กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1664: พิณกล่อมมารบรรพกาล
เมื่อจักรพรรดินิรันดร์หน้าด าปรากฏตัว เสียงภูตผี
วิญญาณร้ายกรีดร้องโหยหวนก้องดังระงมก็ตามมา
ติด ๆ ชายผู้นี้ก าลังแสดงวิถีจักรพรรดิเชื่อมสวรรค์
โดยกวาดพลังคลื่นเสียงโจมตีเข้าใส่เย่ซีซี!
ทว่าเมื่อดูจากพลังความรุนแรงในการโจมตีด้วยวิถี
จักรพรรดิเชื่อมสวรรค์แล้ว ดูเหมือนมันจะไม่ต้องการ
สังหารเย่ซีซีให้ตกตายไปเสียทีเดียว เพราะพลังการ
โจมตีนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความสับสน พลัง
ดังกล่าวท าให้นางรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่ไม่น้อย
เมื่อเห็นสถานการณ์ดังกล่าวพวกเขาทั้งสามก็ออกมา
จากเจดีย์ล่องก าเนิด ถ้ายังคงปล่อยให้เหตุการณ์
ด าเนินต่อไปเกรงว่าเย่ซีซีอาจจะถูกอีกฝ่ายจับตัวเอา
ได้
” เจ้าเป็นใคร? ต้องการจะท าอะไร? ”
อู่ อวี้ ร้องตะโกนด้วยน ้าเสียงแข็งกร้าวระหว่าง
ออกมาจากเจดีย์ล่องก าเนิด พร้อมเปลี่ยนเป็นร่าง
เซียนวานรในฉับพลัน พลังอิทธิฤทธิ์เนตรเพลิงถูก
ปลดปล่อยออกมาท าลายคลื่นเสียงสะกดข่มจิต
วิญญาณของอีกฝ่ายกลางเวหา
อย่างไรก็ตามฝ่ายตรงข้ามยังไม่ได้แสดงพลังอิทธิฤทธิ์
ของตนเองออกมาอย่างเต็มที่ ดังนั้นกฎสวรรค์เนตร
เพลิงของ อู่ อวี้ จึงสามารถหยุดการโจมตีด้วยคลื่น
เสียงของอีกฝ่ายได้ในบัดดล
การโจมตีสวนกลับของ อู่ อวี้ ท าให้จักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์หน้าด าประหลาดใจอยู่ไม่น้อย มิหน าซ ้า อู่ อวี้
กับคนอื่น ๆ ยังปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เมื่อเห็น
เช่นนี้มันก็หัวเราะออกมา
“ หึหึ!!! ก่อนหน้านี้ข้าคิดแทบตายว่าจะลากตัวจะ
ออกมาอย่างไร แต่ที่ไหนได้อยู่ ๆ ก็ยอมโผล่หัว
ออกมาด้วยตนเอง ช่างดีจริง ๆ! ” มันหัวเราะขณะที่
กวาดสายตามองไปรอบ ๆ เนื่องจากต าแหน่งที่อยู่กัน
ในตอนนี้ค่อนข้างห่างไกล หากมันต้องการสั่งสอน อู่
อวี้ ให้ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างยิ่งยวดถือเป็น
ต าแหน่งที่เยี่ยมยอดมากทีเดียว
เมื่อเห็นว่ามันไม่ได้เปิดเผยตัวตน อู่ อวี้ ก็รู้สึกสับสน
เล็กน้อย
เนื่องจากถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่ปฏิเสธว่ามีคน
ต้องการจัดการกับเขาอยู่ไม่น้อย ทว่าหลังจาก
กลายเป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติคนที่จ้องจะ
จัดการเขาก็มีจ านวนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
รูปร่างหน้าตาของจักรพรรดิเซียนนิรันดร์หน้าด า
คล้ายคลึงกับท้าวธตรัฐมหาราช?
