กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1665: พลาดพลั้งลงมือสังหาร
เมื่อหนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี, ลั่วผิน ผนึกก าลัง
โจมตีตะวันทมิฬ อู่ อวี้ ก็ท าลายตะวันทมิฬดวง
สุดท้ายแล้ว
‘ตะวันทมิฬทั้งสามดวง’ ของโม่หลี่อิ๋นถูกท าลาย
สลายหายไปอย่างสิ้นเชิง เช่นเดียวกับ ‘เพลงไตร
สุริยันทมิฬสวดส่งวิญญาณ’ ที่ดังก้องกังวานอยู่ใน
แก้วหูของพวกเขาก่อนหน้านี้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
จนมิได้สร้างผลกระทบกับ อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ อีก
ต่อไป
ทั้งสี่คนปิดล้อมโม่หลี่อิ๋นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
ถ้าไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ ใช้พลองทองสมปรารถนาบด
ขยี้ท าลาย ตะวันทมิฬดวงสุดท้าย ล าพังพวกเขาทั้ง
สามคงไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป ฉะนั้นแทบไม่
ต้องพูดถึงการท าลายสามตะวันทมิฬ พวกเขาไม่มี
ทางท าได้อย่างแน่นอน
ดังนั้นพวกเขาจึงรู้อย่างลึกซึ้งถึงพลังความสามารถ
อันน่าสะพรึงกลัวของโม่หลี่อิ๋น และพิณกล่อมมาร
บรรพกาลศาสตราเซียนก าเนิดภพที่มิใช่ของธรรมดา
อย่างแน่นอน
” ฮ่า ๆ ๆ กระต่ายน้อยตัวเล็กอย่างพวกเจ้ามีฤทธิ์
เดชพิษสงไม่เบาเลย มิน่าล่ะปรมาจารย์สุภูติถึง
สนใจพวกเจ้านัก ท่านช่างตาแหลมจริงๆ”
ในตอนนี้โม่หลี่อิ๋นรู้สึกริษยา อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง มัน
ต้องการไหว้คารวะฝากตัวเป็นศิษย์กับปรมาจารย์สุ
ภูติอย่างเต็มภาคภูมิ ทว่าหลังจากผ่านอุปสรรค
มากมายมันก็ยังไม่ดีพอในสายตาของท่าน แต่ด้วย
ความสัมพันธ์หลายอย่างลึกซึ้งของผู้หลักผู้ใหญ่ท าให้
ปรมาจารย์สุภูติต้องรับมันเป็นศิษย์อย่างไม่เต็มใจนัก
อย่างผลงานล่าสุดของ อู่ อวี้ ที่สามารถเอาชนะ
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารามาได้ในที่สุด ท าให้เขาได้
กลายเป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติอย่างรวดเร็ว
ภาคภูมิ นอกจากนี้โม่หลี่อิ๋นยังได้ยินมาว่าปรมาจารย์
สุภูติไปทาบทาม อู่ อวี้ ด้วยตนเอง บอกให้ อู่ อวี้ มา
พบท่านที่ส านักท่านจันทราไตรดารา ไม่เช่นนั้น อู่ อวี้
คงไม่มีทางมาเสนอหน้าอยู่ที่นี่ได้
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ อู่ อวี้ ได้รับการทาบทาม ‘เชื้อ
เชิญ’ จากปรมาจารย์สุภูติด้วยตนเอง เรื่องนี้ท าให้
โม่หลี่อิ๋นรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
เหตุใดมันถึงต้องผ่านความยากล าบากมากมายกว่า
จะได้คารวะปรมาจารย์สุภูติเป็นอาจารย์ แต่ อู่ อวี้
กลับได้เป็นศิษย์อย่างง่ายดาย?
ทว่ามันกลับหลงลืมมองไปว่า หากเปลี่ยนจาก อู่ อวี้
เป็นมันที่มีพลังต่อสู้แค่ระดับราชันเทวะเก้าสวรรค์แต่
ต้องต่อสู้กับจักรพรรดิเซียน ส าหรับมันหากต้อง
เผชิญเงื่อนไขเดียวกับ อู่ อวี้ คงไม่มีทางเข้าร่วม
ส านักเป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติได้
เช่นนั้นแล้วมันจะร าพึงร าพันโทษฟ้าโทษดินอะไรได้
อีก
แต่โม่หลี่อิ๋นไม่ได้สนใจเรื่องนี้
และตอนนี้ภายในใจของมันเต็มไปด้วยความริษยาขุ่น
เคือง ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงว่าก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ เคยสร้าง
วีรกรรมไว้ในเส้นทางเซียนไร้ลักษณ์ ท าให้มันไม่มี
ทางให้อภัยเขาได้
“ถ้าเช่นนั้นก็จงตายซะ”
ดวงตาของโม่หลี่อิ๋นเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเหี้ยม
เกรียมเย็นชา จากนั้นมันก็เริ่มบรรเลงพิณกล่อมมาร
บรรพกาลที่ถืออยู่ในมือ ช่วงเวลาต่อมาคลื่นพลัง
เสียงที่สั่นสะเทือนจิตวิญญาณก็ระเบิดออกอย่าง
รุนแรง
นี่คือเคล็ดเทวะจักรพรรดิเซียนที่มีชื่อว่า ‘บทเพลง
กล่อมวิญญาณบรรพกาล’ !
