กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1613: จักรพรรดิปีศาจเนตรม่วง
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจักรพรรดิปีศาจ
ทั้งสี่ก็สงบลงในทันที ไม่กล้าเคลื่อนไหวบุ่มบ่ามอีกต่อไป
แม้ในใจของพวกมันแต่ละตนอยากจะสังหาร อู่ อวี้ ให้
แหลกเละคามือจนใจจะขาด ทว่าเมื่อดูจากสถานการณ์
โดยรวมพวกมันก็รู้ดีว่าการจัดการกับ อู่ อวี้ นั้นยาก
เกินไป นั่นเป็นเพราะเขามีความเก่งกาจในเรื่องวิชาการ
หลบหนี อีกอย่างขนาดพื้นที่ของแท่นหยกขาวก็เล็กมาก
เหลือเกิน ไม่มีทางที่พวกมันจะหลบหนีการโจมตีเขาได้
ทั้งหมด
หากพวกมันยังคงดึงดันต่อสู้ต่อไปมีโอกาสเป็นไปได้สูง
มากที่ อู่ อวี้ จะทำให้พวกมันตกตายหายไปทีละตน
ตอนนี้พวกมันเหลือกันเพียง 4 ตน ไม่มีใครอยากมีจุดจบ
เช่นดั่งสมุทรทมิฬไร้สิ้นสุด ต้องตกตายเพราะพลังอำนาจ
อันน่าสะพรึงกลัวของแก่นเซียนจนถูกกลืนกินหายไป
สภาพการตกตายน่าอเนจอนาถเวทนายิ่งนัก ยิ่งเวลานี้
พวกมันเฉียดเข้าใกล้ระดับจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ การมี
ชีวิตอยู่ต่อไปย่อมดีกว่า
“ พักการต่อสู้กันไว้แค่นี้ดีหรือไม่? ” ดาวมฤตยูราชัน
นภาเสนอความคิดเห็นอย่างใจเย็น ตอนนี้มันรู้ดีว่าไร้
ประโยชน์ที่จะดึงดันต่อสู้กันต่อไป
สำหรับ อู่ อวี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ก็ถือเป็นอันตราย
สำหรับเขามากเช่นกัน อีกอย่างเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บ
อยู่ไม่น้อย จึงไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเผชิญหน้า ไม่อยู่ภายใต้
สถานการณ์การปิดล้อมของพวกมันทั้งสี่เช่นนี้ เขา
จำเป็นต้องใช้สมาธิสูงมากกับการเผชิญหน้า หากปล่อย
ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นเล็กน้อยชีวิตของเขาจะไม่มีวัน
ย้อนกลับคืนมาได้อีก
ดังนั้นเมื่อได้ยินข้อเสนอดังกล่าวของอีกฝ่าย เขาจึงพยัก
หน้า ” ข้าเห็นด้วย… พักรบกันก่อนก็ดี หากผู้ใดกล้าทำ
อะไรที่ไม่ชอบมาพากลระวังจะต้องเจอจุดจบเช่นดัง
จักรพรรดิปีศาจไร้สิ้นสุด”
เขากล่าวอ้างถึงสมุทรทมิฬไร้สิ้นสุด พยายามสะกดข่ม
ศัตรูอย่างเห็นได้ชัด อันที่จริงภายในใจของเขาก็รู้สึก
หวาดกลัวไม่แพ้กัน หากจักรพรรดิปีศาจไร้สิ้นสุดไม่
พลาดพลั้งจนเสียท่า ป่านนี้เขาคงถูกพวกมันทั้งห้าปิด
ล้อมสังหาร
แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขาหายใจหายคอได้
เล็กน้อย ทำให้อีกฝ่ายไม่กล้ากระทำการผลีผลาม
ด้วยเหตุนี้ทั้งสองฝ่ายจึงสงบศึกลงชั่วคราว
ณ ตอนนี้จักรพรรดิปีศาจทั้งสี่ทำการปรึกษาบางอย่าง
ซึ่ง อู่ อวี้ สามารถได้ยินบทสนทนาของพวกมันได้อย่าง
ชัดแจ๋ว
พฤกษาพิภพอนันต์กล่าวขึ้นเป็นคนแรก ” ตอนนี้ข้ายังไม่
รู้ว่าจี้ทองสัมฤทธิ์ชิ้นนี้มีไว้เพื่ออะไร หากไม่มีจักรพรรดิ
ปีศาจไร้สิ้นสุดเราก็ไม่อาจเปิดผนึกจี้ทองสัมฤทธิ์นี้ได้
หากถึงเวลาที่ต้องใช้งานมัน เกรงว่าพวกเราจะลำบาก”
อสูรลาวาเทิดหล้ากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า ” ไม่
เป็นไร… เก็บจี้เอาไว้ก่อนเถอะ บางทีชิ้นนี้อาจเป็นกุญแจ
สำคัญในการพาเราออกไปจากแท่นหยกขาว ”
อู่ อวี้ ฟังการสนทนาของพวกมันยังไม่ต้องหลบซ่อน
เห็นได้ชัดว่ามันต้องการให้เขาได้ยินบทสนทนาเหล่านี้
มันต้องการจะบอกเขาว่าจี้ทองสัมฤทธิ์อีกชิ้นยังคงอยู่ใน
มือของพวกมัน ฉะนั้นพวกเขาทั้งสองฝ่ายจะต้องร่วมมือ
กัน
ขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น ฉับพลันพวกมันทั้งหมดก็
ต้องตื่นตระหนกตกใจ เมื่อแท่นหยกขาวใต้ฝาเท้าเกิด
การสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
เดิมทีแต่ละคนรู้สึกได้ว่าแท่นหยกขาวลอยคว้างอยู่กลาง
อากาศนิ่งอยู่กับที่ แต่เวลานี้แต่ละคนสัมผัสได้ว่าแท่น
หยกสีขาวกำลังเคลื่อนไปยังทิศทางหนึ่ง
พลังอำนาจอันรุนแรงของแก่นเซียนที่ปกคลุมอยู่เบื้อง
หน้าแท่นหยกขาว ได้เปิดทางให้กับแท่นหยกขาว
ระหว่างเคลื่อนที่ ลมพายุฟ้าคะนองอันแสนบ้าคลั่งไม่
หลุดเข้ามาในแท่นหยกขาวแม้แต่น้อย จนถึงตอนนี้ก็ยัง
กล่าวได้อย่างเต็มปากว่าพื้นที่บนแท่นหยกขาวเป็น
สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด
สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ทำให้ อู่ อวี้ กับจักรพรรดิปีศาจทั้งสี่
เกิดความสงสัยประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยไม่รู้ว่าแท่น
หยกขาวกำลังพาทุกคนไปยังที่แห่งใด
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความสงสัย
ฉับพลันก็มีร่างเงาทมิฬทะยานมาจากด้านนอกเหยียบยืน
ลงบนใจกลางแท่นหยกขาว
“หืม?” อู่ อวี้ สังเกตได้ทันทีว่าเวลานี้มีใครบางคนพุ่ง
ทะยานมาจากด้านนอก ยิ่งไปกว่านั้นรูปลักษณ์ของคน