” ถ้าจ าไม่ผิด ข้าเคยได้ยินจักรพรรดิหยั่งรู้ดารา
กล่าวถึงบรรดาศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติผู้หนึ่งเป็น
น้องชายของท้าวธตรัฐมหาราชนามว่า ‘โม่หลี่อิ๋น’
และมันก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ครอบครองศาสตราเซียน
ก าเนิดภพ ‘พิณกล่อมมารบรรพกาล’ คน ๆ นั้นก็คือ
ชายหน้าด าผู้นี้หรือไม่? ”
อู่ อวี้ นึกถึงวันที่เขาได้พูดคุยกับจักรพรรดิเซียนหยั่ง
รู้ดารา ในวันนั้นจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราได้แนะน า
ถึงที่มาที่ไปของศิษย์คนอื่น ๆ ให้เขาได้รู้จัก
ถึงกระนั้นสถานการณ์ตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถฟันธง
ปักใจเชื่อว่าเป็นมันได้ เนื่องจากมันยังไม่เอาศาสตรา
เซียนก าเนิดภพออกมาให้เขาได้เห็น
” ในฐานะศิษย์อาจารย์เดียวกัน เจ้าไม่กลัวจะถูกท่าน
ปรมาจารย์ลงโทษบ้างเลยรึ?” หนานซานหวางเยว่อ
อกมาจากเจดีย์ล่องก าเนิดพร้อมกับ อู่ อวี้ และลั่วผิน
เช่นเดียวกัน ในเวลานี้จักรพรรดิเซียนนิรันดร์หน้าด า
ก าลังถูกพวกเขาทั้งสามปิดล้อม
“ ฮ่า ๆ ลงโทษข้าเนี่ยนะ? กะอีแค่ศิษย์หารือ
แลกเปลี่ยนกัน คิดว่าท่านปรมาจารย์จะลงโทษเรื่อง
เล็กน้อยแค่นี้งั้นรึ?” จักรพรรดิเซียนนิรันดร์หน้าด า
แสยะยิ้มขณะที่อีกมือหนึ่งหยิบศาสตราเซียนก าเนิด
ภพออกมา
ศาสตราเซียนก าเนิดภพที่อยู่ในมือของมันคือพิณ
กล่อมมารบรรพกาล ควันสีด าลอยออกมาคลื่นความ
ผันผวนเสียงที่ไม่สามารถพรรณนาได้แพร่กระจาย
ออกมาจากพิณบรรพกาล
ทันทีที่เพิณกล่อมมารบรรพกาลปรากฏขึ้น เสียงพิณ
ก็ก้องกังวานดังอยู่รอบท าให้ผู้คนรู้สึกสับสนว้าวุ่น
จิตใจ
“นี่มัน … พิณกล่อมมารบรรพกาล! แสดงว่าเจ้าคือโม่
ลี่หยินจริงๆ!”
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นพิณบรรพกาลก็ท าให้เขายืนยันตัวตน
ของอีกฝ่ายได้ในทันที ดังนั้นเขาจึงระมัดระวังตัวมาก
ขึ้น
เขาไม่เคยสงสัยความมุ่งมั่นของท้าวธตรัฐมหาราชที่
ต้องการจัดการตัวเขา โม่หลี่อิ๋นต้องการล่อเขาให้
มายังสถานที่ห่างไกล แสดงว่าไม่มีทางที่เขาจะได้รับ
ความเมตตาจากอีกฝ่ายแน่นอน การต่อสู้นี้ต้องเป็น
การต่อสู้ที่ยากล าบาก
“ใช่…ข้าเนี่ยแหละ”
ใบหน้าสีด าของโม่หลี่อิ๋นมีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้น
แสดงให้เห็นว่ามันไม่เห็น อู่ อวี้ หรือคนอื่น ๆ อยู่ใน
สายตาของแม้แต่น้อย แม้ตอนนี้มันจะถูกปิดล้อม
ด้วยคนทั้งสี่ แต่ท่าทางของมันก็หาได้ดูสะทกสะท้าน
แต่อย่างใดไม่
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพลังฝีมือของมันอยู่ในระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่ 2
แม้ว่า อู่ อวี้ จะสามารถจัดการกับจักรพรรดิเซียน
หยั่งรู้ดารา ได้ แล้วอย่างไรเล่า?
