กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1654: สุดยอดศาสตราเทวะทั้งสาม
ณ ภพเทพปีศาจ
เมื่อมาถึงที่นี่ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ก็ถอนหายใจออกมา
ด้วยความโล่งอก
อยู่ที่นี่มิใช่เรื่องง่ายเลยที่เทพสามตาจะตามหาพวก
เขาพบ ท้ายที่สุดแล้วนอกจาก อู่ อวี้ ยังไม่เคยเห็น
ผู้ใดเข้ามาในภพเทพปีศาจได้
“พักผ่อนกันก่อนเถอะ”
ภายใต้การปิดกั้นสวรรค์ฉีเทียนโดยเทพอสูรและ
ท้าวธตรัฐมหาราช จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทุก
คนตึงเครียดเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นถึงเวลา
แล้วที่ทุกคนจะพักผ่อน
” เราถูกบรรพชนช่วยไว้อีกแล้ว ”
เหตุการณ์เมื่อสักครู่ทำให้หนานซานหวางเยว่ยังคงใจ
สั่นเต้นระทึก แต่เขาก็เก็บอาการพยายามประเมิน
สถานการณ์อย่างสุขุม ” หากกล่าวตามสถานการณ์ที่
เราพบเห็นบนแผ่นศิลา บรรพชนที่ส่งต่อมรดกมาให้
เราน่าจะตกตายไปแล้ว เช่นนั้นก็หมายความว่าสิ่งที่
ช่วยเหลือเราเมื่อสักครู่ ก็คือพลังที่พวกท่าน
หลงเหลือทิ้งไว้ในศาสตราเซียนกำเนิดภพ ”
” หากเป็นไปตามที่คิดไว้ แม้ว่าศาสตราเซียนกำเนิด
ภพของพวกเราทั้งสามจะทรงพลังมากก็ตาม แต่พลัง
ดังกล่าวก็มีปริมาณจำกัด ไม่สามารถช่วยเหลือเราได้
บ่อยครั้งเกินไป! ”
ทุกคนเข้าใจสิ่งที่หนานซานหวางเยว่ต้องการจะ
กล่าว อู่ อวี้ เอง ก็พยักหน้าเห็นด้วยกับความเป็นไป
ได้ดังกล่าวเช่นกัน
แม้ว่าศาสตราเซียนกำเนิดภพจะทรงพลังมาก จนทำ
ให้เทพสามตาไม่สามารถต้านทานถึงขนาดต้องถอย
ร่นไปชั่วขณะ ซึ่งแน่นอนว่าพลังของมันก็มีขีดจำกัด
เช่นเดียวกัน หากไร้ซึ่งขีดจำกัดจะไม่กลายเป็นว่า อู่
อวี้ กับคนอื่น ๆ อยู่ยงคงกระพันหรอกหรือ? ซึ่งถ้า
เป็นเช่นนั้นจริง พวกเขาคงสามารถอยู่บนสวรรค์ได้
อย่างไม่ต้องหวั่นเกรงสิ่งใดมากนัก เพราะเมื่อใดที่มี
อันตรายศาสตราเซียนกำเนิดภพก็จะออกมาช่วยชีวิต
พวกเขา
ดังนั้นคำกล่าวของหนานซานหวางเยว่จึงชัดเจน
อย่างยิ่งว่าในภายภาคหน้าพวกเขาควรระวังตัวให้
มากกว่านี้ ด้วยเพราะพลังของศาสตราเซียนกำเนิด
ภพอาจจะหมดไปก็เป็นได้
” ต่อไปในอนาคตเราคงต้องระมัดระวังให้มาก อะไร
เลี่ยงได้ก็เลี่ยงอะไรหนีได้ก็หนี ”
อู่ อวี้ พยักหน้าเห็นด้วย สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน
หน้านี้ทำให้เขารู้สึกลุ้นระทึกหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย
โชคดีที่ ศาสตราเซียนกำเนิดภพทั้งสามชิ้นออกมา
ช่วยเหลือในช่วงเวลาวิกฤต
เมื่อมาถึงภพเทพปีศาจทำให้พวกเขานึกขึ้นได้ถึง
ศาสตราเซียนกำเนิดภพทั้งสามชิ้นว่าตอนนี้อยู่ที่ใด?
ขณะพวกเขาคิดเช่นนั้น ทันใดนั้นกระแสน้ำวนความ
ว่างเปล่าสามแห่งก็ปรากฏขึ้นข้าง ๆ เขา หลังจาก
นั้นก็มีจุดเล็ก ๆ สามจุดพวยพุ่งออกมาจากกระแสวัง
วนแห่งความว่างเปล่าในฉับพลัน แล้วสิ่งที่พุ่งออกมา
ก็คือศาสตราเซียนกำเนิดภพทั้งสามชิ้นที่ช่วยเหลือ
พวกเขาเมื่อสักครู่!
