กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1649: การชี้นำจากมรดก
หนึ่งหมื่นปีผ่านไปวังสวรรค์ชั้นที่หกพันสองร้อยสิบ อู่
อวี้ กับลั่วผินหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าเขาอันงดงาม
สนุกสนานรื่นเริง เพลิดเพลินดื่มด่ำไปกับความสุข
ตามประสาเทพเซียน
ช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ได้ส่งต่อข้อมูลที่เขาได้มาจาก
จักรพรรดิปีศาจก่อนหน้านี้ให้แก่นาง ทำให้นาง
ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลาหมื่นปีมานี้
นางมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วขึ้นทุกวัน ๆ
ส่งผลให้ปัจจุบันพลังฝีมือของนางได้มาถึงระดับ
ราชันเทวะสี่สวรรค์ ไล่ตามหนานซานหวางเยว่กับเย่
ซีซีมาติด ๆ
ตอนที่เขาได้มาพบนางใหม่ ๆ พื้นฐานฝึกตนของนาง
ยังไม่ถึงอาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์เลยด้วยซ้ำ
ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้มอบตราประทับราชันเทวะขั้นที่
เก้าให้กับนาง แม้ว่าจะเทียบไม่ได้กับตราประทับ
ราชันเทวะขั้นที่สิบ ของ อู่ อวี้ แต่ตราประทับที่เขา
มอบให้กับนางก็ถือเป็นตราประทับชั้นสูงอันดับต้น ๆ
ซึ่งทำให้นางเข้าสู่อาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์ได้อย่าง
รวดเร็ว
นอกจากนี้ผู้ที่ก้าวเข้าสู่อาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์ด้วย
ตราประทับราชันเทวะขั้นที่เก้าจะสามารถฝ่าทะลวง
เข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ได้ในอนาคต หาก
ไม่ประสบอุบัติเหตุใด ๆ เสียก่อน ดังนั้นอาณาจักร
จักรพรรดิเซียนจึงถือเป็นพื้นฐานสุด ๆ
ท้ายที่สุดตราประทับราชันเทวะขั้นที่เก้า ถือเป็นสิ่ง
ล้ำค่ามากบนสวรรค์ แม้แต่ลูก ๆ ของเทพอสูรและ
ท้าวธตรัฐมหาราช ยังพยายามไล่ตามหาตราประทับ
ราชันเทวะขั้นที่เก้า
แม้แต่เทพอสูรและท้าวธตรัฐมหาราชก็ยังไม่สามารถ
ปรับแต่งตราประทับราชันเทวดาชั้นยอดระดับนี้ได้
ด้วยตราประทับราชันเทวะขั้นที่เก้า กับ
ความสามารถในการส่งต่อข้อมูลความรู้แจ้งของ อู่
อวี้ ทำให้ตลอดหนึ่งหมื่นปีที่ผ่านมาลั่วผินก้าวหน้า
ขึ้นเป็นอย่างมาก ถ้านางยังคงฝึกฝนอยู่ในแดน
จักรพรรดิมังกรเซียนไม่มีทางคืบหน้ามาถึงระดับนี้
อย่างแน่นอน
มังกรสวรรค์แปดลักษณ์ผู้ส่งทอดมรดกให้แก่ลั่วผิน มี
ความสัมพันธ์บางอย่างกับฉีเทียนต้าเซิ่น , แม่ทัพ
เทียนเผิง , ขุนพลเจวี่ยนเหลียน แต่อะไรที่ทำให้พวก
เขามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงต่อกันสำหรับเรื่องนี้ อู่
อวี้ ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่นัก
นับตั้งแต่ฉีเทียนต้าเซิ่นปรากฏกาย ขณะที่เขากำลัง
เผชิญหน้ากับเทพอสูรและท้าวธตรัฐมหาราช จวบ
จนถึงปัจจุบัน อู่ อวี้ ก็ยังไม่ทราบข้อมูลเชิงลึก
เกี่ยวกับเทพเซียนทั้งสี่ เท่าที่มีมันช่างเล็กน้อย
เหลือเกิน
ตลอดระยะเวลาหมื่นปีที่ผ่านมา อู่ อวี้ ไม่เคยยอมแพ้
พยายามที่จะไขปริศนาเรื่องภพเทพปีศาจถูกบดขยี้
ทำลาย
บางครั้งเขาก็พาลั่วผินออกไปท่องเที่ยวเดินเล่น
หลังจากการฝึกฝน ระหว่างทางก็พยายามสอบถาม
ข่าวคราวเกี่ยวกับภพเทพปีศาจถูกทำลาย ผลปรากฏ
ว่าไม่มีเทพเซียนคนใดบนสวรรค์พูดคุยถึงเรื่องนี้ อัน
ที่จริงคงต้องบอกว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องภพเทพปีศาจ
ถูกทำลายเลยด้วยซ้ำ
เป็นเช่นดังฉีเทียนต้าเซิ่นใดกล่าวเอาไว้ ว่าทุกคนลืม
เลือนเรื่องราวในอดีตไปจนหมดสิ้น
แต่เรื่องสำคัญเยี่ยงนี้จะหลงลืมไปได้อย่างไร?
