กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1648: เทพสามตา
เมื่ออาวุโสมังกรภพสวรรค์พ่ายแพ้ต่อ อู่ อวี้ มันก็รู้สึก
อับอายขายหน้าเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากจักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์รักษา
อาการบาดเจ็บของมันเป็นที่เรียบร้อย มันก็แกล้งทำ
เป็นหมดสติปล่อยให้จักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์
พาตนเองไป
” เดี๋ยวข้าจะพาน้องชายกลับไปพักฟื้นก่อน ”
จักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์บอกลาจักรพรรดิ
มังกรทั้งแปดด้วยแววตาที่แสนโศกเศร้า ก่อนจะพา
อาวุโสมังกรภพสวรรค์กลับไปพักฟื้น ตอนมัน
เดินทางออกไปมันไม่หันมามอง อู่ อวี้ แม้แต่น้อย
พอจักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์จากไป
จักรพรรดิมังกรอาวุโสมังกร และ อู่ อวี้ กับลั่วผินก็
เริ่มทยอยออกจากแดนมังกรศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน
หลังจากชัยชนะครั้งนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าเขาไม่สามารถ
ทำตัวหยิ่งผยองภายในแดนจักรพรรดิมังกรเซียนได้
อย่างมากสุดก็แค่ร่วมฝึกฝนไปกับลั่วผินบนยอดเขา
ยอดเขาอิ้นฉินเท่านั้น หากเขาทำตัวเตร็ดเตร่
เพ่นพ่านไปทั่ว ข่าวเรื่องที่เขาปรากฏตัวอยู่ภายใน
แดนจักรพรรดิมังกรเซียนจะต้องแพร่กระจายออกไป
ในไม่ช้าก็เร็ว ดึงดูดศัตรูตัวฉกาจอย่างเทพอสูรกับ
พรรคพวกมาหาเขาอย่างแน่นอน
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงพาลั่วผินกลับมาหาราชันมังกรป๋ายอิ้
นกับราชันมังกรป๋ายฉิน เพื่อบอกข่าวดีเกี่ยวกับชัย
ชนะครั้งนี้
อันที่จริงอาการบาดเจ็บที่เขาได้รับนับว่าไม่น้อยเลย
ทีเดียว แต่โชคดีที่กายาเพชรอมตะช่วยฟื้นฟูอาการ
บาดเจ็บเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว และการฟื้นฟูจะ
สมบูรณ์เต็มร้อยโดยผ่านการพักผ่อนแค่ช่วงเวลาสั้น
ๆ ซึ่งระดับความเร็วนั้นเหนือกว่าอาวุโสมังกรภพ
สวรรค์อย่างแน่นอน
กล่าวได้ว่าเวลานี้ตัวเขากับลั่วผินติดตามจักรพรรดิ
มังกรและผู้อาวุโสมังกรออกจากแดนมังกรศักดิ์สิทธิ์
อย่างใกล้ชิด
แต่เมื่อพวกเขาออกจากแดนมังกรศักดิ์สิทธิ์ก็ต้อง
หยุดชะงักกะทันหัน เพราะพวกเขาได้พบเจอคนที่
คุ้นเคยสองคน
เพราะผู้ที่ดักรอเขาอยู่ด้านนอกแดนมังกรศักดิ์สิทธิ์ก็
คือเทพอสูรและท้าวธตรัฐมหาราช เมื่อพวกมันทั้ง
สองเห็น อู่ อวี้ กับลั่วผินออกมาก็แสดงท่าทางดีใจ
พร้อมกับแค่นเสียออกมาจากลำคออย่างเย็นชา
เตรียมพร้อมโจมตีทุกเมื่อ
” อู่ อวี้ ในที่สุดข้าก็เจอเจ้าเสียที ไม่คาดคิดเลยว่าเจ้า
จะกล้าหาญกลับมาที่สวรรค์อีก!”
” ครานี้ต่อให้เจ้ามีปีกบินก็ไม่สามารถหนีรอดจาก
เงื้อมมือของพวกข้าไปไหนได้อีก! ”
ทั้งสองกล่าวด้วยเสียงดุดัน
ดูเหมือนว่าพวกมันทั้งสองจะรออยู่ด้านนอกมาได้
ระยะหนึ่งแล้ว จุดประสงค์ของมันก็คือตามจับตัว อู่
อวี้ ซึ่งแน่นอนว่าครั้งนี้พวกมันจะไม่ยอมให้เขามี
โอกาสหลบหนี!
