กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1631: จักรพรรดิเซียนบนสวรรค์
ตอนแรกภาพที่ปรากฏขึ้นภายในลูกแก้วค่อนข้างพร่า
เลือนเลกน้อย
อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ มองเห็นเพียงว่าภายในภพเทพ
ปีศาจ ปีศาจจักรพรรดินิรันดร์กลุ่มใหญ่ที่ต่อสู้กัน
อย่างดุเดือดกับเงาร่างเลือนรางท่ามกลางความว่าง
เปล่า โดยที่ไม่อาจมองเห็นได้ว่าเงาร่างที่เหล่าเทพ
ปีศาจกำลังต่อสู้ทำสงครามอยู่นั้นคือผู้ใด
และเนื่องจากภาพค่อนข้างเลือนรางไม่ชัดเจน อู่ อวี้
จึงไม่สนใจพวกมัน
เท่าที่สังเกตเทพปีศาจเหล่านี้ล้วนเป็นระดับ
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ทั้งสิ้น และบางตน อู่ อวี้ ก็
เคยพบเห็นมาก่อน
อย่างเช่นโม่อิงดับโลกา หัวขนาดใหญ่ของมันมี
ทั้งหมดเก้ากวัดแกว่งไปมาอย่างดุเดือดท่ามกลาง
ความว่างเปล่า พลังอันน่าสะพรึงกลัวได้ระเบิดความ
ว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์ นี่เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ เห็น
ตัวตนระดับจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ทุ่มเททุกสิ่งทุก
อย่างที่มีไปกับการต่อสู้ ด้วยความแข็งแกร่งใน
ปัจจุบันของ อู่ อวี้ หากเผชิญหน้ากับระดับพลังเช่นนี้
เขาจะถูกกำจัดหายไปอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้โม่อิงดับโลกาจะมีพลังฝีมือแข็งแกร่งสูงส่ง
เพียงใด แต่เมื่อถูกรุมโจมตีจากหลายทิศทาง ร่างของ
มันก็ถูกทำลายหายไปอย่างสมบูรณ์ เศษซากร่างกาย
ที่ยังเหลืออยู่ของมันก็มีเพียงส่วนหัวทั้งเก้าเท่านั้น
หลังจากนั้นส่วนหัวของมันก็รีบถอยห่างจากสนามรบ
หาที่หลบซ่อนตัว
ไม่นานนักกองกำลังที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังอำนาจ
อหังการ ก็ปลดปล่อยพลังบดขยี้ทำไมลายความว่าง
เปล่าเป็นเสี่ยง ๆ
ส่งผลให้ส่วนหัวที่เหลืออยู่ของโม่อิงดับโลกา ซึ่งถูก
ขังอยู่ภายในความว่างเปล่า หมดแรงไร้ซึ่งกำลังและ
ตกตายไปในที่สุด หลังจากนั้นเศษเสี้ยววิญญาณที่
เหลืออยู่ของมันก็ออกมาจากความว่างเปล่า และได้
พบกับจิ่วอิงในที่สุด
นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงได้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นใน
ภายหลัง
ภาพที่ฉายขึ้นบนลูกแก้ว อู่ อวี้ เห็นเพียงร่างของโม่
อิงดับโลกาถูกบดขยี้แหลกเป็นเสี่ยง ๆ หลังจากหัว
ทั้งเก้าของมันหลบซ่อนตัวหลุดพ้นจากความจุดสน
เขาก็หันไปสนใจที่ตำแหน่งอื่นแทน
ผู้ที่เขาให้ความสนใจลำดับต่อมาก็เป็น ‘จักรพรรดิ
สมุทรทมิฬ’ เขาเคยได้พบเจอกับส่วนหนวดของมัน
ในสมุทรทมิฬมาก่อน ภาพของจักรพรรดิสมุทรทมิฬ
ที่ฉายในลูกแก้วดูน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง หนวด
ขนาดใหญ่จำนวนนับพันซึ่งเต็มไปด้วยตุ่มดูดโบก
สะบัดไปมาทั่วทั้งผืนฟ้า ระเบิดพลังอำนาจมหาศาล
