กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1662: โม่หลี่อิ๋น
ปรมาจารย์สุภูติพา อู่ อวี้ ออกมาพบเทพสามตากับ
พรรคพวกด้านนอกถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดารา
ส่วนเทพอสูรและท้าวธตรัฐมหาราชอยู่ด้านหลังเทพ
สามตา
“ ยินดีต้อนรับท่านเทพสามตาสู่ถ ้าเก่าแก่ทรุดโทรม
ว่าแต่ลมอะไรถึงหอบท่านมาถึงที่นี่? ” ปรมาจารย์สุ
ภูติถามด้วยสีหน้าอ่อนโยน
ในเวลานั้นจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ ก็ออกมาจากถ ้า
จันทร์เสี้ยวไตรดาราเพื่อมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แม้
ตัวตนของเทพสามตาจะสูงส่งจนพวกมันมิอาจสร้าง
ความขุ่นเคืองให้ได้ ทว่าพวกมันก็มิได้หวาดกลัว
แม้แต่น้อย
จักรพรรดิเซียนเหล่านี้ที่ฝึกฝนในถ ้าจันทร์เสี้ยวไตร
ดารา ไม่เพียงจะเป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติเท่านั้น
แต่พวกเขายังได้รับการคุ้มครองจากปรมาจารย์สุภูติ
ด้วยเช่นกัน อีกทั้งแต่ละคนล้วนมีความสามารถ
พิเศษเฉพาะตัว บางคนก็มีเบื้องหลังใหญ่โตคอยหนุน
น า หากไร้ซึ่งความสามารถใดๆ ก็ไม่มีคุณสมบัติ
พอที่จะกลายเป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติ
แม้พวกเขาจะรู้สึกชื่นชมนับถือเทพสามตาก็จริง แต่
พวกเขาหาได้หวาดกลัวเทพสามตาแต่อย่างใดไม่
พวกที่มาสมทบต่างกระซิบกระซาบพูดคุยเกี่ยวกับ
สถานการณ์ปัจจุบัน
ทุกคนต่างรู้ว่าเทพสามตามาเพื่อจับกุม อู่ อวี้ แต่
ตอนนี้ อู่ อวี้ ได้กลายเป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติไป
แล้ว ฉะนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่ปัญหาของพวกเขา
นอกจากนี้ทุกคนยังรู้ดีว่าเทพสามตาจะต้องไม่กล้า
เผชิญหน้ากับปรมาจารย์สุภูติอย่างแน่นอน
เมื่อปรมาจารย์สุภูติถามเช่นนี้ แต่ดวงตาอันเฉียบคม
ของเทพสามตายังคงกวาดตามองไปทาง อู่ อวี้ แล้ว
กล่าวอย่างไม่แยแสว่า ” เหตุที่ข้าต้องมาหาท่านที่นี่ก็
เพื่อมาจับตัวเทพเซียนน้อย อู่ อวี้ ที่ละเมิดกฎ
สวรรค์! ”
“ใช่… เราได้ยินมาว่าเขาปรากฏตัวที่สวรรค์ฤทัย เรา
จึงมาจับตัวเขาเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ปรมาจารย์สุภูติอย่าได้ปกป้องเด็กผู้นี้เลย!”
เทพอสูรกล่าวด้วยน ้าเสียงแข็งกร้าว
เจตนาดั้งเดิมของพวกมันที่มายังสวรรค์ฤทัยก็เพื่อ
เยี่ยมเยือนปรมาจารย์สุภูติ แต่เมื่อ อู่ อวี้ เดินเคียง
ข้างมาพร้อมกับปรมาจารย์สุภูติพวกมันจึงไม่
อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง
แท้จริงแล้วเทพสามตาไม่ได้แสดงความไม่พอใจใด ๆ
ท่าทางของมันยังคงเต็มไปด้วยความเย็นชาเฉยเมย
บนสวรรค์มันถือเป็นจักรพรรดิเซียนชั้นสูงเปล่ง
ประกายเจิดจ้าอย่างที่สุด ฉะนั้นหากมันต้องการจับ
ผู้ใดมันก็จะต้องจับให้ได้ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ทว่ายาม
อู่ อวี้ อยู่เคียงข้างปรมาจารย์สุภูติ ท าให้มันแอบ
ประหวั่นใจอยู่ไม่น้อย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นปรมาจารย์สุภูติก็พยักหน้าอย่างสงบ
” อืม…อย่างนี้นี่เอง เช่นนั้นพวกเจ้าก็ไปได้แล้ว
เพราะเวลานี้ อู่ อวี้ เป็นศิษย์ของข้าผู้เฒ่า อีกอย่าง
เท่าที่ข้ารู้ศิษย์ของข้าไม่ได้ท าผิดกฎสวรรค์แต่อย่าง
ใด เขาแค่ท าให้เจ้าทั้งสองขุ่นเคืองตอนอยู่บน
เส้นทางเซียนไร้ลักษณ์ใช่หรือไม่? หากต้องการ
ระบายอารมณ์ก็มาลงที่ข้าผู้เฒ่าเถิด ”
เมื่อได้ยินค าพูดดังกล่าวเทพสามตากับพวกมันทั้ง
สองที่อยู่เบื้องหลังก็แทบไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง
ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าพวกมันจะไดข่าว และการที่
พวกมันมายังสวรรค์ฤทัยเพื่อจับตัว อู่ อวี้ เป็นสิ่งแรก
แต่กลับกลายเป็นศัตรูคู่แค้นของพวกมันได้กลายเป็น
ศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติ ?
