กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1623: เจตจำนงอันแรงกล้า
ภายในสุสานจักรพรรดินิรันดร์มีความลับมากมาย
เหลือเกิน
เมื่อ อู่ อวี้ เผชิญหน้ากับ ‘ภาพสะท้อนที่ออกมาจาก
กระจก’ เขาก็ครุ่นคิดถึงผู้อยู่เบื้องหลังสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์ แต่ข้อมูลที่เขามีอยู่ในตอนนี้ไม่สามารถคาดเดา
หรือเอามาเป็นประโยชน์ใด ๆ ได้เลย
เขารู้เพียงว่ารู้ว่าสุสานจักรพรรดินิรันดร์ห้ามสิ่งมีชีวิตใด
ๆ เข้ามา เพราะผู้ที่อยู่ที่นี่ล้วนตกตายไปนานแล้ว
แต่เห็นได้ว่าที่นี่ยังหลงเหลือวิถีชีวิต ซึ่งดูเหมือนผู้สร้าง
จงใจให้ใครบางคนเข้ามา แต่ อู่ อวี้ ไม่ทราบจุดประสงค์
แน่ชัด
อู่ อวี้ ใกล้จะถึงความจริงแล้ว เขากำลังจะไปถึงห้องโถง
ด้านหลังของตำหนักเฝ้าสุสาน แต่ระหว่างทางเขาก็พบ
เจอกับห้องที่เต็มไปด้วยกระจก
เขาต่อสู้อยู่เช่นนี้เป็นเวลาสามปีเต็ม อู่ อวี้ เริ่มสับสนมึน
งง ร่างกายเริ่มอ่อนล้าอ่อนเพลีย จนป่านนี้เขายังไม่พบ
วิธีเอาชนะภาพสะท้อนที่ออกมาจากกระจก ซึ่งมันทำให้
เขาหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขารู้สึกว่ากำลังติดกับตกอยู่ในหลุมพราง แต่ถ้าเป็น
เช่นนั้นจริง ๆ เหตุใดอีกฝ่ายถึงใช้วิธีนี้?
หากดูจากความสามารถของผู้สร้างสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์ ไม่ว่าค่ายกลหรือวงเวทย์เซียนสามารถสังหาร อู่
อวี้ ได้
แสดงว่ามันต้องมีอะไรซ่อนอยู่ในนี้อย่างแน่นอน
หรือห้องนี้อาจจะเป็นห้องทดสอบบางอย่าง เป็นเพราะ
ก่อนหน้านี้ระหว่างทางเขาพบเจอกับบททดสอบ
มากมาย หากที่นี่เป็นห้องที่มีไว้เพื่อทดสอบจริง แสดงว่า
เขาจะต้องเอาชนะภาพสะท้อนที่ออกมาจากกระจกให้ได้
ใช่หรือไม่?
แต่ภาพสะท้อนที่ออกมาจากกระจกมีทักษะ
ความสามารถเหมือน อู่ อวี้ ทุกประการ นอกจากนี้มันยัง
เคลื่อนไหวผ่านกระจกได้อีก เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาชนะ
คู่ต่อสู้เช่นนี้
อู่ อวี้ ไร้ซึ่งวิธีจะจัดการเป็นเวลานานกว่าสามปี ในช่วง
สามปีที่ผ่านมาเขาพยายามรับมือต่อต้านอย่างอดทน ทั้ง
ร่างกายแลจิตใจเหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่ง การต่อสู้อัน
ยาวนานสูบพลังงานเขาไปมากจริง ๆ ทั้งสองฝ่ายไม่
สามารถทำอันใดซึ่งกันและกันได้ แล้วในที่สุดเขาก็เริ่ม
ฝ่ายเสียเปรียบ
” ถ้าปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไป เราจะต้อง
พ่ายแพ้ต่อภาพสะท้อนที่ออกมาจากกระจกในที่สุดอย่าง
แน่นอน มีโอกาสที่ข้าจะตกตายอยู่ที่นี่เอาได้!” ใบหน้า
ของ อู่ อวี้ ตึงเครียดเป็นอย่างมาก
จนถึงตอนนี้ทำให้เขานึกถึงประสบการณ์ต่าง ๆ บนโลก
มนุษย์ มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้
แต่เขาก็ผ่านมันมาได้ในที่สุด
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือตอนที่เขาต้องต่อสู้กับจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวง จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเป็นเทพ
เซียนบนสวรรค์ มีฤทธิ์เดชมหาศาลเหนือกว่าเขานับล้าน
เท่า เรียกได้ว่าระดับฝีมืออย่างเขาไม่ใช่คู่ต่อกรของมัน
เลย!
