรือว่า อู่ อวี้ อาจจะออกไปจากค่ายกล
หมื่นกระบี่นี้แล้ว?
พวกเฟิง ซัวหยา ใช้ค่ายกลหมื่นกระบี่นี้ปกปิด
ตำแหน่งของ อู่ อวี้ เหมือนกับเป็นปั่าเขาขนาด
ใหญ่ยากที่จะหาได้เจอ ถ้าหากว่า อู่ อวี้ นั้น
หลบหนีออกไปแล้ว มันก็อาจจะเป็นไปได้!
เหล่าปีศาจเจ็ดทะเลแดงทั้งสี่ ในตอนนี้กำลังดิ้นรน
อย่างถึงที่สุดเพื่อคอยให้ อู่ อวี้ เข้ามาติดเบ็ดของ
พวกมัน แต่ทว่าเหยื่อของมันนั้นได้หายตัวไปจาก
สายตาของพวกมัน
“คิดจะแข่งความอดทนกับข้ารึ? ” เทียน อี้จุนนั้นก็
หัวเราะเยาะออกมาและยังคงให้ทุกคนเฝั้า
ระมัดระวังตัวเองเอาไว้ตลอดเวลา ไม่ให้พวกมัน
นั้นผ่อนคลายลง
นี่เป็นการประลองกันระหว่างเหยื่อและผู้ล่า อู่ เซิ่ง
จุน ถูกใช้ให้เป็นเหยื่อล่อ อู่ อวี้ !
เวลาก็ยังคงผ่านไปเรื่อยๆ ในการเผชิญหน้าครั้งนี้
ผ่านมาหนึ่งวันแล้ว สถานการณ์ก็กำลังตึงเครียด
อยู่ แต่ อู่ อวี้ ก็ยังคงไม่เคลื่อนไหวใดๆ
หนึ่งวัน หกชั่วยาม
“หรือว่าเจ้า อู่ อวี้ มันได้จากไปแล้ว!”
“จนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่เคลื่อนไหว นี่เป็นไปได้
อย่างไร หรือว่ามันจะหลอกให้พวกเราอยู่ที่นี่ แล้ว
ไปที่อื่นเพื่อตามกำลังเสริมมา?”
“อาจจะเป็นเช่นนั้น!”
ในเวลานั้นทั้งสามฝั่ายต่างก็ปรึกษาหารือกัน
ในระหว่างนั้น เทียน อี้จุน ก็แนะนำให้ เจียงเซี่ย
เข้ามาช่วยจับตัว อู่ อวี้ อย่างไรก็ตามถ้าหากว่า
เจียงเซี่ย นั้นได้กลับเข้ามาภายในนี้ หวันเทียน หยู๋
เซวีย ก็จะตอบสนองทันที ก่อนหน้านี้ยามที่ เจียง
เซี่ย ได้ขยับก้าวออกไปหนึ่งก้าว หวันเทียน หยู๋ เซ
วียก็ทำการสังหารเหล่าศิษย์ทั้งสิบคนในทันที!
เมื่อเป็นเช่นนี้ เจียงเซี่ย นั้นพลันเกิดโทสะเป็น
อย่างยิ่ง แต่มันทำได้เพียงแค่ก้าวเดินกลับไปด้วย
ความเคียดแค้น
เมฆบนท้องฟั้าและต้นไม้ในปั่าต่างแกว่งไปมาตาม
สายลมพัด ใบไม้ผลัดใบปลิวว่อนไปทั่วผืนปั่าแห่ง
นี้ เมื่อเวลาผ่านไป เสียงกระซิบกระซากภายใน
กองกำลังไตรภาคีก็ได้มีมากขึ้นจนหนาหู
“ข้าคิดว่า อู่ อวี้ ต้องปันหัวพวกมันแน่ นี่ก็ผ่านไป
แล้วสามวันแล้ว ใครรู้มั่งว่า อู่ อวี้ ไปอยู่ที่ไหน?”
“เร็วเข้ารีบโจมตีค่ายกลหมื่นกระบี่นี้ อย่าได้ชักช้า
!” เหล่าปีศาจต่างตะโกนขึ้น
“พวกข้าศิษย์พรรคจงหยวนยังต้องอยู่ที่นี่นะ?” มี
บางคนกล่าวขึ้น
“ก็แค่ศิษย์พันคนที่มีระดับต่ำขั้นหลอมรวม
ลมปราณระดับที่สาม ทำใจเสียเถอะ พวกมันต่างก็
ถูกละทิ้งอยู่ภายในเทือกเขาครามแล้ว ศิษย์พวกนี้
นับเป็นอะไรได้ หากพวกเจ้าพรรคจงหยวน
สามารถยึดที่แห่งนี้ได้สำเร็จ เดี๋ยวก็มีศิษย์เพิ่มมา
เองนั่นแหละ”
และเพราะด้วยเหตุการณ์ในค่ายกลหมื่นกระบี่ ทั้ง
สองฝั่ายจึงเกิดการขัดแย้งกันขึ้น
ความจริงแล้ว พวกมันควรจะทำลายค่ายกลหมื่น
กระบี่และบุกเข้าไปยึดเทือกครามสำเร็จได้แล้ว แต่
ตอนนี้ทรัพยากรต่างๆก็ถูกใช้ไปอย่างสิ้นเปลือง แต่
ก็ยังไม่สามารถจะเข้าไปสัมผัสตัวของสาวกของ
นิกายกระบี่สวรรค์ได้แม้แต่คนเดียว ในตอนนี้ไม่ว่า
ใครต่างก็รู้สึกผิดหวัง
อย่างไรก็ตามที่แผนการทั้งหมดต้องหยุดชะงักลง
ไป สาเหตุมาจาก อู่ อวี้!