โดยเฉพาะตัวตนของจักรพรรดิหยก จะมีความลับ
เบื้องลึกแอบซ่อนอยู่หรือไม่?
อู่ อวี้ ไม่สามารถคาดการณ์ได้
แดนเซียนวังสวรรค์และแดนเซียนอรหันต์สวรรค์
ตอนนี้ อู่ อวี้ รู้แล้วว่ามีแดนทั้งสองอยู่จริง แต่เขาไม่รู้
อะไรเกี่ยวกับแดนเซียนอรหันต์สวรรค์เลย แต่ถ้ามันมี
อยู่จริงเท่ากับว่าเทพเซียนบนแดนเซียนวังสวรรค์ไม่
ว่าจะเป็นจักรพรรดิหยกหรือคนอื่น ๆ ล้วนถูกลบ
ความทรงจำออกไปพร้อมกัน มันดูไม่น่ากลัวไป
หน่อยหรือ?
ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขามักจะเข้าไปในเจดีย์ล่องกำเนิด
เล่นหยอกล้อกับเจ้าวานรสีเทาตัวน้อยที่อยู่ในเจดีย์
อู่ อวี้ ไม่สามารถทำลายผนึกของเจ้าวานรตัวน้อยนี้
ได้ ทำให้เจ้าวานรไร้ซึ่งความทรงจำใด ๆ มิอาจคาด
เดาได้ว่ามีความลึกลับที่อยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้เขา
ยังไม่สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับมัน ทั้งหมดเป็น
เพราะผนึกต้องห้ามที่ปิดผนึกทุกอย่าง
ความก้าวหน้าที่ลั่วผินได้รับ ทำให้ความแข็งแกร่ง
ของนางดีขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นพลังอิทธิฤทธิ์
หรือการฝึกฝนกายเนื้อก่อนหน้านี้ ทั้งหมดล้วน
ก้าวหน้าขึ้นเป็นอย่างมาก
ตัวอย่างเช่นนางได้ฝึกฝนพลังอิทธิฤทธิ์ของมังกร
สวรรค์แปดลักษณ์ ยิ่งลำดับขั้นสูงขึ้นยิ่งทำให้
ร่างกายของนางทรงพลังมากขึ้นตามไปด้วย แม้มัน
จะไม่ดีเท่ากับกายาเพชรอมตะของ อู่ อวี้ แต่ก็เกือบ
พอ ๆ กัน
นอกจากนี้ยังมีคัมภีร์มังกรศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล เมื่อ
ฝึกฝนวิชานี้จะทำให้จิตเซียนราชันเทวะของนาง
เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังทำให้พลังกฎสวรรค์
ของนางทรงพลังมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาที่ดี
ที่สุด!
สี่มหาวิถีพลังอิทธิฤทธิ์ของนางก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
ส่วนพลังอิทธิฤทธิ์ชนิดแรกของนางอย่างเพลิงสวรรค์
หมื่นผสาน เป็นพลังอิทธิฤทธิ์ด้านโจมตี หากฝึกฝน
จนถึงขีดสุด เพลิงสวรรค์หมื่นผสานนี้จะ หลอมรวม
กลั่นสกัด แล้วระเบิดออก เปี่ยมไปด้วยพลังทำลาย
ล้างถึงขีดสุด และอำนาจดังกล่าวแข็งแกร่งยิ่งกว่า
พลังกฎสวรรค์ของนางเสียอีก
ยิ่งนางบ่มเพาะสร้างเปลวเพลิงได้มากเท่าใด เพลิง
สวรรค์หมื่นผสานก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น การ
ฝึกฝนตลอดหนึ่งหมื่นปีที่ผ่านมาทำให้นางมีความ
เข้าใจเกี่ยวกับเปลวเพลิงขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า ส่วน
พลังความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสิบเท่า
แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากฝึกฝนพลังอิทธิฤทธิ์
ดังกล่าวไปจนถึงจุดสูงสุด พลังของมันจะน่า
สะพรึงกลัวเพียงใด?
