กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1667: วงล้อหยินหยาง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท าให้ทั่วทั้งมหาต าหนักสวรรค์
ปั่นป่วนโกลาหล
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่รู้สถานการณ์ด้านนอก เขารู้
แค่ว่าครั้งนี้เขาได้ท าเรื่องใหญ่ลงไป เทพอสูรบรรพ
กาล , ท้าวธตรัฐมหาราช , เทพสามตา ไม่มีทาง
ปล่อยเขาไปอย่างแน่นอน เกรงว่าพวกมันจะมาถึง
สวรรค์ฤทัยแล้ว
ขณะนี้เขาอยู่กับปรมาจารย์สุภูติตามล าพัง
ภายในอารามสุภูติ ปรมาจารย์สุภูติยังคงสวมเสื้อ
คลุมสีเทาตัวเดิมนั่งอยู่บนอาสนะ สีหน้าของท่านดู
จริงจัง เห็นได้ชัดว่าการที่ อู่ อวี้ สังหารโม่หลี่อิ๋นตก
ตายไปนั้น ถือเป็นเรื่องร้ายแรงยิ่ง เรื่องนี้ท่านไม่
สามารถแก้ปัญหาด้วยชื่อเสียงที่เคยมีมาแต่เดิมได้
“เฮ้อ∼!”
ปรมาจารย์สุภูติส่ายศีรษะ ” เรื่องนี้จัดการไม่ง่ายเลย
จริง ๆ! ถ้าเจ้าไม่ถูกลงโทษ ข้าเกรงว่าคงยากที่จะ
โน้มน้าวจิตใจอธิบายเรื่องนี้ให้จักรพรรดิเซียนคนอื่น
เข้าใจได้ ”
อู่ อวี้ เข้าใจถึงความยากล าบากในการตัดสินใจ
แก้ปัญหาของปรมาจารย์สุภูติ ถ้าเขาถูกปรมาจารย์สุ
ภูติลงโทษด้วยตนเองน่าจะดีกว่า ทั้งหมดทั้งมวลเป็น
เพราะว่าเขาสัมผัสได้ถึงความเมตตาที่ปรมาจารย์สุ
ภูติมีต่อตนเอง หากท่านจะลงโทษก็คงจะไม่หนักหนา
สาหัสเกินไป
แต่ถ้าเกิดปรมาจารย์สุภูติไม่ได้ลงโทษทางวินัยด้วย
ตัวเอง และตัดสินใจจะส่งมอบตัวเขาให้กับเทพเซียน
คนอื่น ๆ จัดการ เกรงว่าผลลัพธ์ที่ออกมาคงน่า
สังเวชเป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ ครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็น้อมค านับ
พร้อมกับกล่าวด้วยน ้าเสียงกระตือรือร้นว่า “ท่าน
อาจารย์ ศิษย์ อู่ อวี้ ยินดีรับการลงโทษ!”
แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเพียงหนึ่งร้อยปี หลังจากได้เข้า
ฝึกฝนอยู่ในส านักของปรมาจารย์สุภูติ ในแต่ละปี อู่
อวี้ ได้ประโยชน์มากมายจากการเรียนรู้ มันท าให้เขา
ก้าวเข้าสู่จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ได้รวดเร็วขึ้น
รวดเร็วยิ่งกว่าตอนที่เขาฝึกฝนอยู่ภายในสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์ อยู่ที่นั่นเขาศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ
วงเวทย์เซียนก าเนิดภพ และกลืนกินซากศพ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ที่ยังมีเต๋าหลงเหลืออยู่ นี่คือ
ประโยชน์ที่เขาได้จากสุสานจักรพรรดินิรันดร์
ประเด็นส าคัญคือปรมาจารย์สุภูติองค์เป็นเทพเซียน
เก่าแก่โบราณมากที่สุดบนสวรรค์ หากสามารถท า
ความเข้าใจในสิ่งที่ท่านสอนสั่งได้แค่เพียงเล็กน้อยก็
ถือเป็นประโยชน์แก่ อู่ อวี้ อย่างยิ่งยวด
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไว้วางใจในตัวของปรมาจารย์สุภูติ
อย่างที่สุด
ผู้ที่มีความเมตตาสูงเช่นท่านไม่น่าจะท าร้ายเขา?