ส าหรับมันหากต้องการเอาชนะจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้
ดารา แค่ใช้กระบวนท่าเดียวก็สามารถจัดการฝ่าย
ตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย ยิ่งกว่าตอนที่จักรพรรดิ
เซียนหยั่งรู้ดาราต่อสู้กับ อู่ อวี้ นอกอารามสุภูติในวัน
นั้นเสียอีก
ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่เห็น อู่ อวี้ อยู่ในสายตา นับประสา
อะไรกับ หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี , ลั่วผิน ทั้ง
สามมีพื้นฐานฝึกตนและพลังฝีมือไม่เท่า อู่ อวี้
ส าหรับมันแล้วภัยคุกคามเดียวของมันก็คือ อู่ อวี้
ถึงแม้จะเป็นภัยคุกคามเล็กน้อยแต่มันก็ไม่สามารถ
เพิกเฉยได้
” วันนี้พวกเจ้าทุกคนจะได้รับความทุกข์ทรมาน
อย่าได้คิดที่จะหลบหนี ”
โม่หลี่อิ๋นยิ้มอ่อน จากนั้นร่างของมันก็สั่นสะท้าน
อย่างรุนแรงพร้อมปลดปล่อยความผันผวนคลื่นเสียง
ทมิฬ บรรเลงพิณกล่อมมารบรรพกาล ความมืดไร้
สิ้นสุดก็ปกคลุมจากทุกทิศทางในทันที
ชั่วอึดใจ อู่ อวี้ กับพรรคพวกคนอื่น ๆ ก็รู้สึกว่ารอบ
ข้างมืดสนิท ไม่ว่าจะเบิกตากว้างเพียงใดก็ไม่สามารถ
มองเห็นอะไรได้
สิ่งที่เกิดขึ้นท าให้หนานซานหวางเยว่, เย่ซีซี, ลั่วผิน
รู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย
การต่อสู้ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้อันตรายมากเกินไป
เนื่องจากพวกเขาไม่เห็นด้วยซ ้าว่าสหายของตนเอง
อยู่ที่ใด นับประสาอะไรกับศัตรูอย่างโม่หลี่อิ๋น จาก
สภาพแวดล้อมดังกล่าวมีแนวโน้มที่พวกเราจะพ่าย
แพ้ให้กับโม่หลี่อิ๋น
สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดารา
พอสมควร ท าให้ปรมาจารย์สุภูติอาจไม่สามารถรับรู้
สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่นี่
“ฮ่าฮ่าฮ่า รสชาติของ ‘เขตแดนทมิฬ’ เป็นอย่างไร?
ภายในเขตแดนพิภพทมิฬแห่งนี้พวกเจ้าจะมองไม่
เห็นอะไรเลย คอยดูเถอะข้าจะทรมานพวกเจ้าทีละ
คนให้สาสม!” เสียงของโม่หลี่อิ๋นราวกับดังก้อง
กังวานมาจากฟากฟ้า แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือน
เสียงของมันดังอยู่ข้าง ๆ หู
วิถีจักรพรรดิเชื่อมสวรรค์ของมันที่ท าให้ทั่วทั้งอาณา
เขตพื้นที่แปรเปลี่ยนกลายเป็นพิภพอันมืดมิดนามว่า
‘เขตแดนทมิฬ’ ไม่เพียงแต่สามารถปิดกั้นประสาท
สัมผัสการรับรู้ของสิ่งมีชีวิต แต่ยังส่งผลกระทบต่อ
จิตใจ ท าให้คนผู้นั้นตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่ง
หากเปลี่ยนเป็นหนานซานหวางเยว่กับคนอื่น ๆ เกรง
ว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ตอบโต้ และกลายเป็น
ฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับคู่ต่อสู้ในทันทีทันใด ฉับพลันก็
ปรากฏแสงสีทองส่องสว่างขึ้นท่ามกลางเขตแดน
พิภพทมิฬแห่งนี้
แสงสีทองนี้เปรียบเสมือนรุ่งอรุณยามเช้าที่ส่องสว่าง
ท่ามกลางพิภพแห่งความมืดมิด ส่งผลให้เขตแดน
ทมิฬแตกเป็นเสี่ยง ๆ!
