กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1621: ภาพสะท้อนในกระจก
เมื่อประตูเปิดออกเขาก็พบกับทางเดินอันกว้างใหญ่ ซึ่ง
เขาไม่สามารถรู้ได้ว่าจุดสิ้นสุดของมันจบลงที่ใด
อู่ อวี้ เหยียบก้าวเข้ามาในทางเดิน สิ่งที่เห็นคือสองข้าง
ทางเป็นทางเดินที่กว้าง ๆ มีรูปปั้นทองสัมฤทธิ์หลาย
รูปร่างแตกต่างกันจำนวนมาก มันเหมือนกับรูปสลัก
ปีศาจจักรพรรดินิรันดร์ที่เขาเห็นบนประตูทองสัมฤทธิ์ทุก
กระเบียดนิ้ว
รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ทุกชิ้น คือรูปลักษณ์ของปีศาจ
จักรพรรดินิรันดร์เรียงแถวเป็นแนวยาวลึกไปยังทางเดิน
ด้านในไร้สิ้นสุด ซึ่งเขาไม่อาจรู้ได้ว่าทั้งหมดมีกันอยู่กี่รูป
แต่ถ้าเทียบกับรูปแกะสลักจักรพรรดิปีศาจที่อยู่บนประตู
ทองสัมฤทธิ์ รูปปั้นทองสัมฤทธิ์เหล่านี้ดูเหมือนจริง
มากกว่า อีกทั้งแต่ละรูปยังแผ่แรงกดดันกดออกมา เป็น
แรงกดดันที่รุนแรงจน อู่ อวี้ หายใจหายคอไม่ทั่วท้อง
ที่นี่มีรูปปั้นมากเหลือเกิน และทุกรูปเหมือนตัวจริงทุก
ประการ
อู่ อวี้ พยายามสัมผัสรูปปั้นเหล่านี้ เขารู้สึกว่าวัสดุที่ใช้
สร้างรูปปั้นทองสัมฤทธิ์เหล่านี้มีความคงทนเป็นอย่าง
มาก แม้ว่าเขาจะพยายามทำลายอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่
สามารถทำลายมันได้
“นี่คือรูปปั้นของจักรพรรดิศิลาทะลวงตะวัน ช่างงดงาม
ยิ่งนัก!” อู่ อวี้ เดินดูรอบ ๆ รูปปั้น นี่คือรูปปั้นอีกหนึ่งชิ้น
ที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่งที่เขาเคยเห็นบนประตูทองสัมฤทธิ์
มันคือเสาศิลาที่พุ่งทะยาน ตั้งสูงตระหง่านจากพื้น
ทางเดิน จมลึกเข้าไปในความมืดมิดไร้สิ้นสุดเหนือศีรษะ
รูปปั้นจักรพรรดิศิลาทะลวงตะวันทั้งหนักและสูงใหญ่
กว่า อู่ อวี้ หลายร้อยเท่าตัว จนเขาไม่สามารถมองเห็น
ส่วนบนสุดของมันได้ เพราะเวลานี้ส่วนบนสุดของมันจม
หายไปกับความมืดมิดอย่างสมบูรณ์
ห่างออกไปไม่ไกลนักเป็นรูปปั้นของ ‘มหาจักรพรรดิหงส์
ทมิฬ’ ซึ่งกำลังลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีดำทมิฬที่ดูเหมือน
มีชีวิต อีกทั้งรูปปั้นดังกล่าวกำลังกระพือปีก สามารถทำ
ให้อุณหภูมิบรรยากาศโดยรอบเกิดความเปลี่ยนแปลง
แตกต่างออกไป เช่นเดียวกับพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยเปลว
เพลิงความร้อน
เปลวไฟสีดำทมิฬที่กำลังลุกไหม้ล้อมรอบรูปปั้นของมหา
จักรพรรดิหงส์ทมิฬ ทำให้อุณหภูมิโดยรอบลดต่ำเป็น
อย่างมาก เขาไม่รู้ว่ามันทำมาจากอะไร อาจเป็นไปได้ว่า
พลังของมหาจักรพรรดิหงส์ทมิฬคือเพลิงทมิฬที่มี
อุณหภูมิลดต่ำเป็นอย่างมาก หรือก็คือเพลิงเย็นนั่นเอง
ดังนั้นรูปปั้นจึงสืบทอดพลังดังกล่าวมาจนปัจจุบัน
