กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1670: โจมตีมารฟ้า
เมื่อ อู่ อวี้ หายเข้าไปในแดนสงครามมารฟ้า ผู้คน
จ านวนมากก็พากันคิดว่าควรจะลืมเลือนเขาไปได้
แล้ว
อู่ อวี้ ที่พลังฝีมืออยู่ในระดับราชันเทวะเก้าสวรรค์
เป็นไปได้อย่างไรที่จะมีชีวิตรอดอยู่ในแดนสงคราม
มารฟ้าจนครบหมื่นปี? ไม่ว่าพวกมันจะมองในแง่มุม
ใดไม่มีทางที่ อู่ อวี้ จะมีชีวิตรอดออกมาได้
เทพสามตา , ท้าวจตุมหาราช , เทพอสูรบรรพกาล
ต่างทอดถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เมื่อปรมาจารย์สุภูติเห็นพวกมันแสดงท่าทางโล่งอก
เช่นนี้ ท่านก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ เอาล่ะทุก
ท่าน อู่ อวี้ ถูกส่งไปยังแดนสงครามมารฟ้าแล้ว
เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะออกมาจากแดนสงครามมารฟ้า
ก่อนครบก าหนดหมื่นปี ทุกท่านต่างรู้ความน่ากลัว
ของแดนสงครามมารฟ้าแห่งนี้ดี หลังจากสิ้นสุดการ
ลงโทษ ความคั่งแค้นขุ่นเคืองที่ทุกท่านมีต่อ อู่ อวี่ จะ
ถูกขจัดหายไปหรือไม่? ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นท้าวจตุมหาราชต่างก็มองหน้ากัน
พวกมันทุกคนเห็นกับตาว่า อู่ อวี้ ถูกส่งไปยังแดน
สงครามมารฟ้าแล้ว ซึ่งก็หมายความว่าเขาไม่มีทาง
รอดออกมาได้อีก ไม่ส าคัญว่าความขุ่นเคืองคับข้อง
ใจก่อนหน้านี้จะถูกขจัดออกไปหรือไม่ ถึงกระนั้นพวก
มันยังแอบรู้สึกว่ามีกลอุบายบางอย่างแฝงอยู่ในนั้น
จนกว่าจะครบหมื่นปี อู่ อวี้ ถึงจะออกมาจากแดน
สงครามมารฟ้าได้ อีกทั้งปัจจุบันพวกมันยอมตกลง
กับปรมาจารย์สุภูติไปแล้วจึงไม่สามารถท าอะไรได้อีก
ต่อให้มันอยากล้างแค้นแทนโม่หลี่อิ๋นพวกมันจะท า
อันใดได้?
ต่อให้ท้าวธตรัฐมหาราชจะรู้สึกอับอายขายหน้าไม่
เห็นด้วยก็ตาม
ท้าวธตรัฐมหาราชครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะกลับด้วย
น ้าเสียงทุ้ม ” ท่านปรมาจารย์สุภูติขอกล่าวตามตรง
แม้ว่าเขาจะเข้าสู่แดนสงครามมารฟ้าแล้วก็ตาม แต่
ความแค้นที่มีมาแต่อดีตยังไม่อาจถูกขจัดออกไปได้
หวังว่าปรมาจารย์สุภูติจะไม่ท าให้ข้าต้องล าบากใจ ”
ปรมาจารย์สุภูติมิได้ขุ่นเคือง ท่านยังคงยิ้มเล็กน้อย
แล้วกล่าวว่า “แดนสงครามสู่นิรันดร์จะเปิดขึ้นในอีก
หมื่นปีข้างหน้า พวกเจ้าควรใส่ใจกับเรื่องนี้ไม่ดีกว่า
หรือ?”
ทันทีที่ได้ยินค าพูดนี้เทพสามตาก็เริ่มเคลื่อนไหวเป็น
คนแรก ด้วยการหันมาจ้องมองท้าวธตรัฐมหาราช
ฯลฯ เห็นได้ชัดว่ามันก าลังเตือนเรื่องส าคัญให้แก่พวก
มัน
แดนสงครามสู่นิรันดร์เป็นสถานที่ที่เหล่าทายาทของ
พวกมันต้องก้าวเข้าไป หลังจากผ่านบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน คนผู้นั้นจะก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ โดยที่ในห้าหมื่นปีจะมีโอกาสแค่ครั้ง
เดียวเท่านั้น!