แต่ อู่ อวี้ ก็พยายามฟันฝ่าอุปสรรคอดทนอดกลั้นต่อ
ความลำบากนานัปการมาจนนับไม่ถ้วน แล้วจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงก็ถูกกำจัดจนเขาแย่งร่างคืนกลับมาได้
ในที่สุด จากนั้นร่างกลืนสวรรค์ก็รวมเป็นหนึ่งกับร่างต้น
ของเขา จนเขาประสบความสำเร็จอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
อู่ อวี้ นึกถึงตอนที่ตนเองต้องอดทนกับความอัปยศอดสู
ในหัวของเขาคิดแต่จะมุ่งมั่นไปข้างหน้า แต่ตอนนี้จิตใจ
ของเขาดูบอบบางเป็นอย่างยิ่ง
” มันไม่ใช่แค่ภาพสะท้อนที่ออกมาจากกระจก? แม้ว่าทุก
อย่างจะดูเหมือนกับเรา แต่มันเป็นของปลอม จะต้องมี
วิธีจัดการกับมันแน่ ๆ! ” มีความหวังริบหรี่อยู่ในใจของ
อู่ อวี้
เวลานี้ดวงตาของเขาเป็นประกายสดใส ความหดหู่
เหนื่อยล้าที่สูบกินพลังงานเขามาโดยตลอดจากน้ำมือ
ของภาพสะท้อน ถูกสลัดออกเป็นปลิดทิ้ง
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ดูเหมือนเขาจะพบคำชี้แนะบางอย่าง
จากภาพสะท้อนที่ออกมาจากกระจก ก่อนหน้านี้เขาคิด
ว่าไม่มีทางที่เขาจะสามารถเอาชนะภาพสะท้อนจาก
กระจกได้ แต่ด้วยเจตจำนงอันมุ่งมั่นของ อู่ อวี้ หลังจาก
ต่อสู้มาสามปีในที่สุดเขาก็จำได้ถึงประสบการณ์ที่ผ่าน
มา!
” เจตจำนงแห่งการต่อสู้ของข้าคงอยู่ตลอดกาล ไม่มี
วันที่จะถูกทำลาย!” ภายในดวงตาของ อู่ อวี้ เต็มเปี่ยม
ไปด้วยมุ่งมั่นศรัทธา
เขาจ้องมองไปที่ ‘ภาพสะท้อน อู่ อวี้ ‘ ซึ่งยังคงต้องการ
โจมตีเขาอย่างต่อเนื่อง เขาก็สัมผัสได้ว่าคู่ต่อสู้แตกต่าง
ไปจากเมื่อก่อน ส่วนเหตุผลหลักอาจเป็นเพราะว่า
ความคิดของเขาแตกต่างไปจากเมื่อก่อนนั่นเอง
ก่อนหน้านี้เขาได้รับผลกระทบจากการปลูกฝังทาง
จิตวิทยาบางอย่างในพื้นที่นี้ ซึ่งมันทำให้เขารู้สึก
หงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง ตลอดสามปีที่ผ่านมาความหดหู่
เหนื่อยล้าทำให้เขาสูญเสียจิตวิญญาณในการต่อสู้
โชคดีที่ช่วงเวลาวิกฤตสติของเขาฟื้นกลับคืนมา ทำให้
สภาพจิตใจอันแสนฮึกเหิมในอดีตฟื้นกลับคืนมา
ถึงแม้ภาพสะท้อนที่ออกมาจากกระจกจะมีทักษะ
ความสามารถเหมือนกับเขาทุกประการ แต่เวลานี้ อู่ อวี้
ก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวมันแม้แต่น้อย
” เป็นเพราะมันเหมือนกับเราทุกประการ ฉะนั้นเราต้อง
ตรวจสอบว่าพลังกฎสวรรค์กับพลังอิทธิฤทธิ์มี
ข้อบกพร่องใด ๆ อยู่บ้าง!” ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ไม่สนใจ
อะไรมาก เขาแค่พยายามเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้เท่านั้น
แต่ตอนนี้เขาตั้งใจที่จะสังเกตขณะต่อสู้
และเนื่องจาก อู่ อวี้ มีทักษะความสามารถเช่นเดียวกับ
ภาพสะท้อนที่ออกมาจากกระจก ทำให้เขามองเห็น
จุดอ่อนของพลังอิทธิฤทธิ์และพลังกฎสวรรค์ของตนเอง
หากมีจุดอ่อนหรือบกพร่องใด ๆ ของพลังอิทธิฤทธิ์จริง
ถ้าเขาสามารถแก้ไขจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องเหล่านี้ได้
บางทีเขาอาจจะแข็งแกร่งขึ้น?