คลื่นเสียงบรรเลงดั่งเวทมนตร์ดังกังวานไปทั่วทุกแห่ง
หน ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกราวกับว่ามีด้ายวิญญาณจ านวน
นับไม่ถ้วนชอนไชเข้าใส่หัวใจของพวกเขาทั้งสี่ เสียง
พิณท าให้พวกเขาทั้งสี่จิตใจสั่นคลอนพร้อมกัน ราว
กับว่าจิตวิญญาณของพวกเขาก าลังถูกดึงดูดออกไป
หากจิตวิญญาณถูกสั่นคลอน ชีวิตของพวกเขาก็จะ
หาไม่ โม่หลี่อิ๋นก าลังโจมตีพวกเขาอย่างหนัก!
ทว่าในช่วงเวลานี้ทั่วทั้งร่างของ อู่ อวี้ ถูกปกคลุมไป
ด้วยแสงสีทองประกายแพรวพราว พลองสม
ปรารถนาในมือของเขาระเบิดเจตจ านงแห่งการต่อสู้
ออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตามภายใต้คลื่นเสียง
อันน่ารังเกียจที่สั่นคลอนจิตวิญญาณของพวกเขา
อย่างต่อเนื่อง เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง ราวกับว่าทุก
สรรพสิ่งในโลกก าลังพลิกกลับตาลปัตร
“นั่นมันอันใดกัน!?”
หนานซานหวางเยว่เป็นคนแรกที่ไม่สามารถทานทน
ได้อีกต่อไปจนต้องกรีดร้องออกมา ทันใดนั้นก็มีโลหิต
ไหลรินออกมาจากทวารทั้งเจ็ด จิตวิญญาณแทบจะ
หลุดลอยออกจากร่าง แม้แต่คราดทองหยกมลายที่
ถืออยู่ในมือก็แทบจะไม่สามารถประคองเอาไว้ได้ ธาร
ดาราสวรรค์เก้าสายและศาสตราเซียนก าเนิดภพที่ถือ
อยู่ในมือตอนนี้ไม่ต่างจากเศษเหล็ก
หลังจากนั้นเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของเย่ซี
ซีกับลั่วผินก็ดังตามมาติด ๆ พวกนางดูเจ็บปวดที่
ศีรษะอย่างที่สุด พวกนางต่างก็กุมหัวด้วยความ
เจ็บปวดไม่มีทางเผชิญหน้ากับบทเพลงกล่อม
วิญญาณบรรพกาลนี้ได้เลย เนื่องจากพื้นฐานฝึกตน
ของพวกเขาทั้งสามยังไม่บรรลุถึงอาณาจักรเซียนไร้
ลักษณ์ขั้นสูงสุดหรือขั้นที่ 9 พวกเขาอยู่แค่
ระดับกลาง ๆ ของอาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์เท่านั้น
และตอนนี้ก าลังได้รับความทุกข์ทรมานอย่างสุดแสน
สาหัสจากการโจมตีของจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่
2 ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะไม่สามารถ
ต้านทานพลังดังกล่าว
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินเสียงกรีดร้องของหนานซานหวาง
เยว่ เขาก็พยายามจะฝืนลืมตาขึ้น ขณะที่มือของเขา
ยังจับอยู่บนศีรษะของตนเองด้วยความเจ็บปวด แม้
จะพยายามแล้วแต่เขาก็แทบไม่สามารถมองเห็น
หนานซานหวางเยว่กับคนอื่น ๆ ที่ก าลังทุกข์ทรมาน
ตอนนี้สถานการณ์ที่พวกเขาก าลังเผชิญเรียกได้ว่า
เกือบจะเข้าตาจน หากปล่อยให้สถานการณ์ยังคง
ด าเนินต่อไปเรื่อย ๆ รับรองว่าจิตวิญญาณของเขา
ถูกโจมตีจนแตกกระจายเป็นแน่
” เป็นอย่างไรเล่า บทเพลงกล่อมวิญญาณบรรพกาล
ของข้ารสชาติดีหรือไม่? จงจ าเอาไว้ว่านี่คือจุดจบ
