กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1677: สวรรค์สมุทรเมฆา
เสียงไร้ซึ่งความแยแสดังขึ้นท าให้สีหน้าจักรพรรดิ
เซียนทั้งหมดต่างยิ้มแย้มเต็มไปด้วยความยินดี
ผู้มาเยือนคือหยางเชียนบุตรชายของเทพสามตา
หยางเชียนเดินออกมาจากด้านข้างเทพสามตา มันมี
ตาที่สามเหมือนกับหยางเจียนไม่มีผิดเพี้ยน เวลานี้ตา
ที่สามของมันยังคงปิดสนิท เห็นได้ชัดว่ามันจะเปิดขึ้น
เมื่อถึงยามวิกฤต
แต่สิ่งที่เปิดเผยออกมาจากดวงตาทั้งคู่คือความเย็น
ชากระหายโลหิตอย่างยากจะบรรยาย!
หากให้เทียบกันระหว่างเทพสามตา หยางเชียนผู้สวม
ใส่ชุดด าสีหน้าของมันเฉยเมยราวกับเครื่องจักร
สังหารกระหายโลหิตไร้ซึ่งความปรานียิ่งกว่า
“ อู่ อวี้ ก็สามารถสังหารโม่หลี่อิ๋นจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์ขั้นที่ 2 แสดงว่าฝีไม้ลายมือของเขาย่อมไม่
ธรรมดา หากสามารถแข่งขันในบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนจนถึงด่านสุดท้าย ถ้าข้าได้เจอมันข้าจะสังหาร
มันทิ้งเสีย ส าหรับเรื่องนี้ท่านไม่ต้องกังวล ” หยาง
เชี่ยนกล่าวอย่างเฉยเมยไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ สุรเสียง
ที่แผออกมาราวกับคลื่นอันเย็กยะเยือกแผ่กระจายไป
ทั่วห้อง
ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิเซียนหลายคนที่อยู่ในนี้
เหนือกว่าหยางเชียนมากนัก ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยัง
อดถอนหายใจในเจตนาฆ่าของหยางเชียนไม่ได้
เด็กผู้นี้เป็นทายาทที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเทพสามตา
หยางเจียน เมื่อใดที่เขาสามารถก้าวทะยานขึ้นสู่
จักรพรรดินิรันดร์ได้ หลังจากนี้อนาคตของเขาจะพุ่ง
ทะยานรุ่งโรจน์อย่างไร้สิ้นสุด จนไม่มีผู้ใดคาดเดาว่า
จะไปได้ไกลมากเพียงใด เป็นไปไม่ได้เลยที่ศักดิ์ฐานะ
ของเขาจะอยู่แค่ระดับเทพสามตาหยางเจียน
นอกจากนี้ยังมีโอกาสพิเศษบางอย่างมากมาย คาด
ว่าอนาคตของเขาจะต้องเหนือกว่าหยางเจียนเป็นแน่
แท้
อย่างไรก็ตามขั้นตอนดังกล่าวคงต้องใช้เวลานาน
หลายล้านปีเป็นอย่างน้อย ในช่วงขั้นตอนนี้หาก
ล้มเหลวหรือผิดพลาดเขาจะไม่มีอะไรเหลือเลย
แม้ว่าจะกลายเป็นจักรพรรดิเซียน แต่กระบวนการ
ยกระดับในแต่ละขั้นนั้นยากล าบากยิ่ง อย่างไรเสีย
เขาก็มีชีวิตนิรันดร์ ไม่จ าเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการมี
ชีวิตมากนัก ตลอดชั่วอายุขัยที่มีควรทุ่มเทให้กับการ