“ก็ได้… เช่นนั้นตามข้ามา”
ปรมาจารย์สุภูติยิ้มอย่างอ่อนโยน ส าหรับปัญหาที่ อู่
อวี้ ก่อขึ้นการยืดอกรับโทษถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
มิฉะนั้นหากเขายังยืนกรานว่าตนเองไม่ผิด เกรงว่า
เขาคงตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตอย่างแท้จริง
ท่านปรมาจารย์ลุกขึ้นแล้วพา อู่ อวี้ ไปด้านนอก
อารามสุภูติ
อู่ อวี้ เดินตามท่านมาอย่างเชื่อฟัง ในที่สุดเขาก็เห็น
ว่าศิษย์สาวกในส านักเกือบทั้งหมดมารวมตัวกันอยู่
นอกอารามสุภูติ ส่วนใหญ่จะกระซิบกระซาบพูดคุย
กันเป็นการส่วนตัว
เมื่อปรมาจารย์สุภูติปรากฏตัวพร้อมกับ อู่ อวี้
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์เหล่านี้ก็หุบปากเงียบทันที ทุก
คนหันมามองหน้ากันด้วยความสงสัย เห็นได้ชัดว่า
พวกมันอยากรู้ว่า อู่ อวี้ จะได้รับการลงโทษอย่างไร
หากการลงโทษเบาเกินไป ก็จะไม่สามารถโน้มน้าว
จิตใจของผู้คนได้ ไม่เช่นนั้น อู่ อวี้ จะต้องเผชิญชะตา
กรรมกับเทพอสูรบรรพกาล , ท้าวธตรัฐมหาราช ,
เทพสามตาและจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ
ซึ่งนี่ก็ถือเป็นการตัดสินใจลงโทษครั้งแรกของ
ปรมาจารย์สุภูติ ดังนั้นจักรพรรดิเซียนทั้งหลายจึง
อยากรู้อยากเห็น
ในเวลานี้ปรมาจารย์สุภูติยื่นมือออกไปบังเกิดเป็นแรง
กดจะอาการอย่างเบาบาง เพื่อส่งสัญญาณให้ศิษย์ทุก
คนหุบปากเงียบเสีย จากนั้นท่านก็กล่าวด้วยสีหน้า
จริงจัง “ ศิษย์ อู่ อวี้ ได้สังหารจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์โม่หลี่อิ๋น แต่เนื่องจากเป็นการป้องกันตนเอง
โทษทัณฑ์จึงไม่หนักถึงตาย ถึงกระนั้นผิดก็คือผิด มิ
อาจหลีกเลี่ยงบทลงโทษได ฉะนั้นสามวันต่อจากนี้
เขาจะถูกคุมขังอยู่ภายใน ‘กงล้อหยินหยาง’ เป็นเวลา
หมื่นปี! ”
ค าประกาศนี้สร้างความโกลาหลขึ้นทันที
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินว่า ‘กงล้อหยินหยาง’ เขาก็ยังไม่
ทราบว่ามันคือสิ่งใด รู้เพียงว่าปรมาจารย์สุภูติแอบ
เมตตาช่วยเหลือเขาอย่างลับ ๆ ท่านคงไม่ต้องการท า
ร้ายเขาจริง ๆ จัง มิเช่นนั้นจะกักขังเข้าไว้ท าไม?