แล้วพลังอิทธิฤทธิ์ชนิดที่สองของนางก็คือมังกร
สวรรค์รวมเป็นหนึ่ง มันเป็นพลังอิทธิฤทธิ์ที่สามารถ
ทำให้ลั่วผินผสานร่างกับ อู่ อวี้ ได้ จะทำให้เขา
สามารถใช้พลังของพวกเขาทั้งสองได้
เมื่อความแข็งแกร่งของลั่วผินก้าวหน้าขึ้น ความ
เข้าใจในพลังอิทธิฤทธิ์นี้ของนางก็ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
เมื่อใดที่ใช้มังกรสวรรค์รวมเป็นหนึ่ง ทำให้ความ
แข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ก้าวข้ามเวลาปัจจุบัน ทำให้เขา
เอาชนะจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ได้ง่ายขึ้น!
แต่ถ้าลั่วผินยังไม่สามารถก้าวถึงระดับราชันเทวะ ต่อ
ให้นางใช้มังกรสวรรค์รวมเป็นหนึ่งกับ อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ใน
ระดับราชันเทวะแปดสวรรค์ ก็ไม่สามารถเสริมพลัง
ให้แก่เขาได้มากนัก
ทว่าปัจจุบันพื้นฐานฝึกตนของนางอยู่ในระดับราชัน
เทวะสี่สวรรค์ หากนางผสานร่างกับ อู่ อวี้ ก็จะช่วย
เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเขาเป็นอย่างมาก ซึ่ง
นับเป็นวิธีการที่น่าสะพรึงกลัวไม่น้อยเลยทีเดียว ยิ่ง
ถ้าในอนาคตลั่วผินกับ อู่ อวี้ มีความแข็งแกร่ง
เพิ่มขึ้น เมื่อใช้มังกรสวรรค์รวมเป็นหนึ่งความ
แข็งแกร่งโดยรวมของพวกเขาจะเหนือขีดจำกัดของ
ตนเอง
ฝ่ายตรงข้ามที่เดิมทีไม่สามารถเอาชนะได้ เมื่อ
เผชิญหน้ากันอีกครั้งเขาจะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้
อย่างแน่นอน!
และพลังอิทธิฤทธิ์ชนิดที่สามที่มีชื่อว่าเจดีย์แปด
ลักษณ์ นี่เป็นอีกหนึ่งพลังอิทธิฤทธิ์ที่ทรงพลังเป็น
อย่างยิ่ง ความน่าสะพรึงกลัวของมันพอ ๆ กับมังกร
สวรรค์รวมเป็นหนึ่ง การฝึกฝนตลอดหนึ่งหมื่นปีที่
ผ่านมา ทำให้สี่มหาวิถีพลังอิทธิฤทธิ์ของนางมีพลัง
เพิ่มขึ้นอย่างน้อยสิบเท่า ถึงแม้พื้นฐานฝึกตนของนาง
จะอยู่ในระดับราชันเทวะสี่สวรรค์ แต่ราชันเทวะหก
สวรรค์ก็ไม่สามารถต้านทานนางได้อย่างแน่นอน
เมื่อใดที่นางใช้พลังเจดีย์แปดลักษณ์ รับรองว่าระดับ
ราชันเทวะหกสวรรค์จะต้องพบเจอกับทางตัน
ส่วนพลังอิทธิฤทธิ์ชนิดสุดท้ายก็คือเกล็ดหวนมังกร
สวรรค์ รูปแบบพลังอิทธิฤทธิ์ชนิดนี้คล้ายกับ
ความสามารถ ‘เผาผลาญ’ ของ อู่ อวี้ แม่พลัง
อิทธิฤทธิ์ชนิดนี้จะฝึกฝนไม่ยาก แต่ค่าใช้จ่ายในการ
ใช้งานก็สูงมากทีเดียว พลังของมันจะช่วยเพิ่ม
ประสิทธิภาพความแข็งแกร่งในการต่อสู้ เมื่อใดที่นาง
ต้องพบเจอกับสถานการณ์ไร้ซึ่งทางออก พลัง
อิทธิฤทธิ์ที่น่าสะพรึงกลัวชนิดนี้จะช่วยนางได้
แต่ถ้าเทียบกับการเผาผลาญของ อู่ อวี้ พลัง
อิทธิฤทธิ์ชนิดที่สี่ของนางยังมีข้อจำกัดมากกว่า
เมื่อ อู่ อวี้ ใช้ความสามารถในการเผาผลาญ เขายังมี
ความสามารถในการกลืนกินเพื่อชดเชยกับพลังงานที่
