กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1620: รูปสลักจักรพรรดิปีศาจ
ร่างแยกของจักรพรรดิปีศาจอนันตกาลถูกสังหารโดย
อสูรกำเนิดหยินหยางตกตายไปในทันที ทำให้พฤกษา
พิภพอนันต์ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
โชคดีที่มันมาถึงตรงหน้าของ อู่ อวี้ แล้วรีบโยนจี้ทอง
สัมฤทธิ์ไปให้แก่เขา
อู่ อวี้ ใช้มือเดียวคว้าจับจี้ทองสัมฤทธิ์ จากนั้นพฤกษา
พิภพอนันต์ก็เปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์รีบเข้าสู่เจดีย์ล่อง
กำเนิดอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันจะพักฟื้นอยู่ในพื้นที่ ๆ มีแค่
มันเพียงลำพัง กล่าวได้ว่ามันถูกช่วยชีวิตอย่างไม่เต็มใจ
นัก
อู่ อวี้ รีบเก็บจี้ทองสัมฤทธิ์แล้วก็โยนพฤกษาพิภพอนันต์
เข้าไปภายในเจดีย์ล่องกำเนิด จากนั้นเขาก็ใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์เทียมฟ้าจรดดินย่อขนาดร่างกายให้หดเล็กลง
มากที่สุด หลบหนีไปทั่วตำหนัก
ใช้เวลาไม่นานนักอสูรกำเนิดหยินหยางก็ทำลายร่างแยก
ของจักรพรรดิปีศาจอนันตกาลทั้งหมดลงอย่างสมบูรณ์
จากนั้นมาปิดล้อมสังหาร อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว
แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ขนาดตัวของ อู่ อวี้ เล็กจิ๋วมาก
เกินไป นอกจากนี้เขายังมีเมฆาตลบฟ้า จึงเป็นเรื่องยาก
ที่อสูรกำเนิดหยินหยางทั้งสองจะจับตัวเขาได้อยู่หมัด
การไล่ล่าสังหารของมันไม่ต่างจากแมวไล่จับหนู
ไม่ว่าจะเป็นอสูรกำเนิดตะวันหรืออสูรกำเนิดจันทรา
พวกมันทั้งสองล้วนเป็นหุ่นเชิดซากศพจักรพรรดิปีศาจนิ
รันดร์ ซึ่งระดับความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ในยามนี้ไม่
สามารถต้านทานมันได้ ดังนั้นจึงแทบไม่ต้องกล่าวถึง
เรื่องที่พวกมันทั้งสองผนึกกำลังกัน เพราะอย่างไรเสียก็
ไม่มีทางที่แยกพวกมันออกจากกันได้ พลังกฎสวรรค์ของ
พวกมันมากมายเกินกว่าอยู่เพียงลำพังถึงสิบเท่า
ขนาดอสูรกำเนิดตะวันกับอสูรกำเนิดจันทราแยกกัน
โจมตี อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ พวกเขายังแทบไม่สามารถ
ต้านทานมันได้
ฉะนั้นจึงไม่ต้องกล่าวถึงเมื่อพวกมันทั้งสองร่วมมือผนึก
กำลังกัน ไม่มีทางที่ฝ่ายตรงข้ามอย่างพวกเขาจะ
สามารถต่อต้านได้เลยแม้แต่น้อย การโจมตีของพวกมัน
สามารถบดขยี้สังหารพวกเขาได้ในชั่วอึดใจ อย่างเช่นภู
ผาทองหมื่นบรรพกาลกับอสูรลาวาเทิดหล้า แม้แต่เสียง
กรีดร้องก่อนก็ยังหายไปเพียงชั่วพริบตา
จวบจนบัดนี้ อู่ อวี้ ยังคงป้วนเปี้ยนวนเวียนอยู่ภายใน
ตำหนัก ในทุก ๆ ครั้งที่อสูรหยินหยางเข้ามาใกล้ เขาจะ
ใช้เมฆาตลบฟ้าหลบหนี
จนเวลาล่วงเลยผ่านไปสักระยะหนึ่ง อสูรกำเนิดหยินห
ยางก็ยังไม่สามารถจับตัว อู่ อวี้ ได้ ส่วนตัวเขาเองก็ไม่
สามารถหาทางออกไปจากที่นี่ได้เช่นกัน
ตอนนี้ อู่ อวี้ ปล่อยให้อสูรกำเนิดหยินหยางทั้งสองตาม
หาตัวเขาให้ควัก ขณะเดียวกันเขาก็พยายามค้นหา
ทางออกโดยมุ่งหน้าไปยังจัตุรัสสุดของโถงท้ายเพื่อ
ตรวจสอบ ในที่สุดเขาก็เห็นประตูทองสัมฤทธิ์
แต่ตอนนี้ประตูดังกล่าวยังคงถูกปิดสนิทอยู่ จึงเป็นไป
ไม่ได้ที่เขาจะออกไปที่นี่ หากเขายังคงโอ้เอ้อยู่หน้าประตู
อีกสักพัก คาดว่าอสูรกำเนิดหยินหยางทั้งสองคงตามมา
บดขยี้เขาด้วยพายุเพลิงเหมันต์
ในระหว่างการ อู่ อวี้ ก็เรียกหนานซานหวางเยว่ให้
ออกมาทดลองดู?
