กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1653: ฟ้าถล่มดินทลาย
ความสิ้นหวังปรากฏออกมาอย่างรวดเร็วกะทันหัน
จน อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ ไม่ทันได้ตอบสนอง
เมื่อลั่วผินถูกแยกออกมาเพียงคนเดียวเช่นนี้ นางก็รู้
ทันทีว่า อู่ อวี้ , หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี จะเจอ
กับอะไรต่อไป
อสูรมรณะบรรพกาลที่อยู่ด้านใน ‘หุบเหววิญญาณ
มรณะ’ ศาสตราเซียนกำเนิดภพ สามารถนำความ
ทุกข์ทรมานให้แก่ผู้ที่อยู่ด้านในได้อย่างเจ็บปวดแสน
สาหัสอย่างไม่มีวันสิ้นสุด แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังทนอยู่ใน
สถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างยากลำบาก เขารู้สึกหมด
หวังกับชีวิต ชนิดที่เรียกว่าตายเสียดีกว่าอยู่ อยากจะ
ตายก็ไม่ได้!
ส่วนตัวตนของลั่วผินเป็นถึงทายาทผู้สืบทอดมรดก
บรรพชนมังกรของตระกูลเทพมังกร นางจึงสามารถ
รอดพ้นจากหายนะครั้งนี้ได้ แต่นางต้องถูกส่งตัว
กลับไปยังแดนจักรพรรดิมังกรเซียน
แต่สำหรับ อู่ อวี้ กับคนอื่นถือว่าโชคร้ายที่ถูกจับได้ ที่
สำคัญไม่มีโอกาสให้เขาได้หลบหนีแม้แต่น้อย
ผู้ที่จับตัวพวกเขาในวันนี้มิใช่ใครอื่น แต่เป็นเทพสาม
ตา หนึ่งในเทพเซียนชั้นยอดบนแดนสวรรค์ เนตร
แห่งการจองจำซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาจากตาที่สาม
ทำให้ ‘สวรรค์ฉีเทียน’ ที่ล่มสลายถูกปกคลุมไปด้วย
ความมืดมิด พลังอันเยือกเย็นน่าสะพรึงกลัวได้กักขัง
พวกเขาทั้งสามไว้อย่างสมบูรณ์ ชนิดที่เรียกว่าไม่
สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้
พวกเขาทำได้เพียงเฝ้าดูเทพอสูรที่กำลังถือจับ ‘หุบ
เหววิญญาณมรณะ’ ขยับเข้ามาใกล้พวกเขาเรื่อย ๆ
โดยหมายมาดจับตัวพวกเขาทั้งสามกักขังไว้ภายใน
ปล่อยให้ถูกอสูรมรณะบรรพกาลกัดกิน
” ครั้งนี้ปัญหาใหญ่แล้ว ไม่คาดคิดว่าหลังจากผ่านไป
หมื่นปี มันจะไปขอให้เทพสามตาช่วยเหลือจริง ๆ …
” หัวใจของ อู่ อวี้ จมลงสู่ก้นบึ้งในพริบตา สิ่งที่เขา
ประสบนี้แม้แต่เมฆาตลบฟ้าก็ยังไม่สามารถใช้งานได้
เมื่ออยู่ภายใต้เนตรแห่งการจองจำเขาไม่สามารถหนี
พ้นจากพันธนาการนี้ไปได้
กล่าวได้ว่ายามนี้พวกเขาถูกสยบอย่างสมบูรณ์
กระทำได้เพียงรอจนกว่าพวกเขาจะถูกจับตัวเข้า
สู่ ‘หุบเหววิญญาณมรณะ’ ซึ่งมันทำให้เขาหลบนี้ได้
ยากเย็นขึ้นไปอีก
สำหรับ อู่ อวี้ ไม่ใช่ปัญหา เพราะอสูรมรณะบรรพ
กาลในหุบเหววิญญาณมรณะไม่สามารถทำอะไรกับ
เขาได้ เจ็บปวดกว่านี้เขาก็เจอมาแล้ว จะให้
หวาดกลัวอันใดอีก?
เขาทนได้!
แต่หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีนั้นแตกต่างออกไป
ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกเจ็บปวดคิดมากเป็นอย่างยิ่ง ที่
สำคัญเขาไม่เคยคิดว่ามันจะยอมลงทุนถึงขนาดขอ
ความช่วยเหลือจากเทพสามตา ให้มาช่วยจับพวก
เขาที่นี่
แต่มีหรือที่ อู่ อวี้ จะยอมรับชะตากรรมเช่นนี้?
