กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 162 : ปศาจอสรพิษ
เนื่องจาก เทียน อี้จุน กับ พรรคพวกของมัน อยู่
ใกล้ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก ฉะนั้นพวกมันจึงไม่คิดว่า
อู่ อวี้ จะมีหนทางหลบหนีไปไหนได้
แต่หลังจาก 8 วันได้ผันผ่าน ดูเหมือนว่าพวกมันจะ
หลงลืมเลือนเรื่องหนึ่งไป เรื่องนั้นก็คือ อู่ อวี้ ผู้ซึ่ง
มีวรยุทธ์ต่ำต้อย แต่เขากลับสามารถใช้ กระบี่บิน
จักรพรรดิ ได้!
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเพียงพริบตา!
หลังจากที่เขาสังหาร อู่ เซิ้งจุน ด้วยพลังอำนาจ
มหาศาลจากพลอง ชั่วขณะที่สามผู้ยิ่งใหญ่นอกรีต
พุ่งเข้าโจมตีใส่เขา อู่ อวี้ ก็ควบคุมกระบี่บินทะยาน
ขึ้นสู่ฟากฟั้า ด้วยระดับความเร็วที่อยู่เหนือยิ่งกว่า
ผู้ฝึกตนขั้นหลอมรวมลมปราณระดับ 10 !
ตู้มมม!
สามผู้ฝึกตนนอกรีต กระโดดพุ่งทะยานขึ้นสูง
ติดตามไป!
ในเวลานี้ปราณกระบี่นับพัน กำลังกดดันสกัดกั้น
พวกมันไม่ให้เข้าไปใกล้ตัวของ อู่ อวี้ ได้!
เนื่องจากจากฝีมือของพวกมันยังไม่ถึงขั้น สร้าง
แกนนภา พวกมันจึงไม่สามารถใช้กระบี่บิน
จักรพรรดิ หลบหนีปราณกระบี่เหล่านี้ได้ กล่าวได้
ว่าเมื่อมันลอยตัวสูงขึ้น พลังในการต่อสู้ของพวก
มันจะลดลงมากโขทีเดียว ฉะนั้น ค่ายกลหมื่น
กระบี่ จึงสามารถสยบผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งสามลงได้
อย่างง่ายดายราวพลิกฝั่ามือ อู่ อวี้ บินทะยานขึ้น
สูง ด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ เขาหลบ
หลีกจากวิกฤติอันตรายนี้ได้ในที่สุด!
เขาเกรงว่าหากตนเองชักช้ากว่านี้เพียงก้าว และ
ไม่ได้ใช้เคล็ดวิชากระบี่เป็นจักรพรรดิ ปั่านนี้เขาคง
ถูกผู้ฝึกตนนอกรีตจับใส่ถุงจักรวาลไปแล้ว
อู่ เซิ้งจุน ต้องตกตายไป!
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ผลงานของ อู่ อวี้ มันคือผลงาน
ของผู้อาวุโสทั้งเก้า ร่วมแรงร่วมใจสนับสนุนซึ่งกัน
และกัน 8 วันมานี้สถานการณ์ทุกอย่างช่างเงียบ
สงบ แต่มันก็เงียบสงบแค่เพียงตอนนี้เท่านั้น
ก่อนที่จะเริ่มลงมือ อู่ อวี้ ได้ให้สัญญากับพวกเขา
และ เฟิง ซัวหยา
ในที่สุดศัตรูก็ถูกสะบั้นศีรษะ หลบหนีท่ามฝั่าวง
ล้อมออกมาได้ ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ!
อู่ อวี้ หลบหลีกออกจากอันตรายได้อย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเขาก็ร่อนลงไปใน ค่ายกลหมื่นกระบี่ ชั่ว
พริบตาหลังจากที่ อู่ อวี้ เข้าไป ปราณกระบี่นับ
หมื่นก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ปิดซ่อนร่างกายของ
อู่ อวี้ หายตัวไปต่อหน้าต่อตาของทุกคน
จวบจนถึงเวลานี้ มีผู้คนมากมายเริ่มมีปฏิกิริยา
ตอบสนอง!
