กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1661: ทวยเทพมาเยี่ยมเยียน
แต่ถ้ากล่าวถึงศาสตราเซียนก าเนิดภพนั้น แม้แต่
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์อย่างจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้
ดารายังยากที่จะครอบครอง
ทันใดนั้นกลิ่นอายศาสตราเซียนก าเนิดภพก็ระเบิด
ออกมาพร้อมกับแสงสีทองที่เปล่งประกายออกมา
จากความว่างเปล่าด้านหน้า จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้
ดาราแผ่พุ่งจิตเซียนออกมาอย่างลึกล ้ายิ่ง จนเขาก็
ตระหนักว่า อู่ อวี้ มีศาสตราเซียนก าเนิดภพอยู่จริงๆ
ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
ชั่วอึดใจต่อมาเขาเห็นแสงสีทองเปล่งประกายออกมา
จากความว่างเปล่า ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยพลังอ านาจอัน
ไร้สิ้นสุด พลังรัศมีที่เปล่งออกมารุนแรงพอที่จะฉีก
กระชากโลกใบนี้ให้ออกจากกัน บัดนี้อ านาจดังกล่าว
ได้ก าลังบดขยี้เข้าใส่จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราทันที!
มันคือพลองทองค าที่เปล่งประกายแสงสีทองอร่าม
ฉีกกระชากความว่างเปล่าจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ ตัด
ผ่านสวรรค์และปฐพี โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ศีรษะของ
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา
บัดนี้จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราไม่สามารถแม้แต่จะ
ใช้เคล็ดเทวะจักรพรรดิเซียนได้ ท าได้เพียง
ปลดปล่อยอัสนีดาราเปล่งประกายห้อมล้อมอยู่
รอบตัวของเขา พยายามขัดขืนต่อต้านพลองทองค า
ที่อยู่เบื้องหน้า
วินาทีต่อมาความว่างเปล่าก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ!
ภายในม่านปราการพลังเซียน พิภพแห่งความว่าง
เปล่าและมิติพิภพพลิกกลับตาลปัตรทันที ราวกับว่า
ท้องท้องฟ้าก าลังแตกสลาย คลื่นพลังแห่งความ
หวาดกลัวแพร่กระจายออกมาด้านนอก ระลอกคลื่น
ดังกล่าวยังคงขับไล่จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา ชั่ว
พริบตาต่อมาเขาก็ต้องตื่นตระหนกกับความรุนแรง
ของมันอัดกระแทกร่างของเขาจนมาชิดกับขอบของ
ม่านปราการพลังเซียน
“นั่นมันอะไรกัน?”
ภาพฉากที่เกิดขึ้นท าให้จักรพรรดิเซียนที่อยู่โดยรอบ
พากันประหลาดใจ
การปรากฏตัวของศาสตราเซียนก าเนิดภพ ท าให้
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราต้องล่าถอยอย่างต่อเนื่อง
แม้แต่อัสนีดาราที่ปกคลุมอยู่ทั่วร่างเข้าก็ยังเบาบาง
ลง เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วง
ชัยชนะของ อู่ อวี้ นั้นรุนแรงท่วมท้นจนน่าตื่นตะลึง
“อะไรกัน? หยั่งรู้ดาราพ่ายแพ้! ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่า
พลังฝีมือของ อู่ อวี้ อยู่แค่ระดับราชันเทวะเก้า
สวรรค์เท่านั้น ต่อให้สามารถเอาชนะก็ไม่น่าจะง่ายได้
ถึงเพียงนี้ไม่ใช่หรือ?”