นับตั้งแต่อดีตไม่เคยมีผู้ใดได้กลายเป็นศิษย์ของ
ปรมาจารย์สุภูติได้เร็วเพียงนี้!
ซึ่งก็เท่ากับว่าความปรารถนาที่จะจับตัว อู่ อวี้ คง
เป็นไปไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่าพวกมันต้องการจะแตกหัก
กับปรมาจารย์สุภูติ ซึ่งจะเป็นไปได้อย่างไรต่อให้
จักรพรรดิหยกจะอยู่ที่นี่ ท่านก็ยังให้เกียรติเคารพต่อ
ปรมาจารย์สุภูติ แล้วพวกมันจะต่อสู้กับปรมาจารย์สุ
ภูติได้อย่างไร?
เทพอสูรบรรพกาลกับท้าวธตรัฐมหาราชดูตื่น
ตระหนกขึ้นมาในทันใด
“เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร? ท่านปรมาจารย์สุภูติไม่
อาจปกป้องเด็กผู้ได้นี้ … ”
ดูเหมือนเทพอสูรบรรพกาลต้องการกล่าวอะไร
บางอย่าง
แต่ก่อนที่มันจะทันได้กล่าวจบ ปรมาจารย์สุภูติก็ท า
หน้าบึ้งตึงจ้องมองไปที่มันอย่างไม่พอใจ
ทันใดนั้นเทพอสูรที่ก าลังคลุ้มคลั่งก็รีบหุบปากทันที
หลังจากนั้นมันก็จ าได้ว่าปรมาจารย์สุภูติไม่ใช่คนที่
ชอบเจรจาพาทีสักเท่าไหร่นัก หากท าให้เขาขุ่นเคือง
ขึ้นมาคงไม่ใช่เรื่องดีส าหรับมัน หากเป็นเทพเซียนบน
สวรรค์ทั่ว ๆ ไปคงจะถูกเทพอสูรเหยียบย ่าจมใต้ฝ่า
เท้าจนไม่ได้ผุดได้เกิดด้วยซ ้า
แต่ปรมาจารย์สุภูติไม่ใช่คนที่มันจะยั่วยุได้!