แต่เขาก็สลัดความคิดนี้ไปอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าเขตแดน
สวรรค์ไร้รอยของหนานซานหวางเยว่จะทรงพลังมากพอ
จนสามารถปกปิดร่องรอยได้ราวกับล่องหน แต่อย่างมาก
สุดวิชานี้ก็ใช้ได้ผลกับตัวตนที่มีความแข็งแกร่งต่ำกว่า
ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ท่านั้น
แต่ผู้ที่กำลังไล่ล่า อู่ อวี้ อยู่ในตอนนี้คืออสูรหยินหยาง
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์จากยุคบรรพกาลของภพเทพ
ปีศาจในอดีต!
ตัวตนเช่นนี้สามารถมองเห็นเขาได้อย่างแน่นอน ต่อให้
หนานซานหวางเยว่จะใช้เขตแดนสวรรค์ไร้รอยก็ตามที
เมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้ อู่ อวี้ จึงไม่ปล่อยให้หนานซาน
หวางเยว่ออกมา ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต่างจากการเรียกเขาให้
มาพบเจอกับความตายโดยแท้
ทันใดนั้นหมิงซวงที่หายหน้าหายตามานาน ก็ส่งเสียง
เจื้อยแจ้วอย่างชาญฉลาดออกมา ” อู่ อวี้… เจ้า
สังเกตเห็นหรือไม่ ตอนที่จักรพรรดิปีศาจอนันตกาลโยนจี้
ทองสัมฤทธิ์ออกมาให้เจ้า ดูเหมือนอสูรกำเนิดหยินหยาง
ทั้งสองจะหยุดชะงักการเคลื่อนไหวไปชั่วครู่? ”
อู่ อวี้ จำเสียงได้อย่างขึ้นใจ เขาครุ่นคิดตามคำบอกเล่า
แล้วพบว่าสิ่งที่นางกล่าวนั้นเป็นเรื่องจริง ในช่วงเวลานั้น
เขาลืมสังเกตไป เพราะมัวแต่ให้ความสนใจไปกับการ
นำพาจักรพรรดิปีศาจอนันต์การเข้าสู่เจดีย์ล่องกำเนิด
เลยไม่ได้สนใจกับพฤติกรรมท่าทีของอสูรกำเนิดหยินห
ยางทั้งสอง
ฉะนั้นเมื่อหมิงซวงกล่าวเตือนสติ ก็ทำให้ อู่ อวี้ จดจำได้
ทันทีว่าในตอนนั้นอสูรกำเนิดหยินหยางทั้งสองหยุดชะงัก
ลงชั่วขณะจริง ๆ
แต่เป็นเพราะตอนนั้นเขาไม่ได้ทันสังเกตหรือสนใจ ว่าจี้
ทองสัมฤทธิ์จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาของมัน
“เจ้าฉลาดมากหมิงซวง ฮ่าฮ่า!” อู่ อวี้ ดีใจแม้ว่าเขาจะ
ไม่มั่นใจเต็มร้อย แต่การมองดูสักตั้งก็มิได้เสียหายอะไร
ในเมื่อเวลานี้เขาไม่มีวิธีอื่นอยู่แล้ว
” ให้มันน้อย ๆ หน่อย… หยุดประจบประแจงแล้วรีบ ๆ
จัดการซะ ท่านย่าผู้นี้ไม่ต้องการท่าทางโง่ ๆ ของเจ้า
แล้ว! ” หมิงซวงกลอกตามองบนแสดงท่าทางเบื่อหน่าย
เสียเต็มประดา คำพูดคำจาของนางไม่ค่อยสุภาพนัก
มักจะเปรียบเปรยมั่วซั่ว แต่นี่ก็คืออุปนิสัยของนาง
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็หยิบจี้ทองสัมฤทธิ์ทั้งสองชิ้นออกมา
เมื่อจี้ทองสัมฤทธิ์ทั้งสองชิ้นปรากฏขึ้น อสูรกำเนิดหยินห
ยางทั้งสองก็หยุดไล่ล่าเขาให้ทันที
ยิ่งไปกว่านั้นหุ่นเชิดซากศพอสูรกำเนิดหยินหยางก็เริ่ม
สลายตัว กลายเป็นเพลิงโกลาหลหุบเขามารกับเหมันต์
เยือกแข็งราตรีนิรันดร์แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งโถง
กลาง
เฉกเช่นเดียวกับตอนที่ อู่ อวี้ มายังโถงกลางแห่งนี้เป็น
ครั้งแรก ทั่วทั้งตำหนักแห่งนี้ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยเพลิง
โกลาหลหุบเขามารและเหมันต์เยือกแข็งราตรีนิรันดร์
เพียงไม่นานนักอสูรกำเนิดหยินหยางก็สลายตัวไปอย่าง
รวดเร็ว จนมองไม่เห็นแม้แต่เงาของมัน
สิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าไม่ต้องสงสัยเลยว่า จี้ทองสัมฤทธิ์
นี้มีความสามารถในการยับยั้งสะกดข่มหุ่นเชิดซากศพ
อสูรกำเนิดหยินหยางได้จริงๆ
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังสงสัยว่าจี้ทองสัมฤทธิ์เป็นทางผ่าน
ของตำหนักเฝ้าสุสานจริง ๆ ใช่หรือไม่?
หากเป็นเช่นนั้นคราที่เขาเผชิญหน้ากับหุ่นเชิดซากศพ
มหาจักรพรรดิเนตรม่วงที่โถงด้านหน้า เขาก็สามารถ
หยุดยั้งมันด้วยจี้ทองสัมฤทธิ์ได้เช่นกัน …
แน่นอนว่าเขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคาดเดา เนื่องจาก
ผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้านั้นไม่เลวสำหรับ อู่ อวี้ เลย
ทีเดียว อย่างน้อยหุ่นเชิดซากศพอสูรกำเนิดหยินหยาง ก็
ช่วยกวาดล้างอสูรลาวาเทิดหล้ากับภูผาทองหมื่นบรรพ
กาลให้กับเขา เนื่องจากพวกมันทั้งสองแข็งแกร่งเป็น
อย่างยิ่ง หากยังมีชีวิตอยู่เป็นไปได้ว่ามันอาจจะสร้าง
ปัญหาให้กับเขาในภายหลัง
อีกทั้งเขายังได้รับพฤกษาพิภพอนันต์เป็นของกำนัล
พิเศษ แน่นอนตอนนี้ อู่ อวี้ จะไม่บอกพฤกษาพิภพ
อนันต์เกี่ยวกับสถานการณ์ภายนอกปล่อยให้มันอยู่ในนั้น
ไปก่อนสักพัก
หากเขาบอกความจริง เป็นไปได้ว่าพฤกษาพิภพอนันต์
จะไม่ยอมร่วมมือกับ อู่ อวี้ ทั้งยังทำให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นโดยไม่จำเป็น
เมื่ออสูรกำเนิดหยินหยางหายไปจากโถงกลาง มันก็
แปรเปลี่ยนกลายเป็นเพลิงโกลาหลหุบเขามารและ
เหมันต์เยือกแข็งราตรีนิรันดร์แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้ง
ตำหนัก ต่อจากนั้น อู่ อวี้ ยังคงเดินหน้าไปยังทิศทางของ
เพลิงโกลาหลหุบเขามารอย่างระมัดระวังเช่นเดียวกับ
ตอนแรก โดยใช้กฎสวรรค์อัคคีทองคำปกคลุมร่างกาย
ต้านทานการแผดเผาจากเพลิงโกลาหลหุบเขามาร
หากมีจี้ทองสัมฤทธิ์ ตราบใดที่อยู่ในอาณาจักรเซียนไร้
ลักษณ์ขั้นที่ 9 คนผู้นั้นก็สามารถผ่านโถงแห่งนี้ไปได้
อย่างปลอดภัย
แต่ถ้าไม่มีจี้ทองสัมฤทธิ์ คนผู้นั้นก็จำเป็นต้องสังหารหุ่น
เชิดซากศพจักรพรรดินิรันดร์อสูรกำเนิดหยินหยางเพื่อ
ผ่านโถงแห่งนี้ไป ในกรณีนี้หากไม่มีจักรพรรดินิรันดร์
เดินทางมาที่นี่ด้วย แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะ
ประสบความสำเร็จ
ตอนนี้ อู่ อวี้ มีกฎสวรรค์อัคคีทองคำปกป้องร่างกายอยู่
ขณะเดียวกันก็เดินมุ่งหน้าไปอย่างระมัดระวัง คอยเฝ้า
สังเกตตรวจสอบอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ไม่นานนักเขาก็เดินมาถึงประตูที่จะพาไปสู่โถงห้องต่อไป
โดยไร้ซึ่งอันตรายใด ๆ แสดงให้เห็นว่าจี้ทองสัมฤทธิ์มี
ความสามารถในการยับยั้งสะกดข่มอสูรกำเนิดหยินหยาง
จริง ๆ คาดว่าจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าคงไม่คาดคิดว่านี้คือ