ดวงเนตรสีทองปราศจากอารมณ์ใด ๆ ได้ปรากฏอยู่
เหนือฟากฟ้า กำลังมองมายัง อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ สิ่ง
ที่เห็นคือตอนนี้พวกเขากำลังถูกผนึกจองจำอยู่ใน
สถานที่น่าสะพรึงกลัวไร้สิ้นสุด
“ ดูซิว่าคราวนี้เจ้าจะหนียังไง? ฮ่าฮ่าฮ่า!!! ”
เทพอสูรระเบิดหัวเราะดังลั่น ‘หุบเหววิญญาณ
มรณะ’ ในมือของมันถูกเขวี้ยงมาปกคลุมร่างพวกเขา
ทั้งสามอย่างรวดเร็ว!
ส่วนท้าวธตรัฐมหาราชคุมตัวลั่วผินแยกทางออกมา
เพียงลำพัง ป้องกันไม่ให้นางหลบหนีหรือปลิดชีพ
ตนเองยอมตกตายไปพร้อมกับ อู่ อวี้ ถ้าพิจารณา
จากสถานการณ์ในอดีต เหตุการณ์เช่นนี้ไม่น่าจะ
เกิดขึ้นได้
หากเกิดอะไรขึ้นกับนาง คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหา
คำอธิบายให้ตระกูลเทพมังกรได้เข้าใจในความ
ผิดพลาดของมัน
” หึ! หากไม่ใช่เพราะตระกูลเทพมังกรเลือกที่จะ
ปกป้องเด็กผู้นี้ เขาคงตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกเรา
นานแล้ว โชคดีที่ในที่สุดเราก็ทำสำเร็จ ” ท้าวธตรัฐ
มหาราชกล่าวอย่างเย็นชา ขณะที่มันแยกตัวลั่วผินอ
อกมา สายตาของมันก็ยังคงจับจ้องมองไปข้างหน้า
มันอยากเห็นกับตาว่า อู่ อวี้ กับพรรคพวกถูกจับขัง
ไว้ใน ‘หุบเหววิญญาณมรณะ’
“ งานนี้คงต้องขอบคุณเทพสามตาที่ให้ความ
ช่วยเหลือ ทำให้พวกมันไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้
ต่อจากนี้พวกมันจะได้ไม่กล้าเหิมเกิมดูหมิ่นศักดิ์ศรี
ชาวสวรรค์อย่างพวกเรา ”
เทพอสูรแต่นเสียงอย่างเย็นชา ‘หุบเหววิญญาณ
มรณะ’ ได้โอบล้อมห่อหุ้มจากศีรษะของ อู่ อวี้ และ
พรรคพวกรวมเข้าด้วยกัน!
หนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีกำลังจมสู่ห้วงแห่งความ
สิ้นหวัง พวกเขายังไม่เคยสัมผัสกับรสชาติความ
เจ็บปวดทรมานอย่างสุดแสนจากการถูกอสูรมรณะ
บรรพกาลกัดกิน เมื่อเข้ามาใน ‘หุบเหววิญญาณ
มรณะ’ มันจะน่าสมเพชเวทนามากเพียง?
จนถึงยามนี้พวกเขายังไม่เคยตำหนิ อู่ อวี้
นับตั้งแต่พวกเขาเริ่มติดตาม อู่ อวี้ พวกเขาก็
ตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่และตายไปพร้อมกับ อู่ อวี้ แม้
ตอนนี้พวกเขาจะถูกจับตัวมารวมกัน เขาจะเผชิญ
ความเจ็บปวดไปพร้อมกับ อู่ อวี้ จะไม่ทำตัวหัวหด
อย่างเด็ดขาด
ลั่วผินถูกแยกออกไปอยู่ด้านข้าง นางกำลังจ้องมอง
ไปที่ อู่ อวี้ กับพรรคพวกคนอื่น ๆ ที่กำลังเข้าสู่ ‘หุบ
เหววิญญาณมรณะ’ ด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมา
จากสองตา
นางไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะกลับมาหา แล้วพานาง
ออกมาจากการถูกกักขัง แต่กลับกลายเป็นว่าเขาต้อง
ถูกเทพสามตากักขังไว้ในสถานที่สิ้นหวังเช่นนี้ ทำให้
นางรู้สึกผิดกล่าวโทษตนเอง นางคิดว่านางเป็น
ต้นเหตุ ถ้าเขาไม่มารับนางและยังคงอยู่ในภพเทพ
ปีศาจ ชีวิตของเขาก็ยังคงสุขสบายดี?