หากพลาดโอกาสครั้งนี้ ก็มิอาจรู้ได้ว่าฝ่ายตรงข้ามที่
จะมาร่วมทดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งต่อไปเป็นเช่นไร
ค าขอของปรมาจารย์สุภูติเพียงแค่ให้พวกมันทุกคน
ปล่อยวางความคับแค้นข้องใจที่พวกมันมีต่อ อู่ อวี้
เพราะปัจจุบัน อู่ อวี้ ได้ถูกส่งเข้าไปในแดนสงคราม
มารฟ้าเป็นที่เรียบร้อย โอกาสที่จะมีชีวิตรอดช่างน้อย
นิดเหลือเกิน
ด้วยมีเรื่องส าคัญกว่าท าให้ความคับแค้นข้องใจของ
พวกมันถูกขจัดออกไป หากถึงเวลานั้น อู่ อวี้ ดันมี
ชีวิตรอดออกมาได้จริง ๆ พวกมันก็มีวิธีจัดการเขา
ไม่จ าเป็นต้องท าให้ปรมาจารย์สุภูติขุ่นเคือง
เทพสามตากับสี่ท้าวจตุมหาราช ล้วนเป็นจักรพรรดิ
เซียนที่มีชีวิตนิรันดร์
ในเมื่อเทพสามตาเลือกที่จะปล่อยผ่านสี่ท้าวจตุ
มหาราชก็เข้าใจเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้เทพเซียนคนอื่น ๆ จึงค่อย ๆ พยักหน้า
ตาม ส่วนท้าวธตรัฐมหาราชก็กล่าวเพียงว่า ” จริง
ด้วย … แดนสงครามสู่นิรันดร์ก าลังจะเปิดในไม่ช้า
ข้าจะยอมปล่อยผ่านเรื่องที่เกี่ยวกับ อู่ อวี้ ไป แค่
บทลงโทษที่ปรมาจารย์สุภูติให้กับ อู่ อวี้ ก็รุนแรง
มากพอแล้ว ”
ค ากล่าวที่บอกว่าจะ ‘ ปล่อยผ่าน’ แสดงให้เห็นว่า
ความคับข้องใจระหว่างพวกมันกับ อู่ อวี้ จะถูก
ตัดทิ้งอย่างแน่นอน
แม้ว่า อู่ อวี้ จะรอดพ้นจากแดนสงครามมารฟ้าในอีก
หมื่นปีข้างหน้า พวกมันก็จะไม่แตะต้องยุ่งเกี่ยวกับ อู่
อวี้ อีก
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตถือว่าเล็กน้อยยิ่งนัก ก่อน
หน้านี้มันคิดจะลงมือ แต่ติดปรมาจารย์สุภูติจึงท าให้
พวกมันไม่สามารถท าอันใดได้ แต่ครั้งนี้ อู่ อวี้ สังหาร
โม่หลี่อิ๋น ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ร้ายแรงท าให้สี่ท้าว
จตุมหาราชขุ่นเคืองใจเป็นอย่างยิ่ง จึงต้องการจับกุม
อู่ อวี้ พาเขาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปเช่นนี้ ภายใต้ความน่า
สะพรึงกลัวของแดนสงครามมารฟ้า ท าให้ทุกสรรพ
สิ่งสูญไปสลายราวฟองอากาศธาตุ ต่อจากนี้พวกมัน
จะไม่สนใจติดตาม อู่ อวี้ อีกต่อไป อันที่จริงต้อง
กล่าวว่าพวกมันจะไม่กล่าวถึงเขาเลยด้วยซ ้า
จากนั้นความสนใจของจักรพรรดิเซียนทั้งหลายก็
เปลี่ยนมาที่บททดสอบจักรพรรดิเซียนในแดน
สงครามสู่นิรันดร์ ซึ่งปรมาจารย์สุภูติมิได้เอ่ยปาก
เตือนพวกมัน
เมื่อปรมาจารย์สุภูติเห็นว่าสี่ท้าวจตุมหาราชเริ่ม
ประนีประนอม ท่านจึงพยักหน้าอย่างพอใจแล้ว
กล่าวกับเทพสามตาว่า ” เทพสามตาข้าได้ยินมาว่า
‘หยางเชียน’ บุตรชายของท่านก าลังจะบุกทะลวงขึ้น
สู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ บททดสอบ