กุญแจสำคัญในสุสานจักรพรรดินิรันดร์
แน่นอนว่าตอนนี้ในบรรดาจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าเหลือ
พฤกษาพิภพอนันต์อยู่เพียงตนเดียว ซึ่งมันก็ถูก อู่ อวี้
กักขังอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด จึงไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจี้
ทองสัมฤทธิ์มีความสามารถเช่นนี้อยู่
จากนั้น อู่ อวี้ ก็สังเกตประตูทองสัมฤทธิ์ด้านหน้าของ
เขาอย่างระมัดระวัง
ยามนี้เขาสามารถตรวจสอบประตูทองสัมฤทธิ์ได้อย่าง
ปลอดภัย และพบว่ามันมีความงดงามกว่าประตูทมิฬใน
โถงด้านหน้าก่อนหน้านี้มาก
ตรงกลางมีอักษรสีแดงโลหิตถูกสลักเอาไว้ว่า ‘โถง
ด้านหลัง’ สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของ อู่ อวี้ มากยิ่งขึ้นคือ
ลายเส้นลึกลับโบราณที่ปรากฏอยู่บนประตูทองสัมฤทธิ์
ขนาดใหญ่แทบทั้งหมด
“ลายเส้นเหล่านี้ดูเหมือนจักรพรรดิปีศาจ!” เมื่อ อู่ อวี้
เพ่งพินิจลายเส้นเหล่านี้อย่างละเอียด เขาก็ต้องตกตะลึง
ลายเส้นที่ลากผ่านตลอดบานประตูทองสัมฤทธิ์ทั้งหมด
คือลักษณะของจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์หลายพันตัว
ภายในนั้น อู่ อวี้ พบเห็นรูปสลักของมหาจักรพรรดิเนตร
ม่วงซึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับมังกร นอกจากนี้ยังมี
อสูรกำเนิดหยินหยางซึ่งมีรูปลักษณ์เสมือนดวงตะวันและ
จันทราอีกด้วย
รูปสลักเหล่านี้มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็น
ภาพของจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ทั้งหมด
อู่ อวี้ เห็นว่าหนึ่งในนั้นมีรูปสลักคล้ายคลึงกับหงส์เพลิง
ซึ่งทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยอัคคีโชติช่วง แต่อัคคีนี้เป็นสี
ดำสนิทราวกับหลุดออกมาจากนรกอเวจี ดูเหมือนว่ามัน
จะเป็นจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ที่รู้จักกันดีในภพเทพ
ปีศาจนามว่า : มหาจักรพรรดิหงส์ทมิฬ!
ความทรงจำของ อู่ อวี้ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาจากสมุนของ
ราชันมังกรโลกันตร์ ในเวลานั้นหงส์เพลิงมารได้ถูกเขา
กลืนกิน เมื่อดูจากรูปลักษณ์ของมหาจักรพรรดิหงส์ทมิฬ
แล้ว อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นบรรพชนของหงส์เพลิงมาร
หากมิใช่เพราะสงครามที่เกิดขึ้นในภพเทพปีศาจ จน
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์โดนล้างบางจนสูญสิ้น คาดว่า
หงส์เพลิงมารคงเข้าร่วมกองกำลังกับมหาจักรพรรดิหงส์
ทมิฬอย่างแน่แท้ กลายเป็นสมุนใต้บัญชาของจักรพรรดิ
ปีศาจนิรันดร์ ไม่จำเป็นต้องยอมจำนนกับราชันมังกร
โลกันตร์ และมีจุดจบอย่างน่าอนาถเช่นนี้
นอกจากนี้ยังมีรูปสลักของเสาหินที่ตั้งตระหง่านเชื่อมต่อ
กับฟ้าดินอย่างผ่าเผย นี่คือปีศาจจักรพรรดินิรันดร์นาม
ว่า ‘จักรพรรดิศิลาทะลวงตะวัน’!