แต่นางก็ไม่อยากคิดมากเกินไป เพราะไหน ๆ
เรื่องราวทุกอย่างก็เกิดขึ้นแล้ว นางเข้าใจความรู้สึก
ของ อู่ อวี้ เนื่องจากมรดกเป็นผู้นำทางพวกเขามา
ที่ ‘สวรรค์ฉีเทียน’ ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามภายใต้
เนตรแห่งการจองจำของเทพสามตา พวกเขาไม่
สามารถทำอันใดได้เลย
“ บรรพชนผู้ส่งต่อมรดกจะช่วยพวกเราหรือไม่นะ? ”
ลั่วผินแอบหวังลึก ๆ ในใจ ก่อนหน้านี้นางเคยเห็น
ความน่าสะพรึงกลัวของหุบเหววิญญาณมรณะ
มาแล้วครั้งหนึ่ง มรดกของ อู่ อวี้ ได้สำแดงวิชาอัน
แข็งแกร่ง จนทำให้ อู่ อวี้ สามารถหลบหนีออกจาก
ศาสตราเซียนกำเนิดภพหุบเหววิญญาณมรณะได้ใน
ที่สุด
ตราบใดบรรพชนเต็มใจที่จะช่วยเหลือ พวกเขาก็ยังมี
หวังที่จะหลบหนี!
ผู้อาวุโสทั้งสี่ถูกกวาดล้างไปหมดสิ้นแล้ว พวกเขาได้
เห็นภาพฉากที่เกิดขึ้นบนแผ่นศิลา การที่พวกท่านได้
ส่งทอดมรดกของตนเองให้แก่ชนรุ่นหลัง ก็เพื่อให้
ช่วยแก้แค้นแทนพวกท่าน ฉะนั้นจึงเป็นไปได้สูงมาก
ที่บรรพชนจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
อีกอย่างเนื่องจากบรรพชนเลือกให้พวกเขาเป็นผู้รับ
สืบทอดมรดก เขาจะต้องทิ้งสิ่งของบางอย่างเพื่อ
ช่วยชีวิตพวกเขาได้บ้าง?
ในขณะที่ลั่วผินกำลังคิดเรื่องดังกล่าว ฉับพลันก็มีการ
เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ขณะ ‘หุบเหววิญญาณมรณะ’ พุ่งเข้าหาพวกเขาทั้ง
สามอย่างรวดเร็ว ต้องการจับตัว อู่ อวี้ กับพรรค
พวกเข้าไปด้านใน แต่ทันใดนั้นพลังที่น่าสะพรึงกลัวก็
ผลักดันหุบเหววิญญาณมรณะจนลอยกระเด็น
หายไป!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวไม่เพียงสร้างความสั่นสะเทือน
ให้แก่ ‘หุบเหววิญญาณมรณะ’ เท่านั้น แต่ยังสามารถ
บดขยี้ทำลายสถานที่จองจำกักขังพวกเขาทั้งสาม
ด้วย!
‘เนตรแห่งการจองจำ’ ดวงเนตรสีทองที่อยู่บน
ฟากฟ้าก็แสดงแววตประหลาดเช่นกัน เดิมทีแล้วไม่
ว่าจะต้องพบเจอกับสถานการณ์ไหน ไม่มีทางที่ดวง
เนตรสีทองจะแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาเช่นนี้
ทว่าเมื่อพลังอันน่ากลัวระเบิดออกมาก็สามารถ
ทำลายสถานที่จองจำของมันได้ไหมพริบตา พลัง
ดังกล่าวจึงดึงดูดความสนใจของมันในทันที
” นั่นมันศาสตรากำเนิดภพ! ”
เมื่อพวกเขาทั้งสามเป็นอิสระ ก็หันมองหน้ากันและ
กันทันที ภายในแววตาพวกเขาเผยความสุขยินดี
ออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ศาสตราเซียนกำเนิดภพที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกร่างกาย
ของพวกเขา มันคืออาวุธที่พวกเขาได้รับการสืบทอด
มาจากสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังมากที่สุด ซึ่งก็คือพลอง
ทองสมปรารถนา , คราดทองหยกมลาย , พลั่วพระ
ธรรมปราบมาร
บัดนี้ อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงโลหิตภายในกายที่เดือด
พล่าน!