เมื่อเห็นว่าศาสตราเซียนกำเนิดภพทั้งสามชิ้นติดตาม
พวกเขามายังภพเทพด้วย อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ ก็มี
ความสุขเป็นอย่างยิ่ง
“พลองทองสมปรารถนา!”
“คราดทองหยกมลาย!”
“พลั่วพระธรรมปราบมาร!”
ศาสตราเซียนกำเนิดภพทั้งสามชิ้นพุ่งกลับมาหา
เจ้าของตามลำดับ โดยเริ่มจาก อู่ อวี้ , หนานซาน
หวางเยว่ , เย่ซีซี เวลานี้พวกเขาทั้งสามได้ถือ
ศาสตราเซียนกำเนิดภพที่ได้รับสืบทอดส่งต่อไว้ในมือ
พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังแรงกดดันอำนาจอัน
มหาศาลที่แผ่ขยายออกมาจากภายใน แต่ด้วยพลังใน
ปัจจุบันของพวกเขาทำให้พวกเขาดึงพลังที่แท้จริง
ของมันออกมาใช้ได้ไม่มากนัก
เมื่อศาสตราเซียนกำเนิดภพทั้งสามชิ้นมาอยู่ในมือ
ของแต่ละคน มันก็ปลดปล่อยพลังโจมตีเข้าใส่แขน
ของเขาจนปรากฏลอยโลหิตเล็ก ๆ ขึ้น สถานการณ์
เหมือนกับตอนที่ อู่ อวี้ เคยพิชิต ‘ลูกทองสัมฤทธิ์’
หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสามก็ได้ทำพันธสัญญากับ
ศาสตราเซียนกำเนิดภพ
ยิ่งไปกว่านั้นศาสตราเซียนกำเนิดภพทั้งสามชิ้นได้เริ่ม
เจาะทะลวงเข้ามาในร่างกายของพวกเขาอย่างแข็ง
ขัน เพื่อให้พวกเขาทำพันธสัญญาได้จนสำเร็จ
ภาพฉากดังกล่าวยังแสดงให้เห็นว่าศาสตราเซียน
กำเนิดภพทั้งสามชิ้นได้ยอมรับในตัวของพวกเขาแล้ว
ซึ่งหมายความว่าต่อจากนี้พวกเขาจะสามารถใช้
ศาสตราเซียนกำเนิดภพของตนเองได้
ช่วงเวลาดี ๆ เช่นนี้ไม่ว่าจะเป็น อู่ อวี้ , หนานซาน
หวางเยว่ , เย่ซีซี ทุกคนต่างตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
ในที่สุด ‘ความปรารถนา’ ของพวกเขาก็เป็นจริง
พวกเขาสามารถใช้งานศาสตราเซียนกำเนิดภพของ
ตนเองได้เสียที หลังจากครอบครองอยู่กับมันมานาน
สองนาน นี่คือศาสตราเซียนระดับสูงที่จักรพรรดิ
เซียนใช้กัน พลังอำนาจของมันสามารถบดขยี้ทำลาย
สวรรค์โลกาได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งขึ้นอยู่กับพวกเขา
ทั้งสามว่าสามารถดึงพลังของมันออกมาใช้ได้เต็มที่
หรือไม่
อู่ อวี้ ถือพลองทองสมปรารถนาไว้ในมือมองดูมัน
ด้วยความรักใคร่ทะนุถนอมระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
หากแท่งเหล็กทองคำนี้ตกไปอยู่ในน้ำมือของมนุษย์
ไม่มีทางที่มนุษย์จะสามารถยกมันขึ้นได้อย่างแน่นอน
แต่สำหรับ อู่ อวี้ น้ำหนักของมันตอนนี้เป็นเพียงแค่
เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
เขาถือพลองทองสมปรารถนาพร้อมโบกสะบัดไปมา
สองสามครั้ง หลังจากนั้นเขาก็พบว่าศาสตราโบราณ
ชิ้นนี้มีน้ำหนักค่อนข้างมาก ความเก่าแก่โบราณของ
มันเนิ่นนานหลายแรมปีอย่างไม่รู้จบสิ้น เพียงแค่มอง
ปราดเดียวก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าศาสตราชิ้นนี้อยู่มา
นานหลายแรมปีแล้ว
จากนั้นพวกเขาทั้งสามก็เริ่มศึกษาทำความเข้าใจ
ศาสตราเซียนกำเนิดภพของตนเอง การดึงพลังของ
มันออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
” พลองทองสมปรารถนามีตราผนึกประทับอยู่เก้า
วง?”