รูปปั้นของจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์เหล่านี้เหมือนจริงเป็น
อย่างมาก ประเด็นสำคัญก็คือกลิ่นอายแรงกดดันแล
อุณหภูมิที่แผ่ออกมาทำให้รู้สึกว่า ‘จักรพรรดิปีศาจนิ
รันดร์เหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่’
อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิความร้อน เมื่อเดินผ่านสัตว์
อสูรที่มีคุณลักษณะของธาตุไฟ คลื่นความร้อนที่แผ่
ออกมาเกือบจะเผาไหม้เขาจนดำเป็นตอตะโก
รูปปั้นดังกล่าวเป็นลักษณะของราชสีห์เพลิง ราชสีห์
เพลิงตัวนี้มีเก้าหัว ท่าทางเย่อหยิ่งอหังการกดขี่ข่มเหง
เป็นอย่างยิ่ง กลิ่นอายและอุณหภูมิที่แผ่ออกมาจากร่าง
ทำให้ผู้สัมผัสอย่างเขาหายใจหายคอไม่ทั่วท้อง
ดูเหมือนราชสีห์เพลิงตัวนี้จะถูกเรียกว่า ‘มหาจักรพรรดิ
เก้าอัคคี”’จากตำนานในอดีตดูเหมือนว่ามันจะใช้เปลว
เพลิงที่แตกต่างกันเก้าชนิด เมื่อทุกชนิดมารวมกันจะ
กลายเป็นพลังอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ต่อให้ผู้ที่อยู่ใน
อาณาจักรเดียวกันสามถึงห้าตนก็ยังไม่สามารถรับมือกับ
หนึ่งในตำนานภพเทพปีศาจผู้นี้ได้
ถึงแม้ว่าจักรพรรดิเก้าอัคคีจะเป็นเพียงรูปปั้น อู่ อวี้ ก็
สัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของมัน
หากเขาอยู่ใกล้รูปปั้นนี้นานเกินไป เกรงว่าร่างกายของ
เขาจะถูกแผดเผาจนดำเป็นตอตะโก
เมื่อเดินต่อไปเขาก็พบกับรูปปั้นของ ‘มหาจักรพรรดิ
ขุนเขาธารา’ รูปปั้นดังกล่าวเคยปรากฏให้เห็นอยู่บน
ประตูทองสัมฤทธิ์ และเวลานี้มันได้ปรากฏอยู่ตรงเบื้อง
หน้าของ อู่ อวี้ สิ่งที่เห็นคือม้วนคัมภีร์ยาวเหยียดมีรูป
วาดของขุนเขาแลแม่น้ำลำธารยาวหลายพันลี้ ทุกอย่าง
ที่อยู่ในภาพดูเสมือนจริงเป็นที่สุด แม้แต่บนสายธารา
สมุทรอันกว้างใหญ่ยังปรากฏระลอกคลื่นให้เห็น ภาพภูมิ
ทัศน์ดังกล่าวทำให้ อู่ อวี้ ประหลาดใจเป็นยิ่งนัก
รูปปั้นแต่ละรูปมีรูปร่างอิริยาบถแตกต่างกันไป ดูเหมือน
ที่นี่จะเป็นห้องจัดแสดงซากศพของจักรพรรดิปีศาจนิ
รันดร์
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ฉุกคิดความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา
ซึ่งทำให้เขาตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ ดูเหมือนในบรรดารูปปั้นที่อยู่บนทางเดินทั้งหมดจะไม่
มีรูปปั้นของอสูรกำเนิดหยินหยางกับมหาจักรพรรดิเนตร
ม่วงเลย … ”
เพียงแค่ฉุกคิดนึกถึง อู่ อวี้ ก็เริ่มรู้สึกขนพองสยองเกล้า
บางทีรูปปั้นที่อยู่ในทางเดินทั้งหมด อาจจะมิใช่เพียงรูป
ปั้นจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ แต่เป็นซากศพที่แท้จริงของ
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ก็เป็นได้?