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันที่พบเจอ หากเขาสามารถ
แก้ไขจุดอ่อนของพลังอิทธิฤทธิ์ได้ มันจะทำให้พลัง
อิทธิฤทธิ์ของเขาแข็งแกร่งขึ้นไปอีก มันจะทำให้เขา
สามารถจัดการ ‘ภาพสะท้อนที่ออกมาจากกระจก’ คว้า
ชัยชนะมาจากคู่ต่อสู้ได้ในที่สุด
ด้วยเป้าหมายนี้ทำให้ อู่ อวี้ มีพลังอีกครั้ง เริ่มต่อสู้กับ
ภาพสะท้อนที่ออกมาจากกระจกของตนเองต่อไป
ในเวลานี้ร่างกายของเขาเหนื่อยล้าอ่อนเพลียเป็นอย่าง
มาก สิ่งที่ต้องพบเจอทำให้สภาพจิตใจของเขาตึงเครียด
มากขึ้น ทำให้เขามุ่งเน้นความสนใจไปที่ฝ่ายตรงข้ามเต็ม
ร้อย
ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะใช้วิธีใด เขาก็สามารถมองเห็นการกระทำ
ของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างชัดเจน เขาพยายามสังเกต
อย่างพินิจพิจารณาว่าพลังอิทธิฤทธิ์ของเขามีจุดอ่อน
หรือข้อบกพร่องใด ๆ หรือไม่ แล้วเขาจะแก้ไข
ข้อบกพร่องเหล่านี้ได้อย่างไร
อู่ อวี้ ใช้เวลาไม่นานนักก็เริ่มเห็นข้อบกพร่องบางอย่าง
ในพลังอิทธิฤทธิ์ และความไม่เหมาะสมบางอย่างเวลาใช้
กฎสวรรค์
ไม่ว่าจะเป็นกฎสวรรค์ชนิดแรกอย่างกฎสวรรค์อัคคี
ทองคำหรือกฎสวรรค์ชนิดที่หกอย่างกฎสวรรค์แปรผัน
เวลา ทั้งหมดล้วนไม่สมบูรณ์แบบ
ภายใต้การสังเกตพิจารณาอย่างรอบคอบ เงาสะท้อน อู่
อวี้ ยังคงใช้ความสามารถต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
ทุก ๆ สองสามกระบวนท่าเขาสามารถพบเห็น
จุดบกพร่องรายละเอียดเล็ก ๆ บางอย่างชัดเจน เมื่อการ
ต่อสู้ยังคงดำเนินผ่านไป เขาก็พบข้อบกพร่องของคู่ต่อสู้
มากขึ้นเรื่อย ๆ
และข้อบกพร่องของอีกฝ่ายก็เป็นข้อบกพร่องของตัวเขา
เอง!
