กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1632: เทพมารจากนรก
ไม่คิดเลยว่าสวรรค์กับนรกจะร่วมมือกันโจมตีภพเทพ
ปีศาจ จนเกิดเป็นหายนะครั้งใหญ่สำหรับภพเทพ
ปีศาจ
หากเทียบกันในเรื่องวิธีการระหว่างเทพเซียนบน
สวรรค์กับเทพมารในนรก แน่นอนว่าความโหดเหี้ยม
อำมหิตของเทพมารนั้นเหนือชั้นกว่ามาก จักรพรรดิ
ปีศาจนิรันดร์ถูกสังหารตกตายอยู่ภายในหมอกทมิฬ
ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถรักษาร่างกายของตนเองไว้ได้
วิธีการของมันเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิต
กระหายเลือดอย่างที่สุด กลิ่นคาวโลหิตฟุ้งกระจายไป
ทั่วดินแดน
คนแรกที่ปรากฏตัวต่อหน้า อู่ อวี้ ยามนี้คือ ‘พญายม
เป่ยหยิน’ มันคือเจ้าแห่งนรกซึ่งเป็นตัวแทนของ
ความตาย วิธีการของมันจึงโหดเหี้ยมอำมหิตอย่าง
ที่สุดเมฆหมอกสีดำปกคลุมคละคลุ้งไปทั่วดินแดน อู่
อวี้ กับอู่จวินต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเห็นตัวตน
ของมัน
ไม่ว่าพญายมเป่ยหยินจะไปยังที่แห่งใด เมฆหมอกสี
ดำจำนวนนับไม่ถ้วนก็ยังคงอยู่ ตามมาด้วยการเข่น
ฆ่าสังหารจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์อย่างไร้ปรานีคน
แล้วคนเล่า โลหิตไหลทะลักเจิ่งนองไปทั่วภพเทพ
ปีศาจ โลหิตจำนวนนับไม่ถ้วนรวมตัวกลายเป็น
มหาสมุทรโลหิตอันกว้างใหญ่ก่อตัวขึ้นบนความว่าง
เปล่า
นอกจากนี้ยังมีจักรพรรดิมารบูรพาไช่อวี้เหลย , เสิน
ถู มีหน้าที่กำกับดูแล ‘เขาเถาจื่อซาน’ และ ‘ประตู
นรก’ ในนรกหมื่นขุม จักรพรรดิมารบูรพาขี่อาชา
โครงกระดูกสีดำ ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยปราณหยิน ไม่
ว่ามันจะเคลื่อนกายไปยังแห่งหนใด เหล่าจักรพรรดิ
ปีศาจที่อยู่ใกล้ ๆ ล้วนมอดม้วยมรณา ร่างกายแห้ง
เหี่ยว กำลังถดถอย พลังชีพในร่างถูกดูดกลืน
แปรเปลี่ยนกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรพรรดิมาร
บูรพา!