เสียไป จนกลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ได้อย่างรวดเร็ว
หรือไม่ก็ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นทะลุเกินขีดจำกัด
หากลั่วผินใช้เกล็ดหวนมังกรสวรรค์ นางซึ่งไม่มี
ความสามารถในการกลืนกินเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพ
เหมือนกับ อู่ อวี้ นางจะต้องชดใช้ด้วยราคาค่อนข้าง
สูง เขาจึงกำชับนางว่าหากไม่พบเจอกับสถานการณ์
เลวร้ายจริง ๆ อย่าใช้วิชานี้เด็ดขาด ให้มันเป็น
ทางเลือกสุดท้ายในการตัดสินใจ
ตราบใดที่ อู่ อวี้ ยังอยู่กับนาง เขาจะไม่ยอมให้นาง
ใช้พลังอิทธิฤทธิ์ชนิดนี้ทำร้ายตัวเองอย่างเด็ดขาด
ทว่ายามนี้ อู่ อวี้ ตัดสินใจที่จะอยู่กับลั่วผินทุกเมื่อ
เชื่อวัน ไม่มีวันแยกจากกันอีก
ในบรรดาสี่มหาพลังอิทธิฤทธิ์ที่ได้รับมาจากมังกร
สวรรค์แปดลักษณ์ด่วนยกระดับขึ้นทั้งหมด
โดยเฉพาะมังกรสวรรค์รวมเป็นหนึ่งที่ช่วยส่งเสริม
ศักยภาพความแข็งแกร่งในการต่อสู้เมื่อพวกเขาทั้ง
สองผสานร่างกัน ซึ่งปัจจุบันพวกเขาสามารถผสาน
ร่างกันได้บ่อยตามใจปรารถนา
นอกจากนี้ตลอดหมื่นปีที่ผ่านมา อู่ อวี้ ยังขัดเกลา
ฝึกฝนทำความเข้าใจในกฎสวรรค์ชนิดสุดท้าย แม้ว่า
จะไม่ประสบความสำเร็จแต่อาณาจักรของเขาก็
พัฒนาขึ้น
กฎสวรรค์ชนิดสุดท้ายของ อู่ อวี้ คือพลังกฎสวรรค์
กลืนกิน นี่เป็นกฎสวรรค์ขั้นสูงสุดที่เขาต้องการทำ
ความเข้าใจจนสามารถใช้มันได้อย่างเชี่ยวชาญ
เมื่อใดที่ประสบความสำเร็จเขาจะก้าวขึ้นสู่ระดับ
สูงสุดของอาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์หรือราชันเทวะ
เก้าสวรรค์ เมื่อถึงเวลานั้นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้น
แรกจะไม่ใช่คู่ต่อสู้เขา
หากเจอคู่ต่อสู้ระดับอาวุโสมังกรภพสวรรค์ เขาจะ
สามารถต่อสู้เอาชนะได้อย่างไม่ยากเย็น
แต่เขาจะใช้กฎสวรรค์กลืนกินนี้ได้ก็ต่อเมื่อ พลังฝีมือ
ขึ้นสู่ระดับราชันเทวะเก้าสวรรค์ ปัจจุบันความรู้
ความเข้าใจที่เขามี ๆ น้อยกว่าหนึ่งในสิบส่วน ซึ่ง
นับว่ายังห่างไกลจากความสำเร็จสมบูรณ์อีกหลายขุม
ถึงกระนั้นต่อให้ตอนนี้เขาไม่มีโอกาสประสบ
ความสำเร็จ เขาก็ยังคงมุ่งมั่นฝึกฝนทำความเข้าใจ
ต่อไป แม้จะต้องใช้เวลาหลายหมื่นปีก็ตาม
เว้นเสียแต่ว่า อู่ อวี้ ได้กลืนกินซากศพจักรพรรดิ
เซียนในปริมาณที่มากเพียงพอ ซึ่งซากศพเหล่านั้น
ถูกกลบฝังไว้ในสุสานจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ เมื่อใดที่
เขาสามารถกลืนกินซากศพจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์
เมื่อนั้นพลังความสามารถของเขาจะพุ่งทะยาน
ก้าวหน้าด้วยเวลาอันสั้น
ซึ่งเขาจะรอจนกว่าได้รู้ความจริงเกี่ยวกับการทำลาย
ล้างภพเทพปีศาจ ฉะนั้นยามนี้เขาจึงไม่ทำอะไร
ผลีผลาม ไม่เช่นนั้นจะเหมือนเป็นการลบหลู่ดูหมิ่น