บดขยี้ทำลายความว่างเปล่าที่อยู่โดยรอบ
แต่สุดท้ายแล้วจักรพรรดิสมุทรทมิฬก็ถูกถล่มโจมตี
จากกองกำลังนับไม่ถ้วน ดูเหมือนว่าท่ามกลางการ
โจมตีเหล่านั้นมีสองขั้วพลังที่แตกต่าง ทำให้ร่างกาย
ของมันถูกทำลายหายไปอย่างสิ้นเชิง
นี่คือการต่อสู้ที่ส่งผลกระทบต่อภพเทพปีศาจ ทำให้
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ทั้งหมดในภพเทพปีศาจไม่มี
ชีวิตเหลือรอดอยู่ได้
อาณาเขตสนามรบเกือบจะครอบคลุมภพเทพปีศาจ
ทั้งหมด เทพปีศาจที่มีระดับพลังไม่ถึงจักรพรรดินิ
รันดร์ปีศาจบาดเจ็บล้มตายกันเป็นเบือ โลหิต
หลั่งไหลดุจมหาสมุทร ภพเทพปีศาจถูกบดขยี้ทำลาย
เป็นเสี่ยง ๆ
เหล่าเทพปีศาจที่ไม่ถึงระดับจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์
เป็นเหมือนเหยื่อไร้ทางสู้ที่อยู่ท่ามกลางการระเบิด
ครั้งใหญ่ พวกมันทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากกรีดร้อง
ร่ำไห้วิ่งหนีตาย หกล้มหกลุกคลุกคลานอยู่บนพื้น
ภาพที่เห็นเป็นเหมือนโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าบ้าน
แตกสาแหรกขาดไปทั่วทุกแห่งหน ช่วงเวลานั้นภพ
เทพปีศาจเปรียบเสมือนนรกบนดินก็ไม่ปาน
อู่ อวี้ จ้องมองเข้าไปในลูกแก้วพบเห็นร่างของ
จักรพรรดิปีศาจหงส์เพลิงลุกท่วมไปด้วยเพลิงทมิฬ
ถูกลำแสงสีทองโจมตีเข้าใส่ ส่งผลให้ร่างกายของมัน
แหลกสลายเป็นชิ้น ๆ แล้วในท้ายสุดก็ตกตายไปใน
ความว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ยังมี ‘จักรพรรดิศิลาทะลวงตะวัน’ ร่างของ
มันคือเสาหินสูงใหญ่แข็งแกร่งคงทนตั้งตระหง่านสูง
เสียดฟ้า ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง ก้อนศิลาถูก
ระเบิดทำลายอย่างต่อเนื่อง ร่วงดิ่งลงสู่ความว่าง
เปล่า ก่อให้เกิดเป็นระลอกคลื่นกระเพื่อมท่ามกลาง
ความว่าเปล่าที่ทรงพลังอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ รู้สึกว่าต่อให้ตัวเขาเองมีร่างอวตารนับล้าน
คลื่นความว่างเปล่ากวาดผ่านไปทั่วของจักรพรรดิ
ศิลาทะลวงตะวันสามารถเอาชนะร่างอวตารทั้งหมด
ของเขาได้ในพริบตา
ส่วนอีกตนก็คือ ‘มหาจักรพรรดิขุนเขาธารา’ ร่างจริง
ของมันก็คือภาพภูมิทัศน์ขุนเขาธารา เวลานี้ขุนเขา
ธาราในภาพกำลังสั่นสะเทือนกู่ร้องคำรามระเบิด
ออกมาจากร่าง ทั้งหมดเป็นพลังที่รุนแรงที่สุดของ
พลังกฎสวรรค์ พลังอำนาจดังกล่าวเกือบจะห่อหุ้ม
ความว่างเปล่าทั้งหมด แต่ในท้ายสุดก็มีน้ำเต้าร่วง
หล่นลงมาจากฟากฟ้าพร้อมปลดปล่อยสายอัสนีอัด
กระแทกเข้าใส่กลางแผนภูมิขุนเขาธาราจนทำให้มัน
ได้รับบาดเจ็บสาหัส
น้ำเต้าเปล่งประกายปราณเซียนออกมา อู่ อวี้ รู้สึก
ค่อนข้างคุ้นเคยกับกลิ่นอายนี้อยู่บ้าง
อู่จวินก็ยิ่งเบิกตากว้างแล้วกล่าวว่า “ น่ะ…นั่นมัน
น้ำเต้าอัสนีทมิฬ? ”
การต่อสู้ระหว่างจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์กับเงามายา
ค่อย ๆชัดเจนขึ้น!