“ขออภัย ขออภัย ท่านปรมาจารย์สุภูติข้าตื่นเต้นมาก
ไปหน่อย ”
เทพอสูรบรรพกาลลดศีรษะลงอย่างรวดเร็วไม่กล้า
กล่าวอันใดอีก
ส่วนปรมาจารย์สุภูติก็รู้สึกเกียจคร้านเกินกว่าจะมา
นั่งสนใจคนอย่างมัน เขาโบกมือแล้วกล่าวว่า ” ใน
เมื่อไม่มีอะไรแล้ว เช่นนั้นก็เชิญ ”
ด้วยฐานะที่สูงส่งอย่างปรมาจารย์สุภูติ ท่านไม่
จ าเป็นต้องไว้หน้าเทพสามตา
เทพสามตาเฝ้าดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่กล่าวอัน
ใด มันเงียบไปชั่วครู่หนึ่งหลังจากนั้นก็เหลือบมองไป
ยัง อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า ” ในเมื่อเด็กผู้นี้เป็นศิษย์ท่าน
ปรมาจารย์ ในอนาคตข้าจะไม่เข้ามาวุ่นวายอีก ไป
กันเถอะ ”
หลังกล่าวจบ มันก็หันหลังจากไปพร้อมกับเทพอสูร
บรรพกาลและท้าวธตรัฐมหาราช
แม้ภายนอกเทพสามตาจะกล่าวเช่นนั้น แต่ อู่ อวี้
กลับรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ มิได้ง่ายดายอย่างที่เห็น
ความรู้สึกที่แท้จริงของเทพสามตานั้นมิได้ปรากฏ
ออกมาผ่านสีหน้าเลย ดูเหมือนมันจะจัดการได้ยาก
กว่าเทพอสูรบรรพกาลและท้าวธตรัฐมหาราชเสียอีก
โดยทั่วไปแล้วเทพทั้งสองล้วนแสดงเจตนารมณ์และ
ความคิดผ่านสีหน้าของพวกมัน อาจเป็นเพราะ
ส าหรับพวกมันแล้ว การจัดการกับมดปลวกตัวเล็ก ๆ
อย่าง อู่ อวี้ อาจไม่จ าเป็นต้องใช้กลอุบายหรือ
แผนการใด ๆ
แต่เทพสามตานั้นแตกต่างออกไป
จากสายอันแหลมคมที่จับจ้องมายัง อู่ อวี้ เห็นได้ชัด
ว่ามันไม่เต็มใจจะจากไปเช่นนี้ แต่เพราะปรมาจารย์สุ
ภูติอยู่ที่นี่ เทพสามตาจึงมิอาจลงมือได้ตามใจคิด
ดังนั้นการถอยก่อนจึงเป็นวิธีที่ดีกว่า
“ มีโอกาสสูงมาก ที่เทพสามตาจะสร้างปัญหาให้กับ
ข้าในอนาคต! ยิ่งไปกว่านั้นหากเกิดปัญหาขึ้นจริง ๆ
คงเป็นเรื่องใหญ่แน่ ข้าต้องระวังตัวไว้ให้ดี อย่าได้
ผิดพลาดเปิดช่องให้มันเด็ดขาด ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ในใจ
เขาจ้องมองไปยังแผ่นหลังของเทพสามตาที่ลับ
หายไป ด้วยรู้ว่าตนเองนั้นปลอดภัยแล้วชั่วคราว แต่
ก็มิได้หมายความว่าเขาจะปลอดภัยตลอดไป
เนื่องจากครานั้นฉีเทียนต้าเซิ่นขับไล่ตาที่สามของ
เทพสามตา ท าให้มันรู้สึกขุ่นเคืองไม่พอใจ จึงเห็นเขา
เป็นศัตรูคู่แค้นเลยก็ว่าได้
หากเทพสามตาสบโอกาส มันสามารถบดขยี้สังหาร
อู่ อวี้ ได้มิต่างจากมดปลวก แม้ อู่ อวี้ จะตกตายไป
แล้ว ต่อให้เป็นปรมาจารย์สุภูติก็มิอาจจับมือใครดม
ได้ว่าผู้ใดเป็นคนสังหาร!
แต่ตอนนี้เขามีปรมาจารย์สุภูติให้พึ่งพิง นับว่า
สถานการณ์ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก อย่างน้อยหากเขา
อยู่ภายในถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดาราแห่งนี้ เทพสามตาก็
มิกล้ายั่วยุเขา
ระหว่างนี้เขาสามารถฝึกฝนบ าเพ็ญตนได้อย่างสบาย
ใจไปอีกครู่ใหญ่
” เอาล่ะ จบเรื่องแล้ว ” ปรมาจารย์สุภูติโบกมือ ท า
ให้เหล่าศิษย์ที่เฝ้าชมเหตุการณ์อยู่กระจายตัวออกไป
จากนั้นเขาก็พา อู่ อวี้ กลับไปที่อารามเซียนถ ้าจันทร์
เสี้ยวไตรดารา พร้อมเรียกตัวจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้
ดารากลับมาอีกครั้ง ให้เขาพา อู่ อวี้ รู้จักกับอาราม
เซียนทั้งหมด พร้อมจัดหาที่พ านักให้แก่ อู่ อวี้
อู่ อวี้ พา หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี , ลั่วผินตาม
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราชมดูอารามเซียน
หลังจากขับไล่เทพสามตาออกไปแล้ว อู่ อวี้ ก็เปลี่ยน
ความคิดของตนเอง แลมุ่งความสนใจไปที่การฝึกฝน
บ าเพ็ญ ด้วยเพราะในช่วงสั้น ๆ นี้เขาไม่จ าเป็นต้อง
กังวลว่าตนเองจะถูกไล่ล่าสังหาร
ตอนนี้เขาอยู่ในอาณาจักรราชันเทวะเก้าสวรรค์แล้ว
หากต้องการก้าวหน้าไปไกลมากกว่านี้ คงมีเพียง
บรรลุสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์เท่านั้น แน่นอน
ว่าเขาจ าเป็นต้องใช้เวลาหลายแรมปีและความ
พยายามอย่างมากกว่าจะประสบความส าเร็จ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ คืออาณาจักรที่แท้จริงของ
เทพเซียน เมื่อบรรลุถึงระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
แล้ว ถึงจะมีโอกาสยืนหยัดอยู่บนแดนสวรรค์แห่งนี้ได้
อย่างมั่นคง เสมือนเหยียบก้าวขึ้นสู่มหาต าหนัก
สวรรค์อย่างแท้จริง
เทพเซียนที่ยังไม่บรรลุถึงระดับจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์ ต่อให้พยายามกระเสือกกระสนดิ้นรนมาก
เพียงใดก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้แค่หนึ่งล้านปี หลังจาก
นั้นก็จะสูญสลายกลายเป็นเพียงเศษฝุ่นธุลี ต่อให้มี
พลังรบแข็งแกร่งแล้วอย่างไร?