หรือไม่ก็อาจจะเป็นหุ่นเชิดซากศพที่ผ่านการปรับแต่งมา
เรียบร้อยแล้ว?
แต่ที่มันยังคงอยู่ในสภาพรูปปั้นเช่นนี้เป็นเพราะ อู่ อวี้
ถือจี้ทองสัมฤทธิ์ไว้ในมือ มันจึงไม่เคลื่อนไหวใด ๆ?
เมื่อคิดได้ดังนั้นตัวเขาก็สั่นเทา!
อู่ อวี้ คาดเดาถึงโอกาสที่อาจเป็นไปได้ และถ้าการคาด
เดานั้นเป็นความจริง แสดงว่าจำนวนหุ่นเชิดซากศพ
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์นั้นมากมายเกินกว่าจะ
จินตนาการ!
แสดงว่าปีศาจทุกตนที่มีพลังอันยิ่งใหญ่เทียบเทียมกับ
เทพอสูรบรรพกาล ทั้งหมดถูกปรับแต่งเป็นหุ่นเชิด
ซากศพ?
ความสยองขวัญดังกล่าวทำให้ อู่ อวี้ หมดอารมณ์ที่จะ
มานั่งชื่นชมความงามของรูปปั้นเหล่านี้ โดยเดินจ้ำอ้าว
ตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เรื่องที่เขาคาดเดาทำให้เขาไม่กล้าเก็บจี้ทองสัมฤทธิ์
แม้แต่น้อย เพราะกลัวว่าหากรูปปั้นเหล่านี้เป็นหุ่นเชิด
ซากศพจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ขึ้นมาจริง ๆ เกรงว่าเขา
จะไม่อาจหยุดยั้งพวกมันไว้ได้ และถูกสังหารโดยหุ่นเชิด
ซากศพเหล่านี้เป็นแน่
เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จนเวลาล่วงเลยไปกว่า
สามทิวาราตรี ในที่สุดเขาก็สามารถผ่านพื้นที่แสดงรูป
ปั้นจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ทั้งหมดจนได้
เขาพบว่าทางเดินข้างหน้ายังคงว่างเปล่า เมื่อเดินต่อไป
สักพักเขาก็มาถึงทางแยก
เส้นทางที่อยู่เบื้องหน้าของเขา เป็นจุดสิ้นสุดทางเดิน
ทั้งหมดสมบูรณ์ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเส้นทางอันมืดมิดที่อยู่
ด้านหน้าจะมีอะไรรออยู่
ทางสี่แยกด้านหน้าไม่ว่าจะเป็นทางซ้ายหรือขวา ล้วนมี
ประตูทองสัมฤทธิ์ปรากฏอยู่ ถึงแม้มันจะมีขนาดเล็กแต่
มันก็ถูกสร้างขึ้นจากวัสดุหายาก และจะเห็นได้ชัดว่าบน
บานประตูจะมีช่องเล็ก ๆ สองช่องอยู่ ซึ่งคาดว่ากุญแจจี้
ทองสัมฤทธิ์ในมือของเขาน่าจะเปิดประตูเหล่านี้ได้
” ข้างหน้าเต็มไปด้วยหนทางมืดมิดไม่รู้ว่ามีอะไรรอข้าอยู่
เห็นทีคงต้องว่ากันในภายหลัง ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดสักพัก จากนั้นก็เลือกประตูทางซ้ายก่อน
เมื่อเขาก้าวมาถึงยังตำแหน่งดังกล่าว อู่ อวี้ มีก็สัมผัสได้
ว่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยบททดสอบอย่างแท้จริง ส่วน
จะได้อะไรหลังจากผ่านการทดสอบดังกล่าวก็ไม่มีผู้ใด
ล่วงรู้ได้
แต่ตอนนี้มีเพียงเป้าหมายเดียวและแรงจูงใจที่ทำให้ อู่