“นั่นมัน … จักรพรรดิเซียนนิรันดร์จากสวรรค์!”
อู่ อวี้ , อู่จวิน , หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี และคน
อื่น ๆ เมื่อเห็นภาพที่ฉายขึ้นมาบนลูกแก้วต่างพากัน
ตกตะลึง
ภาพของจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ปรากฏคนขึ้นต่อหน้า
ทุกคน เป็นภาพที่พวกมันกำลังทำลายภพเทพปีศาจ
และรุมสังหารจักรพรรดิปีศาจทีละตน!
ตัวอย่างเช่นน้ำเต้าอัสนีทมิฬ สายอัสนีอันน่า
สะพรึงกลัวออกมาจากด้านในเจาะทะลวงเข้าใส่ร่าง
‘มหาจักรพรรดิขุนเขาธารา’ แน่นอนว่าการโจมตีนั้น
มาจากหนึ่งในบุคคลที่ทรงพลังที่สุดบนสวรรค์ก็คือ:
ราชินีมารดร หรืออีกนามหนึ่ง ‘เทพมารดรแห่งทิศ
ประจิม (ซีหวังหมู่)’ นามเต็มว่า ‘พระสุวรรณมารดร
กุยซานนววิญญาณวิเศษไพศาล’ ถือน้ำเต้าอัสนีทมิฬ
อยู่ในมือ น้ำเต้านี้มีความสามารถในการควบคุมกฎ
สวรรค์ทัณฑ์อัสนีทมิฬบนสรวงสวรรค์ จัดเป็น
ศาสตราเซียนกำเนิดภพที่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง
แม้เค้าโครงร่างของจักรพรรดิเซียนนิรันดร์จะดูเลือน
รางเล็กน้อย แต่ อู่ อวี้ ก็สามารถมองเห็นได้ว่าใคร
เป็นใคร
โดยเฉพาะอู่จวินเขาใช้ชีวิตอยู่บนสวรรค์มานาน
เหลือเกิน เขาจึงรู้จักและเคยพบเห็นบุคคลในตำนาน
เหล่านี้
ไม่ไกลจากเทพมารดรแห่งทิศประจิม มีจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ผู้หนึ่งทั่วทั้งร่างเปี่ยมไปด้วยรัศมีแสงสี
ทอง เปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมีแห่งจักรพรรดิ คนผู้นี้
ก็คือ ‘จักรพรรดิหยกหรือเง็กเซียนฮ่องเต้’ การต่อสู้
ครั้งนี้จักรพรรดิหยกไม่ได้ออกแรงอันใดนัก แต่ทุก
ครั้งที่เขาโจมตีจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ผู้นั้นจะถูก
สังหารตกตายไปอย่างรวดเร็ว
ช่วงเวลาการโจมตีดวงตาทั้งคู่ของจักรพรรดิหยกเต็ม
ไปด้วยความเฉยเมย ถึงแม้ทั่วร่างของเขาจะปกคลุม
ไปด้วยกลิ่นอายปราณเซียนแต่ก็ไม่สามารถปกปิดจิต
สังหารรุนแรงได้ ดูแล้วช่างน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่าง
ยิ่ง ยากจะจินตนาการได้ว่าจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
บนสวรรค์จะสังหารเทพปีศาจมากมายในภพเทพ
ปีศาจได้อย่างไร?