หลังจากค้นพบข้อบกพร่อง อู่ อวี้ เริ่มปรุงแก้ไขพลัง
อิทธิฤทธิ์และพลังกฎสวรรค์ของตนเอง แน่นอนว่าเขา
ไม่ได้แสดงให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นในทันที เพราะกลัวว่าหาก
ฝ่ายตรงข้ามเห็นพลังที่เขาแก้ไขจุดบกพร่องแล้ว อีกฝ่าย
จะเรียนรู้และทำตาม
หากเจ้าต้องการเอาชนะคู่ต่อสู้ อู่ อวี้ จะต้องปรับปรุง
พลังอิทธิฤทธิ์และกฎสวรรค์ของตนเอง เขาค่อย ๆ
ปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่องรายละเอียดเล็ก ๆ ทั้งหมด
การปรับปรุงรายละเอียดยิบย่อยต้องใช้เวลานานทีเดียว
ปัจจุบัน อู่ อวี้ ก็สามารถค้นพบข้อบกพร่องเล็ก ๆ ในทุก
ๆ สองสามวัน การปรับปรุงแก้ไขจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ทำ
ให้พลังอิทธิฤทธิ์ของเขาแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
” เราจะทำเช่นนี้ต่อไปจนกว่าความแข็งแกร่งจะ
พัฒนาขึ้นอย่างสมบูรณ์เต็มที่ อย่างน้อยพลังการต่อสู้
ของข้าก็เพิ่มขึ้นสองเท่า!” อู่ อวี้ ยังคงมุ่งมั่นแน่วแน่กับ
เป้าหมายด้วยความตื่นเต้น
ในช่วงสามปีก่อนหน้านี้ เขาได้รับผลกระทบจากการชี้นำ
ทางจิตใจบางอย่าง ทำให้เขารู้สึกหดหู่หงุดหงิดอยู่
ตลอดเวลา เขาเกือบจะจมลงไปในห้วงแห่งความสิ้นหวัง
ถูกขังตกตายอยู่ที่นี่
แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนวิธีการต่อสู้ โดยเฝ้าสังเกตพลัง
อิทธิฤทธิ์และพลังกฎสวรรค์ ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็น
พลังของเขา เขาจะได้หาทางปรับปรุงตนเองต่อไป
ในระหว่างการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง หาก อู่ อวี้ ต้องการ
ยกระดับไปสู่ขั้นต่อไป แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะบุก
ทะลวงเข้าสู่อาณาจักรราชันเทวะเจ็ดสวรรค์
หาเขาแสดงให้เห็นว่าความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น อาจ
ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อย่างแน่นอน มีความ
เป็นไปได้ว่าภาพสะท้อนในกระจกก็สามารถยกระดับ
ความแข็งแกร่งได้เช่นเดียวกับ อู่ อวี้
และโอกาสเดียวที่ อู่ อวี้ จะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้
เขาจะต้องสั่งสมประสบการณ์แลค้นหาข้อบกพร่องพลัง
อิทธิฤทธิ์และพลังกฎสวรรค์ของตนเอง หลังจากเขา
สามารถแก้ไขข้อบกพร่องทั้งหมดลงได้พลังของเขาจะ
ระเบิดขึ้นมากกว่าเดิมสองเท่า
เมื่อนั้นเขาถึงจะสามารถเอาชนะเงาสะท้อนกระจกได้!
ก่อนหน้านี้เวลาที่เขาใช้พลังอิทธิฤทธิ์หรือกฎสวรรค์ เขา
จะต้องเปลืองแรงเปลืองพลังไปกับการควบคุมเป็นอย่าง
มาก ด้วยเพราะเขายังไม่มีความเข้าใจในกฎสวรรค์อย่าง
ละเอียดอ่อนมากพอ จึงทำให้เขาไม่สามารถใช้พลัง
ทั้งหมดของมันออกมาได้อย่างเต็มที่
ในขณะที่เขายังคงต่อสู้กับภาพสะท้อนที่ออกมาจาก
กระจก เขาก็เริ่มควบคุมพลังของตนเองได้มากขึ้นเรื่อย
ๆ แต่เขาก็พยายามเก็บซ่อนมันทั้งหมดเอาไว้
สิ่งที่ อู่ อวี้ แสดงให้เห็นระหว่างการต่อสู้ยังคงรูป
แบบเดิมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขข้อบกพร่อง ดังนั้นการ
ต่อสู้ของพวกเขาจึงเท่าเทียมสูสี
ขั้นตอนนี้ดังกล่าวเป็นอะไรที่ยากลำบากอย่างยิ่ง
เนื่องจากสามปีแรกทำให้ร่างกายของเขาอ่อนล้าถึงขีด