ปริศนาผู้นี้ยังอยู่ในร่างของมนุษย์ แต่กลิ่นอายที่แผ่
ออกมาเป็นของเทพปีศาจ ซึ่งก็หมายความว่ามันผู้นี้
จะต้องเป็นเทพปีศาจอย่างแน่นอน
ทันทีที่บุคคลปริศนามาปรากฏตัวอยู่ตรงเบื้องหน้า ก็
สามารถเห็นรูปลักษณ์ของมันได้อย่างชัดเจน มันผู้นี้สวม
ใส่ชุดเกราะดำทมิฬผิวกายเป็นสีม่วง ใบหน้าของมันถูก
ปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำทำให้ไม่สามารถเห็นหน้าได้
อย่างชัดเจน มีเพียงดวงตาทั้งคู่ที่ดูโดดเด่นเป็นประกายสี
ม่วง ท่ามกลางหมอกสีดำทำให้ดวงตาสีม่วงทั้งคู่ดูโดด
เด่นเป็นอย่างมาก
“ นี่มันหุ่นเชิดซากศพ ” อู่ อวี้ นึกถึงหุ่นเชิดซากศพที่
เขาเคยเอาชนะมาได้ในพิภพปีศาจบรรพกาล ชัยชนะใน
ครั้งนั้นทำให้เขาได้รับจี้ประตูทองสัมฤทธิ์มาครอบครอง
แต่หุ่นเชิดซากศพที่อยู่ตรงเบื้องหน้าของเขาในยามนี้
เห็นได้ชัดว่ามันแข็งแกร่งกว่าตัวที่เขาพบเจอมากนัก
เพราะ อู่ อวี้ สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนขณะหุ่นเชิด
ซากศพทะยานร่อนลงบนแท่นหยกขาว ว่าหุ่นเชิด
ซากศพตนนี้ถูกสร้างมาจากซากศพจักรพรรดิปีศาจนิ
รันดร์ อีกทั้งฝีมือแลความแข็งแกร่งส่วนใหญ่ของมัน
ยังคงสภาพเสมือนเมื่อครั้งยังมีชีวิต!
ซึ่งอย่าลืมว่าเวลานี้พลังฝีมือขอจักรพรรดิปีศาจทั้งสี่และ
อู่ อวี้ อยู่ในอาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์เท่านั้น ถึงแม้จะ
เป็นระดับสูงสุดแต่จะเทียบกับระดับจักรพรรดิปีศาจนิ
รันดร์ได้อย่างไร ต่อให้ทุกคนทั้งหมดที่นี่ผนึกพลังร่วมมือ
ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหุ่นเชิดซากศพตนนี้
และทันทีที่หุ่นเชิดซากศพทะยานเหยียบลงบนพื้นแท่น
หยกขาว มันก็เริ่มลงมือโจมตีบดขยี้ อู่ อวี้ อย่างบ้าคลั่ง
พริบตาแรกที่ อู่ อวี้ เห็นตัวตนของหุ่นเชิดซากศพ เขาก็
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายกดขี่ของ ‘จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์’
ยังไม่ทันไรอีกฝ่ายก็โจมตีห้ำหั่นประหัตประหารเข้าใส่เขา
ทันที
โชคดีที่ อู่ อวี้ สังเกตเห็นว่าหุ่นเชิดซากศพเลือกโจมตีผู้ที่
อยู่ใกล้มันมากที่สุด รู้ว่ามันไม่ได้มีเจตนามุ่งเป้ามาที่
ตนเอง
“แข็งแกร่งมาก!”
แค่อีกฝ่ายใช้การโจมตีทางกายภาพก็สามารถจัดการเขา
ได้อย่างสมบูรณ์ จนร่างลอยกระเด็นออกไป!