ด้วยอ านาจบารมีของปรมาจารย์สุภูติ ท าให้ท่าน
สามารถจัดการปัญหาบางอย่างตามประสงค์ได้ ด้วย
ระดับอย่างท่านพูดเพียงไม่กี่ค าก็สามารถท าให้ชีวิต
ของ อู่ อวี้ แย่ยิ่งกว่าตาย
ทว่าเมื่อเขาสังเกตท่าทางการแสดงออกของเหล่า
สาวก ขณะที่ได้ยินค าว่า ‘กงล้อหยินหยาง’ ท่าทาง
ของแต่ละคนก็ดูตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อ ดูเหมือนการ
ถูกคุมขังอยู่ภายในนั้นจะต้องโหดหินไม่ธรรมดาอย่าง
แน่นอน เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันคืออันใด
หลังจากนั้นเหล่าเทพเซียนก็เริ่มจับกลุ่มซุบซิบเป็น
การใหญ่ โดยชี้โบ้ชี้เบ้มาทาง อู่ อวี้ หน้าตาของแต่ละ
คนเต็มไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย บ้างสงสาร
บ้างตกใจ ฯลฯ ดูเหมือนเทพเซียนเหล่านี้หวาดกลัว
‘กงล้อหยินหยาง’ เอามาก ๆ ทีเดียว
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่สะดวกที่จะไต่ถามยามนี้ เขา
กระท าได้เพียงกล ้ากลืนความอยากรู้อยากเห็น
เกี่ยวกับ ‘กงล้อหยินหยาง’ ถึงกระนั้นเขาก็ยังมีเวลา
เหลืออีกสาม เขายังพอซักถามพูดคุยกับจักรพรรดิ
เซียนหยั่งรู้ดาราได้ ว่าแท้จริงแล้ว ‘กงล้อหยินหยาง’
คืออันใดกันแน่
“โทษได้ถูกก าหนดไว้แล้ว! ความผิดครั้งนี้ของ อู่ อวี้
ข้าหวังว่ามันจะกระตุ้นเตือนพวกเจ้าทุกคน อย่าได้
กระท าผิดแบบนี้อีก!”
ปรมาจารย์สุภูติตักเตือนลูกศิษย์ด้วยสีหน้าจริงจัง
ส่งผลให้จักรพรรดิเซียนทุกคนก็แสดงสีหน้าจริงจัง
พร้อมก้มคารวะ แล้วตะโกนขึ้นว่า ” ศิษย์จะปฏิบัติ
ตามค าสั่งสอนของท่านปรมาจารย์! ”
จักรพรรดิเซียนเหล่านี้ไม่ใช่คนที่ชอบหาความ
เดือดร้อนใส่ตัวอยู่แล้ว ท าให้ส านักสงบเงียบไม่มี
อะไรเกิดขึ้นมานานหลายปี การกระทบกระทั่งต่อสู้ก็
มีเกิดขึ้นบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งมันไม่ได้สลักส าคัญ
ร้ายแรงเช่นดั่งครั้งนี้ ที่จักรพรรดิเซียนถูกสังหารจน
ตกตาย
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า อู่ อวี้ เข้ามาอยู่ในส านักแค่เพียง
ร้อยปี ก็สร้างวีรกรรมใหญ่โตด้วยการสังหาร
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่ 2 แล้ว นับเป็นเรื่องน่า
เหลือเชื่อยิ่ง
เหล่าศิษย์ปรมาจารย์สุภูติทั้ง จักรพรรดิเซียนวัฎฌาน
, จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้เวหา , และสาวกคนอื่น ๆ
สายตาของทุกคนมองมาที่ อู่ อวี้ ด้วยความเห็นอก
เห็นใจ
” ถ้าเข้าสู่ ‘กงล้อหยินหยาง’ แล้ว คงไม่มีโอกาสได้
กลับมาอีก เดิมทีข้าคิดว่าปรมาจารย์สุภูติจะลงโทษ
สถานเบา ไม่คาดคิด ว่าท่านจะลงโทษรุนแรงถึงเพียง
นี้! ” จักรพรรดิเซียนวัฎฌานกล่าวด้วยเสียงต ่า
” ใช่… หลายพันปีมานี้จักรพรรดิเซียนที่เข้าไปใน ‘กง
ล้อหยินหยาง’ ล้วนตกตายอยู่ในนั้นไม่เคยมีผู้ใด
สามารถออกมาได้ นับประสาอะไรกับคนที่ยังเข้าไม่
ถึงระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ เฮ้อ∼! ” จักรพรรดิ
เซียนหยั่งรู้วหากล่าวด้วยความเสียดาย เพราะเขา
รู้สึกว่า อู่ อวี้ เป็นอัจฉริยะที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้
อาณาจักรราชันเทวะเก้าสวรรค์สามารถสังหารโม่ห
ลี่อิ๋น ผู้มีฝีมืออยู่ในระดับจักรพรรดินิรันดร์ขั้นที่ 2 ได้
คิดดูเอาเถอะว่าคนผู้นั้นจะมีพรสวรรค์มากเพียงใด?