เมื่อ อู่ เซิ่งจุน ถูกสังหาร!
กองกำลังทั้งสามยังคงตรึงกำลังอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเมื่อกล่าวถึง อู่ อวี้ ที่สามารถหลบหนีจาก
เงื้อมือของพวกมันมาแล้ว เสมือนกับพวกมันถูก
ตบหน้าอย่างรุนแรง สร้างความอัปยศแก่พวกมัน
อย่างยิ่ง
แน่นอนว่า พวกมันต่างมั่นใจในฝีมือการต่อสู้ของ
ตนเอง ว่าไม่ได้อ่อนด้อย
ในทางกลับกันฝั่ายของ นิกายกระบี่สวรรค์ กำลัง
เคลื่อนไหวกันอย่างครึกครื้น หยาดน้ำตาแห่งความ
ปลื้มปิติหลั่งไหลออกมา!
สังหารอีก!
เป็นกลยุทธ์น่าทึ่งอย่างยิ่ง ทั้งยังประสบ
ความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย สิ่งที่ อู่ อวี้ กับ เฟิง
ซัวหยา แสดงให้เห็นเวลานี้ คือกลยุทธ์ชั้นสูงของ
นักล่า
ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนคุ้นเคยตา ดวงตาของพวก
เขาเป็นสีแดงก่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซู หยานหลี่
พวกเขาเหล่านี้ต่างไม่ไม่รู้ตัวว่าเมื่อไหร่ที่ อู่ อวี้ ได้
กลายเป็นวีรบุรุษฝังตราตรึงอยู่ภายในจิตใจของ
พวกเขา
เมื่อผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งสาม มองไปยังซากศพของ
อู่ เซิ้งจุน โทสะของมันก็พลุ่งพล่านถึงขีดสุด!
เทียน อี้จุน มุ่งเปั้าไปที่ จิ่วเซียน จากนั้นมันก็กล่าว
ขึ้นด้วยโทสะว่า ” จิ่วเซียน เหตุใดเจ้าถึงไม่ยอม
เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ขณะที่ อู่ อวี้ โจมตี เห็นได้
ชัดว่าเจ้าสามารถกระจายการโจมตีของ ค่ายกล
หมื่นกระบี่ ถ้าเจ้ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสัก
เล็กน้อย ปั่านนี้พวกเราคงจับตัวของ อู่ อวี้ ได้แล้ว
!”
สิ่งที่ทำให้พวกมันมีโทสะ มากกว่าการตายของ อู่
เซิ้งจุน ก็คือ พวกมันไม่สามารถจับตัวของ อู่ อวี้
เอาไว้ได้
สิ่งที่ เทียน อี้จุน นั้นกล่าวถูกต้องถูกต้อง ถ้ามี
ปีศาจตนใดตนหนึ่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในตอนนี้
อู่ อวี้ คงไม่อาจหลบหนีไปได้
ในจุดนี้ แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกประหลาดใจ
ดวงตาของเขาจ้องมองผ่านปราณกระบี่ ไปยังร่าง
ของ จิ่วเซียน ใบหน้าของนางมีผ้าคลุมปกปิด
เอาไว้อยู่ นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานขึ้นว่า
“หากเป็นเรื่องอื่น ๆ ข้ายินดีให้ความร่วมมือกับ
ท่าน แต่การที่จะให้ข้ายื่นมือช่วยเหลือจับตัว อู่ อวี้
แล้วล่ะก็ ท่านลืมมันไปเสียเถอะ”
” เจ้าหมายความว่าเช่นไร ? ” น้ำเสียงของ เทียน