ในบรรดาจักรพรรดินิรันดร์ทั้งหมด อู่ อวี้ เห็นกับตา
ของตนเองว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เทิดการุณแห่งทิศ
บูรพาผู้ปกครองสวรรค์เทิดการุณแห่งวังสวรรค์แปด
พันชั้น จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เทิดการุณแห่งทิศบูรพามี
หน้าที่กำกับดูแลเทพเซียนบนเส้นทางเซียนไร้ลักษณ์
และในช่วงเวลานี้เขาได้ปรากฏตัวขึ้นในสงคราม
เช่นกัน กายาเซียนอันใหญ่โตมโหฬารเปี่ยมไปด้วย
อำนาจศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่อาจต้านทาน เรือนกายของ
เขาเต็มไปด้วยปราณวิญญาณเซียนอันทรงพลัง
เพียงแค่คลื่นพลังที่ปล่อยออกมาจากมือและเท้าทำ
ให้จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์หลายตนได้รับบาดเจ็บ
อย่างรุนแรง ช่างเป็นการโจมตีที่ทรงพลังยิ่ง
ถึงกระนั้นในสนามรบแห่งนี้ก็ยังมีผู้โดดเด่นยิ่งกว่า ซึ่ง
ก็คือสามจักรพรรดิเซียนผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือดังก้อง
กังวานไปทั่วทั้งสามภพมาช้านาน นั่นก็คือ
ปรมาจารย์สวรรค์ปฐมกำเนิด , ปรมาจารย์สวรรค์
วิญญาณวิสุทธิ์ , ปรมาจารย์สวรรค์บรมเต๋าหรือรู้จัก
กันในามของไท่ซ่างเต๋าจวิน!
บุคคลทั้งสามนี้คือ ‘ปรมาจารย์สวรรค์ตรัยรัตนตรัย
ภูมิตรัยวิสุทธิ์องค์ธรรมชาติไร้ลักษณ์บารมีไพศาล’
พวกเขาเป็นแกนนำของจักรพรรดิเซียนนิรันดร์บน
สวรรค์ ตอนแรก อู่ อวี้ ไม่รู้จักบุคคลทั้งสามสัก
เท่าไหร่ ทว่าเมื่อฟังคำอธิบายของอู่จวินเขาก็
สามารถแยกแยะได้อย่างรวดเร็วว่าใครเป็นใคร
อู่จวินแทบไม่อยากจะเชื่อว่าจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ผู้
เป็นตำนานเหล่านี้จะเป็นแกนนำทัพสวรรค์ บนแดน
สวรรค์การจะได้เจอกับบุคคลระดับนี้เป็นเรื่องที่ยาก
ยิ่ง ชนิดที่เรียกว่าเวลาล่วงเลยผ่านไปไม่รู้กี่หมื่นปีต่อ
ถึงจะเห็นบุคคลระดับนี้มาปรากฏตัวให้เห็นสักครั้ง
หนึ่ง
แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าพวกเขาผนึกกำลังร่วมมือ
กันทำลายภพเทพปีศาจ?
เรื่องนี้ทำให้เขาถึงกับมืดแปดด้านคิดอะไรไม่ออก
ต้องทราบดีว่าภายในภพเทพปีศาจมีเทพปีศาจอยู่
มากมาย แต่พวกมันเหล่านี้ก็ทำผิดบาปมหันต์อันใด
ถึงขนาดต้องล้างบางทำลายภพเทพปีศาจเช่นนี้ด้วย?