น่าเสียดายหากผู้เปี่ยมพรสวรรค์เช่นนี้ละเมิดกฎ
สวรรค์ จุดจบที่รออยู่คงน่าสังเวชเป็นอย่างยิ่ง
สวรรค์ถูกปกครองโดยจักรพรรดิเซียน ฉะนั้นผู้ที่ลง
มือสังหารจักรพรรดิเซียนเรื่องราวจะไม่จบลงอย่าง
ง่าย ๆ แน่นอน
อู่ อวี้ ไม่ได้ยินเรื่องที่พวกเขาพูดคุยกัน หลังจาก
ปรมาจารย์สุภูติป่าวประกาศเสร็จเส้น ท่านก็กลับไป
ที่อารามของตนเอง
อย่างไรก็ตามเขายังมีเวลาเตรียมตัวอีกสามวัน
อันที่จริงเวลาที่เหลือนั้นสั้นมาก โดยพื้นฐานแล้วผู้ที่
ถูกลงโทษไม่น่าจะท าอย่างอื่นได้อีก ฉะนั้นการหา
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวงล้อหยินหยางทั้งหมดก็เพื่อ
หาโอกาสรอดให้ตนเองมากขึ้น
” ข้าคิดว่า ‘กงล้อหยินหยาง’ ไม่ใช่สถานที่ที่ดีแน่ ๆ
บางทีที่แห่งนั่นอาจสังหารจักรพรรดิเซียนนิรันดร์จน
ตกตายได้จริง ๆ ” หนานซานหวางเยว่กล่าวกับ อู่
อวี้
เย่ซีซีกับลั่วผินที่อยู่ใกล้ ๆ ดูเศร้าสร้อยไม่น้อย
“ ไม่ว่าอย่างไรท่านปรมาจารย์คงมิได้มีเจตนาร้ายกับ
ข้า ข้าก็แค่พยายามมีชีวิตรอดให้ครบก าหนดหมื่นปี
อย่าตายในนั้นเป็นพอ ” อู่ อวี้ กล่าวพร้อมขมวดคิ้ว
เขารู้สึกว่าไม่ว่าสถานการณ์ใน ‘กงล้อหยินหยาง’ จะ
รุนแรงมากเพียงใด เมื่อปรมาจารย์สุภูติก าหนดโทษ
ให้เขาถูกขังอยู่ในนั้น ท่านคงไม่ยอมปล่อยเขาให้ถึง
ขั้นตกตายไป นอกจากนี้เขายังรู้สึกได้ว่าปรมาจารย์สุ
ภูติยังคงให้ความส าคัญกับเขาเป็นอย่างมาก
อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าตัวเขากับโม่หลี่อิ๋นต่างก็เป็นศิษย์
ของปรมาจารย์สุภูติด้วยกันทั้งคู่ หลังจากเหตุการณ์
เกิดขึ้นปรมาจารย์สุภูติไม่ต าหนิเขาแม้แต่น้อย
เพียงแต่อธิบายว่าหากท่านไม่ท าการลงโทษด้วย
ตนเองจักรพรรดิเซียนคนอื่นก็จะไม่เชื่อถือ แล้วพวก
นั้นจะเข้ามาสอดแทรกการลงโทษจนไม่สามารถ
ขัดขวางได้
ด้วยเหตุผลนี้ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าปรมาจารย์สุภูติดีกับ
ตนเองเป็นอย่างมาก
ส่วนข้อมูลหรือรายละเอียดยังไม่ชัดเจน
พอถึงยามราตรีจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราก็ออกตา
มหา อู่ อวี้
“ อู่ อวี้ เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ศิษย์พี่มาที่นี่ก็เพื่อ
ต้องการอธิบายสถานการณ์ในกรงล้อหยินหยางว่า
เป็นเช่นไร เจ้าคงไม่รู้ใช่หรือไม่ว่ากรงล้อหยินหยาง