สุด ดังนั้นการทุ่มเททุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการค้นหา
ข้อบกพร่องในวิธีการต่อสู้ของตนเองจึงยากลำบากมาก
เช่นกัน
หากมิใช่เพราะความมุ่งมั่นตั้งใจที่มี คาดว่าเขาคงไม่
สามารถทานทนได้มาจนถึงป่านนี้ คงจะถูกบดขยี้พ่าย
แพ้ไปนานแล้ว
ผู้ที่อยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิดอย่างอู่จวินและคนอื่น ๆ
สามารถมองเห็นสถานภาพของ อู่ อวี้ ตอนนี้ได้เป็นอย่าง
ดี
“ เหล่าอู่กำลังสิ้นหวัง! ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพที่
ยากลำบาก เขาเกือบจะถึงขีดจำกัดแล้ว ” นี่ไม่ใช่ครั้ง
แรกที่หนานซานหวางเยว่ลุ้นระทึกไปกับการต่อสู้ของ อู่
อวี้ แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงเจตจำนงอันแข็งแกร่งประดุจ
เหล็กกล้าของ อู่ อวี้ ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่สามารถสั่นคลอนเขา
ได้
ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเอาชนะ อู่ อวี้ แต่ถ้าต้องเอาชนะ
เจตจำนงความตั้งใจของเขาคงไม่มีทาง ดูเหมือนใน
สวรรค์และปฐพีนี้จะไม่มีสิ่งใดมาสามารถสั่นคลอนความ
ตั้งใจของเขาได้
“ พี่ชายอวี้ ต้องทำสำเร็จอย่างแน่นอน แต่เขาคงยื้อ
เวลาไปอีกสักพัก ” ดวงเนตรของเย่ซีซีเปล่งประกาย
ด้วยความสดใส พร้อมกล่าวขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ นาง
เชื่อมั่นว่า อู่ อวี้ ต้องทำสำเร็จอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากประสบชะตากรรมในห้อง
ลับก่อนหน้านี้
แม้ในช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวัง อู่ อวี้ ก็สามารถทำลาย
พัฒนาการออกไปได้ แล้วยังมีสิ่งใดที่เขาไม่สามารถทำได้
อีก?
อู่จวินมิได้พูดอันใด แต่เขายังคงชื่นชม อู่ อวี้ อยู่ในใจ
เขาถามตนเองว่าหากตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่มี
ทางทานทนได้ถึง 3 ปีอย่างแน่นอน ทั้งความคิดและ
จิตใจคงพังทลาย รวมถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้คง
หายไปอย่างแน่นอน
แต่สำหรับ อู่ อวี้ สถานการณ์เช่นนี้กลับทำให้เขามีความ
กล้าหาญมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในระหว่างกระบวนการต่อสู้และการเรียนรู้ อู่ อวี้
สามารถควบคุมพลังอิทธิฤทธิ์และกฎสวรรค์ได้ดีมากขึ้น
เรื่อย ๆ แม้จะมิได้ปรากฏอย่างเด่นชัด แต่เขาก็สัมผัสได้
ว่าเมื่อใดที่ปลดปล่อยความแข็งแกร่งออกไปอย่าง
สมบูรณ์ พลังรบของเขาจะมากขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า
ปีแล้วปีเล่า เพื่อความสำเร็จ อู่ อวี้ พยายามอดทนต่อ
ความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจเป็นสองเท่า ฝืนทน
ต่อสู้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง
แล้วในที่สุดวันนั้นก็มาถึง การต่อสู้กับเงาสะท้อนย่างก้าว
เข้าสู่ปีที่สิบ ยามนี้เขารู้สึกว่าพลังอิทธิฤทธิ์และกฎสวรรค์
แทบจะบรรลุถึงจุดสุดยอด แม้จะต่อสู้กับภาพสะท้อนใน
กระจกไปมากกว่านี้ อู่ อวี้ ก็ไม่สามารถปรับปรุงอันใดได้
เพิ่มเติม
“ถึงเวลาตัดสินแล้ว!” ดวงเนตรของ อู่ อวี้ เปี่ยมไปด้วย
ความแน่วแน่ แม้จะเหนื่อยล้า แต่ก็แฝงไปด้วยความ
ปรารถนาในชัยชนะอย่างแท้จริง
———————–