พลองทองสมปรารถนาปรากฏขึ้นภายใต้สถานการณ์
สิ้นหวัง พลองทองสมปรารถนาได้ควบแน่นแสงสี
ทองสาดส่องทะลุทะลวงพุ่งผ่านความมืดมิดที่ปก
คลุมสวรรค์ฉีเทียนออกไปทันที!
เมื่อแสงสีทองเปล่งประกายสาดส่องทะลุ
ทะลวง ‘เนตรแห่งการจองจำ’ ของเทพสามตาที่อยู่
บนฟากฟ้า ก็มีแนวโน้มที่จะถูกสยบเช่นกัน
“ ทำลาย! ”
น้ำเสียงเย่อหยิ่งเก่าแก่โบราณดังก้องออกมาจาก
ความว่างเปล่า พร้อมกับที่พลองทองสมปรารถนา
ขนาดใหญ่ พวยพุ่งทะยานไปยังดวงเนตรสีทองบน
ฟากฟ้าทันที!
พลังของทั้งสองฝ่ายปะทุระเบิดขึ้นบนฟากฟ้า ใน
วินาทีที่พลองทองสมปรารถนาพวยพุ่งตรงดิ่งขึ้นไป
บนฟ้า ท้องฟ้าก็แตกสลายออกเป็นเสี่ยง ๆ แม้กระทั่ง
ดวงเนตรของเทพสามตาก็ยังถูกสยบ
ทว่ามันยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้
เมื่อเทพอสูรและท้าวธตรัฐมหาราชเห็นเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นต่างก็พากันตกตะลึงพรึงเพริด ‘คราดทองหยก
มลาย’ ควบแน่นอยู่ภายในร่างของหนานซานหวาง
เยว่ ทันใดนั้นก็กลายเป็นดวงดาราเก้าดวงประดุจดั่ง
สายธารสวรรค์ กลายเป็นกระแสธาราพัดผ่านไปยัง
ทิศทางของดวงเนตรสีทองบนฝากฟ้า
ไม่กี่อึดใจต่อมาท้องฟ้าก็แตกสลาย!
ขณะนี้พลองทองสมปรารถนา , คราดทองหยกมลาย
กำลังร่วมมือกันจัดการกับอริศัตรูอย่างไม่คาดคิด
แน่นอนว่าพลังดังกล่าวส่งผลกระทบแก่เทพสามตา
อย่างแท้จริง
ส่งผลให้ความมืดมิดที่เกิดจากเนตรแห่งการจองจำ
ปกคลุมผนึกสวรรค์ฉีเทียนได้แตกสลายออกไป
ในทันที
มิติจะแตกสลาย สวรรค์ฉีเทียนที่อยู่ในสภาพไม่
สมบูรณ์อยู่แล้ว ก็เริ่มสั่นคลอนมากยิ่งขึ้น บริเวณ
พื้นที่รอบ ๆ อู่ อวี้ และพวก บริเวณพื้นที่ดังกล่าว
แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
กล่าวได้ว่าพลังพลองทองสมปรารถนา , คราดทอง
หยกมลายช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง ตวัดเพียง
ครั้งก็สามารถทำให้ภูผาต้องสั่นสะเทือน!
ไม่นานนักดวงเนตรสีทองที่เคยแสดงพลังอำนาจที่อยู่
บนฟากฟ้าก็สลายหายไปจากสายตาของทุกคน
จากนั้นพลองทองสมปรารถนากับคราดทองหยก
มลายก็ร่วงตกลงมาจากฟากฟ้า สามารถแลเห็นได้ว่า
ยามนี้ผืนฟ้าได้แตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ โดยมี เก้าธาร
ดาราสวรรค์ไหลเวียนอยู่ภายในนั้น ความว่างเปล่า
ทั้งหมดของสวรรค์ฉีเทียนถูกเจาะทะลุทะลวงจนไม่
เหลือชิ้นดี
อู่ อวี้ กับพรรคพวกไม่เคยคิดว่าจะได้มีโอกาสพบเห็น
ภาพฉากที่น่ากลัวด้วยตาของตนเองเช่นนี้?
