กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1624: รู้แจ้ง
หลังจากเวลาล่วงเลยผ่านไปนับทศวรรษ ภาพ
สะท้อนที่ออกมาจากกระจกก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงใด ๆ
มันยังคงเป็นเช่นเดิมเหมือนกับตอนที่ อู่ อวี้ เข้ามา
ที่นี่ใหม่ ๆ
ทักษะความสามารถในการต่อสู้ที่แสดงออกมา
เหมือนกับ อู่ อวี้ ในตอนนั้น
แต่ตอนนี้ อู่ อวี้ แตกต่างจากเมื่อก่อน เขาใช้เวลา
เจ็ดปีในการทำความเข้าใจปรับปรุงข้อบกพร่องของ
พลังอิทธิฤทธิ์และกฎสวรรค์จากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งทำ
ให้เขาเห็นความผิดพลาดข้อบกพร่องมากมาย ที่
สำคัญพลังอิทธิฤทธิ์และกฎสวรรค์เหล่านี้เป็นของ อู่
อวี้ ทั้งสิ้น
ดังนั้นเขาจึงค่อย ๆ ปรับปรุงแก้ไขพลังอิทธิฤทธิ์และ
กฎสวรรค์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายละเอียดยิบย่อย
หากเปรียบพลังกฎสวรรค์เป็นอาวุธเช่น ขวาน
วิธีการแกว่งขวานอย่างถูกต้อง จะทำให้เกิดความ
เสียหายและผลกระทบแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การ
แกว่งขวานแนวตั้ง และแนวนอน หรือตรงส่วนหัว
ของขวาน ฯลฯ วิธีการใช้งานแตกต่างกันออกไป ทำ
ให้พลังที่ออกมาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งพลังกฎสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็เป็นแบบนั้น
เช่นเดียวกัน
สวรรค์ชนิดแรกคือกฎสวรรค์อัคคีทองคำ กฎสวรรค์
ชนิดที่สี่กฎสวรรค์ร่างอวตาร กฎสวรรค์ชนิดที่ห้ากฎ
สวรรค์เนตรเพลิง กฎสวรรค์ชนิดที่หกคือกฎสวรรค์
แปรผันเวลา แต่ละวิถีล้วนมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน
ออกไป
ถึงแม้เดิมทีพลังฝีมือของ อู่ อวี้ จะไม่ได้อ่อนด้อย แต่
เขาก็ยังไม่เชี่ยวชาญจนถึงขั้นดีเลิศ ซึ่งมันทำให้เขา
ไม่สามารถปลดปล่อยพลังกฎสวรรค์แต่ละชนิดออก
มาถึงขีดสุดได้
ตามความเข้าใจในปัจจุบันของ อู่ อวี้ เกี่ยวกับพลัง
กฎสวรรค์ร่างอวตารของตนเอง เขาสามารถ
ปลดปล่อยพลังจากร่างอวตารหนึ่งแสนตน ได้ระดับ
เดียวกับร่างอวตารหนึ่งล้านตนในอดีต ซึ่ง
จินตนาการได้เลยว่าปัจจุบันเขาก้าวหน้าไปมาก
เพียงใด
แม้ อู่ อวี้ จะมั่นใจว่าเขาสามารถเอาชนะภาพ
สะท้อนที่ออกมาจากกระจกได้อย่างง่ายดายแล้ว แต่
เขาก็ยังเลือกที่จะต่อสู้ต่อไป เพียงเพราะต้องการเห็น
ข้อบกพร่องในพลังอิทธิฤทธิ์และพลังกฎสวรรค์ของ
ตนเองเพิ่มมากขึ้น
เมื่อแก้ไขข้อบกพร่องทั้งหมดลงได้ อู่ อวี้ ก็มาถึงจุดที่
ไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขได้อีกต่อไป
เวลานี้จึงเทียบเท่ากับว่าเขายกระดับพลังอิทธิฤทธิ์
และกฎสวรรค์ของตนเองสมบูรณ์ การปรับปรุงแก้ไข
ครั้งนี้ทำให้พลังอิทธิฤทธิ์และพลังกฎสวรรค์ของเขา
เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
เดิมทีเขาสามารถจัดการกับราชันปีศาจเก้าสวรรค์ได้
ทีละตน ปัจจุบันเขาสามารถรับมือจัดการกับราชัน
ปีศาจเก้าสวรรค์ได้สองถึงสามคนในคราวเดียว เขา
สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเสถียรมั่นคง
และหาจังหวะโอกาสสังหารคู่ต่อสู้ได้อีกด้วย!