จากนั้นไม่นาน อู่ อวี้ ก็พบว่าบนศาสตราเซียนกำเนิด
ภพมีตราผนึกประทับอยู่เก้าวง
ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนประทับตราผนึกทั้งเก้าไว้ แต่ตอนนี้
มีเพียงตราประทับแรกเท่านั้นที่ถูกปลด ซึ่งทำให้ อู่
อวี้ สามารถใช้พลังแรกของศาสตราเซียนกำเนิดภพ
ได้ และพลังนั้นเรียกว่า ‘สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น’
สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้นเป็นวิชาสังหารขั้นสุดยอดลำดับ
แรกของพลองทองสมปรารถนา เมื่อใดที่ถูก
ปลดปล่อยออกไปมันสามารถบดขยี้ทำลายพื้นที่
ความว่างเปล่าได้จนสิ้น!
ไม่ว่าจะเป็นมิติพื้นที่หรือความว่างเปล่า ล้วน
สามารถบดขยี้ทำลายด้วยวิชานี้ หากใช้เพื่อโจมตี
ศัตรู อำนาจทำลายล้างของมันแข็งแกร่งทรงพลัง
มากกว่าผนึกเมฆาเร้นนับสิบเท่า ทั้งยังทรงพลัง
อหังการเป็นอย่างยิ่ง
” หากข้าใช้ความสามารถสวรรค์ปฐพีพินาศสิ้นได้
ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับอาวุโสมังกรภพสวรรค์อีกครั้ง
ข้าก็ไม่มีทางตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน แค่โจมตี
สวนกลับไปตรง ๆ ความว่างเปล่าและพื้นที่ทั้งหมด
คงพังพินาศสิ้น เกรงว่าตอนนั้นอาวุโสมังกรภพ
สวรรค์คงพ่ายแพ้ให้แก่ข้าอย่างหมดท่า! ”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เขา
ถือพลองสมปรารถนา มุ่งหน้าไปยังดินแดนรกร้าง
ภายในพิภพเทพปีศาจ ตวัดฟาดหมุนควงพลองอยู่ใน
สถานที่แห่งนั้น บางครั้งก็จะปลดปล่อย ‘สวรรค์ปฐพี
พินาศสิ้น’ บดขยี้ทำลายพื้นที่มิติความว่างเปล่าจน
แตกเป็นเสี่ยง ๆ !
หากมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งจนสามารถทำลาย
มิติพื้นที่ความว่างเปล่าได้ การต่อสู้นั้นจะส่งผล
กระทบอย่างมากต่อเวลาแห่งสวรรค์และปฐพี
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นมิติพื้นที่โดยรอบถูกทำลายไปมากแล้ว
เขาก็หยุดมือทันที ตอนนี้พิภพเทพปีศาจได้รับความ
เสียหายอย่างหนัก เกรงว่าหากเขายังทำเช่นนี้ต่อไป
ภพเทพปีศาจคงถูกทำลายโดยเงื้อมมือของเขาได้
อย่างไม่ยากเย็น
แน่นอนว่าเขาไม่ต้องการให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น จึง
ตัดสินใจหยุดฝึกฝน
ภพเทพปีศาจในปัจจุบัน ไม่สามารถทานทนต่อการ
ต่อสู้ที่เหนือยิ่งกว่าระดับพลังจักรพรรดิเซียนขึ้นไปได้
หากเกิดการต่อสู้ระหว่างผู้แข็งแกร่งขึ้นที่นี่อีกครั้ง
ความเสียหายที่ภพเทพปีศาจได้รับก็จะร้ายแรงมาก
ยิ่งขึ้น
” มิใช่ว่าตอนที่อยู่ภายในสวรรค์ฉีเทียน อำนาจที่ขับ
ไล่พลังอิทธิฤทธิ์ตาที่สามของเทพสามตาเอ้อหลาง
คือสวรรค์ปฐพีพินาศสิ้นเช่นนั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ ตระหนักถึงเรื่องนี้ เพื่อขับไล่ตาที่สามของเทพ
สามตา พลองทองสมปรารถนาได้ปลดปล่อยสวรรค์
ปฐพีพินาศสิ้น บดขยี้ทำลายล้างโลกาจนความว่าง
เปล่าแตกเป็นเสี่ยง ๆ ราวกับสวรรค์ฉีเทียนทั้งหมด
พังทลายลง
นั่นคือพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของพลองทองสม
ปรารถนา!