” กฎสวรรค์เนตรเพลิง เนตรอัคคีทองค า! ”
แสงสว่างเจิดจ้าท าให้การมองเห็นของ หนานซาน
หวางเยว่ , เย่ซีซี , ลั่วผินฟื้นฟูกลับคืนมา ชั่ว
ขณะนั้นทุกคนต่างจับจ้องไปยังทิศทางของ อู่ อวี้ แล
เห็นว่า อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ในร่างของเซียนวานรทองค า
ก าลังปลดปล่อยกฎสวรรค์เนตรเพลิงอันทรงพลังยิ่ง
ยามนี้ทั่วทั้งร่างของเซียนวานรทองค าแสนดุร้าย
อาบท่วมไปด้วยพลังกฎสวรรค์สัประยุทธ์ ภายใต้เขต
แดนพิภพทมิฬท าให้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของ
เขาทวีเพิ่มสูงขึ้น ผสานไปกับกฎสวรรค์สัประยุทธ์
ส่งผลให้พลังกฎสวรรค์เนตรเพลิงของเขาบดขยี้
ท าลายเขตแดนพิภพทมิฬของคู่ต่อสู้ในทันที!
“หือ?”
ภาพฉากที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ท าให้สีหน้าของโม่ห
ลี่อิ๋นซึ่งก าลังเตรียมเปิดฉากโจมตี อู่ อวี้ กับพรรค
พวกเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ใบหน้าด ามืดของมันเผยความรู้สึกเหลือเชื่อออกมา
อย่างเห็นได้ชัด ” เป็นเพียงราชันเทวะเก้าสวรรค์ แต่
กลับสามารถท าลายเขตแดนพิภพทมิฬของข้าได้
ช่างน่าสนใจ น่าสนใจยิ่งนัก! สมควรแล้วที่ท่าน
ปรมาจารย์ยอมรับอัจฉริยะเช่นเจ้าเป็นศิษย์ เจ้าหนุ่ม
น้อยหยั่งรู้สวรรค์มิได้พ่ายแพ้ให้แก่เจ้าอย่างอ
ยุติธรรมจริงๆ!”
” แต่หลังจากนี้ มาดูกันว่าเจ้ายังต้านทานได้หรือไม่?
”
สิ้นเสียงของมัน ทันใดนั้นพิณกล่อมมารบรรพกาลก็
บรรเลงจังหวะเร่งรุดขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงพิณอัน
ไพเราะดังก้องกังวานไปทั่วทุกแห่งหน คลื่นเสียง
ความผันผวนสีด าควบแน่นบนอากาศ กลายเป็นดวง
ตะวันทมิฬสามดวงในทันที
เสียงพิณยังคงบรรเลงอย่างต่อเนื่อง ปรากฏเป็น
ตะวันทมิฬสามดวง ปกคลุม อู่ อวี้ กับคนพรรคพวก
ไว้อย่างสมบูรณ์!
ชั่วขณะนั้นการโจมตีจากเคลื่อนเสียงก็ถาโถมเข้ามา
อย่างบ้าคลั่ง
นี่คือเคล็ดเทวะจักรพรรดิเซียนของพิณกล่อมมาร
บรรพกาล โม่หลี่อิ๋นบรรเลง ‘เพลงไตรสุริยันทมิฬ
สวดส่งวิญญาณ’ เต็มก าลัง โดยมิได้แยแสว่า อู่ อวี้
กับพรรคพวกจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือตกตายไป
หรือไม่!