อวี้ ยังคงก้าวไปข้างหน้านั่นคือการมีชีวิตรอดอยู่ต่อไป
เฉกเช่นเดียวกับจักรพรรดิปีศาจทั้งห้า พวกมันหน้ามืด
ตามัวไปกับผลกำไรที่อาจเป็นไปได้ จนนำพาชีวิตไปสู่
อันตรายมากมายยากที่จะคาดเดาได้ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้
เขารู้สึกขอบคุณโชคชะตาที่ยังทำให้เขามีชีวิตอยู่รอดมา
ได้จนถึงป่านนี้
หากทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นบททดสอบจริง ๆ อู่ อวี้ ก็จะ
ไขว่คว้าโอกาสนั้นอย่างแน่นอน นั่นเป็นเพราะเมื่อใดที่มี
บททดสอบหมายถึงผลกำไรที่จะตามมา โดยที่หลักฐาน
ของการผ่านบททดสอบคือเขายังมีชีวิตอยู่
เมื่อตัดสินใจเลือกประตูทางด้านซ้าย เขาก็ก้าวเดินไป
ข้างหน้า จากนั้นก็ใส่จี้ทองสัมฤทธิ์เข้าไปในร่องทั้งสอง
บนบานประตู
เมื่อใส่กุญแจจี้ทองสัมฤทธิ์ลงไป บานประตูก็ค่อย ๆ เปิด
ออก อู่ อวี้ ตื่นตัวอย่างเต็มที่พร้อมเผชิญหน้ากับ
อันตรายที่จะดาหน้าเข้ามา แต่กลายเป็นว่าไม่มีอันตราย
ใด ๆ ออกมาจากประตู เบื้องหน้าของเขามีเพียงความ
มืดมิดเท่านั้น
“ มีเพียงความมืดมิด? ”
อู่ อวี้ รู้สึกงงงวยเล็กน้อย หลังจากเปิดประตูเปิดออกสิ่ง
ที่เขาพบเจอมีเพียงความมืดมิดที่มองไม่เห็น อีกทั้งยังไม่
สัมผัสได้ถึงอันตรายที่อยู่ด้านใน
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่ว่าเขาจะเข้าไปด้านในหรือไม่?
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งในที่สุดก็ตัดสินใจเข้าไป หากมี
กับดักอยู่ในนั้นก็คงไม่จำเป็นต้องสร้างห้องแยกต่างหาก
ตรงส่วนปลายสุดทางเดินเช่นนี้ ป่านนี้เขาคงตกตาย
ระหว่างเดินมายังตำแหน่งดังกล่าวไปตั้งนานแล้ว
แสดงว่าห้องนี้จะต้องมีบททดสอบบางอย่างรอเขาอยู่
อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงก้าวเข้าไปยังห้องที่เต็มไปด้วย
ความมืดมิดอย่างมั่นใจ
เมื่อเข้ามาด้านใน อู่ อวี้ ก็พบว่าด้านในเป็นพื้นที่ว่าง
เปล่าเต็มไปด้วยความมืดมิดไร้สิ้นสุด มันเป็นเพียงแค่
ห้องโล่ง ๆ ไม่เหมือนอย่างที่เขาคิดไว้ตั้งแต่ตอนแรก
พื้นที่แห่งนี้เป็นไปด้วยความมืดมิดไร้สิ้นสุด มีขอบเขต
กว้างขวางไร้สิ้นสุดเช่นกัน
เมื่อ อู่ อวี้ ก้าวเข้ามาในห้องดังกล่าว มันก็กลายเป็น
พื้นที่ปิดทันที ประตูทางเข้าที่เขาเคยผ่านเข้ามาก็หายไป
ในพริบตา
ขณะ อู่ อวี้ กำลังเฝ้าระวังสังเกตสถานการณ์ กระจกนับ
ไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นรอบตัวของเขา กระจกเหล่านี้ลอย
คว้างอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าปิดล้อมรอบตัว อู่ อวี้
เอาไว้!