ของคนที่คิดลองดีต่อต้านข้า! เดิมทีข้าแค่ต้องการ
สอนบทเรียนให้กับพวกเจ้า แต่ดูเหมือนพวกเจ้า
สมควรตายจริงๆ ” โม่หลี่อิ๋นกล่าวด้วยเสียงเย็นยะ
เยือก
ห้วงท านองเฉกเช่นดั่งเวทมนตร์ยังคงบรรเลงกวาด
ผ่านอย่างต่อเนื่อง ท าให้จิตวิญญาณของ อู่ อวี้ กับ
คนอื่น ๆ สั่นสะท้าน จนจิตวิญญาณแทบหลุดลอย
นับตั้งแต่โม่หลี่อิ๋นทะลวงขึ้นสู่จักรพรรดิเซียนนิรันดร์
มา มันยังไม่เคยเห็นผู้มีฝีมืออยู่ในระดับต ่ากว่า
จักรพรรดิเซียนอาจหาญมาต่อกรกับมัน
ไม่ใช่เทพเซียนทุกคนจะสามารถทะลุขึ้นสู่ระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ แม้แต่ระดับราชันเทวะเก้า
สวรรค์ก็ยังคงให้ความเคารพนบนอบต่อจักรพรรดิ
เซียนมาโดยตลอด แล้วคนระดับอย่าง อู่ อวี้
หาญกล้ามาต่อกรกับมันได้อย่างไร?
ด้วยเหตุนี้มันจึงรู้สึกขุ่นเคืองจนสุดก้นบึ้งหัวใจ
โม่หลี่อิ๋นต้องการสอนบทเรียนให้กับ อู่ อวี้ แม้ว่ามัน
จะไม่สามารถสังหารเขาได้ก็ตาม แต่มันจะท าให้เขา
เข้าใจว่าควรจะเคารพย าเกรงต่อจักรพรรดิเซียน
ไม่ว่าหนานซานหวางเยว่หรือผู้ติดตามคนอื่น ๆ ของ
อู่ อวี้ จะตกตายไปก็หาใช่เรื่องส าคัญไม่ เพราะคนที่
เป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติคือ อู่ อวี้ เพียงผู้เดียว
เท่านั้น ฉะนั้นอีกสามคนจะต้องตกตายด้วยน ้ามือ
ของมัน
ในความเป็นจริงสาเหตุที่ อู่ อวี้ สามารถต้านทานบท
เพลงกล่อมวิญญาณบรรพกาลได้มากกว่าหนานซาน
หวางเยว่กับคนอื่น ๆ เป็นเพราะระดับการฝึกตนของ
เขาเหนือกว่าคนทั้งสาม
หากโม่หลี่อิ๋นหยุดบทเพลงกล่อมวิญญาณบรรพกาล
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต แสดงว่า
คนอื่น ๆ จะต้องตกตายอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นพลังฝีมือของ อู่ อวี้ ยังไม่ถึงระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์
บนสวรรค์ถ้าผู้ใดสามารถขึ้นเป็นจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์ได้ สถานะของคนผู้นั้นจะเปลี่ยนไป และถ้าหาก
จักรพรรดิเซียนต้องตกตายไปสักคน คนผู้นั้นก็จะตก
ตายอยู่ในเหตุการณ์ส าคัญ ๆ แต่ อู่ อวี้ ยังไม่ไปถึง
จักรพรรดิเซียนเลย ถ้าหากมันพลั้งมือสังหารไปแล้ว
จะอย่างไร?
อย่างมากมันก็ถูกลงโทษสักระยะหนึ่ง เมื่อใดที่การ
ลงโทษสิ้นสุดลง มันก็สามารถอยู่ต่อไปได้อย่างสงบ
สุขไม่ต้องหวาดกลัวต่อสิ่งใด
บทเพลงกล่อมวิญญาณบรรพกาลค่อย ๆ ทวีความ
รุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาทั้ง 4 รู้สึกราวกับ
ว่าตนเองก าลังตกอยู่กลางขุมนรก ความรู้สึกของทุก
คนตอนนี้คิดว่าตายเสียดีกว่าอยู่ ความเจ็บปวดอย่าง
แสนสาหัสของจิตวิญญาณ มันบาดลึกเข้าไปใน
กระดูกด า รุนแรงมากกว่าความเจ็บปวดทางกายถึง
หมื่นเท่า
“ลั่วผิน!”