ต่อจากจักรพรรดิมารบูรพา คือจักรพรรดิมารประจิม
จ้าวเหวินเหอ หรือ ราชันจื่อเหริน ผู้ปกครอง ‘เขา
ปอจงซาน’ ทั้งยังมีจักรพรรดิมารอุดรจางเหิง หยาง
หยุน ปกครอง ‘เขาหลัวเฟิงซาน’ และจักรพรรดิบ
มารทักษิณตู้จื่อเหริน ปกครอง ‘เขาหลัวฝูซาน’
รวมถึงจักรพรรดิมารกลางโจวฉี จีคัง ผู้ปกครองดูแล
‘เขาเป้าตู่ซาน’
จักรพรรดิมารเหล่านี้รวมตัวกันโจมตีขนาบภพเทพ
ปีศาจ พร้อมกับจักรพรรดิเซียนจากทิศทางอื่น
ก่อให้เกิดมหาสงครามฆ่าล้างบางอย่างไร้สิ้นสุด แต่
ท่ามกลางเทพมาจากนรกอเวจี จักรพรรดิมารเหล่านี้
ยังมิได้โดดเด่นเท่าใดนัก
ด้วยเพราะต่อมา อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ก็สามารถแล
เห็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นอย่างเด่นชัด
ท่ามกลางหมอกทมิฬได้ปรากฏกลุ่มก้อนหมอกทมิฬ
หกกลุ่มขึ้น มันแผ่ขยายม้วนกลิ้งไปด้วยความเร็วราว
กับสายลม มุ่งตรงทะลุทะลวงเข้าไปในฐานของ
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์
อู่ อวี้ เห็นหนึ่งในจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ที่พบเห็น
ตรงทางเดินปิดสนิทก่อนหน้านี้ ร่างจริงของมันก็คือ
ราชสีห์เพลิงเก้าหัว หรือ ‘มหาจักรพรรดิเก้าอัคคี’
มันได้ถูกกลุ่มหมอกทมิฬแผ่ขยายปกคลุมในฉับพลัน
เมื่อกลุ่มหมอกเคลื่อนต่อไป ร่างของมันก็เหลือแต่
โครงกระดูกเพียงเท่านั้น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผันผ่านไปเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น
สามารถแลเห็นได้ว่าบนโครงกระดูกของมหา
จักรพรรดิเก้าอัคคีมีปราณหยินทมิฬกำลังกัดกินเลือด
เนื้อของมันจนสิ้นสูญ
กลุ่มหมอกทมิฬอันน่าสะพรึงกลัวทั้งหกกลุ่มมีก็คือ
‘เทพพิทักษ์ตำหนักหกสวรรค์หลัวเฟิง’ หรือ ‘เทพ
มารหกสวรรค์’ ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในนรกหมื่นขุม!
ได้แก่ เจ้าตำหนักสวรรค์หยินเจวี๋ยโจว เจ้าตำหนัก
สวรรค์อภัยทาน เจ้าตำหนักสวรรค์นครพิชัยคุม
นักโทษ เจ้าตำหนักสวรรค์ฉีจุ้ยเจาเถียน เจ้าตำหนัก
สวรรค์เฟยชีหลิงจง เจ้าตำหนักสวรรค์ลิหว่านเหลียน
ซื่อก่าน เทพพิทักษ์ตำหนักหกสวรรค์หลัวเฟิงมิได้
แยกจากกัน แต่รวมตัวกันทะยานไปทั่วทั้งสนามรบ
ในรูปแบบของกลุ่มหมอกควันทั้งหก
ร่วมมือกันปิดล้อมเข่นฆ่าสังหารจักรพรรดิปีศาจนิ
รันดร์ จนกลายเป็นวิญญาณอาฆาต ไม่เหลือแม้แต่
เศษเนื้อติดกระดูก
หากมีเพียงแดนสวรรค์หรือนรกเพียงแห่งเดียว ภพ
เทพปีศาจที่มีจักรพรรดิปีศาจอยู่มากมายย่อมไม่ตก
เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเช่นนี้ ทว่าในปัจจุบัน ภพเทพ
ปีศาจกำลังเผชิญหน้ากับการโจมตีจากสองขั้วอำนาจ
ทำให้ไร้ซึ่งหนทางต่อต้านอย่างสิ้นเชิง
โดยทั่วไปแล้วจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ต้องเผชิญหน้า
กับคู่ต่อสู้มากกว่าสองคนเป็นอย่างน้อย จึงเป็นไป
ไม่ได้เลยที่มันจะเอาชนะฝ่ายตรงข้าม
ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนศัตรูจะมาโดยไร้ซึ่งการกล่าว
เตือนใด ๆ ทั้งจักรพรรดิเซียนนิรันดร์บนสวรรค์และ
จักรพรรดิมารนิรันดร์ในนรกพวกมันล้วนเปิดฉาก
โจมตีอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต การโจมตีจากทั้งสอง
ด้าน ทำให้จักรพรรดิปีศาจทั้งหลายมิอาจตอบโต้หรือ
ตอบสนองได้อย่างทันท่วงที
“ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในนรก น่าจะอยู่ในทิศทางนั้น! ”
อู่จวินชี้ไปยังทิศทางหนึ่งของหมอกทมิฬ ในสถานที่
แห่งนั้น มีจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์จำนวนนับไม่ถ้วน
ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกทมิฬ เพียงแต่อำนาจทำลาย
ล้างจากเทพมารที่กระหน่ำโจมตีลงมานั้น แทบจะบด
ขยี้ทำลายความว่างเปล่าในภพเทพปีศาจทั้งหมด
และผู้ที่อยู่ภายในม่านหมอกทิมฬนั้นก็คือ ‘สิบ
ยมบาล’ ได้แก่ ยมบาลฉินกวงหวาง ยมบาลชิเจียง
หวาง ยมบาลส่องตี้หวาง ยมบาลอู่กวนหวาง
ยมบาลแหยนหลาวหวาง ยมบาลเปียนเฉิ่ง
หวาง ยมบาลไท่ซานหวาง ยมบาลตู้ซื่อหวาง
ยมบาลผิงเติ้งหวาง ยมบาลจ้วงหลุนหวาง สิบ
ยมบาลคือตัวตนระดับสูงในสงครามครั้งนี้ พวกมัน
แต่ละคนล้วนสามารถบดขยี้ทำลายพิภพเทพปีศาจ
ในแต่ละส่วนได้อย่างสมบูรณ์
หนึ่งในสิบยมบาลสามารถจัดการกับจักรพรรดิปีศาจ
นิรันดร์ได้ครั้งละหลายตนอย่างง่ายดาย มีเพียง
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ระดับชั้นแนวหน้าเท่านั้นถึง
จะรับมือต่อสู้กับสิบยมบาลได้
นอกเหนือจากสิบยมบาลแล้ว ยังมีเทพมารผู้น่า
สะพรึงกลัวที่มาจากนรกอีกมากมาย จักรพรรดิมารนิ
รันดร์เหล่านี้กำลังเข่นฆ่าเทพปีศาจในภพเทพปีศาจ
อย่างบ้าคลั่ง แม้แต่เทพปีศาจที่มีอาณาจักรฝึกตนไม่
ถึงระดับจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ก็ยังถูกเห็นฆ่าอย่าง
ไม่ปรานี
กล่าวได้ว่าสิ่งมีชีวิตภายในภพเทพปีศาจทั้งหมด
กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ทรมานอย่างสุด
แสนสาหัส ชีวิตมอดม้วยกลายเป็นเถ้าถ่าน โลหิตเจิ่ง
นองกลายเป็นมหาสมุทรโลหิต เสียงกรีดร้องโหยหวน
เต็มไปด้วยความเจ็บปวดหวาดกลัวดังกึกก้องไปทั่ว
ท้องนภา มีต่างจากนรกบนดิน!
“ นั่นมันหัวหน้าตุลาการนรก เจ้าตำหนักชุยใช่
หรือไม่? ” หนานซานหวางเยว่จ้องมองไปยังทิศทาง
หนึ่ง เขาเห็นจักรพรรดิมารผู้หนึ่งกำลังถือตำราไว้ใน
มือ และตำรานั้นดูเหมือนจะเป็น ‘บัญชีเป็นตาย’ ซึ่ง
มีชื่อเสียงขจรไกลไปทั่วทั้งสิบทิศ
เจ้าตำหนักชุยมีอีกนามหนึ่งว่าชุยเจี๋ย เป็นหัวหน้า
ของ ‘สี่ตุลาการนรก’ ในนรกหมื่นขุม ทั้งยังเป็น
‘กรมควบคุมกฎนรก’ นอกจากเจ้าตำหนักชุยแล้วกับ
สี่ตุลาการนรกแล้วยังมี กรมกุศลบุญ กรมลงทัณฑ์
กรมตรวจสอบ ในเวลานี้พวกมันทั้งหมดได้ปรากฏตัว
ขึ้นภายในภพเทพปีศาจ ร่วมมือกันปิดล้อมล้างบาง
สังหารจักรพรรดิปีศาจจนสิ้นสูญ
เมื่อเทียบกับสิบยมบาลก่อนหน้านี้ สี่ตุลาการนรกถือ