” อาจเป็นเพราะศาสตราเซียนก าเนิดภพที่เขา
ครอบครองอยู่ทรงพลังเกินไป เมื่อมันระเบิดพลัง
ออกมามีแนวโน้มว่าสวรรค์ปฐพีจะพินาศสิ้น ต่อให้
เป็นข้า เกรงว่าคงจะไม่สามารถต้านทานพลังของมัน
ได้เช่นกัน ”
” อู่ อวี้ ผู้นี้นับเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง ก็ข้าบอก
แล้วเขาสามารถเอาชนะอาวุโสมังกรภพสวรรค์มาได้
ครั้งหนึ่ง เหตุใดครั้งนี้เขาจะเอาชนะจักรพรรดิเซียน
หยั่งรู้ดารามิได้ ต่อให้เป็นจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ ก็
คงไม่สามารถเอาชนะเขาได้เช่นกัน ”
จักรพรรดิเซียนหลายคนเริ่มพูดคุยหารือกัน
ชายชราที่สวมอาภรณ์สีเทาที่เฝ้ามองจากด้านข้าง
ยิ้มออกมายังพึงพอใจแล้วยกมือขึ้น ม่านปราการ
พลังเซียนหายไปอย่างกะทันหัน ขณะเดียวกันพลัง
อันอ่อนโยนก็โอบล้อมจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา
เอาไว้
เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราได้รับบาดเจ็บ
สาหัส แต่ด้วยความช่วยเหลือของพลังอันอ่อนโยนนี้
ท าเขาก็ฟื้นตัวได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ สายอัสนีดาราปก
คลุมรอบกายของเขากลับคืนสู่ความแข็งแกร่งอีกครั้ง
ขณะปรมาจารย์สุภูติก าลังท าการรักษา จักรพรรดิ
เซียนที่อยู่โดยรอบต่างประทับใจชื่นชม อู่ อวี้ ไปตาม
ๆ กัน
อู่ อวี้ ไม่เคยเห็นวิธีการรักษาเช่นนี้มาก่อน
ความสามารถในการรักษาที่สามารถเห็นผลได้ใน
ฉับพลัน เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราได้รับ
บาดเจ็บสาหัสแต่กลับสามารถหายได้ในพริบตา ทว่า
อีกส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากร่างกายของจักรพรรดิ
เซียนหยั่งรู้ชะตามีความแข็งแกร่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
นั่นเอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าวิธีการรักษาของ
ปรมาจารย์สุภูติน่าอัศจรรย์ชนิดที่เรียกว่าพลิกฟื้น
จากความเป็นตายเลยทีเดียว
” จากการประลองในวันนี้ อู่ อวี้ เจ้าสามารถเอาชนะ
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราได้ ตามที่ตกลงกันไว้ ต่อ
จากนี้เจ้าจะกลายเป็นศิษย์คนต่อไปของตาเฒ่าผู้นี้ ”
ปรมาจารย์สุภูติมองมาทาง อู่ อวี้ อย่างอ่อนโยนแล้ว
กล่าวด้วยรอยยิ้มอบอุ่นนุ่มนวล
อู่ อวี้ รีบตอบสนองทันที เขารู้แล้วว่าตอนนี้ตนเอง
เป็นผู้ชนะ แต่ภายในใจยังคงคิดถึงพลังอิทธิฤทธิ์ของ
พลองทองสมปรารถนา พลังอิทธิฤทธิ์ชนิดแรกของ
พลองก็คือ ‘สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น’ เมื่อผสานกับ
ระเบิดเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ท าให้เขาสามารถ
เอาชนะจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราได้ในชั่วประกาย
หินเหล็กไฟ เห็นได้ชัดว่าศาสตราเซียนก าเนิดภพน่า
ประทับใจเพียงใด
“ ศิษย์ อู่ อวี้ คารวะปรมาจารย์สุภูติ!”
อู่ อวี้ รีบตอบสนองด้วยการก้าวสองก้าวมาด้านหน้า
ปรมาจารย์สุภูติ จากนั้นก็ก้มคารวะสามครั้ง!
คงต้องกล่าวว่าก่อนหน้านี้ที่เขาท าการคารวะ
ปรมาจารย์สุภูติ เขาไม่ได้กระตือรือร้นแต่อย่างใด แต่
ครั้งนี้เขาชื่นชมปรมาจารย์สุภูติจากใจจริง ไม่เพียง
ท่านจะสามารถสังหารคนได้อย่างไร้ร่องน้อยแล้ว
ท่านยังสามารถช่วยเหลือผู้คนได้อีกด้วย อันที่จริงคน
ต้องบอกว่าการช่วยเหลือคนนั้นยากเย็นกว่าการ
สังหารเสียอีก
เป็นไปได้ไหมว่า หากเขาฝึกฝนอยู่ภายใต้การชี้แนะ
ของปรมาจารย์สุภูติ มันจะมีประโยชน์ต่อ
ความก้าวหน้าของ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก
“ลุกขึ้น”
ทันทีที่ปรมาจารย์สุภูติกล่าว อู่ อวี้ ก็ลุกขึ้นในท่าโค้ง
ค านับ หลังจากนั้นท่านก็กล่าวตักเตือนเล็กน้อย ”
นับตั้งแต่นี้เจ้าจงแก้ไขปรับปรุงความคิดมุมมองของ
ตนเอง จงมุ่งมั่นทุ่มเทจิตวิญญาณไปกับการฝึกฝน
บ าเพ็ญตน แสวงหาความรุ่งโรจน์! อย่าหลงระเริง
เพลิดเพลินไปกับสุรานารี จนละทิ้งจิตวิญญาณแห่ง
การฝึกฝนไปเข้าใจหรือไม่? ”
“ ศิษย์ทราบแล้ว! ”
อู่ อวี้ โค้งค านับด้วยความเคารพ ด้วยสีหน้าหนัก
แน่นจริงจัง
ณ ตอนนี้ไม่เพียงปรมาจารย์สุภูติเท่านั้นที่จดจ า อู่
อวี้ ได้ แม้แต่จักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ ที่เฝ้าดูการ
ต่อสู้อยู่รอบตัวเขาก็ยังคงยกย่องสรรเสริญ อู่ อวี้
เขาสามารถเอาชนะจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราที่
ระดับฝีมืออยู่ในอาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
ด้วยพลังฝีมือเพียงแค่ราชันเทวะเก้าสวรรค์
ความส าเร็จในครั้งนี้เป็นอะไรที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง
จักรพรรดิเซียนบางคนที่เคยดูถูกเขาในชัยชนะที่
ได้มาจากอาวุโสมังกรภพสวรรค์ ตอนนี้ทุกคนเริ่ม
เชื่อมั่นในตัวเขามากขึ้น
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะว่าจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้
ดารานั้นแข็งแกร่งกว่าอาวุโสมังกรภพสวรรค์
การที่ อู่ อวี้ เอาชนะจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารานั้น
เทียบเท่ากับการยืนอยู่บนจุดสูงสุดของจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ขั้นแรก เว้นเสียแต่ว่าคนผู้นั้นมีระดับ
พลังฝีมือสูงกว่า ไม่เช่นนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้
อย่างแน่นอน
” อู่ อวี้ พลังฝีมือของเจ้าเหนือกว่าที่ร ่าลือกันเสียอีก
ดูสิเล่นซะข้าจนหมดท่าเลย ฮ่า ๆ ๆ ข้าหวังว่าจะได้
เห็นการเติบโตของเจ้าในอนาคต!” อาการบาดเจ็บ
สาหัสของจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราได้รับการฟื้นฟู
อย่างสมบูรณ์แล้ว เขาก็ก้าวมาด้านหน้า อู่ อวี้ พร้อม
กับกล่าวชื่นชม เวลานี้ดวงตาที่เต็มไปด้วยดวงดารา
ของเขาเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมอย่างแท้จริง
เมื่อจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราคิดถึงตนเองตอนที่ยัง
ไม่ได้กลายเป็นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ เขาก็รู้ว่า
ตนเองไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ ฉะนั้นแทบไม่ต้องกล่าวถึงการ
เผชิญหน้าต่อสู้
แต่ตอนนี้ อู่ อวี้ สามารถเอาชนะอาณาจักรจักรพรรดิ
เซียนได้ทั้ง ๆ ที่ตนเองอยู่แค่ราชันเทวะเก้าสวรรค์
ซึ่งท าให้เขารู้ว่าความสามารถของ อู่ อวี้ นั้น
เหนือกว่าเทพเซียนทั่วไป
เมื่อใดที่ อู่ อวี้ ถึงระดับจักรพรรดิเซียน จะบังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงขึ้นครั้งใหญ่อย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลา
นั้น อู่ อวี้ จะต้องท าให้สวรรค์สั่นสะเทือนแน่นอน
อย่างไรก็ตามปรมาจารย์สุภูติมักหวังว่าเหล่าสาวกจะ
ยืนหยัดด้วยล าแข้งของตัวเองแล้ว ไม่ออกไปสร้าง
ความเดือดร้อนภายนอก ทุ่มเทฝึกฝนอย่างสงบ ทว่า
อู่ อวี้ เป็นจุดสนใจมาโดยตลอด เขาเชื่อว่าต่อให้ อู่
อวี้ ไม่ออกไปสร้างปัญหาข้างนอก ปัญหาก็จะตามมา
หาเขาถึงหน้าประตูอยู่ดี
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารามองดู อู่ อวี้ อย่างสงสัยใน