ส่วนภาพสลักอีกรูปหนึ่ง เป็นภาพของขุนเขาธาราแผ่
ขยายออกไปนับพันลี้ ช่างน่าประหลาดใจที่มันคือ
‘แผนภาพขุนเขาธารา’ ในโลกมนุษย์ที่เบิกภูมิปัญญาได้
สำเร็จ จนในที่สุดก็กลายเป็นปีศาจ ต่อจากนั้นมันก็บรรลุ
กลายเป็นจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์นามว่า ‘มหาจักรพรรดิ
ขุนเขาธารา’!
รูปสลัดทุกภาพเป็นรูปของจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ ทั้งยัง
ไม่มีรูปใดเลยที่เป็นรูปซ้ำ เพียงแต่จักรพรรดิปีศาจนิ
รันดร์เหล่านี้ตกตายไปแล้ว ซึ่งเกรงว่าซากศพของพวก
มันจะถูกกลบฝังอยู่ภายในสุสานจักรพรรดินิรันดร์แห่งนี้
ทุกสรรพสิ่งดูลึกลับเป็นอย่างยิ่ง จน อู่ อวี้ อดสงสัยไม่ได้
ว่าใครเป็นผู้สร้างสุสานจักรพรรดินิรันดร์ แล้วผู้ใดที่เป็น
คนก่อสงครามทำลายภพเทพปีศาจ?
“ความลับนี้น่าจะถูกเก็บซ่อนไว้ในเส้นทางด้านหน้า!” อู่
อวี้ คุณคิดอยู่ในใจ จากนั้นก็แหงนหน้ามองประตูทอง
สัมฤทธิ์ตรงหน้า แล้วพบว่ามีล่องเล็ก ๆ บนประตู ซึ่งมี
ขนาดเท่ากับจี้ทองสัมฤทธิ์
ลักษณะของมันถ้าจะเหมือนกับประตูทางเข้าสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์ในภพเทพปีศาจ แต่ในเวลานี้ อู่ อวี้
รู้สึกกังวลเล็กน้อย เนื่องจากจี้ทองสัมฤทธิ์ทั้งสองชิ้นสอง
บนร่างของเขา มีอยู่ชิ้นหนึ่งที่ถูกวางค่ายกลผนึกโดย
จักรพรรดิปีศาจทั้งห้า
ตอนนี้จากจักรพรรดิปีศาจห้าตน เหลือเพียงจักรพรรดิ
ปีศาจอนันตกาลเพียงผู้เดียว ดังนั้นมันจึงไม่สามารถ
ปลดผนึกจี้ทองสัมฤทธิ์ได้ เขาจึงไม่แน่ใจเท่าใดนักว่ามัน
จะใช้งานได้หรือไม่
ตอนนี้ อู่ อวี้ ไร้ซึ่งหนทางอื่น นับประสาอะไรกับการ
พูดคุยหารือกับจักรพรรดิปีศาจอนันตกาล ลำพังมันแค่
เพียงตนเดียวล้วนไม่มีผลอันใด
เขาวางจี้ทองสัมฤทธิ์ทั้งสองไว้ตรงร่องประตูทองสัมฤทธิ์
ด้านหน้า โดยมุ่งเน้นไปที่จี้ซึ่งถูกจักรพรรดิปีศาจทั้งห้า
วางค่ายกลผนึกไว้ ไม่นานนักเขาก็พบว่าเมื่อจี้ถูกวางเข้า
ไปในร่อง ค่ายกลผนึกที่ถูกจัดวางโดยจักรพรรดิปีศาจทั้ง
ห้าก็ถูกทำลายไปโดยปริยาย ราวกับว่าค่ายกลนี้ไม่เคย
ถูกจัดวางมาก่อน
สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ ถอดถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ด้วยระดับของจักรพรรดิปีศาจทั้งห้า เมื่อเทียบกับสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์หรือตำหนักเฝ้าสุสานแห่งนี้ ตัวตนของ
พวกมันยังถือว่าเล็กจ้อยเป็นอย่างยิ่ง!
ค่ายกลผนึกที่พวกมันจัดวาง ไม่มีประโยชน์ใด ๆ แม้แต่
น้อย
เมื่อใส่จี้ทองสัมฤทธิ์สองอันเข้าไปในร่อง ในที่สุดประตู
ทองสัมฤทธิ์บานใหญ่ก็เปิดออกอย่างช้า ๆ สิ่งที่ปรากฏ
ขึ้นเบื้องหน้า อู่ อวี้ คือเส้นทางปิดขนาดใหญ่
——————-