อี้จุน ดูรุนแรงมีโทสะ
” ไม่มีอันใดทั้งสิ้น ต่อจากนี้เพียงแค่ท่านดู
ความสำเร็จของพวกเราก็เพียงพอแล้ว ” จิ่วเซียน
ยิ้มหวาน ในยามนี้เหลือเพียงแค่ผู้แข็งแกร่งทั้งสาม
ของปีศาจเจ็ดทะเลเท่านั้นแล้ว แน่นอนว่า อู่ อวี้
ย่อมต้องเปลี่ยนเปั้าหมาย
ทัศนคติของนาง ทำให้ปีศาจเจ็ดทะเลแดงรู้สึก
โกรธเกรี้ยวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เนื่องจากพี่น้อง
ของมันได้ตกตายไปถึง 4 คน ความแข็งแกร่งของ
พวกมัน จึงลดน้อยลงไปเป็นอย่างมาก ฉะนั้นการที่
พวกมันจะเผชิญหน้าต่อสู้กับ จิ่วเซียน เป็นเรื่องที่
ยากเย็นอย่างยิ่ง
“ฮึ่ม พวกเราไป! ”
ปีศาจเจ็ดทะเลแดง เลือกที่จะไม่สืบสาวราวความ
กับ จิ่วเซียน ต่อ บางทีเมื่อ อู่ อวี้ ทำการไล่ล่า
ปีศาจ มันอาจจะพบกับโอกาสที่จะจับกุมตัว อู่ อวี้
ก็เป็นได้ ท่ามกลางบรรยากาศที่ขุ่นมัว พวกมัน
อาจคาดเดาวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของ จิ่วเซียน ได้
การจับกุมตัว อู่ อวี้ นั้นก็เพื่อตัวนางเอง ฉะนั้น
วัตถุประสงค์การจับกุมตัวของพวกมันกับ จิ่วเซียน
จึงแตกต่างกัน
ในช่วงเวลานั้น เจียงเซี่ย แอบส่งสัญญาณไปให้
เทียน อี้จุน เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถจับตัว อู่ อวี้
ให้ได้ก่อน จิ่วเซียน
ปีศาจเจ็ดทะเลแดงทั้งสามที่เหลือจึงได้ทำการ
ประจำที่ ส่วนทาง อู่ อวี้ การจะทำการไล่ล่า
สังหารปีศาจทั้งสี่ตนนั้นย่อมเป็นเรื่องยาก ยังดีที่
เหล่าปีศาจเจ็ดทะเลแดง หวาดกลัวต่อ จิ่วเซียน
ทำให้พวกมันไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้ปีศาจทั้งสี่ตนที่
อู่ อวี้ หมายหัวเอาไว้ หากมองถึงระดับฝีมือทั่ว ๆ
ไป พวกมันทั้ง 4 มีโอกาสพ่ายแพ้สูงมากกว่า อู่
เซิ้งจุน เสียอีก
” อู่ อวี้ เจ้าควรกลับไปเสียดีกว่า ไม่ดีแน่ถ้าถูก จิ่
วเซียนเล่นงาน ” เฟิง ซัวหยา กล่าว
ในยามนี้ อู่ อวี้ เข้ามาอยู่บริเวณใกล้ ๆ กับ ประตู
ศิลาหมื่นกระบี่ เขาจ้องมองไปยังกับดักที่วางเอาไว้
แล้วกล่าวขึ้นว่า ” ท่านอาจารย์ พวกเรามาไกลถึง
ขั้นนี้แล้ว หากหยุดกลางคันทุกอย่างมันก็จะเสีย
เปล่า แล้วถ้าปีศาจเจ็ดทะเลแดง กับ พวกปีศาจ
ยังคงโจมตี ค่ายกลหมื่นกระบี่ อย่างต่อเนื่อง เกรง
ว่าทั้งค่ายกล และ สาวกพรรคจงหยวน เราจะยื้อ
มันไว้ได้อีกไม่นาน เห็นได้ชัดว่าจิตใจของ เจียงเซี่ย
โลเลเหี้ยมโหด เมื่อมันมีโทสะ ข้าเกรงว่าจะเกิด
ปัญหาขึ้น หากตอนนี้เรายังคงลังเลอยู่ บางทีเรา
อาจสูญเสียความได้เปรียบให้กับศัตรู ”
” เจียงเซี่ย ช่างเป็นคนเลวทรามต่ำช้าอย่างแท้จริง