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราพา อู่ อวี้ เดินส ารวจไป
รอบ ๆ ถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดารา ไม่นานนักก็มาหยุดที่
อารามเซียนหลังหนึ่ง สภาพแวดล้อมของอาราม
เซียนแห่งนี้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ห้อมล้อมไปด้วยภู
ผาและสายน ้าล าธาร มากเพียงพอที่จะให้ผู้คนหลาย
ร้อยอยู่ร่วมกัน
แต่ตอนนี้อารามเซียนทั้งหมดเป็นของ อู่ อวี้ เพียงคน
เดียว แน่นอนว่า หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี , ลั่ว
ผิน ก็อาศัยอยู่ร่วมกับเขาก่อนชั่วคราว
ตอนนี้ อู่ อวี้ กลายเป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติแล้ว
ในที่สุดเขาก็สามารถยืนหยัดอยู่บนสวรรค์ได้อย่าง
มั่นคง เช่นนั้นพักสักครู่ก็คงไม่เป็นไร
นอกจากนี้แม้ว่า หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี , ลั่ว
ผิน มิได้มาจากแดนสวรรค์โดยตรง ต่อให้เป็น เทพ
ปีศาจ เทพมาร หรือเทพมังกร ปรมาจารย์สุภูติก็
ยังคงกล่าวเน้นย ้าเป็นพิเศษว่า ในเมื่อพวกเขา
ติดตาม อู่ อวี้ พวกเขาก็จะได้รับการคุ้มครอง
เช่นเดียวกัน ในถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดาราแห่งนี้ ห้ามมิ
ให้ผู้ใดแตะต้อง อู่ อวี้ กับพรรคพวกทั้งสามคน
ส าหรับเรื่องนี้ อู่ อวี้ รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ตราบ
ใดที่เขาไม่ออกจากถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดารา ก็จะไม่มีภ
ยันอันตรายใด ๆ ให้เขาต้องกังวล อีกทั้งยังอยู่
ร่วมกันหนานซานหวางเยว่และคนอื่น ๆ ได้อีกด้วย
เดิมที อู่ อวี้ รู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องของพวกเขาทั้ง
สามมาก เพราะไม่ว่าผู้ใดก็คงไม่สามารถซ่อนตัวอยู่
ภายในเจดีย์ล่องก าเนิดได้ตลอดไป
ในเมื่อปรมาจารย์สุภูติกล่าวเช่นนั้น เท่ากับว่าพวก
เขาไม่จ าเป็นต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยอีกต่อไป
” หลังจากนี้พวกเราสามารถฝึกฝนได้อย่างสบายใจ
จนกว่าจะบรรลุถึงระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์! ”
หลังจากจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราจากไป อู่ อวี้ กับ
คนทั้งสามคนก็พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ ด้วยเพราะ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขาไม่ค่อยมีเวลาได้พักผ่อน
เท่าใดนัก ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาต้องคอยระแวดระวัง
ตัวอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งภายในสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์ คนทั้งสี่ก็ไม่อาจท าใจให้สงบได้ ดังนั้น อู่ อวี้
จึงจ าเป็นต้องเฝ้าระวังอยู่เสมอ
ทว่าปัจจุบัน พวกเขาสามารถพักผ่อนได้อย่างสงบ
ในถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดาราแห่งนี้ พวกเขาไม่มีทางตก