จักรพรรดิเซียนในอีกหมื่นปีข้างหน้า ดูเหมือนว่าคง
ไม่มีผู้ใดเอาชนะเขาได้ใช่หรือไม่? เมื่อถึงเวลานั้น
แดนสงครามสู่นิรันดร์คงมีไว้เพื่อเขาโดยเฉพาะ ”
เมื่อได้ยินค ากล่าวนั้น เทพสามตาเอ้อหลางก็ยิ้มขึ้น
นามเดิมของมันคือหยางเจียน และตอนนี้ทายาทของ
มันนามว่า ‘หยางเชียน’ ก าลังเตรียมจะบุกทะลวง
เข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ เช่นนั้นแดน
สงครามสู่นิรันดร์ที่จะเปิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ จึงถือ
เป็นโอกาสอันดียิ่งส าหรับทายาทของมัน นี่คือเหตุผล
ว่าท าไมมันจึงให้ความเคารพปรมาจารย์สุภูติมาก
ด้วยเพราะในท้ายสุดแล้วปรมาจารย์สุภูติคือผู้
ควบคุมแดนสงครามสู่นิรันดร์
วงล้อหยินหยางคือศาสตราเซียนก าเนิดภพ และ
ปรมาจารย์สุภูติยินดีให้โอกาสเทพเซียนคนอื่น ๆ เข้า
รับบททดสอบในแดนสงครามสู่นิรันดร์ นี่คือเหตุผล
ว่าท าไมเหล่าจักรพรรดิเซียนถึงให้เคารพท่านมาก
ท้ายสุดแล้วหากเปลี่ยนเป็นพวกมัน เกรงว่าพวกมัน
จะเก็บซ่อนความลับนี้ไว้ มีหรือจะยอมแบ่งปันให้คน
บนแดนสวรรค์ต่อสู้แข่งขันกัน?
ด้วยเหตุนี้แม้แต่เทพสามตาเอ้อหลาง ก็ยังให้ความ
เคารพนับถือปรมาจารย์สุภูติ
เมื่อได้ยินปรมาจารย์สุภูติกล่าวถึงบุตรชายของมัน
‘หยางเชียน’ เห็นได้ชัดว่าเทพสามตารู้สึกพึงพอใจอยู่
ไม่น้อย เนื่องจากมันเชื่อมั่นในตัวบุตรชายของตนเอง
จึงกล่าวขึ้นอย่างถ่อมตนว่า ” จะเป็นเช่นนั้นได้
อย่างไร มีทายาทของจักรพรรดิเซียนหลายคนที่อยู่
ในระดับเดียวกับบุตรของข้า พวกเขาแต่ละคนล้วน
มากความสามารถและเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ เช่น
บุตรชายของมหาเทพตงหัว บุตรีของเทพมารดร
วิญญาณเร้น แต่ละคนล้วนมีคุณสมบัติดีเยี่ยม เด็ก
น้อยหยางเชียน มิใช่คู่ต่อกรของพวกเขาเลย ”
” ใช่ ข้าได้ยินว่าบุตรชายของ ‘นาจา’ มหาเทพสยบ
สมุทรซานถัน เข้าร่วมบททดสอบจักรพรรดิเซียน
ด้วยเช่นกัน นับว่าการแข่งขันในครั้งนี้รวบรวมผู้
แข็งแกร่งไว้จริง ๆ ”
ค ากล่าวของท้าวธตรัฐมหาราช ท าให้สีหน้าของเทพ
เซียนที่อยู่โดยรอบแปรเปลี่ยนไป
นาจามหาเทพสยบสมุทรซานถัน คือตัวตนอัน
แข็งแกร่งบนสวรรค์เช่นกัน ต าแหน่งของเขาสูงส่งยิ่ง
กว่าบิดาเทพเจดีย์หลี่จิ้งหรือท้าวหลี่มหาราช เหนือ
ยิ่งกว่าท้าวจตุรัสมหาราช เป็นตัวตนที่เทียบเคียงได้
กับเทพสามตาเอ้อหลาง
บุตรชายของนาจา ซึ่งก็คือหลานของหลี่จิ้ง ต้อง
ได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดีเยี่ยม หากเขาเข้าร่วม
บททดสอบจักรพรรดิเซียนในครั้งนี้ จักรพรรดิเซียน
สามัญคนอื่น ๆ คงไร้ซึ่งโอกาสจะแข่งขัน
” ทั้ง มหาเทพตงหัว เทพมารดรวิญญาณเร้น ท้าวห