ถ้าไม่มีผู้อาวุโสที่อยู่ข้างกายคอยเหนี่ยวรั้งมันไว้
แล้วล่ะก็ มันคงเพิกเฉยต่อชีวิตของเหล่าสาวกนับ
พันนี้อย่างแน่แท้ ” หลาน ฮั้วหยุน กล่าวขึ้นด้วยสี
หน้าเย็นชาแข็งกร้าว
ผู้อาวุโส เซินถู กล่าวว่า ” อู่ อวี้ เจ้าได้ยินการ
สนทนาของพวกมันหรือไม่ว่า ปีศาจเจ็ดทะเลแดง
พยายามที่จะจับตัวเจ้าพวกมันคงต้องการ
แลกเปลี่ยนตัวเจ้า กับสาวกของ เจียงเซี่ย แต่ดู
เหมือนว่าวัตถุประสงค์ของ จิ่วเซียน จะต่าง
ออกไป ”
เมื่อกล่าวถึงจิ่วเซียน อู่ อวี้ ก็อดไม่ได้ที่จะหวนนึก
ถึงเรื่องราวตอนที่เขาอยู่ในเกี้ยวเซียน จิ่วเซียน ผู้นี้
ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก นางสามารถลงมือ
สังหารเขาได้ แต่ก็ไม่ลงมือ หรือนี่อาจจะเป็นความ
รักเหมือนอย่างที่นางได้เคยกล่าวเอาไว้จริงๆ
สำหรับเรื่องนี้ อู่ อวี้ ไม่อาจพูดคุยกับ เฟิง ซัวหยา
ได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรในเมื่อเขาตัดสินใจไปแล้ว
เขาจะไม่ยอมเปลี่ยนใจเด็ดขาด เขาพร้อมแล้วที่จะ
ซุ่มโจมตีอีกครั้ง จากนั้นเขาจึงย่องเข้าไปใกล้ ๆ
ศัตรูมากยิ่งขึ้น
การต่อสู้ของ ค่ายกลกระบี่ ในครั้งนี้ ไม่ใช่การต่อสู้
ด้วยความแข็งแกร่งเพียงเท่านั้น แต่มันคือการต่อสู้
ทางด้านจิตใจด้วย!
มันช่างเป็นเรื่องน่าทึ่งยิ่งนัก อู่ อวี้ ใช้เวลาอดทน
รอถึงแปดวันกับการสังหารผู้ฝึกตนนอกรีต แล้ว
คราวนี้จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นอีก?
ยามนี้ อู่ อวี้ ไม่ได้กดดันตัวเองมากนัก เขาเตรียม
สังหารเหยื่อ ภายใต้การเฝั้าระวังของ จิ่วเซียน
ท่ามกลางบรรยากาศครุกครุ่น เขาได้มองเห็นโลก
ในแบบที่แตกต่างออกไป ทุกอย่างแปรเปลี่ยนเป็น
ไม่แน่นอน เวลานี้สายตาของเขามีเพียงสิ่งเดียว
เท่านั้น คือเฝั้ารอการมาถึงของสตรีนางนั้น ปีศาจ
จิ้งจอกผู้มากล้นไปด้วยเสน่ห์อันเกินคณานับ นางดู
ไม่เหมือนปีศาจเฒ่าแม้แต่น้อย และถึงแม้ว่า อู่ อวี้
จะสามารถสะกดข่มจิตใจของตนเองได้ทุกครั้ง เมื่อ
ได้พบเจอกับนาง แต่แท้จริงแล้วภายในจิตใจของ
เขาก็ยังเกิดคลื่นขนาดใหญ่อยู่
คลื่นมหาศาลนั้น แม้แต่ ซู หยานหลี่ หลาน สุ่ยเยว่
หรือ คนอื่น ๆ ก็ไม่อาจทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกเช่นนี้ได้
อย่างไรก็ตามเขาก็ตระหนักดีว่า ปีศาจตนนี้ได้มี
ความกระตือลือล้นที่จะจับเขาเป็นอย่างมาก ทำให้
รู้สึกว่านางอันตรายเสียยิ่งกว่า เจียงเซี่ย! และสิ่งที่
อู่ อวี้ กลัวมากที่สุดในยามนี้คือการมอบความรู้สึก
ให้แก่ จิ่วเซียน นั่นเอง!