ทว่าก่อนที่มันกำลังจะลงมือ อู่ อวี้ ก็ตอบสนองอย่าง
รวดเร็วยิ่งกว่า
เขาจับลั่วผินแล้วหมุนตัวตีลังกาด้วยความเร็วสูงสุด
หายไปในชั่วพริบตา โดยที่พลังอิทธิฤทธิ์ที่ของเทพ
อสูรและท้าวธตรัฐมหาราชยังมิทันได้สัมผัสตัวพวก
เขา แต่ อู่ อวี้ กับลั่วผินก็หายตัวไปจากฝูงชนใน
พริบตา!
อู่ อวี้ รู้ดีว่าแม้ว่าจักรพรรดิมังกรจะทำเป็นเมินเฉย
ต่อการดำรงอยู่ของเขา แต่เวลานี้เทพอสูรและ
ท้าวธตรัฐมหาราชมารออยู่หน้าประตู พวกเขาย่อม
ไม่กล้าออกตัวปกป้องเขาอย่างแน่นอน
ถ้าเขามีสายโลหิตของตระกูลเทพมังกร ตระกูลเทพ
มังกรจะต้องพยายามปกป้องเขาอย่างเต็มที่ แต่เขา
ไม่ใช่
อย่างมากสุดจักรพรรดิมังกรและอาวุโสมังกรคงจะ
ออกตัวปกป้องอู่จวินกับลั่วผิน ส่วน อู่ อวี้ พวกมันไม่
มีทางทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน เพราะตัวตนของเขา
อ่อนไหวเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นก่อนหน้านี้เขายังสร้าง
เรื่องสร้างราวไว้มากมาย การปกป้องเขาก็เหมือน
เป็นการเป็นศัตรูกับสวรรค์ นี่คือเหตุผลว่าทำไมพวก
เขาถึงไม่สามารถออกตัวปกป้อง อู่ อวี้ ได้
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดโดยพาลั่วผิน
หลบหนีทันที!
ตอนนี้พลังฝีมือของเขาอยู่ในระดับราชันเทวะแปด
สวรรค์ ต่อให้อีกฝ่ายปิดผนึกความว่างเปล่า หาก อู่
อวี้ ต้องการจากไปพวกมันก็ไม่มีทางหยุดยังเข้าไว้ได้
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงพาลั่วผินออกจากวงล้อมทันที
เมื่อเจอกับสถานการณ์ไม่คาดฝันดังกล่าว เทพอสูร
และท้าวธตรัฐมหาราชที่ดักรออยู่ด้านนอกแดนมังกร
เซียน ต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจไม่อยากจะเชื่อ
ทั้งสองตกตะลึงกับวิธีการหลบหนีของ อู่ อวี้!
เนื่องจากขณะที่มันกำลังดักรอเขาอยู่ด้านนอกแดน
มังกรศักดิ์สิทธิ์ มันได้ตระเตรียมวงเวทย์เซียนไร้
ลักษณ์ปกคลุมความว่างเปล่า ซึ่งพวกมันมั่นใจว่าไม่
มีทางที่เขาจะหลบหนีจากเงื้อมมือของพวกมันได้
อย่างแน่นอน แต่กลายเป็นว่า อู่ อวี้ สามารถหลบหนี
ไปจากพวกมันได้อย่างง่ายดายทั้ง ๆ ที่อยู่ใต้จมูกแท้
ๆ
เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้พวกมันทั้งสองแทบคลั่ง ตอนที่
มันได้ข่าวของ อู่ อวี้ พวกมันรีบตรงดิ่งมากที่นี่ด้วย
ความรู้สึกลิงโลดดีใจ แต่กลายเป็นว่า อู่ อวี้ กลับ
สามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของพวกมันได้อีกครั้ง
ครั้งนี้จักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์แอบส่งข่าวให้
มันได้รับทราบ ฉะนั้นโอกาสที่พวกมันจะหาตัวเขา
พบในครั้งต่อไปคงไม่ใช่เรื่อง
” เหตุใด อู่ อวี้ จึงมาอยู่ที่แดนจักรพรรดิมังกรเซียน ”
เทพอสูรไต่ถามจักรพรรดิมังกรด้วยโทสะ
จักรพรรดิมังกรมิได้หวาดกลัวว่าจะมีปัญหาตามมา
เพราะอย่างไรเสีย อู่ อวี้ ก็หลบหนีไปแล้ว ดังนั้นพวก
มันจึงเลือกที่จะบอกเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ให้เทพ
อสูรบรรพกาลกับท้าวธตรัฐมหาราชฟัง เพื่อแสดงให้
เห็นว่าพวกมันมิได้จงใจปิดข่าวของ อู่ อวี้ พวกมัน
บอกเพียงว่าเขาเสนอที่จะต่อสู้กับจักรพรรดิเซียน
และพวกมันก็เห็นด้วย
เมื่อได้ยินว่า อู่ อวี้ เพิ่งเอาชนะอาวุโสมังกรภพ
สวรรค์ในแดนมังกรศักดิ์สิทธิ์ เทพอสูรบรรพกาลกับ
ท้าวธตรัฐมหาราชก็รู้สึกตกตะลึงไม่น้อย
เด็กหนุ่มผู้นี้มีพัฒนาการรวดเร็วมากเพียงใด พวกมัน
ล้วนได้เห็นมากับตาแล้ว ก่อนที่ อู่ อวี้ จะหลบหนี
พวกมันพบว่าเขามีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับราชันเท
วะแปดสวรรค์ ซึ่งมันแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก ทั้ง
ยังสามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของมันได้อีกด้วย
แต่พวกมันไม่เคยคาดคิดว่า อู่ อวี้ จะแข็งแกร่งถึงขั้น
สามารถเอาชนะจักรพรรดิเซียนได้แล้ว!