พวกมันถูก อู่ อวี้ ปันหัวเล่น ในตอนนี้จึงทำได้
เพียงแค่หาทางออกไปจากค่ายกลหมื่นกระบี่นี้
เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
พวกมันคิดไม่ถึงว่าในตอนนี้เวลาได้ผ่านไปถึงแปด
วันแล้ว!
ระยะเวลาแปดวันนี้สามารถที่จะทำให้ฝูงชนเป็น
บ้าได้ อย่างน้อยๆภายนอกก็เกิดการก่นด่าตะโกน
เข้าไปภายในค่ายกล พวกมันต่างก็คิดว่าอู่ อวี้ นั้น
ออกจากค่ายกลหมื่นกระบี่นี้แล้ว และพวกปีศาจ
เจ็ดทะเลแดงกำลังถูกปันหัวอยู่!
ในที่สุด อู่ เซิ่งจุน ก็ไม่สามารถจะทนได้อีกต่อไป
ตลอดแปดวันที่ผ่านมา มันนั้นต้องคอย
หวาดระแวงตลอด จึงทำให้มันแทบจะเป็นบ้า มัน
ก็กล่าวออกมาด้วยความโกรธ “พี่ใหญ่ พวกเรา
ช่างหัวเจ้าบัดซบ อู่ อวี้ นี้ไปเถอะ แล้วเข้าไป
ร่วมมือกับพวกปีศาจทำลายค่ายกลนี้ลง ถ้าหากว่า
ไม่สามารถทำลายนิกายกระบี่สวรรค์นี้ลงได้ ท่านก็
จะไม่ได้สิ่งใดกลับมาเลย!”
เทียน อี้จุน ขมวดคิ้วขึ้นแล้วกล่าวว่า “มันไม่ง่าย
เช่นนั้นหรอก เพราะว่า พวกเจียงเซี่ย ที่เป็นกอง
กำลังหลักถูกบังคับให้ต้องถอยร่นออกไป ถ้าหาก
ว่าขาดเขาไป มันก็เป็นเรื่องยากที่เราจะโจมตี
สถานที่แห่งนี้ลงได้ อีกอย่างเจ้าพวกนิกายกระบี่
สวรรค์ก็ไม่ใช่พวกสัตว์กินพืชเสียหน่อย”
“จะต้องจับเจ้าบัดซบ อู่ อวี้ มาแลกเปลี่ยนกับพวก
ตัวประกันเสียก่อน”
“ถูกต้อง เรามีเพียงวิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้น”
นี่เป็นเรื่องจริงที่ว่าเขาทำให้พวกมันต้องรู้สึกเป็น
บ้าขึ้น
สิ่งที่พวกมันต้องการก็คือการที่จะสามารถจัดการ
กับนิกายกระบี่สวรรค์โดยที่ได้รับความสูญเสียน้อย
ที่สุด แม้ว่าพวกปีศาจเจ็ดทะเลแดงจะต้องสูญเสีย
ไปเยอะขนาดนี้แล้ว แต่เหล่าปีศาจนั้นไม่ได้สูญเสีย
สิ่งใดไป และดูจากสถานการณ์แล้วดูท่า จิ่วเซียน
ไม่ได้อยากจะออกไปอยู่ในแนวหน้าเท่าไหร่นัก
เทียน อี้จุน ได้ติดต่อกับ จิ่วเซียน แต่สิ่งที่นางตอบ
กับไปหาพวกมันก็คือ นางจะไม่เข้าโจมตีถ้าหากว่า
ยังจับตัว อู่ อวี้ ไม่ได้
ในเรื่องของการจับตัว อู่ อวี้ นั้น จิ่วเซียน ย่อม
สามารถทำได้ง่ายกว่าพวกมันอย่างแน่นอน
ความจริงแล้วในช่วงเวลาที่ อู่ เซิ่งจุน และ เทียน
อี้จุน ได้พูดเสร็จ ค่ายกลหมื่นกระบี่ก็เกิดการ
เปลี่ยนแปลงขึ้น
ผ่านไปแปดวันเต็ม!