ใบหน้าของนางที่ปรากฏในห้วงภวังค์ของ อู่ อวี้
ทำให้สติของเขาสูญหายเป็นครั้งคราว
“สงบสติไว้!”
ลึกลงไปภายในร่างกายของ อู่ อวี้ เขาจำเป็นต้อง
ใช้ภาพจำแลงหัวใจวานรอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภายในใจของเขาได้ปรากฏภาพของราชาวานร
กำลังยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงทองคำ ซึ่งมันทำ
ให้ความเสน่หา ซึ่งมีต่อสตรีที่อยู่เบื้องหน้าของเขา
นั้นลดลง
” หากข้าบรรลุสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับ 8 ได้
แล้วล่ะก็ ใน ค่ายกลหมื่นกระบี่ นี้ นอกเสียจาก จิ่
วเซียน ข้าก็สามารถสังหารทุกคนได้! แค่การบรรลุ
สู่ขั้นที่ 7 ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ส่วนการบรรลุสู่ขั้น
ที่ 8 ข้าคงไม่ได้มีเวลามากมายเช่นนั้น…”
เป็นเรื่องน่าเศร้าที่หลายครั้ง สวรรค์ไม่ได้มอบเวลา
ให้เรามากนัก แค่ อู่ อวี้ สามารถบรรลุถึงระดับที่ 7
ได้ในสถานการณ์บีบคั้นเช่นนี้ ก็ถือว่าเป็น
ปาฏิหาริย์อย่างยิ่ง
อู่ อวี้ ใช้เวลาช่วงสองสามวันนี้ ค้นหาคู่ต่อสู้ที่
เหมาะสม ขณะนี้ไม่มีใครหาญกล้าพอที่จะ
เคลื่อนไหว หรือแม้แต่เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา
แม้แต่น้อย พวกมันตระหนักดีว่า อู่ อวี้ กำลังซ่อน
ตัวอยู่ท่ามกลางม่านหมอกปราณกระบี่นี้ มีปีศาจ 4
ตนต้องตกเป็นเหยื่อของเขา นอกจากนี้การตกตาย
ของ อู่ เซิ้งจุน ถือเป็นสัญญาณเตือนอันยิ่งใหญ่ว่า
อู่ อวี้ ปรารถนาที่จะเอาชีวิตของพวกมัน พวกมัน
จึงไม่กล้าท้าทาย และ คิดว่านี่เป็นเรื่องเล่นๆ
” ดูเหมือนว่าพวกมันจะล่วงรู้ ว่าข้ากำลังหลบซ่อน
ตัวอยู่ เช่นนั้นโอกาสในการจู่โจมก็คงยากมาก
ยิ่งขึ้น”
อู่ อวี้ ตะหนักถึงเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน
ท้ายสุดแล้วเขาก็ตัดสินใจเลือกปีศาจอสรพิษ
ตำแหน่งของ จิ่วเซียน อยู่ท่ามกลางเหยื่อล่อทั้ง 4
มีปักษาคลื่นอัสนี และปีศาจโตเต็มวัยตัวอื่น ๆ
กระจายตัวกันอยู่ นอกจากนี้ยังมีปีศาจทะเลแดง
อีก 3 คนยืนอยู่รอบนอก ถัดไปจากปีศาจอสรพิษ
มีผู้ที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดนั่นก็คือ จิ่วเซียน
นอกจากนี้ยังมี ยู่ ซานจี ยืนอยู่ด้านหลัง และ
ปักษาคลื่นอัสนีอยู่ใกล้ ๆ แค่เพียง จิ่วเซียน กับ
ปักษาคลื่นอัสนีก็มากพอที่จะทำให้รู้ว่า ต่อให้เขามี
กระบี่บินจักรพรรดิ ก็ไร้ประโยชน์ที่จะหลบหนี
ออกไปได้!
กล่าวได้ว่านี่เป็นการตัดสินใจที่อันตรายอย่างยิ่ง!