สำหรับพวกมันผู้ที่อยู่ภายใต้อาณาจักรจักรพรรดิ
เซียนลงไป ล้วนมิต่างจากมดปลวกที่พวกมันจะบีบก็
ตายจะคลายก็รอด
แม้กระทั่งท้าวธตรัฐมหาราชหรือเทพอสูรบรรพกาล
พวกมันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าผู้ที่อยู่ในอาณาจักร
ราชันเทวะ สามารถจัดการกับผู้ที่อยู่ในระดับ
จักรพรรดิเซียนได้ ถ้ากล่าวตามสามัญสำนึก ต่อให้
จักรพรรดิเซียนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็ไม่มีทางพ่าย
แพ้ให้กับราชันเทวะ ต่อให้คนผู้นั้นจะอยู่ในระดับ
ราชันเทวะเก้าสวรรค์ซึ่งมีความแข็งแกร่งสูงสุดใน
อาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์ก็ตาม
ยิ่งไปกว่านั้นจักรพรรดิเซียนของตระกูลเทพมังกรไม่
มีทางที่จะอ่อนแออย่างแน่นอน แม้จะเป็นเพียง
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นแรก แต่ อู่ อวี้ ที่สามารถ
เอาชนะมันมาได้ เพียงเท่านี้ก็แสดงให้เห็นถึงความ
อัศจรรย์ของเขาแล้ว
” ดูเหมือนว่าเราต้องขอร้องให้ ‘เทพสามตา’ ลงมือ
จริง ๆ แล้ว!”
” ใช่ เมื่อเจ้าเด็กนั่นหนีรอดไปได้ การติดตามไล่ล่า
เขาก็มิใช่เรื่องง่าย มีเพียง ‘เทพสามตา’ เท่านั้น ที่
สามารถค้นหาเขาได้ ต่อให้ติดปีกบินก็ไม่มีทาง
หลบหนีจากเงื้อมมือของเทพสามตา! ” เทพอสูร
บรรพกาลหันไปกล่าวเสนอความคิดเห็นกับท้าวธตรัฐ
มหาราช
ก่อนหน้านี้พวกมันพยายามขอให้เทพสามตาเป็นผู้ลง
มือ อย่างไรก็ตามในสายตาของเทพสามตา อู่ อวี้
นับเป็นตัวอันใดที่มันต้องให้ความสำคัญ? ไม่มีค่าพอ
ให้มันเหลียวแลด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้ อู่ อวี้ ผู้อยู่ในอาณาจักรราชันเทวะ กลับ
สามารถเอาชนะหนึ่งในจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ของ
ตระกูลเทพมังกรได้ หากข่าวนี้แพร่งพรายออกไป
เทพสามตาย่อมไม่ประมาท อู่ อวี้ อย่างแน่นอน
แม้ว่าเทพสามตาจะเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอำนาจสูงสุดบน
สวรรค์ และมิได้ให้ความสนใจกับเด็กน้อยผู้นั้นเท่าใด
นัก แต่ความสามารถของ อู่ อวี้ ต้องทำให้มันอยาก
ไล่ล่าตามจับเขาเพื่อนำมาศึกษา
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ทราบเรื่องนี้
เขาพาลั่วผินหลบหนีออกจากแดนจักรพรรดิมังกร
เซียนอย่างรวดเร็ว ด้วยเพราะการปรากฏตัวของเทพ
อสูรบรรพกาลและท้าวธตรัฐมหาราช ทำให้สถานที่
แห่งนี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
ดังนั้นสิ่งที่สมควรทำเป็นอันดับแรกคือหลบหนี
ครั้งนี้เมื่อ อู่ อวี้ พาลั่วผินออกมาด้วย จักรพรรดิ
มังกรตนอื่น ๆ ก็มิได้แสดงท่าทางขัดขวางต่อต้าน
แม้แต่น้อย