อู่ อวี้ เบิกตากว้างฝืนเรียกคืนสติ พร้อมกู่ร้องค าราม
ขึ้นทันที
เขาต้องการปลุกลั่วผิน จากสถานการณ์ตอนนี้เป็นไป
ไม่ได้ที่เขาจะใช้พลังของตนเองต่อสู้กับบทเพลง
กล่อมวิญญาณบรรพกาล ฉะนั้นเขาต้องใช้พลังของ
ผู้อื่น
และตอนนี้เขาสามารถพึ่งพาลั่วผินได้เพียงเท่านั้น!
” มังกรสวรรค์ … รวมเป็นหนึ่ง!”
ลั่วผินตื่นตระหนกกับเสียงค ารามของ อู่ อวี้ ท าให้
นางพยายามฝืนลืมตาตื่นขึ้น แม้ว่านางจะถูกราย
ล้อมด้วยคลื่นเสียงจนจิตวิญญาณของนาง
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับว่าจิตวิญญาณของ
นางจะหายไปพร้อมกับเสียงพิณท่วงท านองได้ทุกเมื่อ
อย่างไรก็ตามนางยืนกรานพยายามเข้าไปใกล้ อู่ อวี้
ขณะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมด เพื่อแสดงพลัง
อิทธิฤทธิ์ ‘มังกรสวรรค์รวมเป็นหนึ่ง’
ขณะที่คลื่นเสียงพิณแห่งความมืดมิดก าลังชอนไชเข้า
สู่จิตวิญญาณมังกร เสียงค ารามของมังกรดังสะเทือน
เลือนลั่นไปทั่วทั้งผืนฟ้า สัมพันธ์ร่างของมังกรขาว
ราวหิมะก็โผบินทะบานขึ้นสู่ฟากฟ้า ผสานร่างกับ
เซียนวานรทองค าของ อู่ อวี้ ทันที
สวรรค์มังกรรวมเป็นหนึ่ง!
อู่ อวี้ รู้สึกได้ทันทีว่าพลังของลั่วผินรวมอยู่กับเขา ใน
ไม่ช้าพลังของลั่วผินก็กลายเป็นของเขา พลังทั้งสอง
ผสานเข้ากันอย่างรวดเร็ว ท าให้เขาสามารถถือจับ
พลองทองสมปรารถนาได้อย่างมั่นคง
“นี่คือพลังของลั่วผิน เราต้องเอาชนะโม่หลี่อิ๋นรวด
เร็วที่สุดเท่าที่จะท าได้ ไม่เช่นนั้นเราจะตาย!”
อู่ อวี้ ไม่ชอบความรู้สึกถูกควบคุมความเป็นความ
ตาย
แม้ว่าการโจมตีด้วยคลื่นเสียงจะมองไม่เห็นยากที่จะ
ต้านทาน แต่โชคดีที่รูปแบบการโจมตีของมันมิอาจ
สังหารศัตรูให้ตกตายเร็วจนเกินไปนัก ตราบใดที่ อู่
อวี้ ยังคงมีมีชีวิตอยู่ก็ยังมีที่ว่างให้ต้านทาน
เขารู้สึกว่าร่างกายของเปี่ยมไปด้วยพลังอ านาจอันไร้
สิ้นสุด ความภาคภูมิใจที่ไม่สามารถควบคุมได้อัด
แน่นอยู่ในอกของเขา
ความสามารถสวรรค์มังกรรวมเป็นหนึ่งของลั่วผิน
มิได้เรียบง่าย มันคือการผสานรวมกันอย่างแท้จริง
ตอนนี้ความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ มากกว่าตอนที่พวก
เขาแยกกันหลายเท่า
“เทียมฟ้า… จรดดิน!”
อู่ อวี้ ค ารามอย่างดุเดือด ร่างกายของเขาขยาย
ใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่คือพลังอิทธิฤทธิ์เทียมฟ้าจรด
ดิน เปลี่ยนร่างกายของตนเองให้ใหญ่โตขึ้นมาก
กว่าเดิมนับสิบเท่า นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของเขา
ยังเพิ่มขึ้นหลายเท่าอีกด้วย
“สวรรค์พินาศ!”