คลื่นเสียงทมิฬจ านวนนับไม่ถ้วนพวยพุ่งออกมาจาก
ต าแหน่งของตะวันทั้งสามดวง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่
อู่ อวี้ กับสหาย เมื่อการโจมตีระลอกที่สองส าแดงเดช
พวกเขาทั้งสี่ก็รู้สึกปวดศีรษะเป็นอย่างยิ่ง ราวกับมี
ภูตผีวิญญาณร้ายกรีดร้องโหยหวนอยู่ข้างหูท าให้
พวกเขาไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้อย่างสิ้นเชิง
ในสถานการณ์เช่นนี้หากพวกเขาไม่สามารถป้องกัน
การโจมตีได้ จิตวิญญาณของพวกเขาก็จะแตกสลาย
ไปในที่สุดด้วย ‘เพลงไตรสุริยันทมิฬสวดส่ง
วิญญาณ’ กลายเป็นเพียงเปลือกว่างเปล่าไร้ซึ่งชีวิต
การโจมตีนี้โหดเหี้ยมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งโม่หลี่อิ๋นก็
ส าแดงมันโดยไร้ซึ่งความเมตตาใด ๆ
” ตั้งสติ! ร่วมมือกันโจมตีดวงตะวันทมิฬทั้งสาม! ”
อู่ อวี้ ตะโกน ท าให้หนานซานหวางเยว่กับคนอื่น ๆ
ได้สติกลับมาชั่วคราว
แม้พวกเขาจะได้สติกลับมา แต่ภายใต้เพลงไตรสุริยัน
ทมิฬสวดส่งวิญญาณ ท าให้พวกเขารู้สึกปวดศีรษะ
เป็นอย่างยิ่ง พลังต่อสู้ลดลงฮวบฮาบ ทั่วทั้งท้องเวหา
ถูกปกคลุมไปด้วยเคลื่อนเสียงความผันผวน
ภายใต้เสียงค ารามของ อู่ อวี้ พวกเขาแทบไม่
สามารถคงสติเอาไว้ได้
หลังจาก อู่ อวี้ ค าราม พลองสีทองก็ปรากฏขึ้นในมือ
นี่คือศาสตราเซียนก าเนิดภพพลองสมปรารถนาที่เขา
สืบทอดมาจากฉีเทียนต้าเซิ่น
ภายใต้ความทุกข์ทรมานจากอาการปวดศีรษะอย่าง
รุนแรง อู่ อวี้ ก าพลองทองสมปรารถนาในมือแน่น
จากนั้นก็ใช้ออกด้วยเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง พร้อม
ขยายเซียนวานรทองค าจนใหญ่ยักษ์ด้วยเทียมฟ้า
จรดดิน พลองสมปรารถนาในมือของเขาดูราวกับฉีก
กระฉากความว่างเปล่า ทันใดนั้นมันก็ตวัดฟาดเข้า
ใส่ตะวันดวงหนึ่ง
” สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น! ”
อู่ อวี้ ปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์แรกของศาสตราเซียน
ก าเนิดภพออกไปถึงขีดสุด ทันใดนั้นแสงสีทองเจิดจ้า
ก็ระเบิดออกมาจากภายในของดวงตะวันทมิฬ
ล าแสงสีทองแทบจะฉีกกระชากดวงตะวันทมิฬจนสิ้น
สูญ!
การโจมตีของสวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น ดูเฉกเช่นดั่งทวย
เทพที่สถิตมายังพื้นโลก ความว่างเปล่าแตกสลาย
ดวงตะวันทมิฬหนึ่งดวงถูกท าลายทันที
เป็นผลให้คลื่นเสียงที่โจมตีเข้าใส่ทุกคนอ่อนแอลงใน
บัดดล
” ข้าก็มิอาจแสดงความอ่อนแอได้เช่นกัน ”
หนานซานหวางเยว่เฝ้ามอง อู่ อวี้ ตวัดฟาดพลอง
ทองค าอย่างอาจหาญบดขยี้ท าลายดวงตะวันทมิฬ
ท าให้สติฟื้นคืนกลับมาในทันที ชั่วอึดใจต่อมาคราด
ทองหยกมลายก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
เห็นได้ชัดว่าเย่ซีซีก็รู้สึกเช่นเดียวกัน แม้สภาพจิตใจ
ของพวกเขาย ่าแย่มาก แต่ก็ไม่มีทางที่ยอมแพ้
เด็ดขาด
ทันใดนั้นคราดทองหยกมลายของหนานซานหวาง
เยว่ก็กลายเป็น ธารดาราสวรรค์เก้าสาย นี่คือพลัง
อิทธิฤทธิ์แรกของคราดทองหยกมลาย ‘กองทัพ
สวรรค์ไร้ต้าน’ !