หลังจากแปดวันผ่านไป ในที่สุด อู่ อวี้ ก็พบโอกาส
ที่ดีที่สุดในการจะเข้าโจมตี
เขาเป็นหมาปั่าที่หิวโหย กำลังรอคอยช่วงเวลาที่
เหยื่อเกิดความประมาท ทันใดนั้นก็พุ่งเข้าตะครุบ
!แน่นอนว่าเขาใช้ปราณกระบี่ประสาน
เมื่อ อู่ เซิ่งจุน บันดาลโทสะโดยการบ่นออก ทันใด
นั้นปราณกระบี่ก็ปรากฏอยู่รอบๆตัว ราวกับว่า
ปราณกระบี่ทั้งหลายที่อยู่ในค่ายกลหมื่นกระบี่
กำลังรอคอยโอกาสในการสังหารมัน ยามนี้ปราณ
กระบี่พุ่งทะลวงไปหามัน
“ช่วยข้าด้วย!”
อู่ เซิ่งจุน ตกใจและร้องอุทานออกมา ความจริง
แล้วในใจของมันรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
เพราะว่าศัตรูของมันได้เฝั้ารอคอยโอกาสที่จะโจมตี
เขานานถึงแปดวันเต็ม นี่จึงทำให้มันรู้สึกกลัวเป็น
อย่างมาก
ในสายตาของมัน อู่ อวี้ กลายเป็นสิ่งที่มัน
หวาดกลัวมากที่สุดในชีวิต
ไม่ได้หวาดกลัวเพียงแค่ลักษณะนิสัยของ อู่ อวี้ แต่
มันยังหวาดกลัวความสามารถในการอดทนของ
เขาอีกด้วย!
ภายใต้ความโกลาหลฝูงชนที่อยู่ในค่ายกลหมื่น
กระบี่ พลันปรากฎเงาสีทองขึ้นเบื้องหน้าของ อู่
เซิ่งจุน มันได้พยายามต้านทานการโจมตีที่เข้ามา
รอบกายของมัน ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็พุ่งทะยานเข้า
มาเบื้องหน้าของมัน!
ในเวลานี้ อู่ อวี้ มีลักษณะเหมือนกับราชาวานรสี
ทอง!
ดวงตาสีทอง ร่างกายบึกบึน ใบหน้าดูดุร้าย เป็น
อสุรกาย ด้วยลักษณะเช่นนี้สามารถจะทำให้หัวใจ
ของคนที่ได้เผชิญหน้าถึงกับต้องหยุดเต้นได้อย่าง
ง่ายดาย!
สิ่งที่ไม่คาดฝันก็คือเขากำลังบินมาด้วยกระบี่บิน
จักรพรรดิ และศาสตราเต๋าในมือของเขาไม่ใช่
กระบี่หยินหยาง แต่เป็นพลองพิชิตมาร!
“เก้ามังกรพันเสา!”
เลือดเนื้อทั้งหมดของเขา และ พลังศักดิ์สิทธิ์
ภายในร่างของเขามาจากพระพุทธรูปวัชระแก่น
แท้ธรรมสูตร พวกมันทั้งหมดต่างระเบิดพลัง
ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ!
อู่ อวี้ คำรามออกมา ทำให้ปั่าเขาต้องสั่นสะเทือน
เงาของพระพุทธรูปวัชระแก่นแท้ธรรมสูตรที่สูง
ใหญ่ถึงสี่จั้งปรากฏออกมาข้างนอก พลังอำนาจอัน
ยิ่งใหญ่นี้กำลังกดดัน อู่ เซิ่งจุน จนไม่สามารถขยับ
เขยื้อนได้!
เก้ามังกรพันเสานี้กำลังรัดพันอยู่กับพลองพิชิตมาร
ทันใดนั้นเก้ามังกรได้ผสานหลอมรวมกลายเป็น
หนึ่ง ประดุจดั่งมีมังกรยักษ์พุ่งทะยานออกมา!
กล่าวได้ว่าในเวลานี้ อู่ เซิ่งจุน รู้สึกตื่นตระหนก
เป็นอย่างยิ่ง
การที่ต้องสูญเสียจิตใจไป สำหรับผู้ฝึกตนในช่วง
วิกฤต นับว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ตอนนี้ที่ ปราณ
กระบี่ที่ถาโถมเข้ามาใส่มัน ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็
ฟาดพลองลงไปที่ศีรษะของมัน!
บดขยี้!
กะโหลกศีรษะแตกกระจาย อวัยวะทั้งหมดของมัน
ก็ถูกทำลาย
ในชั่วพริบตา มันก็ตกตายลง!
อย่างไรก็ตามในเวลานั้นเอง ผู้ฝึกตนนอกรีตทั้ง
สามคนได้ประจันหน้ากับ อู่ อวี้ อย่างจัง พวกมัน
รีบพุ่งเข้ามาหวังจะจับตัวเอาไว้ ซึ่งหากดูจาก
ระยะทางอันใกล้เพียงนี้ การที่จะสามารถจับกุม อู่
อวี้ ได้ย่อมไม่ใช่เรื่องยากอันใด
ดูเหมือนว่ามันกำลังรอคอยช่วงเวลานี้อยู่
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