เขาที่ก าลังถือพลองทองสมปรารถนาอยู่นั้น ได้เหวี่ยง
เป็นแนวราบแหวกผ่าความว่างเปล่าออกไป อัด
กระแทกเข้ากับศาสตราเซียนก าเนิดภพ ‘พิณกล่อม
มารบรรพกาล’ ที่อยู่ด้านหน้าโม่หลี่อิ๋น
“ปัฐพีสิ้น!”
ขณะ อู่ อวี้ กรีดร้องค าราม พลองทองสมปรารถนา
ได้อัดกระแทกลงไปบนพิณกล่อมมารบรรพกาลที่อยู่
ในมือของโม่หลี่อิ๋น
ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจไม่อยากจะเชื่อของ
โม่หลี่อิ๋น ทันใดนั้นว่างเปล่ารอบตัวของมันก็แหลก
สลายในทันที บัดนี้ความว่างเปล่าจ านวนนับไม่ถ้วน
ก าลังดึงร่างของโม่หลี่อิ๋นลงไป
พิณกล่อมมารบรรพกาลในมือของมันเกิดรอยปริแตก
วงเวทย์ประทับบางส่วนที่อยู่บนศาสตราเซียนก าเนิด
ภพชิ้นนี้ถูกท าลายลงด้วยการโจมตีของ อู่ อวี้ แม้มัน
จะไม่ถูกท าลายอย่างสมบูรณ์ แต่พลังของมันก็ได้
สร้างผลกระทบกับฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างมาก
สิ่งที่ส าคัญที่สุดคือโม่หลี่อิ๋น
เดิมทีโม่หลี่อิ๋นก าลังลิงโลดคิดว่าตนเองถือครองความ
ได้เปรียบไว้ในก ามือ มิหน าซ ้ามันยังคิดหาวิธีท าให้ อู่
อวี้ ลิ้มรสความทุกข์ทรมานมากกว่าเดิม ทว่าทันทีที่
อู่ อวี้ ผสานรวมเป็นหนึ่งกับลั่วผิน พลังที่ปรากฏขึ้น
หลังจากการรวมตัวของพวกเขา อยู่เหนือยิ่งกว่า
จินตนาการที่คาดคิดไว้ในหลายขุม
สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้นท าให้มันพ่ายแพ้ ไม่สามารถ
ต้านทานพลังการโจมตีของ อู่ อวี้ ได้
เมื่อความว่างเปล่ารอบตัวเขาเริ่มแตกสลาย ร่างของ
จักรพรรดิเซียนก็เริ่มแตกเป็นเสี่ยง ๆ พังทลายไม่ต่าง
จากขอนไม้ กระแสวังวนแห่งความว่างเปล่าที่ถูก
สร้างขึ้นฉีกกระชากร่างกายของมันอย่างต่อเนื่อง ร่าง
เซียนของโม่หลี่อิ๋นก าลังถูกฉีกกระชากขาดออกจาก
กัน
ภาพที่เกิดขึ้นในขณะนี้เต็มไปด้วยความพลิกผัน
โกลาหล อู่ อวี้ ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนราวจะ
ขาดใจตายของโม่หลี่อิ๋น
พลองที่ถูกฟาดลงไป อู่ อวี้ ใช้เรี่ยวแรงพลังทั้งหมดที่
ตนเองมีอยู่ในตอนนั้น พลังอิทธิฤทธิ์บทเพลงกล่อม
วิญญาณบรรพกาลยังคงก้องดังอยู่ภายในใจของเขา
ภาพลวงตายังปรากฏขึ้นมาในใจอย่างต่อเนื่อง โชคดี
ที่เขากลั้นหายใจแล้วภาพมายาดังกล่าวจึงค่อย ๆ
หายไป
เมื่อเขาสงบจิตใจ ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง เขาก็พบว่า
พื้นที่บริเวณใกล้เคียงพังทลายพินาศสิ้น
แล้วสิ่งที่ท าให้เขาตื่นตระหนกตกใจมากที่สุดก็คือ
ภาพความว่างเปล่าที่อยู่ด้านหน้าซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก
เขานัก มีร่างของโม่หลี่อิ๋นลอยคว้างอยู่ในความว่าง
เปล่า ร่างกายของมันถูกฉีกกระชากโลหิตสีแดงสด
ไหลนอง มาดูจากสภาพของมันตอนนี้มันคงจะสิ้นลม
หายใจไปแล้ว
“ ตายแล้วงั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ
ว่าจักรพรรดิเซียนนิรันดร์โม่หลี่อิ๋น!
ถูกเขาจัดการจนตกตาย?
นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่!
——————————–
นะ.. ในทึ่สุดแอดก็ท าได้ หวังว่าผู้อ่านจะสนุกกับบทนี้
นะครับ……