ซากศพจักรพรรดิปีศาจร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนในภพ
เทพปีศาจ
ตลอดหมื่นปีที่ผ่านมาพวกเขามีความก้าวหน้าเป็น
อย่างมาก
ทั้ง อู่ อวี้ และลั่วผินต่างพัฒนาขึ้น
ช่วงหมื่นปีที่ผ่านมาหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีคอย
ส่งข้อความแจ้งข่าวกับเขาเป็นครั้งคราว หาก
กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันของทั้งสองพวกเขาไม่ได้
พบเจอปัญหาใด ๆ โดยเฉพาะหนานซานหวางเยว่ที่
มีเวลาว่างมากพอมาหยอกล้อเทพธิดาบนสรวง
สวรรค์ จน อู่ อวี้ รู้สึกชื่นชมเขาจับใจ
เคล็ดมายาของเขาทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง จนหนาน
ซานหวางเยว่แทบจะเดินทอดน่องอยู่บนสวรรค์ได้
เลยทีเดียวเชียว
หลายครั้งที่หนานซานหวางเยว่ยั่วยุเทพเซียนอาวุโส
บางคนเข้า ซึ่งคนผู้นั้นก็เป็นปู่ของเทพธิดาที่เขาเกี้ยว
พา หากเขาไม่สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ เขาก็
จะใช้เขตแดนสวรรค์ไร้รอยหลบหนีจากไป โดยที่อีก
ฝ่ายไม่ทราบเลยว่าเขาหลบหนีไปไหน ทำให้ตลอด
หมื่นปีที่ผ่านมาหนานซานหวางเยว่อิ่มหนำสำราญ
สุขสมใจเป็นอย่างยิ่ง
แต่อยู่ ๆ วันนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าหัวใจของตนเองเต้น
แรงขึ้น
นี่คือความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน เพราะพลอง
ทองสมปรารถนาที่ไม่เคยมีปฏิกิริยาตอบสนอง ดู
เหมือนจะส่งข้อความหมายถึงเขาผ่านความรู้สึก ซึ่ง
มันทำให้เขารู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพลอง
ทองสมปรารถนาชี้แนะว่าเขาควรทำเช่นใดต่อไป
” พลองทองสมปรารถนามีปฏิกิริยา? ”
ในเวลานี้ อู่ อวี้ รู้สึกมีความสุขมาก ซึ่งลั่วผินก็เดิน
เข้ามาหาเขาแล้วบอกว่านางเองก็ได้รับข้อความ
เช่นกัน ดูเหมือนว่ามรดกของบรรพชนมังกรสวรรค์
แปดลักษณ์ชี้นำนางว่าควรทำอันใดต่อไป
” ต้องไปสวรรค์ชั้นที่สูงกว่านี้งั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ กล่าวยืนยัน ซึ่งลั่วผินก็พยักหน้าตอบรับ เห็น
ได้ชัดว่าข้อความที่พวกเขาได้รับในครั้งนี้ คือบอกให้
พวกเขาให้มุ่งหน้าไปยังสวรรค์ชั้นที่สูงกว่า
” ข้าอยากรู้ว่าหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีเป็นเช่น
ใดบ้าง? ”
เมื่อ อู่ อวี้ คิดเช่นนั้น ยันต์เซียนสื่อสารของพวกเขาก็
ถูกส่งมา แสดงให้เห็นว่าพวกเขาก็ได้รับข้อความจาก
มรดกของตนเองเช่นกันว่าให้ไปยังสวรรค์ชั้นที่สูงกว่า
นี้
” หมายความว่าพวกเราจะต้องเดินทางร่วมกัน เพื่อ
หาสถานที่มีปฏิกิริยาให้เจอ! ”
อู่ อวี้ รีบตอบสนองในทันที ขณะเดียวกันก็รู้สึก
ตื่นเต้นเล็กน้อย ด้วยเพราะหลังจากเวลาล่วงเลยผ่าน
มาอย่างยาวนาน ในที่สุดพลองทองสมปรารถนาและ
มรดกชิ้นอื่นก็มีปฏิกิริยาตอบสนอง คราวนี้เขาจะได้รู้
ความลับของมรดกตนเองเสียที?