น่าเสียดายที่เทพอสูรบรรพกาลกับท้าวธตรัฐมหาราช
ปรากฏกายขึ้นอย่างกะทันหันเกินไป แม้กระทั่ง
จักรพรรดิมังกรเซียนก็มิอาจตอบสนองได้อย่าง
ทันท่วงที
” ดูเหมือนจักรพรรดิมังกรทั้งแปด จะไม่รู้ตัวว่าเทพ
อสูรบรรพกาลกับท้าวธตรัฐมหาราชจะรออยู่ด้าน
นอก มิฉะนั้นข้าคงหาทางให้เจ้าอยู่ในแดนมังกร
ศักดิ์สิทธิ์ไปก่อน ” อู่ อวี้ กล่าวกับลั่วผินอย่างใจเย็น
” ใช่ ดูเหมือนจักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์จะ
ตั้งใจปล่อยข่าวนี้ออกไป มันเป็นคนเดียวที่มิได้อยู่ที่
นั่นในเวลานั้น ในฐานะผู้ที่แอบปล่อยข่าว มันจึงมิ
กล้าบอกเรื่องนี้กับจักรพรรดิมังกรตนอื่น ๆ ” ลั่วผินมี
โทสะเล็กน้อย นางไม่รู้ว่าเหตุใดจักรพรรดิมังกร
ประกาศิตสวรรค์ถึงได้ทำเช่นนี้กับ อู่ อวี้ ?
แน่นอนว่านางเข้าใจว่า อู่ อวี้ เคยสังหารลูกหลาน
ของจักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์มาก่อน ทำให้
มันเสื่อมเสียชื่อเสียง ดังนั้นพวกมันจึงรู้สึกไม่พอใจ
เขาเป็นอย่างมาก
“ ไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง เราต้องหาสถานที่หลบ
ซ่อนตัวก่อน เพื่อฝึกฝนบำเพ็ญตนเงียบ ๆ สักพัก น่า
เสียดายที่ไม่มีเวลาได้บอกลาท่านลุงกับท่านป้า ” อู่
อวี้ ส่ายหัวพร้อมกล่าวขึ้น
คาดว่าตอนนี้ราชันมังกรป๋ายอิ้นกับราชันมังกรป๋าย
ฉิน คงรอผลการต่อสู้กับอาวุโสมังกรภพสวรรค์อยู่ที่
ยอดเขาอิ้นฉิน
โชคดีที่อู่จวินบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่าง
ละเอียดให้กับพวกเขาได้รับฟัง มิได้เก็บมันไว้เป็น
ความลับ
” อืม ” ลั่วผินรับฟังสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าว นางคิดถึง
ราชันมังกรป๋ายอิ้นกับราชันมังกรป๋ายฉิน ด้วยไม่รู้ว่า
จะได้พบเจอกับพวกเขาอีกเมื่อไหร่ ในช่วงเวลานี้
พวกเขาคงไม่มีทางกลับไปยังแดนจักรพรรดิมังกร
เซียนได้อย่างแน่นอน มิฉะนั้นแล้วมีโอกาสสูงที่พวก
เขาจะถูกเทพอสูรบรรพกาลกับท้าวธตรัฐมหาราชจับ
ตัว
” ไปหาสถานที่หลบซ่อนตัวกันก่อน ฝึกฝนอยู่ที่นั่นสัก
พักให้จิตใจสงบขึ้น ”
หลังจาก อู่ อวี้ กล่าวจบ เขาก็ออกจากแดน
จักรพรรดิมังกรเซียนไปพร้อมกับลั่วผิน
ในที่สุดผู้สืบทอดของมหามรดกทั้งสี่ก็มารวมตัวกัน
น่าเสียดายที่พวกเขาไม่อาจปรากฏตัวขึ้นบนสวรรค์
อย่างองอาจผ่าเผยได้ กระทำได้เพียงหลบซ่อนตัว
เพื่อฝึกฝนอย่างลับ ๆ ไปก่อน
บนวังสวรรค์แปดพันชั้น อู่ อวี้ เดินทางมาที่สวรรค์
ชั้นที่หกพันสองร้อยสิบ หาที่ซ่อนตัวและเริ่มปิดด่าน
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเขาจะอยู่กับลั่วผินสองคน ทางด้าน
หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีเมื่อรู้ว่าพวกเขากลับ
มาถึงสวรรค์แล้ว ทั้งสองก็แสดงท่าทางตื่นเต้นมาก
ยิ่งขึ้น
พวกเขาไม่ต้องการรบกวนเวลาของ อู่ อวี้ กับลั่วผิน
ดังนั้นพวกเขาจึงแยกตัวกัน มุ่งหน้าไปตามสวรรค์ชั้น
ต่าง ๆ เพื่อฝึกฝนหาประสบการณ์ด้วยตนเอง
ตอนนี้พวกเขาไม่ได้อ่อนแออีกต่อไป ทั้งยังมีพลัง
อิทธิฤทธิ์มากมายที่ใช้รักษาชีวิต เช่นเขตแดนสวรรค์
ไร้รอยของหนานซานหวางเยว่ ผู้ที่อยู่ภายใต้
อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ลงไป ไม่มีทาง
ค้นพบการดำรงอยู่ของเขาได้เลย
ครานี้หนานซานหวางเยว่ขอเดินทางไปฝึกฝนเพียง
ลำพัง เพื่อยกระดับพลังอิทธิฤทธิ์เขตแดนสวรรค์ไร้
รอยให้สูงขึ้น เมื่อถึงยามนั้น แม้แต่จักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์ก็มิอาจค้นหาร่องรอยของเขาได้ ทำให้เขา
สามารถกระทำทุกอย่างบนแดนสวรรค์ได้ตาม
ต้องการ
ส่วนเย่ซีซี พลังอิทธิฤทธิ์ทรายทมิฬเงาอสูรของนาง
เพิ่งทะลวงเข้าสู่ระดับใหม่ ทำให้ตัวตนของนางนั้น
เงียบสงบไร้ร่องรอยประดุจสายลมบนท้องเวหา
ยกเว้นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์แล้วไม่มีทางที่ผู้ใดจะ
พบนาง
แน่นอนว่าบนสวรรค์ชั้นล่าง ๆ การได้พบกับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์มิใช่เรื่องง่ายเลย เมื่อใดที่พบ
เจอปัญหาพวกเขาก็สามารถส่งยันต์เซียนสื่อสารมา
แจ้ง อู่ อวี้ ได้
” ข้าจะใช้ความสามารถส่งต่อให้กับเจ้า ”
อู่ อวี้ กล่าวว่าก่อนหน้านี้เขามีเวลาค่อนข้างจำกัด
ดังนั้นจึงมิอาจถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจของ
จักรพรรดิปีศาจที่กลืนกินมาให้กับนางได้ทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องการส่งต่อความสามารถให้นาง
ต่อ หลังจากนี้พื้นฐานฝึกตนของลั่วผินจะพุ่งทะยาน
พัฒนาขึ้นจนไปถึงระดับของหนานซานหวางเยว่
กับเย่ซีซีได้ในเวลาอันสั้น
พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในวังสวรรค์ชั้นที่หกพัน ซึ่งมิใช่
เรื่องง่ายเลยที่เทพอสูรบรรพกาลกับท้าวธตรัฐ
มหาราชจะพบเจอพวกเขา หรือต่อให้ผู้ค้นพบเขา ก็
ไม่มีทางที่จะจับตัว อู่ อวี้ ได้ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเริ่ม
ฝึกฝนด้วยความมั่นใจ พร้อมใช้ความสามารถส่งต่อ
ให้กับลั่วผิน
นอกเหนือจากการส่งต่อมรดกแล้ว ทั้งสองมักแนบชิด
อิงกายอยู่ร่วมกันด้วยความรักใคร่ เราก็ว่าบนโลกใบ
นี้มีพวกเขาแค่สองคนเท่านั้น ทำให้พวกเขารู้สึกมี
ความสุขเป็นอย่างยิ่ง บางครั้งก็คิดถึงราชันมังกรป๋าย
อิ้นกับราชันมังกรป๋ายฉิน
ช่วงเวลาหลายพันปีผ่านไปเพียงชั่วพริบตา!
———————