ว่ามีความแข็งแกร่งไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน แม้จำนวน
การสังหารจะน้อยกว่า แต่ก็สามารถความเสียหาย
อย่างหนักให้แก่กองกำลังจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ใน
ภพเทพปีศาจ
ไม่ว่าพวกมันจะไปแห่งหนใด เทพปีศาจเบื้องหน้า
ของพวกมันล้วนเหมือนกันหมด ไม่มีตนใดที่ควรค่า
พอให้เรียกว่าศัตรู ส่งผลให้จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์
แห่งภพเทพปีศาจพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
ทั้ง ยมทูตขาวดำ , ยมทูตหัววัวหน้าม้า , เทพเมิ่ง
เหยา …
และอื่น ๆ อีกมากมายเทพมารผู้น่าสะพรึงกลัว
ทั้งหมดปรากฏตัวอยู่ภายในภพเทพปีศาจ ภาพฉากที่
ใช้อยู่ภายในลูกแก้วนั้นช่างดูสยดสยองเหลือคณา นี่
คือการสังหารหมู่ที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง
สวรรค์และนรก
ฝั่งสวรรค์มีจักรพรรดิหยกเป็นผู้บัญชาการ ส่วน
ทางด้านของฝั่งนรกไม่มีผู้ควบคุมบัญชาการอย่าง
ชัดเจน ถึงกระนั้นจักรพรรดิมารนิรันดร์ผู้มีฝีมือ
แข็งแกร่งที่สุดก็คอยกำกับสั่งการอย่างเข้มงวด
เช่นกัน พวกมันเปิดฉากห้ำหั่นภพเทพปีศาจอย่าง
สมบูรณ์ ทั้งยังแสดงด่านที่น่าสะพรึงกลัวของพวกมัน
แต่ละคนออกมาอย่างเต็มที่
ภาพที่เกิดขึ้นในลูกแก้วสร้างความสะเทือนจิตใจ
ให้แก่ อู่ อวี้ , อู่จวินและคนอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
หัวใจของพวกเขาตกอยู่ในอาการตื่นตระหนกตก
ตะลึงอยู่ตลอดเวลา อยากที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่
เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์
อู่ อวี้ เคยเห็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เทิดการุณแห่งทิศ
บูรพามาก่อน ถึงแม้จะอยู่ค่อนข้างไกล แต่เขาก็จดจำ
คนผู้นี้ได้อย่างชัดเจน จากที่รู้จักชายผู้นี้ไม่ได้
โหดเหี้ยมหรือโหดร้ายแต่ประการใด
แต่ภาพที่แสดงจากลูกแก้ว แสดงให้เห็นว่าจักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์เทิดการุณแห่งทิศบูรพากำลังใช้วิธีอันแสน
โหดเหี้ยมอำมหิตสังหารจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ทีละ
ตน ๆ อย่างเลือดเย็น
แม้อู่จวินจะมีชีวิตอยู่มายาวนานจนป่านนี้แล้ว เขาก็
ยังไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน
ลูกแก้วว่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริงหรือไม่
“ นี่มันไม่ถูกต้อง… ไม่ถูกต้อง! แม้ว่าข้าจะไม่เคยเห็น
จักรพรรดินิรันดร์บางคนในนี้มาก่อน แต่เท่าที่รู้พวก
เขาก็ไม่ใช่คนใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ ยิ่งไปกว่า
นั้นมีสาเหตุอันใดร้ายแรงถึงขั้นที่ต้องทำลายภพเทพ
ปีศาจ?” อู่จวินยังคงสงสัยเรื่องความจริงเท็จกับภาพ
ฉากที่ใช้ที่เห็นในลูกแก้วอยู่ตลอด เขาจึงไม่อยากปัก
ใจเชื่อกับภาพที่เห็นสักเท่าไหร่นัก เพราะถ้าหาก