บนบานกระจกทุกบานส่องสะท้อนรูปลักษณ์ของ อู่ อวี้
เพียงเขาขยับเล็กน้อยกระจกทุกบานก็ขยับเข้าหากัน
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขานึกถึงพลังอิทธิฤทธิ์ร่างอวตารนอก
วิถี แต่สถานการณ์ในปัจจุบันมันค่อนข้างแปลก
ประหลาดยิ่งกว่าร่างอวตารนับล้านตน อู่ อวี้ เริ่มหน้านิ่ว
คิ้วขมวดด้วยไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับสถานการณ์ใดตรง
เบื้องหน้า
“ ลองดูสักตั้งแล้วกัน ”
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มสำรวจรอบ ๆ ไม่นานนักเขาก็พบว่า
พื้นที่มืดมิดไร้สิ้นสุดแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยกระจก
ดังกล่าว ไม่ว่าเขาจะไปยังที่แห่งใดเขาก็พบเจอกับ
กระจกที่ส่องสะท้อนภาพลักษณ์ของตัวเองอยู่รอบ ๆ
เขามองไปในกระจกแล้ว ‘อู่ อวี้’ ก็พบว่าภาพสะท้อนใน
กระจกก็กำลังมองเข้ามาอยู่เช่นกัน บรรยากาศเช่นนี้ทำ
ให้เขารู้สึกขนพองสยองเกล้าเป็นอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตจากด้านหลัง เขา
รีบตอบสนองด้วยการหันกลับไปมองก็พบว่า ‘ตัวเขา’
อีกคนกำลังออกมาจากกระจก!
ทันทีที่หันกลับไปมองและพบว่า ‘ตัวเขา’ อีกคนออกมา
จากกระจก เขาก็สัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาดของ
สถานการณ์นี้?
ทำให้ อู่ อวี้ รู้ทันทีว่าบททดสอบของห้องนี้ได้เริ่มต้นขึ้น
แล้ว
ก่อนที่ อู่ อวี้ จะรู้สึกใด ๆ ไปมากกว่านี้ ‘อู่ อวี้ ที่ออกมา
จากกระจกเงาก็เริ่มลงมือโจมตีทันที
ภาพสะท้อนที่ออกมา ในมุมมองสายตาของ อู่ อวี้ ตัว
จริง ภาพสะท้อนดังกล่าวมีรูปร่างหน้าตาลักษณะเหมือน
เขาทุกประการ หากมีคนภายนอกอยู่ที่นี่ คนผู้นั้นคงไม่
สามารถแยกแยะว่าพวกเขาทั้งสองคนใดเป็นตัวจริงตัว
ปลอม
สิ่งนี้ทำให้เขานึกถึงภาพมายาที่เกิดขึ้นจากสายหมอก
ตอนที่เขาเหยียบก้าวเข้ามาในสุสานจักรพรรดินิรันดร์
แห่งนี้ในตอนแรก!
ในตอนนั้นเมื่อเขาปรากฏตัวในสุสานจักรพรรดินิรันดร์
เขาก็ได้พบเจอกับอู่จวินตัวปลอมที่สร้างมาจากหมอก
ซึ่งในตอนนั้นเขาแยกแยะตัวจริงตัวปลอมด้วยการมอง
ผ่านเนตรเพลิง
แต่สถานการณ์ในตอนนี้ถึงเขาจะมองผ่านเนตรเพลิงแล้ว
ก็ตาม อู่ อวี้ ก็ยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอีกฝ่ายเป็น
สิ่งมีชีวิตอะไร!