นั้นคืออันใด? ”
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราเข้ามาหา อู่ อวี้ ในอาราม
เพื่อพูดคุยเป็นการส่วนตัว
“ศิษย์พี่เชิญกล่าว” อู่ อวี้ เริ่มจริงจัง เพราะเรื่องนี้
เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขาจะต้องเผชิญไปอีกเป็นนับหมื่นปี
ในเมื่อคนมาอธิบายให้เขาฟังถึงที่ มีหรือเขาจะ
เพิกเฉย
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราบอกเล่าข้อมูลให้แก่เขา
ปรากฏว่าศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติต่างรู้จักวงล้อห
ยินหยางเป็นอย่างดี วงล้อหยินหยางเป็นศาสตรา
เซียนก าเนิดภพระดับสูง มันคือแผ่นหยินหยางที่ถูก
แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนสีด าคือ ‘แดนสงครามมาร
ฟ้า’ ส่วนสีขาวคือ ‘แดนสงครามสู่นิรันดร์’
และตรงส่วนที่ อู่ อวี้ จะถูกคุมขังก็คือส่วนสีด าที่มีชื่อ
ว่า ‘แดนสงครามมารฟ้า’
“ ว่ากันว่าในแดนสงครามมารฟ้า มีสรรพเทวะ
วิญญาณจ านวนนับไม่ถ้วนที่ถือก าเนิดตั้งแต่สมัยโบ
ร ่าโบราณ พวกมันต่างถูกขนานนามว่า ‘มารฟ้า’ มาร
ฟ้าเหล่านี้สามารถกัดกินจิตเซียนของเทพเซียนได้
ส าหรับผู้มีพลังฝีมือต ่ากว่าระดับจักรพรรดิเซียน
ภายในนั้นก็มิต่างจากขุมนรก! ”
“ มารฟ้าเหล่านี้ไร้รูปไร้กลิ่น แต่แท้จริงแล้วมันอยู่ทุก
หนทุกแห่ง มันจะทะลวงเข้าสู่ร่างกาย กัดกินจิตเซียน
ของเราอย่างไม่ทันตั้งตัวได้ทุกเมื่อ ยิ่งราชันเทวะเก้า
สวรรค์อย่างเจ้าด้วยแล้วใหญ่ หากเข้าไปอยู่ในนั้นถูก
มันกัดเป็นเวลาหมื่นปี ข้าเกรงว่าเจ้าจะทนความ
เจ็บปวดไม่ไหวแล้วตกตายไปในที่สุด แทบจะเป็นไป
ไม่ได้เลยที่เจ้าจะอยู่จนครบก าหนดหมื่นปี!”
ขณะที่จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราอธิบายไปก็ส่าย
ศีรษะไปด้วยความตื่นตระหนกวิตกกังวล
เดิมทีเขารู้สึกว่าปรมาจารย์สุภูติน่าจะลงโทษ อู่ อวี้
สถานหนักเพียงเท่านั้น แต่ไม่คาดคิดว่าปรมาจารย์สุ
ภูติจะส่ง อู่ อวี้ เข้าไปในแดนสงครามมารฟ้า นับเป็น
บทลงโทษที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
การลงโทษครั้งนี้มิต่างจาก ‘หุบเหววิญญาณมรณะ’
ของเทพอสูรบรรพกาล ซึ่งเคยเป็นสถานที่ที่มัน
ต้องการกักขัง อู่ อวี้ เอาไว้เช่นกัน กล่าวได้ว่า
บทลงโทษในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อย่างแน่นอน!