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์บนสวรรค์มีการเคลื่อนไหวลง
มืออย่างโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ จะถือเป็นการ
ต่อต้านกฎสวรรค์ขั้นร้ายแรง
“ ข้าเองก็คิดว่ามันแปลก ๆ เช่นกัน ” ไม่ใช่แค่อู่จวิ
นเพียงผู้เดียวที่รู้สึกถึงความผิดปกติ แม้แต่ อู่ อวี้ ก็
รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล
ถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่าง อู่ อวี้ แล้วจักรพรรดิ
เซียนบนสวรรค์จะไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่นัก
ตอนนี้ยังมีจักรพรรดิเซียนหลายคนพยายามสังหาร
เขาให้ตกตาย อยากให้เขาหายไปเร็วที่สุดเท่าที่จะ
เป็นไปได้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็มิได้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินของ อู่
อวี้ เกี่ยวกับลักษณะนิสัยใจคอของจักรพรรดิเซียน
เหล่านั้น
อันที่จริงเขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจักรพรรดิเซียนบน
สวรรค์จะกระทำการโหดเหี้ยมอำมหิตได้ขนาดนี้ ต่อ
ให้จักรพรรดิเซียนผู้นั้นเป็นอริศัตรูกับเขาแต่เขาก็ไม่
เคยคิดว่าจะร้ายกาจเหมือนเช่นดั่งที่เห็นในภาพ
แต่ถ้ามันไม่เป็นความจริง ภาพที่ปรากฏขึ้นในลูกแก้ว
เป็นของปลอมเช่นนั้นหรือ?
แล้วการทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวที่เกิดขึ้นภายใน
ภพเทพปีศาจ เป็นผู้ใดสามารถบันทึกเหตุการณ์
ทั้งหมดนี้ได้!
อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ พูดคุยคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา
แต่ก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่าภาพที่เห็นภายในลูกแก้วนั้นเป็น
เรื่องจริงหรือเท็จ
และคนที่ไม่เชื่อมากที่สุดก็คืออู่จวิน นั่นเป็นเพราะเขา
อยู่บนสวรรค์มานานที่สุดนั่นเอง
แต่หนานซานหวางเยว่ก็ได้แสดงความคิดเห็นที่
แตกต่างในแง่ความเป็นจริงออกมาว่า ” บางที
จักรพรรดิหยกกับพวกจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เทิดการุณ
แห่งทิศบูรพาอาจจะแสร้งทำเป็นดีต่อหน้าและลับ
หลังชั่วช้าเลวทรามก็เป็นได้? อย่าลืมสิว่าเหล่าอู่ของ
เราก็เคยย้ำนักย้ำหนาว่าการฝึกฝนบำเพ็ญตนคือการ
ปล้นชิง ยิ่งตัวตนสูงทรงพลังฝีมือแข็งแกร่งยิ่งแล้ว
ใหญ่ บอกว่าไม่เคยมือเปื้อนเลือดกระทำเรื่องเลวร้าย
ต่อผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของตนเองในวิถีการฝึกตน ข้า
ผู้หนึ่งล่ะที่ไม่เชื่อ! ”
คำพูดนี้จะว่าไปก็มีบางเรื่องที่ถูก การฝึกฝนบำเพ็ญ
ตนเพื่อให้ไปสู่จุดสูงสุดจะต้องแย่งชิงโชคชะตาและ
ทรัพยากรของผู้อื่น
แล้วการปล้นชิงทรัพยากรส่วนใหญ่ล้วนแก้ไขได้ด้วย
ความรุนแรงทั้งสิ้น ในช่วงยุคสมัยที่จักรพรรดิเซียน
เหล่านี้กำลังเติบโต จะมีอัจฉริยะผู้มากด้วยพรสวรรค์
สักกี่คนที่ที่ต่อสู้แย่งชิงโชคชะตากับพวกมัน?