ใจรู้สึกว่าเด็กผู้นี้อาจสร้างต านานใหม่ขึ้นมา
พิธีคารวะอาจารย์ของ อู่ อวี้ ยังคงเรียบง่าย หลังจาก
โค้งคารวะโค้งคารวะครบสามครั้ง นับจากนี้ก็เทียบได้
ว่าเขากลายเป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติอย่างเต็ม
ตัว
ในเวลานี้หนานซานหวางเยว่, เย่ซีซี, ลั่วผินยังคง
ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
“ข้าไม่คิดพลองทองสมปรารถนาจะมีพลังมากขนาด
นี้? แสดงว่าคราดทองหยกมลายจะต้องไม่ด้อยกว่า
แน่นอน ”
หลังจากดูการต่อสู้ท าให้หนานซานหวางเยว่รู้สึก
เหมือนได้เก็บเกี่ยวสมบัติล ้าค่า ท าให้เขาชื่นชมภูมิใจ
ในคราดทองหยกมลายของตนเองมากยิ่งขึ้น
เย่ซีซีที่อยู่ข้างสนามมองการต่อสู้ด้วยดวงตาซึ่งเปี่ยม
ไปด้วยประกายดาราขนาดเล็ก ” ตามที่พี่ชาย อู่ อวี้
คาดการณ์ไว้ ตอนนี้เขาสามารถเอาชนะจักรพรรดิได้
อย่างง่ายดาย ส่วนพลั่วเก้าซี่ของหมูขี้เหร่อย่างเจ้า
ไม่มีทางองอาจอหังการเทียบเท่าพลองสมปรารถนา
ของพี่ชาย อู่ อวี้ ได้หรอก ”
เมื่อได้ยินค าพูดเหน็บแนมดังกล่าว ลั่วผินก็อดอมยิ้ม
อย่างขึ้นมาช่วยไม่ได้
อย่างไรก็ตามนางเอ็งก็รู้สึกริษยาพวกเขาไม่น้อย
นอกจากมรดกแล้วแต่ละคนยังมีศาสตราเซียนก าเนิด
ภพของตนเอง ส่วนมังกรสวรรค์แปดลักษณ์ของนาง
ไม่ได้ทิ้งศาสตราเซียนก าเนิดภพไว้ให้นางเลย สิ่งที่
นางเห็นในแผ่นศิลาบน ‘สวรรค์ฉีเทียน’ ในตอนนั้น
มังกรขาวราวหิมะได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นก็ดีด
ตัวออกจากวงล้อมและหลบหนีไปในที่สุด
ส่วนจะเกิดขึ้นอะไรขึ้นต่อไปไม่มีผู้ใดสามารถรู้ได้ รู้
เพียงว่าในตอนนั้นเขายังไม่ตายจนท าให้นางได้สืบ
ทอดมรดกมาในที่สุด จากที่เห็นดูเหมือนว่ามรดกของ
มังกรสวรรค์แปดลักษณ์ควรจะมีคุณสมบัติพิเศษ
บางอย่าง แต่ตอนนี้นางยังไม่รู้ว่านั้นคืออันใด
การได้เห็น อู่ อวี้ ค านับปรมาจารย์สุภูติเป็นอาจารย์
ท าให้หนานซานหวางเยว่กับคนอื่น ๆ รู้สึกพึงพอใจ
เป็นอย่างมาก ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะว่าต่อจากนี้
อู่ อวี้ จะได้รับการคุ้มครองจากปรมาจารย์สุภูติ ไม่ว่า
เทพอสูรและท้าวธตรัฐมหาราชก็แทบไม่สามารถแตะ
ต้องเขาได้อีก
แม้แต่เทพสามตาก็ยังไม่กล้าโจมตี อู่ อวี้!
นี่คือบารมีของปรมาจารย์สุภูติ
ขณะที่หนานซานหวางเยว่กับคนอื่น ๆ คิดเช่นนั้น
อยู่ๆก็มีข้อความจากนอกอารามสุภูติ เด็กหนุ่มผู้หนึ่ง
เข้ามารายงานต่อปรมาจารย์สุภูติว่าเวลานี้ เทพสาม
ตา เทพอสูรบรรพกาล ท้าวธตรฐมหาราช มาเยี่ยม
เยือนและก าลังรออยู่หน้าประตูส านักถ ้าจันทร์เสี้ยว
ไตรดารา
“เดี๋ยวข้าไป”
ปรมาจารย์สุภูติยิ้มอย่างไร้ซึ่งความกังวล หลังจาก
นั้นท่านก็โบกสะบัดมือพาตัว อู่ อวี้ ไปกับท่านด้วย
อู่ อวี้ ไม่สามารถเห็นได้ว่าท่านกระท าสิ่งใด เขารู้สึก
เพียงว่าตนเองเหมือนก าลังลอยคว้างอยู่ท่ามกลาง
ความว่างเปล่า เพียงชั่วพริบตาก็เดินตามปรมาจารย์
สุภูติไปยังทางเข้าถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดารา ต่อมาเขาก็
เห็นจักรพรรดิเซียนทั้งสามรออยู่ด้านนอก
คนแรกสวมชุดเกราะเซียนยืนเอามือไพล่หลัง ดวงตา
ที่สามบนหน้าผากปิดสนิท ส่วนดวงตาทั้งสองเปิดอยู่
แววตาไร้ซึ่งความโกรธเคือง เต็มไปด้วยความ
ภาคภูมิใจ แผ่กลิ่นอายอันน่าเกรงขามของผู้น ามา
อย่างช้านาน เบื้องหลังเปล่งประกายแสงอันยิ่งใหญ่
หากเป็นจักรพรรดิเซียนธรรมดาสามัญเมื่อยืนอยู่
เบื้องหน้าของมันล่ะก็ คนผู้นั้นคงรู้สึกว่าตนเอง
เสมือนดังหิ่งห้อยกับดวงจันทรา ไม่อาจเปรียบเทียบ
ศักดิ์ศรีบารมีได้!