เมื่อได้ยินค าอธิบายเกี่ยวกับแดนสงครามมารฟ้าจาก
ปากของจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา ท าให้หนานซาน
หวางเยว่, เย่ซีซี, ลั่วผินวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น
“ นับตั้งแต่มี ‘กงล้อหยินหยาง’ ผู้ที่เข้าไปมีใครมี
ชีวิตรอดกลับมาบ้างหรือไม่? ” ลั่วผินถามด้วยความ
กังวล
“มี… แต่พวกเราทุกคนล้วนอยู่ในอาณาจักร
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ อีกทั้งยังอยู่ในนั้นไม่นานนัก”
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราส่ายศีรษะ ” ส าหรับผู้ที่มี
พลังฝีมือต ่ากว่าจักรพรรดิเซียน เมื่อถูกน าตัวไป
กักขังไว้ในแดนสงครามมารฟ้ายังไม่เคยมีผู้ใดมีชีวิต
รอดกลับมาได้เลย ด้วยเพราะในนั้นมันโหดร้ายมาก
ปรมาจารย์สุภูติแทบไม่ใช้แดนสงครามมารฟ้าลงโทษ
ใครเลย โดยปกติแล้วท่านจะเอาไว้กักขังวิญญาณชั่ว
ร้ายบางตัวเท่านั้น … ไม่คาดคิดว่าฉันจะลงโทษ อู่
อวี้ ด้วยวิธีนี้! ”
เมื่อเห็นจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารากล่าวอย่างจริงจัง
ลั่วผินกับคนอื่น ๆ ก็รู้สึกวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น
แต่ อู่ อวี้ ก็ยิ้มให้พวกเขา พร้อมกล่าวขึ้นอย่างสงบ
ว่า ” ทุกคนมิต้องกังวลไป ในเมื่อท่านปรมาจารย์
ลงโทษข้าด้วยการให้เข้าสู่แดนสงครามมารฟ้า
เช่นนั้นท่านย่อมพิจารณาแล้วว่าข้าไม่มีทางตกตาย
อยู่ในนั้นอย่างแน่นอน มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าเชื่อในตัว
ท่านปรมาจารย์ ”
” ฮึ่ม! อันที่จริงข้าไม่รู้ด้วยซ ้าว่าท่านปรมาจารย์สุภูติ
ก าลังคิดอันใดอยู่ ”
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราส่ายศีรษะพร้อมกล่าวขึ้น
ว่า ” มารฟ้านั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง เร็ว
เกินไปที่จะกล่าวเช่นนั้น เจ้าจะได้รู้เองหลังจากเข้า
ไป! อู่ อวี้ ศิษย์พี่ผู้นี้หวังว่าเจ้าจะมีชีวิตรอดกลับมา
ได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล ด้วยบทลงโทษที่หนักหนา
เช่นนี้ ท่านปรมาจารย์ต้องอธิบายให้ท้าวจตุมหาราช
ทั้งสี่เข้าใจอย่างแน่นอน เพื่อมิให้พวกเขามีโอกาสเอา
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้มาสร้างปัญหาให้แก่เจ้า ”
นี่คือวิธีที่ดีที่สุดส าหรับ อู่ อวี้ แต่เขาสังหารโม่หลี่อิ๋น
แล้วท้าวจตุมหาราชจะยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปอย่าง
ง่ายดายได้อย่างไร?
เว้นเสียแต่ว่าแดนสงครามมารฟ้าจะน่าสะพรึงกลัว
มากจริง ๆ
สิ่งนี้ท าให้ อู่ อวี้ พยักหน้าอย่างจริงจัง
———————