แต่ตอนนี้ อู่ อวี้ ยังไม่สามารถปลดปล่อยพลังสวรรค์
ปฐพีพินาศสิ้นได้ถึงระดับนั้น อู่ อวี้ จึงคาดเดาว่าเมื่อ
พื้นฐานฝึกตนของเขาเหนือกว่านี้ พลังของพลองทอง
สมปรารถนาก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากเขาฝึกฝนหมุนควงพลองทองสมปรารถนา
อยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เห็นหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซี
ทดสอบศาสตราเซียนกำเนิดภพของตนเองเช่นกัน
คราดทองหยกมลายมีลักษณะเป็นคราดเก้าซี่ แม้
รูปลักษณ์ของมันจะดูตลก แต่ก็ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง
แลเห็นเพียงหนานซานหวางเยว่โบกคราดทองหยก
มลาย ธารดาราสวรรค์เก้าสายก็ปรากฏขึ้นบนผืนฟ้า
พุ่งตรงไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้าในชั่วพริบตา
พลังของธารดาราสวรรค์เก้าสาย เมื่อเทียบกับพลอง
ทองสมปรารถนาของ อู่ อวี้ ถือว่าไม่แตกต่างกันมาก
นัก!
” ดูพลังของ ‘กองทัพสวรรค์ไร้ต้าน’ ของข้า! ”
หนานซานหวางเยว่หัวเราะ พร้อมตวัดคราดเก้าซี่
ออกไป ธารดาราสวรรค์ปลดปล่อยอำนาจทำลายล้าง
เก้าสาย พัดผ่านบดขยี้ทำลายทุกสรรพสิ่งในระหว่าง
ทาง ไม่มีสิ่งใดเหลือ แม้กระทั่งความว่างเปล่าก็
ปรากฏรอยแตกแยกอย่างเห็นได้ชัด
” ในเวลานั้นกองทัพสวรรค์ไร้ต้านของข้า ร่วมมือกับ
‘สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น’ ขับไล่ตาที่สามของเทพสาม
ตา! ”
อู่ อวี้ พิจารณาอยู่ในใจ แล้วพบว่าพลังอิทธิฤทธิ์ขั้น
แรกของพลองทองสมปรารถนากับคราดทองหยก
มลายสามารถใช้ผสานร่วมกันได้ ลำดับแรกเมื่อ
‘กองทัพสวรรค์ไร้ต้าน’ ปลดปล่อยธารดาราสวรรค์
เก้าสายพัดผ่านกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เมื่อนั้นความว่าง
เปล่าที่ถูกธารดาราสวรรค์โจมตีเข้าใส่ก็เปราะบาง
และเริ่มแตกร้าว
ชั่วอื่นใจต่อมา เมื่อพลองทองสมปรารถนาตวัดฟาด
กวาดผ่านผืนฟ้า ความว่างเปล่าก็ถูกบดขยี้ทำลายจน
แตกเป็นเสี่ยง ๆ
นี่คือสถานการณ์ในยามที่เทพสามตาถูกขับไล่ ซึ่งทำ
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
แม้พื้นฐานฝึกตนของหนานซานหวางเยว่จะมิได้เพิ่ม
สูงขึ้น แต่ด้วย ‘กองทัพสวรรค์ไร้ต้าน’ ของคราด
หยกมลาย ผสานร่วมมือกับ ‘สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น’
ของ อู่ อวี้ ส่งผลให้พลังทำลายล้างของมันยกระดับ
ขึ้นหลายเท่า
อีกด้านหนึ่งคือเย่ซีซีที่กำลังฝึกฝนพลั่วพระธรรม
ปราบมารอยู่
ด้วยรูปลักษณ์ของนางที่ดูเหมือนกับเด็กสาวตัวเล็ก
ๆ ทำให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
เนื่องจากศาสตราเซียนกำเนิดภพพลั่วพระธรรม
ปราบมารสูงกว่านางถึงสองเท่า เมื่อนางถือมันไว้ใน
มือก็ดูไม่ต่างจากเด็กทารกที่กำลังถือมีดเล่มใหญ่
แต่ไม่นานนักเมื่อนางเชี่ยวชาญพลั่วพระธรรมปราบ
มารมากยิ่งขึ้น ศาสตราชิ้นนี้ก็เปลี่ยนรูปแบบให้เข้า
กับความสูงของนางได้ เมื่ออยู่ในมือของนางยิ่งทำให้
ดูคล่องแคล่วว่องไวเคลื่อนไหวได้อย่างไหลลื่น ใน
ขณะเดียวกันก็สามารถใช้วิชาที่ชื่อว่า ‘วัฏจักร’ ได้
อีกด้วย พลังของมันคือการทำให้พลั่วพระธรรมปราบ