ดังนั้นในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ จึงรู้สึกลังเลมาก
” เอายังไงดี จะต่อ หรือจะหยุด?”
ถ้าไม่… เห็นได้ชัดว่า หาก เจียงเซี่ย เกิดเปลี่ยนใจ
เป็นไม่สนตัวประกันขึ้นมา นิกายกระบี่สวรรค์ ย่อม
เกิดวิกฤตขึ้นอย่างแน่นอน
หากเป็นเช่นนี้ การเข่นฆ่ารวมถึงเหตุการณ์นอง
เลือดก็จะเกิดขึ้นอีก หากผู้มีระดับฝีมือหลอมรวม
ลมปราณอยู่ในขั้นที่ 9 หลุดเข้ามาได้อีกครั้ง โดยที่
ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งมันได้ ก็จะก่อเกิดความ
เสียหายร้ายแรงขึ้น ทั้งความน่าสะพรึงกลัว และ
ความโหดร้าย ฉะนั้น อู่ อวี้ จะต้องคิดหาหนทางที่
สามารถกระทำได้
” หากกำจัดปีศาจสี่ตัวนี้ลงได้ สามกองกำลังจะ
เหลือเพียงแค่ จิ่วเซียน กับ เจียง เซี่ย ซึ่งทั้งสองมี
ระดับฝีมืออยู่ในขั้นสร้างแกนนภา ส่วนทางฝังผู้ฝึก
ตนในวิถีมารสามคน กับ ปีศาจอีกสองตน พวกมัน
มีระดับฝีมือของพวกมันอยู่ในขั้นที่ 10
เช่นเดียวกัน ส่วนทางด้านพรรคจงหยวน มีผู้ฝึก
ตนซึ่งที่มีระดับฝีมืออยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณ
ระดับ 10 จำนวน 2 คน และ ระดับ 9 อีก 4 คน”
“ ทางฝัง นิกายกระบี่สวรรค์ ก็มีอาจารย์ กับ ผู้
พิทักษ์สูงสุดที่สามารถตรึงกำลังของ จิ่วเซียน และ
เจียง เซี่ย เอาไว้ได้ ทางฝังเรามีผู้อาวุโส ซึ่งมีความ
แข็งแกร่งในขั้นหลอมรวมลมปราณระดับ 10
เหลืออยู่ 5 ส่วนทางฝังศัตรูมีทั้งหมด 7 คน เรา
ต้องทำให้อำนาจของทั้งสองฝั่ายกลับมาสมดุลกัน
ให้ได้ เรามีผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมลมปราณระดับ 9
อีก 2 คน ส่วนทางฝังศัตรูเหลืออยู่ทั้งหมด 4 คน
แน่นอนว่ายังมีข้าอยู่ด้วย ซึ่งในตอนนี้ห่างจาก
หลอมรวมลมปราณขั้นที่ 10 อยู่เพียง 2 ขั้น จึง
นับว่าดีกว่าในตอนแรกมากนัก …”
ดังนั้น ปีศาจทั้งสี่จะต้องถูกสังหารให้ตกตายไป
ไม่เช่นนั้นยามที่ต่อสู้กันจริงๆ อู่ อวี้ จำต้องรับมือ
ต่อสู้กับผู้มีฝีมืออยู่ในระดับหลอมรวมลมปราณขั้น
ที่ 9 ถึง 6 คน อย่างแน่นอน แต่การต่อสู้จริง เขา
สามารถรับมือสูงสุดได้เพียง 2 คนเท่านั้น ที่เหลือ
อีกสี่มันก็มากเพียงพอที่จะทำลายล้าง นิกายกระบี่
สวรรค์ ได้แล้ว
“เฮ้อ … ”
ดวงตาของ อู่ อวี้ ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ว่าเขาจะ
สังหารพวกมันให้จงได้
เขาจับจ้องไปยังปีศาจอสรพิษ ตอนนี้ร่างกายของ
ปีศาจอสรพิษ เป็นแค่งูสีเขียวมรกตตัวเล็ก ๆ ซึ่งมี
ความยาวแค่ 2 ฉื่อ และมีขนาดแค่นิ้วหัวแม่มือ
เท่านั้น เมื่อเทียบเคียงกับปีศาจอสรพิษ หว่านชิง