ในช่วงเวลาสั้น ๆ ของการต่อสู้ระหว่าง อู่ อวี้ ก็กับ
ภาพสะท้อน อู่ อวี้ ตระหนักว่าตอนนี้เขาเหนือกว่า
ตนเองในอดีตอย่างสมบูรณ์ เรื่องนี้จะเป็นประโยชน์
กับเขามากในอนาคต ด้วยการปรับปรุงแก้ไขจน
ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะทำให้พลังการต่อสู้ใน
อนาคตของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก
ถึงเวลาสิ้นสุดเสียที
“ความว่างเปล่าหวนกลับ!”
อู่ อวี้ ยกมือขึ้นพลังอิทธิฤทธิ์ของเมฆาตลบฟ้าที่
ปรับปรุงแล้วก็ระเบิดออกมาในทันที พิภพแห่งความ
ว่างเปล่าและมิติพิภพกลับตาลปัตร แต่สิ่งที่แตกต่าง
ไปจากเดิมก็คือพิภพแห่งความว่างเปล่าที่ อู่ อวี้
สร้างขึ้นในครั้งนี้หนาแน่นยิ่งกว่าเดิมยากที่จะทะลุ
ทะลวงฝ่าออกมาได้!
ภาพสะท้อนที่ออกมาจากกระจกยังคงจมอยู่กับการ
ต่อสู้เดิม ๆ ในอดีต เวลานี้มันไม่สามารถตอบสนอง
ใด ๆ ได้ทัน เมื่อถูกกักขังอยู่ภายในพิภพแห่งความ
ว่างเปล่า
หากฝ่ายตรงข้ามต้องการทำลายพิภพแห่งความว่าง
เปล่าในปัจจุบัน จะเป็นอะไรที่ยากเย็นกว่าเดิมถึงสอง
เท่า ด้วยสถานการณ์วิกฤตคับขันในปัจจุบัน ภาพ
สะท้อนกระจกคิดที่จะหลบหนีด้วยเมฆาตลบฟ้า แต่ก็
ช้าไปเสียแล้วเพราะเวลานี้ผนึกเมฆาเร้นได้ระเบิดขึ้น
ใกล้ ๆ ของร่างภาพสะท้อน
พลังแห่งความว่างเปล่าระเบิดออกมาอย่างน่า
สะพรึงกลัว ทำให้ภาพสะท้อนกระจกได้รับความทุกข์
ทรมานอย่างแสนสาหัส นี่เป็นครั้งแรกในรอบ
ทศวรรษที่มันเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้
แม้ว่าอาการบาดเจ็บของมันจะสาหัสแต่ก็ยังไม่ถึงแก่
ชีวิต ซึ่งเวลานี้ภาพสะท้อนเริ่มตระหนักได้ว่า อู่ อวี้ มี
การเปลี่ยนแปลงบางอย่างแล้ว
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ลงมือโจมตีอีกครั้ง ขณะฝ่ายตรง
ข้ามเพิ่งเริ่มรู้ตัว
“กฎสวรรค์เนตรเพลิง!”