มารหมุนวนอย่างต่อเนื่อง สร้างเป็นกระแสวังวน
ขนาดใหญ่พัดพากลืนกินเข้าใส่ศัตรู
ความสามารถที่แท้จริงของ ‘วัฏจักร’ นี้ คือการกลืน
กินทุกสรรพสิ่งอันน่าสยดสยองยิ่ง ไม่เว้นแม้แต่
สิ่งมีชีวิตทำให้แมกไม้ใบหญ้าเหี่ยวเฉา ผืนปฐพี
แตกระแหง ภูผาพังทลาย เป็นการโจมตีที่ทำให้สอง
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์อย่างเทพอสูรบรรพกาลและ
ท้าวธตรัฐมหาราชต้องล่าถอยออกไป ซึ่งเปิดโอกาส
ให้ อู่ อวี้ พาตัวลั่วผินกลับมา
ตอนนี้พวกเขาสามารถใช้งานพลังส่วนหนึ่งของ
ศาสตราเซียนกำเนิดภพทั้งสามชิ้นได้แล้ว แน่นอน
ว่าเย่ซีซีกับหนานซานหวางเยว่ก็ค้นพบเช่นกันว่าบน
ศาสตราเซียนของตนเองนั้น มีตราผนึกถูกวาง
ประทับเอาไว้อยู่ และมีเพียงตราผนึกเดียวที่ถูกปลด
ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนวางตราผนึกเหล่านี้ไว้
แต่ไม่ว่าจะเหตุผลใดพลังรบของพวกเขาทั้งสามก็
เหนือยิ่งกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า อย่างน้อยสุด
ภายในภพเทพปีศาจแห่งนี้ต่อให้ไม่มี อู่ อวี้ พวกเขา
ทั้งสามก็ไม่ตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน
แม้ว่าลั่วผินจะไม่ได้รับศาสตราเซียนกำเนิดภพ แต่
ตอนนี้นางมีความเข้าใจและแรงปรารถนามากยิ่งขึ้น
หากปิดด่านฝึกตนไปสักระยะหนึ่ง พื้นฐานฝึกตนของ
นางก็มีความก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก
สิ่งสำคัญสุดคือตอนนี้ อู่ อวี้ กับพรรคพวกค้นพบ
ความจริงแล้วว่า สาเหตุการตายของฉีเทียนต้าเซิ่น
กับคนอื่น ๆ นั้น ถูกเทพเซียนจากสวรรค์และเทพมา
จากนรกรุมประชาทัณฑ์สังหาร
เนื่องจาก อู่ อวี้ ได้รับมรดกของฉีเทียนต้าเซิ่น เขาจึง
ต้องการล้างแค้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ตอนนี้เขาพบแล้วว่าศัตรูของฉีเทียนต้าเซิ่น คือกลุ่ม
คนที่ทำลายภพเทพปีศาจ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเอ่ย
เรื่องนี้ให้มากความอีกต่อไป เพราะอย่างไรเสียในไม่
ช้าก็เร็ว เมื่อเขาล้างแค้นให้กับฉีเทียนต้าเซิ่น ก็
เทียบเท่าได้กับการล้างแค้นให้เหล่าบรรพชน
จักรพรรดิปีศาจแห่งภพเทพปีศาจเช่นกัน
หลังจากเดินวนอยู่นาน ในที่สุดมรดกของพวกเขากับ
ภพเทพปีศาจก็เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกหนักใจเล็กน้อย
แม้เขาจะไม่รู้ว่าเรื่องราวความหลังนั้นจริงเท็จ
ประการใด แต่ถ้าเขาอยากรู้ว่าทำไมเทพมารกับเทพ
สวรรค์ถึงต้องร่วมมือกันทำลายล้างภพเทพปีศาจ
และสังหารฉีเทียนต้าเซิ่นกับพรรคพวก อู่ อวี้ จะต้อง
แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น!
“ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็มีคุณสมบัติมากพอที่จะใช้
ซากศพของจักรพรรดิปีศาจภายในสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์! บรรพชนจักรพรรดิปีศาจทั้งหลายหนี้โลหิตนี้
ข้าจะล้างแค้นให้พวกเจ้าเอง!”
อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นถอดมองไกลออกไป ด้วยสีหน้าซึ่ง
เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า!
———————