ลี่มหาราช เทพสามตา… บุตรหลานของจักรพรรดิ
เซียนชั้นสูงจ านวนมากล้วนปรารถนาจะเข้าร่วมการ
แข่งขัน บททดสอบจักรพรรดิเซียนในครั้งนี้ ไม่ง่าย
เลยจริง ๆ ”
เมื่อจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็
ขมวดคิ้วแล้วอดส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
แต่ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา
อย่างมากสุดก็มีผู้ที่เขาต้องให้ความสนใจ ในระหว่าง
ที่เดินอยู่บนเส้นทางแห่งสวรรค์เพิ่มอีกหนึ่ง
ผู้ชนะบททดสอบจักรพรรดิเซียน จะได้รับโอกาสใน
การเข้าสู่แดนสงครามสู่นิรันดร์ เมื่อออกมา มันผู้นั้นก็
จะบรรลุกลายเป็นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์คนใหม่
ควบคู่ไปกับภูมิหลังอันทรงพลัง ตัวตนของพวกมันก็
จะน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น เป็นบุคคลที่มิอาจสร้างความ
ขุ่นเคืองให้ได้
ดังนั้นจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดาราจึงให้ความสนใจ ว่า
ใครจะเป็นผู้ชนะบททดสอบจักรพรรดิเซียนในครั้งนี้
หากมิใช่จักรพรรดิเซียน ก็มิอาจยืนหยัดอยู่บนสวรรค์
ได้อย่างแท้จริง
บนแดนสวรรค์เมื่อบรรลุกลายเป็นจักรพรรดิเซียน
ถึงจะมีศักดิ์ศรีอ านาจเป็นของตนเอง แลได้รับความ
เคารพจากผู้อื่นอย่างแท้จริง มิฉะนั้นมันก็พึ่งพาได้
เพียงอ านาจของบรรพชน แม้ภายนอกจะดูเหมือนว่า
ได้รับความเคารพจากผู้อื่น แต่ก็เป็นเพียงผิวเผิน
เท่านั้น
เมื่อกล่าวถึงหลานชายของท้าวหลี่มหาราช สีหน้า
ของเทพสามตาก็ดูเคร่งเครียดจริงจังมากยิ่งขึ้น เห็น
ได้ชัดว่ามันรู้ถึงความแข็งแกร่งของผู้ที่จะกลายเป็น
คู่แข่งของหยางเชียนบุตรชายของมัน
แต่ไม่ว่าอย่างไร พวกมันก็มีเวลาเหลืออีกหมื่นปีก่อน
บททดสอบจักรพรรดิเซียนจะเริ่ม ดังนั้นพวกมันจึงมี
เวลาเตรียมตัวอีกพอสมควร
มันให้ความส าคัญกับบุตรชายผู้เปี่ยมไปด้วย
ความสามารถของตนเองมาก ดังนั้นบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนจึงถือเป็นโอกาสอันดีในการก้าวเข้าสู่
อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ การมีชีวิตอันเป็นนิ
รันดร์ จักท าให้บิดากับบุตรมีโอกาสอยู่ร่วมกัน
ตลอดไป เมื่อนั้นบุตรชายของมันหยางเชียน ถึงจะ
กลายเป็นมือขวาของมันอย่างแท้จริง!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับบทสนทนาถึง
ทายาทของเหล่าจักรพรรดิเซียนในภายหลังนี้แม้แต่
น้อย
เพราะยามนี้เขาถูกส่งเข้ามาในแดนสงครามมารฟ้า
รอบตัวของเขามีเพียงความมืดมิด ดูเหมือนว่าเขาจะ
เข้ามาในจักรวาลอันว่างเปล่าไม่มีสิ้นสุด ไร้ซึ่งแสง
สว่างหรือสุรเสียงใด ๆ แม้กระทั่งทิศทางก็ยังมิอาจ
รับรู้ได้!