เมื่อพลองทองสมปรารถนา , คราดทองหยกมลาย
ร่วมมือกัน ก็สามารถขับไล่พลังจากตาที่สามของเทพ
เอ้อหลางได้อย่างแท้จริง ส่วนพลั่วพระธรรมปราบ
มารของเย่ซีซี ควบแน่นกลายเป็นกระแสวังวนทมิฬ
ขนาดใหญ่พัดพาออกมาจากร่างของเย่ซี ครู่ พร้อม
บังคับให้เทพอสูรบรรพกาลกับท้าวธตรัฐมหาราชล่า
ถอยไปในทันที
แม้แต่จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ผู้ยิ่งใหญ่บนสวรรค์ทั้ง
สองก็ยังไม่สามารถต้านทานพลังดังกล่าวได้อย่าง
สมบูรณ์ ถูกพลั่วพระธรรมปราบมารปลดปล่อย
อำนาจสยบจนต้องถอยร่นออกไปอย่างต่อเนื่อง
ส่วน ‘หุบเหววิญญาณมรณะ’ ที่ต้องการกักขังพวก
เขาทั้งสามไม่ใช่ ก็ถูกพลังนี้บดขยี้จนกระเด็นหายไป
ไหนแล้วก็ไม่รู้
“ ปะ… เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร!? ”
เทพอสูรบรรพกาลแสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ ก่อน
หน้านี้เขาก็เคยหลบหนีออกมาจากหุบเหววิญญาณ
มรณะได้มาแล้วครั้งหนึ่ง และครั้งนี้หุบเหววิญญาณ
มรณะก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย อู่ อวี้ กับพรรค
พวกได้ระเบิดพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ความน่า
สะพรึงกลัวของมันรุนแรงถึงขนาดเทพสามตายังต้อง
หลบหลีกไปชั่วขณะ!
เมื่อท้าวธตรัฐมหาราชได้เห็นพลังอำนาจของกระแส
วังวนขนาดใหญ่ มันยังรู้สึกได้ว่าถ้าหากตนเองเข้าไป
พัวพันอยู่ในนั้นชีวิตก็คงจะหาไม่ การจะเอาชีวิตรอด
จากพลังอำนาจดังกล่าวนับเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง ไม่ว่า
อย่างไรก็ตามนี่มันเป็นอาวุธประจำกายของเทพเซียน
ระดับราชันเทวะงั้นหรือ? เด็ก ๆ อย่างพวกเขาจะมี
พลังอำนาจน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้อย่าง?
เป็นไปได้ไหมว่าพวกเขาได้รับมรดกบางอย่างที่น่า
เหลือเชื่อ?
อู่ อวี้ เห็นความตื่นตระหนกตกใจจากสายตาของคน
ทั้งสอง ทำให้เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ไม่ยอมจะ
เสียเวลาอีกต่อไป เขาสั่งให้หนานซานหวางเยว่กับเย่
ซีซีเข้าไปอยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิด แล้วก็ใช้ประโยชน์
จากการที่พวกมันกำลังให้ความสนใจกับสิ่งอื่นอยู่ รีบ
เข้าไปคว้าตัวลั่วผินกลับมา
“ไป!”
อู่ อวี้ นึกไม่ออกว่ามีที่ไหนปลอดภัยในสถานการณ์
เช่นนี้ นอกเสียจากภพเทพปีศาจ!
จากนั้นเขาก็ตีลังกาหลายตลบไม่อาจนับได้ว่ากี่ครั้ง
แต่เพียงชั่วพริบตาเขาก็สามารถหลบหนีออกมา
จาก ‘สวรรค์ฉีเทียน’ รอดพ้นจากเงื้อมมือของเทพ
อสูรกับท้าวธตรัฐมหาราช ซึ่งไม่อาจรู้ได้ว่าเขาก็โดด
หลบหนีออกมาไกลสักเพียงใด
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็พาทุกคนข้ามผ่านความว่าง
เปล่ากลับมาที่ภพเทพปีศาจ
มันคือสถานที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียว ที่เขารู้จัก
ในตอนนี้!
ต่อให้เทพเซียนผู้นี้มีฝีมือความแข็งแกร่งพอ ๆ กับ
เทพสามตา ซึ่งสามารถค้นหาพวกเขาได้ทุกซอกทุก
มุมบนสวรรค์ แต่พวกมันไม่สามารถมายังภพเทพ
ปีศาจได้
จบตอน