ยากจะจินตนาการได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของเทพ
เซียนระดับสูงบนสวรรค์จริง ๆ
สิ่งนี้ทำให้อู่จวินไม่อยากจะเชื่อภาพฉากและ
เหตุการณ์ที่ลูกแก้วแสดงให้เห็น เขายังอาจคิดว่า
ภาพเหล่านี้เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาไม่ใช่เรื่องจริง
อู่ อวี้ มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนสนามรบภายใน
ลูกแก้วด้วยความตื่นตระหนก
การต่อสู้ห้ำหั่นประหัตประหารยังคงดำเนินต่อไป
อย่างต่อเนื่อง และนอกเหนือจากเทพเซียนที่กล่าว
มายังมี ‘มหาเทพจื่อเว่ยสวรรค์แห่งทิศอุดร’ รวมถึง
‘มหาเทพนิรันดร์แห่งทิศทักษิณ’ ทันทีที่อู่จวินเห็น
เขาก็จะบอกเล่าเอ่ยนามให้ อู่ อวี้ รู้จักทีละคน
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะว่าเขาใช้ชีวิตบนสวรรค์มา
นานกว่า อู่ อวี้ แม้ว่าเทพเซียนระดับสูงหลายคนเขา
จะไม่เคยพบเห็นด้วยตาของตนเอง แต่เขาก็พอที่จะ
ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของแต่ละคนมาบ้าง
มหาเทพฮัวชิงแห่งทิศบูรพา คือ ‘ปรมาจารย์สวรรค์
ไท่อี้โปรดทุกข์’ นอกจากนี้ยังมีจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
คนอื่น ๆ อีกเช่น มหาเทพไท่จี๋แห่งทิศประจิม ปรากฏ
ตัวขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่าอย่างต่อเนื่องสังหาร
จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ตกตายไปทีละตน
โดยเฉพาะมหาเทพไท่จี๋แห่งทิศประจิม หรือรู้จักกัน
ในนามของ ‘มหาเทพดาราเทียนหวง’ เคลื่อนกาย
อย่างอาจหาญไปทั่วทั้งสนามรบพร้อมกับ ‘ห้าเทพ
สงครามอู่จี๋’ ขุนพลคู่กายผู้เปี่ยมไปด้วยความกล้า
หาญเชี่ยวชาญในการรบ ร่วมมือสังหารเทพปีศาจ
จำนวนนับไม่ถ้วน!
อู่จวินยังแนะนำ ‘เทพสงครามอู่จี๋’ ให้เขาฟังทีละคน
โดยเริ่มจาก ‘เทพสงครามฟ้าไร้ลักษณ์’ , ‘เทพ
สงครามปฐพี’ , ‘เทพสงครามเหรินจง’, ‘เทพ
สงครามอุดร’, ‘เทพสงครามทักษิณ’ ทั้งห้าเป็น
จักรพรรดิเซียนที่มีชื่อเสียงมายาวนาน และพลังของ
พวกเขาก็น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด
อู่ อวี้ เห็นห้าเทพสงครามอู่จี๋มารวมตัวกัน กำลังปิด
ล้อมจักรพรรดิปีศาจอสูรอาชาเขาเดียวไว้ตรงกลาง
จากนั้นห้าเทพสงครามอู่จี๋ก็กระชากร่างของอสูร
อาชาเขาเดียวในบัดดล ร่างของมันกลายเป็นเศษ
ชิ้นส่วนชิ้นเล็กชิ้นน้อยหายไปท่ามกลางความว่าง
เปล่า โลหิตสีทองในร่างของอสูรอาชาเขาเดียวสาด
กระจายปกคลุมไปทั่วทั้งผืนฟ้า ร่วงหล่นพร่างพรม
ประดุจหยาดพิรุณอาบชโลมภพเทพปีศาจ
ภาพฉากที่ดูโหดเหี้ยมอำมหิตนี้ ยากจะจินตนาการได้
ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของเทพเซียนบนสวนสวรรค์
ในบรรดาเทพเซียนเหล่านี้นอกจาก ‘ปรมาจารย์เต๋า
ตรัยวิสุทธิ์’ แล้วก็ยังมี ‘มหาเทวราชทั้งสี่’ ได้แก่
มหาเทพจื่อเว่ย์แห่งทิศอุดร , มหาเทพนิรันดร์แห่งทิศ
ทักษิณ , มหาเทพดาราเทียนหวง , พระแม่ธรณี!