“นี่คือเทพสามตา!”
อู่ อวี้ ที่ยืนอยู่ถัดจากปรมาจารย์สุภูติ รู้สึกประหลาด
ใจเล็กน้อย
เขาเคยเห็นการต่อสู้ของเทพสามตา ตอนอยู่ในสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์ และแท่นศิลาบนสวรรค์ฉีเทียน
เขารู้สึกว่าคนพวกนี้คือจักรพรรดิเซียนยอดฝีมืออย่าง
แท้จริง มีไม่กี่คนบนสวรรค์ที่สามารถต่อสู้เทียบเคียง
มันได้
เมื่อ อู่ อวี้ ได้เห็นเทพสามตาด้วยตาของตนเอง เขาก็
สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พวยพุ่งเข้ามาปะทะ
กับใบหน้าของเขา
ถ้าไม่ใช่ส าหรับปรมาจารย์สุภูติปิดกั้นแรงกดดันที่แผ่
ออกมา เกรงว่า อู่ อวี้ คงท าได้เพียงคุกเข่าก้มศีรษะ
อยู่ที่นี่ นี่ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเจตจ านงความมุ่งมั่น แต่
มันคือความต่างของฝีมือความแข็งแกร่ง
เทพสามตาเป็นเทพเจ้าอันดับต้น ๆ บนสวรรค์
แข็งแกร่งทรงพลังมากเสียจน อู่ อวี้ ไม่อาจ
เทียบเคียงได้
เบื้องหลังแสงศักดิ์สิทธิ์ของเทพสามตา ตามมาด้วย
ได้บุคคลผู้มีใบหน้าคุ้นเคย ซึ่งคนทั้งสองนี้ก็คือเทพ
อสูรและท้าวธตรฐมหาราช หากมันอยู่กันล าพังสอง
คนบารมีของมันก็ยังพอสะกดข่ม อู่ อวี้ ได้ ทว่า
ตอนนี้มันมาอยู่เบื้องหลังเทพสามตา กลับกลายเป็น
ว่ามันดูเหมือนสมุนตัวน้อยไม่โดดเด่นแต่อย่างใด
ถ้าปกติหาก อู่ อวี้ ได้พบกับเทพสามตาด้านนอกด้วย
ตนเอง เกรงว่าเขาคงไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะมอง
คนผู้นี้แบบตรง ๆ
แต่สถานการณ์ในตอนนี้แตกต่างออกไป เขาเพิ่งฝาก
ตัวคารวะเป็นสิทธิ์ปรมาจารย์สุภูติ ปัจจุบันเขาคือ
ศิษย์ของอารามเซียนถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดาราอย่าง
แท้จริง หากเทพสามตาต้องการจัดการเขา มัน
จะต้องผ่านปรมาจารย์สุภูติเสียก่อน
เมื่อเห็นปรมาจารย์สุภูติออกมาพร้อม อู่ อวี้ ดวงตาที่
แสนเฉยเมยของเทพสามตาก็เต็มไปด้วยความ
ประหลาดใจ
มันสงสัยว่านี่ปรมาจารย์สุภูติให้พักพิง อู่ อวี้ แล้ว
เช่นนั้นหรือ?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้สีหน้าที่แสนเฉยเมยของเทพสามตา
ก็เย็นชามากยิ่งขึ้น ราวกับตกอยู่ในถ ้าน ้าแข็ง แม้แต่
ความว่างเปล่าที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของมันก็เริ่มสั่นสะเทือน
กลั่นตัวเป็นเกล็ดน ้าแข็ง!
——————-