ทางด้านเย่ซีซี ทันใดนั้นพลั่วพระธรรมปราบมารของ
นางก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นกระแสวันวนทมิฬ พลัง
อิทธิฤทธิ์ ‘วัฏจักร’ ก่อรูปกลายเป็นวังวนแห่งการ
ท าลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว ผสานไปกับธารดารา
สวรรค์เก้าสายบดขยี้เข้าใส่ตะวันทมิฬอีกดวงหนึ่ง
ทันที
ลั่วผินเองก็มิได้นิ่งนอนใจ เมื่อนางเห็นว่าสถานการณ์
รุนแรงขึ้น ล าพัง อู่ อวี้ แค่คนเดียวเป็นไปไม่ได้ที่จะ
เอาชนะโม่หลี่อิ๋น ท้ายสุดแล้วคู่ต่อสู้ของเขาอยู่ใน
อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่ 2
“เจดีย์แปดลักษณ์!”
ลั่วผินกลายเป็นมังกรขาวราวกับหิมะ มังกรเซียน
วิญญาณบรรพกาลก็บินโผทะยานฝ่าห้วงเวหา
ปลดปล่อยเจดีย์แปดลักษณ์ปรากฏขึ้นรอบดวงตะวัน
ทมิฬ
ตัดภาพมาทางหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีที่ร่วมมือ
กันโจมตีก่อนหน้านี้
พริบตานั้นสามารถแลเห็นได้ว่าธารดาราสวรรค์เก้า
สายโจมตีเข้าใส่ดวงตะวันทมิฬ จนปรากฏรอย
แตกร้าวเก้าจุดขึ้นบนดวงตะวัน แล้วในชั่วอึดใจ
ต่อมาวังวนแห่ง ‘วัฏจักร’ ของพลั่วพระธรรมปราบ
มารก็ม้วนกวาดผ่านกลืนกินตะวันทมิฬ หายไป
ท่ามกลางกระแสวังวนบนทันที
ตามมาด้วยการโจมตีสุดท้ายจากเจดีย์แปดลักษณ์
พวยพุ่งเข้าใส่ดวงตะวันทมิฬที่ถูกกลืนกินหายไป
ท่ามกลางกระแสวังวนวัฏจักร บังเกิดเป็นอ านาจ
ท าลายล้างอันมหาศาลบดขยี้ความว่างเปล่าเป็น
เสี่ยง ๆ เมื่อพลังอิทธิฤทธิ์ทั้งสามรวมเป็นหนึ่ง ท าให้
ดวงตะวันถูกท าลายในทันทีเช่นเดียวกับทางด้านของ
อู่ อวี้
“ หือ?”
โม่หลี่อิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับไม่คาดคิดว่าพวก
เขาจะมีพลังต่อต้านมันจริง ๆ
——————
ขออภัยเมื่อวานที่หยุดไปครับ แอดป่วยหนักจนแอด
มิดเข้าโรงพยาบาลด่วน วันนี้… แอดฝืนสังขารมา
แปลขณะนอนหยอดน ้าเกลืออยู่บนเตียง หวังว่า
ผู้อ่านจะเสพบทนี้อย่างเต็มที่ เพื่อตอบรับความ
คาดหวังที่แอดดึงพลังเฮือกสุดท้ายมาแปลให้ทุกท่าน
อ่าน โปรดอ่านอย่างสาสม!!! ปล.รักผู้อ่านทุกคนค
ร้าบ