โดยปกติเขาสามารถใช้เนตรเพลิงมองความเป็นจริงของ
รูปลักษณ์ที่อีกฝ่ายเป็นได้ ยกตัวอย่างเช่นร่างจริงของ
ปีศาจ ต่อให้พวกมันปลอมตัวมาอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
สำหรับเขา
แต่ตอนนี้แม้เขาจะจ้องมอง ‘อู่ อวี้ ที่ออกมาจากกระจก’
ด้วยเนตรเพลิงแล้วก็ตาม เขาก็ยังไม่สามารถมองเห็น
ตัวตนที่แท้จริงของมันได้
สิ่งที่เห็นคือไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ราวกับว่าภาพ
สะท้อนของ อู่ อวี้ ที่กระโดดออกมาจากกระจกนั้นมีชีวิต
จริง ๆ!
และภาพสะท้อนที่กระโดดออกมาจากกระจกเริ่มลงมือ
โจมตี อู่ อวี้ ด้วย ‘กฎสวรรค์เพลิงทองคำ’ และทันทีหลัง
ดังกล่าวระเบิดออกมา เขาก็สัมผัสได้ว่าความน่า
สะพรึงกลัวของกฎสวรรค์เพลิงทองคำเหมือนกับของ อู่
อวี้ ทุกประการ
“ระวัง!”
อู่ อวี้ ไม่จำเป็นออมมือ เนื่องจากเวลานี้เขาต้องการ
เอาชนะคู่ต่อสู้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น!
นอกจากนี้เขายังใช้ออกด้วยกฎสวรรค์อัคคีทองคำ ผสาน
ไปกับกฎสวรรค์สัประยุทธ์ ยกระดับเจตจำนงในการต่อสู้
ทันใดนั้นกฎสวรรค์อัคคีทองคำก็ลุกโหมกระหน่ำโชติช่วง
ขึ้นอีกหลายเท่า เพียงชั่วอึดใจพลังของเขาก็ปะทะกับกฎ
สวรรค์อัคคีทองคำของสู้ต่อสู้ในพื้นที่อันมืดมิดแห่งนี้!
เมื่ออำนาจทั้งสองพังทลายลง สิ่งที่ อู่ อวี้ ไม่คาดคิดก็คือ
ฝ่ายตรงข้ามจะใช้ออกด้วยกฎสวรรค์สัประยุทธ์
เช่นเดียวกัน ราวกับว่าอีกฝ่ายดูเหมือน อู่ อวี้ ทุก
ประการ นอกจากนี้เมื่อกฎสวรรค์สัประยุทธ์สำแดงเดช
ความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย
” มันใช้วิชาเช่นเดียวกับข้าเช่นนั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ รู้สึกไม่อยากจะเชื่อเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นเองฝ่าย
ตรงข้ามก็ปลดปล่อยกฎสวรรค์อัคคีทองคำผสานไปกับ
กฎสวรรค์สัประยุทธ์ที่ช่วยยกระดับพลังโจมตีเข้าใส่เขา
อย่างกะทันหัน เมื่อเห็นเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็พลิกตลบตีลังกา
หลบเลี่ยงการโจมตีดังกล่าวทันที
แต่ทันใดนั้นเองพื้นที่ด้านหน้าของ อู่ อวี้ ก็สว่างวาบขึ้น
ฉับพลัน ‘ภาพสะท้อน อู่ อวี้’ ก็พุ่งทะยานตามเข้ามาติด
ๆ อู่ อวี้ สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังใช้เมฆา
ตลบฟ้าเช่นเดียวกับเขา!
ซึ่งทำให้ อู่ อวี้ ตกตะลึงเล็กน้อย เนื่องจากภาพของ
‘ตนเอง’ ที่สะท้อนออกมาจากกระจก ดูเหมือนเขามาก
จริง ๆ ทั้งยังใช้กฎสวรรค์หรือพลังอิทธิฤทธิ์ได้เหมือนกับ
เขาทุกประการอีกด้วย!
———————-