อู่ อวี้ แสดงหนึ่งในพลังกฎสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดอีก
ครั้ง ทันใดนั้นกฎสวรรค์เนตรเพลิงก็ระเบิดพวยพุ่ง
ออกมาจากดวงเนตร พลังนี้เกิดจากการควบแน่นกฎ
สวรรค์เนตรเพลิงถึงขีดสุด ทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นมาก
กว่าเดิมถึงสองเท่า
การโจมตีในครั้งนี้ทำให้อีกฝ่ายไม่อาจต่อต้านขัดขืน
ได้เลย ในที่สุดภาพสะท้อนที่ออกมาจากกระจกก็โดน
โจมตีเข้าอย่างจัง พลังกฎสวรรค์เนตรเพลิงแผดเผา
ทั่วร่างของมันอย่างฉับพลัน เพียงชั่วพริบตาภาพ
สะท้อนก็ถูกเปลวเพลิงสีทองแผดเผากลายเป็นเถ้า
ถ่านหายไป
ครั้งนี้ภาพสะท้อน อู่ อวี้ ไม่มีโอกาสแม้แต่จะกลับไป
ซ่อนตัวในกระจกหรือใช้เมฆาตลบฟ้า อู่ อวี้ คว้า
โอกาสในชั่วเสี้ยวพริบตา บดขยี้สังหารมันอย่าง
สมบูรณ์
สิ่งสำคัญสุดคือ อู่ อวี้ ค่อย ๆ พัฒนาพลังอิทธิฤทธิ์
และกฎสวรรค์ โดยมิให้ภาพสะท้อนกระจกรู้ตัว
จนกระทั่งเขาสั่งสมความแข็งแกร่งได้มากพอ
จากนั้นก็ระเบิดการโจมตีสังหารคู่ต่อสู้ในทันที
หาก อู่ อวี้ พลาดโอกาสนี้ เป็นไปได้สูงที่อีกฝ่ายจะ
พัฒนาความแข็งแกร่งเช่นเดียวกับเขา ซึ่งเป็น
ผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
ต่อจากนั้นคงยากที่ อู่ อวี้ จะก้าวหน้าต่อไปได้อีก!
โชคดีที่ตอนนี้ อู่ อวี้ ทำสำเร็จได้ในท้ายสุด ด้วยพลัง
อิทธิฤทธิ์และกฎสวรรค์ที่ยกระดับขึ้น ทำให้เขา
สามารถบดขยี้คู่ต่อสู้ได้อย่างหมดจด
“ยอดเยี่ยม!” ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด เย่ซีซีกระโดด
โลดเต้นด้วยความปิติยินดี
แม้เวลาจะผ่านไปไม่นานนัก แต่ความทุกข์ทรมานที่
อู่ อวี้ ต้องประสบพบเจอตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แม้
ส่วนใหญ่จะเป็นความเจ็บปวดทางจิตใจ แต่นางก็
เห็นมันอย่างชัดเจน
หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นต้องมาเจอสถานการณ์
เช่นเดียวกับเขา คงยากที่คนผู้นั้นจะผ่านไปได้
โดยเฉพาะในช่วงสามปีแรก จิตวิญญาณของ อู่ อวี้
แทบพังทลาย รู้สึกอ่อนล้าถึงขีดสุด การที่เขา
สามารถยืนหยัดต่อไปอีก 7 ปี นับเป็นเรื่องที่น่า
เหลือเชื่อยิ่ง
” บางทีมีอาจเป็นช่องว่างระหว่างข้ากับเหล่าอู่ เขา
ทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาตนเอง ”
หนานซานหวางเยว่ก็รู้สึกยินดีเช่นกัน อันที่จริงแล้ว
เขาก็พยายามอย่างหนักเพื่อยกพื้นฐานฝึกตนของ
ตนเองเช่นกัน เพราะรู้ดีว่าความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง
หากไร้ซึ่งกำลังก็ไม่อาจปกป้องผู้ใดได้
แต่ความพยายามอย่างหนักแตกต่างจากการ
เผชิญหน้ากับความสิ้นหวัง ด้วยเพราะความ
พยายามอย่างเต็มที่นั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้
แต่การยืนหยัดท่ามกลางความสิ้นหวังอย่างยาวนาน
แม้แต่เขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะทำได้