ทุกสรรพสิ่งล้วนเงียบสงบ ราวกับว่าเวลาและมิติ
หยุดนิ่ง
ความรู้สึกว่างเปล่าที่ไม่อาจพรรณนาได้ แพร่กระจาย
อยู่ในหัวใจของ อู่ อวี้
เขาพยายามเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่อันว่างเปล่า แต่ไม่
ว่าจะพยายามเท่าใด เขาก็รู้สึกว่าต าแหน่งของตนเอง
มิได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย หลังจากพยายามอยู่
นาน เขาก็ยังอยู่ที่จุดเริ่มต้น มีเพียงความว่างเปล่าที่
อยู่รอบตัวเท่านั้น
“นี่คือแดนสงครามมารฟ้า”
จิตใจ อู่ อวี้ รู้สึกว่างเปล่าเล็กน้อย ด้วยเพราะพื้นที่
แห่งนี้ว่างเปล่าเกินไป ไร้ซึ่งสุรเสียงหรือแสงใด ๆ
เขาไม่เคยอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดเช่นนี้มา
ก่อน
ขณะที่อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ แต่เขาก็มิอาจสัมผัสได้ถึง
เวลาที่ผ่านไป ท าให้เขาไม่ทราบว่าเวลาล่วงเลยผ่าน
ไปนานเท่าใดแล้ว
หลังจากพยายามเคลื่อนไหวมาระยะหนึ่งเขาก็รู้สึกว่า
มันไม่มีประโยชน์ แล้วทันใดนั้นก็บังเกิดความ
เจ็บปวดอย่างสุดแสนเสียดแทงเข้ามาในร่างกาย นี่
คือความเจ็บปวดจากการถูกกัดกินจิตเซียนอย่าง
รุนแรง ท าให้จิตใจและร่างกายของเขาสั่นสะท้าน
อย่างมิอาจควบคุมได้
เหงื่อเย็นเหยียดอาบชุ่มไปทั่วทั้งร่าง ชั่วขณะนั้นเอง
อู่ อวี้ สัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งก าลังกินจิตเซียนของเขา
ท าให้จิตวิญญาณของเขาต้องสั่นสะท้านอย่าง
รุนแรง
“หรือนี่คือมารฟ้า?”
อู่ อวี้ กัดฟันแน่น เขารู้สึกว่าจิตเซียนของตนเอง
ก าลังถูกกัดกินโดยบางสิ่ง แม้สิ่งนั้นจะมิได้สร้าง
ผลกระทบกับจิตเซียนของเขา แต่มันก็ท าให้เขา
เจ็บปวดอย่างมาก เป็นความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่
ฝังลึกไปถึงจิตวิญญาณ เหนือยิ่งกว่าความเจ็บปวด
ทางร่างกายและจิตใจเป็นไหน ๆ !
แม้กระทั่ง อู่ อวี้ ก็ไม่เคยประสบกับความเจ็บปวด
เช่นนี้มาก่อน ความเจ็บปวดที่มิอาจหยุดยั้งได้ ท าให้
จิตใจของเขาด าดิ่งสู่ก้นเหวลึกในทันที
มารฟ้าไร้รูปไร้เสียง คือสิ่งมีชีวิตที่ชอบกัดกินจิตเซียน
นี่คือสิ่งที่ อู่ อวี้ รู้ก่อนเข้าสู่แดนสงครามมารฟ้า
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ การถูกกัดกินจิตเซียนใน
ครั้งนี้ท าให้เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส มากยิ่ง
กว่าความเจ็บปวดทั้งหมดที่เคยเผชิญมาในชีวิต!
ความเจ็บปวดทรมานที่เกิดจากการตัดเฉือนเนื้อหนัง
ของคมมีดวัชระ ยังเทียบไม่ได้กับการถูกฉีกกระชาก
กัดกินจิตเซียนแลวิญญาณเช่นนี้
ช่วงแรกความถี่ในการกัดกินของมารฟ้ายังมิได้สูง
มากนัก จึงมีเวลาให้ อู่ อวี้ พักผ่อนบ้าง แต่เมื่อเวลา
ผ่านไป ดูเหมือนจะมี ‘มารฟ้า’ มารวมตัวกันมากขึ้น
เรื่อย ๆ ความเจ็บปวดจากการถูกกัดจิตเซียนทวี
ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าทุกขณะจิตมี
มารฟ้ากัดจิตเซียนของเขา
เขาขบเคี้ยวเขี้ยวฟันด้วยความเจ็บปวดอย่างไร้
สิ้นสุด ร่างของเขาสั่นสะท้าน ขดตัวกลม แต่ก็ยังไร้
ประโยชน์ เขายังรู้สึกเจ็บปวดกับการถูกกัดกินจิต
เซียนต่อไป
ในระหว่างนั้นเขาก็ค่อย ๆ นึกถึงเคล็ดสะบั้นจิตขึ้นมา
อย่างช้า ๆ ดูเหมือนว่าวิชานี้จะใช้ได้ผลกับสรรพเท
วะวิญญาณอยู่บ้าง
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็ปลดปล่อยเคล็ดสะบั้นจิตทันที
โดยมุ่งเป้าไปที่ต าแหน่งจิตเซียนของตนเอง
————————-