แล้ว ไม่รู้ว่ามันแข็งแกร่งกว่าแค่ไหน มันคือปีศาจ
เต็มวัย ซึ่งบำเพ็ญเพียรมานานกว่า 900 ปี ใน
ร่างกายเล็ก ๆ นั้น มีแก่นธาตุปีศาจอยู่ 9 ดวง เมื่อ
มองดูหัวทรงสามเหลี่ยมของมันแล้ว จะทราบว่า
อสรพิษสีเขียวมรกตตนนี้ น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ไม่ใช่พลังที่มาจากเวทย์ของปีศาจ แต่มาจาก
ร่างกายของมัน พิษที่สืบทอดผ่านมาจากสายเลือด
ซึ่งร้ายแรงพอจะคร่าชีวิตของผู้คนได้อย่างง่ายดาย
เป็นพิษที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด
ซึ่งตามปกติแล้ว ถ้าเขาไม่ได้ถูกฝั่ายตรงข้ามแพร่
พิษใส่ หากเทียบกันในด้านปีศาจ และ แก่นธาตุ
ปีศาจแล้ว อสรพิษตอนนี้อ่อนแอที่สุดในเหยื่อทั้ง 4
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเลือกมัน
ยามนี้ศัตรูระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก การหลบ
ซ่อนเพื่อซุ่มโจมตีของเขาจึงไร้ประโยชน์ ข้อ
ได้เปรียบเพียงอย่างเดียวของเขาก็คือ จิ่วเซียน
ไม่ได้คิดจะจับตายเขาเสมือนปีศาจเจ็ดทะเลแดง
อย่างก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ จึงมีโอกาสประสบ
ความสำเร็จมากขึ้น
เขาได้ติดต่อกับ เฟิง ซัวหยา แล้ว
เฟิง ซัวหยา ยอมช่วยเขา!
เหนือประตูศิลาหมื่นกระบี่ ทั้งสองฝั่ายต่างมองกัน
และกัน จากนั้น เฟิง ซัวหยา ก็กล่าวว่า ” ทุ่ม
กำลังทั้งหมดจัดการ เจ้าปีศาจชั่ว จิ่วเซียน!”
“ขอรับ!”
ในเวลานี้ทั้งสองฝั่ายต่างลงมือกันอย่างพร้อมเพียง
อู่ อวี้ รอคอยอย่างเงียบสงบ ๆ เขาก้าวเข้าไปใน
วงล้อมกระบี่นับหมื่น คืบคลานเข้าไปใกล้ อสรพิษ
สีเขียวมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาต้องการเข้าไปใกล้ปีศาจ
อสรพิษให้มากที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมโจมตีอย่าง
ฉับพลัน นอกจากนี้เขายังค้นหาเส้นทางที่ดีที่สุดใน
การถอยหนีอีกด้วย
กระบี่สีขาวและสีดำร่ายรำอยู่ในมือของเขา
ปราณกระบี่หยินหยางก่อกำเนิด ไหลเวียนผ่านคม
กระบี่ทั้งสองเล่มของเขา
นี่คือวิชาลับของเขาในการใช้สังหาร กระชับ
กระบี่หยินหยางก่อกำเนิด ซ่อนเร้นอยู่ท่ามกลาง
กระบี่นับหมื่น มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะสำเร็จ แต่ถ้า
ไม่ เขาสามารถถอยหนีได้ทันที เนื่องจาก อู่ อวี้ ยัง
ไม่พร้อมที่จะต่อสู้ยืดเยื้อในสถานที่แห่งนี้ มันเป็น
เหมือนกับการรนหาที่ตาย
หวืด!
ปราณกระบี่ 2 สาย ท่ามกลางกระบี่นับหมื่น
ทะลวงแทงเข้าไปหาอสรพิษที่มัดพันอยู่บนต้นไม้
อย่างเงียบเชียบ
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