อยู่ในอันตรายใด ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถฝึกฝน
บ าเพ็ญตนได้อย่างไร้กังวล แต่ก็มีปัญหาอยู่เช่นกัน
เพราะความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ สามารถยกระดับ
ขึ้นด้วยการกลืนกิน แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถออกไป
จากถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดาราได้ เช่นนั้นก็เท่ากับว่าไม่มี
สิ่งใดให้เขากลืนกิน
” ลืมมันไปเสีย บางทีปรมาจารย์สุภูติอาจมอบโอกาส
ในการยกระดับให้แก่เรา ตอนนี้พวกเราควรมุ่งความ
สนใจไปที่การฝึกฝนอย่างสงบ ”
อู่ อวี้ มิได้รีบร้อน
เขาใช้เวลาไม่นานนักในการบรรลุถึงระดับราชันเทวะ
เก้าสวรรค์ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะปรับปรุงพื้นฐานฝึก
ตนให้มั่นคง
เพียงแต่เขาไม่ทราบว่า หลังจากเทพสามตาพาเทพ
อสูรบรรพกาลกับท้าวธตรัฐมหาราชจากไป พวกมัน
ทั้งหมดก็หยุดอยู่ใกล้ ๆ กับบ่อน ้านิรันดร์
“ เทพสามตา ไม่คาดคิดว่าปรมาจารย์สุภูติจะออกตัว
ปกป้องเจ้าเด็กผู้นั้น เราควรท าเช่นใดดี? ” เทพอสูร
บรรพกาลรู้สึกไม่พอใจเท่าใดนัก หากปล่อย อู่ อวี้ ไป
เช่นนี้คงยากที่มันจะท าใจยอมรับได้
“ เทพสามตา ด้วยศักดิ์ฐานะของท่าน การพาเด็กคน
นั้นออกมาก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้? ต่อให้มีปรมาจารย์
สุภูติอยู่ การจัดการกับผู้เยาว์เพียงคนเดียวก็น่าจะ
เป็นเรื่องง่ายส าหรับท่านมิใช่หรือ?” ท้าวธตรัฐ
มหาราชไม่อยากยอมแพ้เช่นกัน มันต้องการให้เทพ
สามตาด าเนินการต่อไป
แต่การแสดงออกของเทพสามตานั้นยังคงนิ่งเฉยราว
กับไร้อารมณ์ความรู้สึก ไม่มีร่องรอยของความผัน
ผวนทางอารมณ์ใด ๆ
มันเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ” หุบปาก ข้ารู้สึกว่าต้น
ก าเนิดของ อู่ อวี้ กับคนทั้งสามคนรอบตัวเขามี
ปัญหาบางอย่างให้ต้องตรวจสอบ แต่หลังจากนี้ข้าจะ
เป็นคนจัดการด้วยตนเอง มิให้พวกเจ้าเคลื่อนไหวสุ่ม
สี่สุ่มห้า เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น เข้าใจ
หรือไม่ ? ”
“ เข้าใจ เข้าใจ ”
เมื่ออยู่ต่อหน้าเทพสามตา จักรพรรดิเซียนทั้งสองก็ดู
ไม่ต่างจากเด็กน้อยที่กระท าได้เพียงรับปากอย่างเชื่อ
ฟังเท่านั้น
หลังจากเทพสามตากล่าวเช่นนั้น มันก็จากไปทันที
” แม้จะไม่รู้ว่าแผนการของเทพสามตาคืออันใด แต่
ส าหรับเขาแล้วมันเร็วเกินไปที่จะปล่อยให้เด็กนั่นไป
”
เทพอสูรบรรพกาลก็รู้สึกหดหู่ใจมากเช่นกัน แต่ไม่
นานนักสายตาของมันก็สาดประกายขึ้นอย่างรวดเร็ว
ด้วยเพราะท้าวธตรัฐมหาราชกล่าว่วา “ ไม่ว่า
อย่างไร ข้ามีน้องชายอยู่ผู้หนึ่ง ทั้งยังเป็นศิษย์ของ
ปรมาจารย์สุภูติ นามว่า ‘โม่หลี่อิ๋น’ เราให้เขาคอย
สังเกตการเคลื่อนไหวของ อู่ อวี้ ในถ ้าจันทร์เสี้ยวไตร
ดาราก็ได้ อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย
จนเกินไป! ”
—————