อีกแค่นิดเดียวร่างของ อู่ อวี้ ก็จะกระเด็นหลุดออกจาก
แท่นหยกขาวเดินตามรอยเท้าจักรพรรดิปีศาจไร้สิ้นสุด
ทว่าโชคดีที่เขามีพลังอิทธิฤทธิ์อย่างเมฆาตลบฟ้า เขาจึง
ใช้มันกระโดดออกจากตำแหน่งวิกฤตครับขันในฉับพลัน
เคลื่อนย้ายตนเองไปยังพื้นที่ว่าง ณ จุดหนึ่งบนแท่นหยก
ขาวอย่างไม่เต็มใจนัก
ถึงอย่างไรมันก็ช่วยทำให้ อู่ อวี้ ไม่ต้องเผชิญหน้ากับหุ่น
เชิดซากศพ
ฉะนั้นปัจจุบันหุ่นเชิดซากศพได้หันเหความสนใจไปยัง
จักรพรรดิปีศาจทั้งสี่
เดิมทีระหว่างที่หุ่นเชิดซากศพโจมตี อู่ อวี้ พวกมันทุก
ตนจ้องมองดูการต่อสู้ดังกล่าวอย่างเย็นชา ไม่คิดจะขยับ
เขยื้อนเข้าไปช่วยเหลือ อู่ อวี้ แม้แต่น้อย แต่ยาม อู่ อวี้
ได้ชักนำหุ่นเชิดซากศพมายังทิศทางที่พวกมันอยู่ ทำให้
หุ่นเชิดซากศพเปลี่ยนเป้าหมายอย่างกะทันหัน
สิ่งที่เกิดขึ้นในสร้างความขุ่นเคืองให้แก่จักรพรรดิปีศาจ
ทั้งสี่เป็นอย่างยิ่ง ถึงกระนั้นพวกมันก็ทำได้เพียงรับมือกับ
หุ่นเชิดซากศพอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ถึงแม้พวกมันจะไม่
พอใจก็ตาม
หุ่นเชิดซากศพจักรพรรดินิรันดร์ไม่สามารถใช้พลังกฎ
สวรรค์ได้ ถึงกระนั้นมันก็สามารถสยบคู่ต่อสู้ด้วยพลัง
กายเนื้อ กับความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดที่ดู
เรียบง่ายไม่แตกต่างจากของมนุษย์ ทว่าแค่เพียงเท่านี้
มันก็น่าสะพรึงกลัวมากพอที่ทำให้จักรพรรดิปีศาจทั้งสี่
ต้องหลบหนีกันหัวซุกหัวซุนน่าอับอายเป็นอย่างยิ่ง ชนิด
ที่เรียกว่าไม่กล้าแม้แต่จะยืนหยัดโจมตีสวนกลับไป
ก่อนหน้านี้พวกมันได้เห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับ อู่ อวี้ แล้ว
แม้พวกมันจะผนึกกำลังโจมตีหุ่นเชิดซากศพตัวนี้กัน
อย่างเต็มที่ แต่ด้วยพลังความแข็งแกร่งของหุ่นเชิด
ซากศพนั้นมากมายเกินไป พวกมันสามารถถูกจัดการจน
กระเด็นหลุดออกจากแท่นหยกขาวนี้ได้ทุกเมื่อ
ระหว่างที่หุ่นเชิดซากศพกำลังโจมตีจักรพรรดิปีศาจทั้งสี่
อู่ อวี้ ก็เฝ้าสังเกตการเคลื่อนไหวของหุ่นเชิดซากศพ
อย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเขาก็พบว่าการ
เคลื่อนไหวของมันนั้นดูเรียบง่ายเป็นอย่างมาก ถึง
กระนั้นแม้จะเป็นการโจมตีอันเรียบง่าย แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้า
ยืนหยัดต้านรับการโจมตีของมัน
ความแข็งแกร่งทางกายภาพของคู่ต่อสู้นั้นแข็งแกร่ง
เกินไป เรียกได้ว่าเหนือกว่ากายาเพชรอมตะของ อู่ อวี้
ในปัจจุบันเสียอีก ด้วยอำนาจสังหารอันล้นพ้น ไม่ใช่สิ่งที่
พวกเขาซึ่งอยู่ในอาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์จะต้านทาน
ได้
เห็นได้ชัดว่า ไม่ว่าหุ่นเชิดซากศพมุ่งเป้าโจมตีไปยัง
ทิศทางใด พริบตาต่อมาพวกมันก็จะหนีตายจน
กระเจิดกระเจิงทุลักทุเลเป็นที่สุด หนึ่งหมัด หนึ่งกรงเล็บ