และผู้ที่มีชีวิตอยู่จนถึงป่านนี้คือผู้คว้าชัยชนะมา
ครอบครองอย่างแท้จริง
ดังนั้นจึงมีกฎบางอย่างบนสวรรค์ เพื่อมิให้จักรพรรดิ
เซียนผู้อยู่ในจุดสูงสุดต้องใช้ความรุนแรงในการปล้น
ชิงทรัพยากรด้วยมือของตนเอง ไม่จำเป็นต้องมือ
เปื้อนเลือดเช่นดังก่อนหน้านี้
ถึงอย่างนั้น อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ไม่สามารถฟันธงได้ว่า
ภาพฉากที่เห็นภายในลูกแก้วเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ
ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยหารือกัน อยู่ ๆ จี้ทอง
สัมฤทธิ์ในมือของ อู่ อวี้ ก็แสดงปฏิกิริยาตอบสนอง
ขึ้นเล็กน้อย จี้ทั้งสองกำลังถูกดึงดูดเข้าหาลูกแก้ว!
อู่ อวี้ สังเกตเห็นจี้ทั้งสองกับลูกแก้วดึงดูดเข้าหากัน
และกัน โดยที่เขาไม่อาจหยุดยั้งหรือขัดขวางมันได้
แล้วทันใดนัดลูกแก้วกลับจี้ทองทองสัมฤทธิ์ผสานกัน
อย่างรวดเร็วกลายเป็น ‘ลูกทองสัมฤทธิ์’!
พื้นผิวบนลูกทองสัมฤทธิ์เต็มไปด้วยเส้นสายลวดลาย
เก่าแก่โบราณดูลึกลับเป็นอย่างยิ่ง เส้นสายเหล่านี้มี
ทั้งลวดลายดั้งเดิมที่เคยมีอยู่บนลูกแก้วและจี้ทอง
สัมฤทธิ์ ต่อมามันก็ลอยเข้ามาหา อู่ อวี้ เขาสัมผัสได้
ถึงพลังอันยิ่งใหญ่และเสียงสะท้อนก้องดังออกมาจาก
ลูกทองสัมฤทธิ์
แคล๊ก!
ลูกทองสัมฤทธิ์ร่วงตกลงบนฝ่ามือของ อู่ อวี้ พลัง
ภายในเจาะทะลวงผิวหนังของ อู่ อวี้ ดึงโลหิตออกมา
จากในร่างกายของเขา พร้อมดูดซึมหลอมรวมเข้าไป
ในลูกทองสัมฤทธิ์
ขณะโลหิตภายในร่างกายของ อู่ อวี้ หลอมรวมเข้า
ไปในลูกทองสัมฤทธิ์ ทำให้มีความเข้าใจในลูกทอง
สัมฤทธิ์นี้เล็กน้อยและทำให้เขารู้ว่าสิ่งนี้คือ ‘ศาสตรา
เซียนกำเนิดภพ’ !
ไม่ว่าจะเป็นเทพเซียน เทพมาร เทพปีศาจ ศาสตรา
เซียนกำเนิดภพจำเป็นต้องทำพันธสัญญาโลหิตเพื่อผู้
ควบคุม ทว่าตอนนี้ลูกทองสัมฤทธิ์ได้เลือก อู่ อวี้ แล้ว
ซึ่งหมายความว่าเขาเป็นผู้ครอบครองศาสตราเซียน
กำเนิดภพ
“ นี่อาจเป็นความลับที่ถูกเก็บซ่อนอยู่ในสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์? ”
อู่ อวี้ ตื่นตกใจอึ้งตะลึงไปชั่วครู่ จึงยังไม่ได้
ตอบสนองใด ๆ กับมัน ภาพฉากที่น่าเศร้าของเทพ
เซียนเทพมารร่วมมือกันเข่นฆ่าสังหารเทพปีศาจ
อย่างน่าเวทนายังคงตราตรึงอยู่ในดวงใจของเขา
เขาจ้องมองไปที่ลูกทองสัมฤทธิ์ในมืออย่างว่างเปล่า
รู้สึกว่าตนเองไม่สามารถควบคุมศาสตราเซียนกำเนิด
ภพนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ทันใดนั้นเสียงที่เต็มไปด้วย
ความเกลียดชังอย่างสุดแสนดังขึ้นอยู่ภายในใจของ
เขา