นอกจากนี้ยังมีมหาเทพตงหัวบิดาเซียนสิบเกาะสาม
ทวีป , เทพมารดรวิญญาณเร้นแห่งทิศอุดร ,
มหาเทพเจียวหวงประมุขเหลืองสูงสุด เป็นต้น
“ สถานการณ์เช่นนี้มันไม่ถูกต้อง! ”
ยิ่งอู่จวินมองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนลูกแก้วเขาก็
ยิ่งไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง เขาจึงส่ายหัวปฏิเสธ
สิ่งที่เห็นตลอดเวลาแล้วกล่าวว่า “ ถ้าว่าไปตาม
เหตุผลความแตกต่างของพลังความแข็งระหว่างเทพ
ปีศาจในภพเทพปีศาจกับเทพเซียนบนสวรรค์ไม่
น่าจะใหญ่หลวงถึงเพียงนี้ ถ้ามองถึงความแข็งแกร่ง
โดยรวมของเทพปีศาจบนภพเทพปีศาจก็ถือว่าไม่เลว
เช่นกัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ระดับจักรพรรดิปีศาจนิ
รันดร์จะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นไม่เหลือหลอเช่นนี้ ”
” ท่านจะบอกว่า สิ่งที่เห็นภายในลูกแก้วเป็นของ
ปลอม มิใช่ชาวสวรรค์ที่ทำเช่นนี้งั้นหรือ? ” เย่ซีซี
รู้สึกตกใจเล็ก หากสิ่งที่เกิดขึ้นภายในลูกแก้วเป็น
เพียงภาพลวงตา เช่นนั้นผู้สร้างลูกแก้วมีเป้าหมาย
อันใดกันแน่
“ดูนั่น!” หนานซานหวางเยว่อุทานขึ้น พร้อมชี้ไปทาง
ลูกแก้ว
เมื่อทุกคนมองไปยังทิศทางนั้น พวกเขาก็เห็นภาพ
ฉากแสนน่าขนพองสยองเกล้าทันที
ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดภพเทพปีศาจจึงถูกทำลาย
จนย่อยยับ ภาพฉากที่พวกเขาเห็นก่อนหน้านี้เป็น
เพียงสนามรบแห่งเดียวเท่านั้น เมื่อกวาดตามองไป
ยังสนามรบแห่งอื่นบนภพเทพปีศาจ พวกเขาก็ได้ยิน
เสียงกรีดร้องของภูตผีดังโหยหวนไปทั่วทุกแห่งหน
เสียงนี้มาพร้อมกับม่านหมอกทมิฬซึ่งปกคลุมไปด้วย
ภูตผีวิญญาณร้าย เกือบครึ่งหนึ่งของภพเทพปีศาจ
ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกทมิฬอันไร้สิ้นสุด ภายในม่าน
หมอกได้ปรากฏเงาร่างของจักรพรรดิปีศาจจำนวน
นับไม่ถ้วนล้มหายตายจาก และผู้ที่สังหารเทพปีศาจ
เหล่านั้นก็จักรพรรดิมารนิรันดร์จำนวนนับไม่ถ้วน
หรือเทพมารนั่นเอง!
——————–
ปล.ชื่อเทพเซียนยาวเหยียดเลยครับ ต้องหาข้อมูล
เยอะมาก ขออภัยท่านผู้อ่านที่ต้องให้รอครับ