เป็นการโจมตีที่ดูเรียบง่ายเป็นอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้พวกมัน
ทั้งสี่ตกอยู่ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากันฉะนั้นจึงไม่มี
เวลามาวิเคราะห์สนใจ
แม้จะเป็นการต่อสู้แบบหนึ่งต่อสี่ แต่หุ่นเชิดซากศพ
สามารถจัดการกับจักรพรรดิปีศาจทั้งสี่ได้อย่างราบคาบ
พวกมันทั้งหมดตกอยู่ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน
จักรพรรดิปีศาจตนใดหากทั้งพลาดไม่ระวังตัวให้ดีก็จะ
ถูกซัดกระเด็นออกจากแท่นหยกขาว พบกับจุดจบชะตา
กรรมชีวิตเช่นเดียวกับจักรพรรดิปีศาจไร้สิ้นสุด
” เจ้าหนุ่มมาช่วยกันจัดการกับเจ้านี่! ” จักรพรรดิปีศาจ
หมื่นบรรพกาลแผดเสียงตะโกนดังก้อง ในหัวใจของมัน
ถูกความหวาดกลัวเกาะกุมอยู่ไม่น้อย มันรีบร้องบอก อู่
อวี้ ให้ช่วยร่วมมือจัดการกับหุ่นเชิดซากศพ
แต่ดูเหมือน อู่ อวี้ จะไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่า
การเคลื่อนไหวตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนัก
บนแท่นหยกขาว อู่ อวี้ พยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้
หุ่นเชิดซากศพ โดยปล่อยให้หุ่นเชิดซากศพไล่ล่าติดตาม
จักรพรรดิปีศาจทั้งสี่อย่างสมบูรณ์ และเนื่องจากว่าพวก
มันทั้งสี่เป็นเป้าหมายใหญ่จนเกินไป จึงเป็นไปไม่ได้ที่
พวกมันจะพาหุ่นเชิดซากศพมายังทิศทางที่ อู่ อวี้ อยู่
ส่วนอู่จวินยังคงซ่อนตัวอยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิดต่อไป
ในระหว่างที่จักรพรรดิปีศาจทั้งสี่หลบหลีกการรุกราน
ของหุ่นเชิดซากศพ พวกมันก็ระดมโจมตีด้วยพลังกฎ
สวรรค์ต่าง ๆ นานาที่พวกมันแต่ละตนนี้ ถึงแม้จะโจมตี
กันอย่างสะเปะสะปะแต่ก็มีพลังของใครบางคนปะทะโดน
หุ่นเชิดซากศพเช่นกัน จนหุ่นเชิดซากศพต้องถอยร่นไป
ชั่วคราว ถึงกระนั้นชุดเกราะสีดำที่มันสวมใส่ก็ไม่ได้เกิด
ความเสียหายหรือมีริ้วรอยขีดข่วนแต่อย่างใดเลย สภาพ
ของมันยังสมบูรณ์คงเดิมทุกประการ
สถานการณ์นี้ทำให้จักรพรรดิปีศาจทั้งสี่หมดหวังอยู่ไม่
น้อย
จากการถูกระดมโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทำให้จักรพรรดิ
ปีศาจทั้งสี่ได้รับความบาดเจ็บอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาการ
บาดเจ็บที่พวกมันได้รับก็หนักหนาสาหัสสากรรจ์ไม่เบา
หลังจากเวลาผ่านไปทั้งอาการบาดเจ็บและความเหนื่อย
ล้าอ่อนเพลียก็ถาโถมเข้าใส่จนพวกมันอ่อนแอลง ส่งผล
ให้พลังของพวกมันในยามนี้เหลืออยู่เพียงครึ่งเท่านั้น
เมื่อเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ อู่ อวี้ ก็ทราบดีว่า
ทุกอย่างใกล้จะจบลงแล้ว เขาจึงตัดสินใจลงมือและใน
ที่สุดอู่จวินก็ปรากฏตัวออกมาจากเจดีย์ล่องกำเนิด
และแล้วทั้งหกก็ผนึกกำลังร่วมมือกัน ระดมโจมตีเข้าใส่
หุ่นเชิดศพอย่างรุนแรง!