ดูเหมือนพื้นที่กระจกแห่งนี้จะเป็นการทดสอบจริง ๆ
บททดสอบดังกล่าว คือการบังคับให้ต่อสู้กับภาพ
สะท้อนในกระจกของตนเอง และยกระดับความ
แข็งแกร่งของตนเองภายใต้การต่อสู้อย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าผู้ใดก็ตาม ถ้าต้องต่อสู้ยืดเยื้อกับภาพสะท้อนใน
กระจกซึ่งมีความแข็งแกร่งเช่นเดียวกับตนเองทุก
ประการ หากปราศจากความมุ่งมั่นมากพอคงยากที่
ผู้ใดจะประสบความสำเร็จ
หลังจาก อู่ อวี้ สังหารภาพสะท้อนในกระจกของ
ตนเองอย่างสมบูรณ์ ในที่สุดกระจกนับไม่ถ้วนก็
หายไป ราวกับว่ามันไม่เคยปรากฏมาก่อน ต่อมา
ประตูทองสัมฤทธิ์ที่เขาเคยก้าวเข้ามาก็ปรากฏขึ้นอีก
ครั้ง
หลังจากวันเวลาล่วงเลยผ่านไป 10 ปี อู่ อวี้ ก็
สามารถออกจากห้องกระจกได้ในที่สุด
เขาหันหลังเดินออกจากห้อง เมื่อมองย้อนกลับไปก็
เห็นว่าประตูได้ปิดลงอีกครั้ง ทว่าเหนือขึ้นไปบนบาน
ประตูได้ปรากฏตัวอักษรขนาดใหญ่ขึ้นว่า ‘รู้แจ้ง’
” เห็นได้ชัดว่านี่คือบททดสอบ ทั้งยังเป็นหนึ่งในบท
ทดสอบจากประตูด้านซ้ายเท่านั้น ”
อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นแล้วมองไปข้างหน้า
เมื่อเดินมาถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางนี้ ได้ปรากฏทาง
แยกให้เขาเลือกสามเส้นทาง เขาได้เลือกห้อง
ทางซ้ายก่อนจะเข้าไป ซึ่งมันคือบททดสอบ ‘ระหว่าง
การรู้แจ้ง’ เทียบเท่าด้วยกับการท้าทายภาพสะท้อน
ในกระจกเพื่อฝึกฝนเจตจำนงและก้าวข้ามตัวเองใน
ที่สุด
ส่วนประตูทางขวาเขาไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่
อย่างไรก็ตามประสบการณ์ความรู้แจ้งที่ อู่ อวี้ ได้
รับมาทำให้เขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ หากทั้งหมด
เป็นบททดสอบ เขามั่นใจว่าสามารถผ่านบททดสอบ
ที่ยากลำบากเหล่านี้ไปได้ อีกทั้งบททดสอบเหล่านี้ยัง
ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมาก
” เนื่องจากเป็นบททดสอบเพื่อยกระดับพัฒนาตนเอง
เช่นนั้นข้าย่อมไม่อาจพลาดมัน มาดูกันว่าห้องทั้งขวา
จะมีบททดสอบแบบไหนรออยู่! ” อู่ อวี้ เดินก้าวเข้า
ไปในประตูที่สองด้วยความมั่นใจ
ต่อมาทำเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้คือวางจี้ทองสัมฤทธิ์
ลงไป หลังจากนั้นประตูก็เปิดออกทันที
เขาอยากเห็นว่ามีอะไรอยู่ด้านใน ทว่าช่างน่าเสียดาย
ที่ข้างในมืดสนิทมองไม่เห็นสิ่งใดเลย
ความไม่รู้คืออันตราย แต่วิถีแห่งการฝึกฝนบำเพ็ญ
นั้น คือการแสวงหาโชคสนาในวิกฤตอันตรายอยู่
เสมอ ยิ่งไปกว่านั้น อู่ อวี้ เพิ่งผ่านการทดสอบมา
หมาด ๆ ดังนั้นเขาจึงมั่นใจมาก
แต่ความมั่นใจของเขาก็ผ่านการขบคิดมาแล้ว อู่ อวี้
รู้สึกว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ห้องเหล่านี้จะถูกสร้าง
ขึ้นมาเพื่อสังหารผู้คน ดังนั้นผู้สร้างน่าจะมีเจตนา
อื่น
สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับความลับเบื้องหลังสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์ ดังนั้นก่อนที่ อู่ อวี้ จะมุ่งหน้าไปถึงจุดสิ้นสุด
คงยากที่เขาจะคาดเดาได้
” เช่นนั้นก็มาดูกันว่ามีอะไรรออยู่ในห้องนี้! ” อู่ อวี้
ก้าวไปในห้องด้วยความเชื่อมั่น
ซึ่ง อู่ อวี้ ได้เตรียมพร้อมและวางแผนท้าทายเอาไว้
แล้ว
เมื่อก้าวเข้ามาในห้อง เขาก็รู้สึกว่าฟ้าดินเริ่มหมุนวน
อย่างรุนแรง จากนั้นสายตาของเขาก็มืดลงและหมด
สติไปอย่างสมบูรณ์ …
เมื่อ อู่ อวี้ ฟื้นคืนสติกลับมา ดูเหมือนเวลาจะผ่านไป
นานมาก เขารู้สึกว่าตนเองอยู่ในพื้นที่ปิดสนิท
ภายในใจเปี่ยมไปด้วยความสับสน นี่คือสภาวะครึ่ง
หลับครึ่งตื่น มิได้อยู่ในความฝัน แต่กลับสับสนงงงวย
เป็นอย่างมาก
“ นี่คือที่ไหน? ”
อู่ อวี้ พยายามลืมตาขึ้น แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่
ไหน ก็ไม่สามารถลืมตาได้
สถานที่ที่เขาอยู่นั้นแคบมาก จนเขายากจะขยับ
เขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายได้ เขารู้สึกว่าร่างกายและ
พลังชีวิตของตนเองนั้นอ่อนแอมาก ซึ่งมันทำให้เขา
หวาดกลัวเล็กน้อย
ซึ่งเหตุผลหลักก็เป็นเพราะ เขาไม่สามารถตรวจสอบ
ร่างกายของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นพลังอิทธิฤทธิ์ที่เคย
บ่มเพาะบำเพ็ญ กฎสวรรค์ หรือจิตเซียนราชันเทวะ
เขาไม่อาจสัมผัสสิ่งใดได้เลย
ท่ามกลางความเลือนรางดูเหมือนเขาจะได้ยินเสียง
ของใครบางคนดังแว่วเข้ามา แต่คำพูดเหล่านั้นคุ้ม
เครือเป็นอย่างยิ่ง จนเขาไม่สามารถปะติดปะต่อได้ว่า
คนด้านนอกนั้นพูดสิ่งใด
“ เกิดอะไรขึ้น? ”
อู่ อวี้ รู้สึกงงงวยอยู่ไม่น้อย เขาเคยจินตนาการถึง
สถานการณ์ต่าง ๆ มาก่อน เขาไม่คาดหวังว่ามันจะ
เป็นอะไรเช่นนี้
การต่อสู้ที่คาดหวังยังไม่เกิดขึ้น ไม่มีแม้แต่บรรยากาศ
ไม่เป็นมิตร สิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเป็น
อย่างยิ่งก็คือเวลานี้ดูเหมือนเขาจะอ่อนแอมาก
สาเหตุที่ทำให้เขาก้าวเข้ามาในประตูนี้อย่างมั่นใจ
เป็นเพราะความสามารถที่เขาได้มาจากการฝึกฝน
บำเพ็ญ ทั้งพลังอิทธิฤทธิ์ทุกชนิดและพลังกฎสวรรค์
มากมายที่เพิ่งยกระดับปรับปรุงมาจากห้องก่อนหน้า
นี้
ปัจจุบันเขาไม่สามารถรับรู้ถึงพวกมันได้ เหตุการณ์
เช่นนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เขาไม่สามารถสัมผัสถึงเจดีย์ล่อง
กำเนิด ทำให้เขายากจะยอมรับได้
ในพื้นที่ปิดนี้ อู่ อวี้ พบว่าสติสัมปชัญญะของเขาไม่
สามารถตื่นตัวได้ตลอดเวลา ร่างกายรู้สึกอึดอัดราว
กับถูกมัดไว้ ทั้งยังรู้สึกง่วงนอน ตกอยู่ในสภาวะครึ่ง
หลับครึ่งตื่นตลอดเวลา
นี่มันอะไรกัน?
แล้ววันหนึ่ง อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ว่าเขาหลุดออกมาจาก
พื้นที่อันแสนอึดอัดดังกล่าวด้วยความยากลำบาก
เมื่อออกมาเขาได้ยินเสียงแปลก ๆ พร้อมกับร้องไห้
เสียงนั้นร้องดังขึ้นว่า ” ออกมาแล้ว ๆ ออกมาแล้ว ”
จบตอน