ตอนนี้ อู่ อวี้ ได้เข้าร่วมการต่อสู้ด้วยเช่นกัน การ
ช่วยเหลือจักรพรรดิปีศาจทั้งสี่นั้นเป็นทางเลือกสุดท้าย
ของเขา ประการแรกหากพวกมันถูกสังหารจนตกตายคง
ไม่เป็นผลดีกับเขาเท่าใดนัก หลังจากพวกมันตกตาย
เป้าหมายรายต่อไปของเงาดำหุ่นเชิดซากศพก็คือเขา
ประการที่สองเขายังต้องการจี้ทองสัมฤทธิ์ที่อยู่กับพวก
มัน
ในกรณีนี้ถ้าจักรพรรดิปีศาจทั้งสี่ถูกโจมตีจนกระเด็นออก
จากแท่นหยกขาวตกตายไป เมื่อนั้น อู่ อวี้ คงไม่มีโอกาส
ฉกฉวยจี้ทองสัมฤทธิ์กลับคืนมา
ไม่ว่าเหตุผลใดเขาก็ต้องช่วยเหลือจักรพรรดิปีศาจทั้งสี่
ต่อสู้กับหุ่นเชิดซากศพ เพียงแต่ อู่ อวี้ รอจนกว่า
จักรพรรดิปีศาจทั้งสี่จะได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นค่อย
ลงมือเพื่อดำเนินตามแผนการต่อไป
เมื่อ อู่ อวี้ กับอู่จวินเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย ส่งผลให้เวลานี้
เงาดำหุ่นเชิดซากศพก็รู้สึกปวดเศียรเล็กน้อย
แม้ว่าพลังกฎสวรรค์จะไม่อาจสร้างอันตรายกับมันได้
ทว่าภายใต้การระดมโจมตีจากคนทั้งหก ในที่สุดเงาดำ
หุ่นเชิดซากศพก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ร่างของมันถูกแรง
ระเบิดจนกระเด็นออกจากแท่นหยกขาว ชั่วพริบตามันก็
ถูกแก่นเซียนวายุอัสนีคลั่งกลืนกินไปในทันที
ทว่าทุกคนก็เห็นเงาร่างของหุ่นเชิดซากศพมิได้ถูกกลืน
กินโดยแก่นเซียนเหล่านั้น แต่กำลังถอยห่างออกไปเรื่อย
ๆ แล้วก็หายไปท่ามกลางลมพายุอัสนีคลั่ง
จากสิ่งที่เห็นทำให้ อู่ อวี้ ตระหนักได้ทันทีว่า เงาดำหุ่น
เชิดซากศพคอยเฝ้าพิทักษ์อยู่ภายในสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์กับตำหนักเฝ้าสุสานนี้ เพียงแต่เขาไม่ทราบว่าใคร
เป็นผู้สร้างมันขึ้นมาหรือมีจุดประสงค์อันใด
เมื่อเงาดำหุ่นเชิดซากศพถอยห่างออกไป ในที่สุดทุกคนก็
ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เหลือเพียง อู่ อวี้ กับอู่จวินเผชิญหน้ากับจักรพรรดิปีศาจ
ทั้งสี่ ซึ่งตอนนี้จักรพรรดิปีศาจทั้งหมดล้วนได้รับ
บาดเจ็บไม่มากก็น้อย ดังนั้นพวกมันจึงต้องการเวลาพัก
ฟื้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะลงมือกับ อู่ อวี้ ยามนี้
เพียงแต่การกระทำของ อู่ อวี้ ทำให้พวกมันรู้สึกโกรธ
เคืองเป็นอย่างยิ่ง
หาก อู่ อวี้ ลงมือเสียตั้งแต่ตอนที่พวกมันยังมิได้รับ
บาดเจ็บ ก็คงจะไม่เป็นผลดีกับเขาสักเท่าใดนัก เพียงแต่
ปัจจุบันพวกมันรู้ว่านี่ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของ อู่ อวี้
ด้วยเพราะหลังจากขับไล่หุ่นเชิดซากศพออกไปได้
จักรพรรดิปีศาจทั้งสี่ก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย ดังนั้น
สถานการณ์ในยามนี้ถือว่าเอื้ออำนวยต่อ อู่ อวี้ เป็น
อย่างมาก
แท่นหยกขาวยังเดินหน้าต่อไป โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่า
อันตรายแบบไหนที่รอพวกเขาอยู่
——————–