ฝึกฝนบ าเพ็ญตน
ค ากล่าวของหยางเชียนท าให้เทพสามตาหยางเจียน
ค่อนข้างพอใจ
ถ้าให้กล่าวถึง อู่ อวี้ เทพสามตาหยางเจียนค่อนข้าง
เบื่อหน่ายอยู่ไม่น้อย เขามาปรากฏตัวให้มันเห็นซ ้า
แล้วซ ้าเล่าแต่มันก็ไม่สามารถจัดการกับเขาตรง ๆ ได้
เสียที เรื่องท าให้มันไม่มีความสุขอย่างแท้จริง
ยามนี้ อู่ อวี้ ก าลังจะเข้าร่วมบททดสอบจักรพรรดิ
เซียน มันจึงสั่งให้หยางเชียนหาโอกาสจัดการกับ อู่
อวี้ ระหว่างการแข่งขัน ท าให้สามารถคลี่คลายได้
อย่างสมบูรณ์
สี่ท้าวจตุมหาราชกับเทพอสูรบรรพกาลต่างมองหน้า
กัน จากนั้นพวกมันก็ตามพยักหน้าเห็นด้วย ถ้าหาก
ต่อจากนี้หยางเชียนจะเป็นผู้รับช่วงต่อในการจัดการ
อู่ อวี้ ฉะนั้นพวกมันก็ไม่จ าเป็นคิดหาวิธีจัดการกับ
เขาอีกต่อไป พวกมันท าเพียงแค่เฝ้ารอผลลัพธ์จาก
ผลงานของหยางเชียน หรือถ้าแม้แต่หยางเชียนยังไม่
สามารถจัดการได้ส าเร็จ เช่นนั้นก็แสดงว่าผู้เยาว์บน
สวรรค์คงไม่มีผู้ใดเป็นคู่ต่อกรกับ อู่ อวี้ ได้แล้ว
“ ข้าไม่รู้ว่าปรมาจารย์สุภูติคิดอะไรอยู่ ถึงได้
เตรียมการให้ อู่ อวี้ ไว้เสร็จสรรพเช่นนี้ เป็นไปได้
หรือไม่ที่ท่านปรมาจารย์ล่วงรู้อยู่ก่อนแล้ว รู้ว่าเด็ก
พวกนี้สามารถมีชีวิตรอดออกมาจากแดนสงคราม
มารฟ้าได้? ”
สิ่งเดียวที่จักรพรรดิเซียนเป็นกังวลก็คือท่าทีของ
ปรมาจารย์สุภูติ
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คงไม่มีประโยชน์อะไรที่พวกมัน
จะมานั่งกังวล หาก อู่ อวี้ ถูกจัดการระหว่างการ
แข่งขันบททดสอบจักรพรรดิเซียน แม้แต่ปรมาจารย์
สุภูติคงไม่อาจกล่าวอันใดได้
เวลานี้พวกมันรอแค่ให้บททดสอบจักรพรรดิเซียน
เริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ในดวงตาของเทพอสูรบรรพกาลแลท้าวธตรัฐ
มหาราชฉายแววความดุร้ายออกมา มันคาดหวังว่า
จะได้เห็นภาพ อู่ อวี้ ถูกหยางเชียนสังหารระหว่างบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียน
……………
ในเวลาเดียวกันนั้น
ณ สถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งภายในสวรรค์ฤทัย ก าลังมี
หนุ่มสาวสามคนหยอกเย้าเล่นกันอยู่
สถานที่ลับแห่งนี้ถูกเรียกว่า ‘สวรรค์สมุทรเมฆา’ มัน
คือสมุทรเมฆาสีขาวไร้สิ้นสุด ในสมุทรเมฆาแห่งนี้มี
สรรพเทวะวิญญาณชนิดหนึ่งอยู่ชื่อของมันคือ ‘อสูร
วิญญาณเมฆา’ สิ่งมีชีวิตนี้เกิดขึ้นระหว่างสวรรค์แล
ปฐพี พวกมันทั้งหมดเปรียบเสมือนเมฆาที่อยู่กัน
อย่างสงบสุขในสวรรค์สมุทรเมฆามาโดยตลอด
ส าหรับสวรรค์ฤทัยอสูรวิญญาณเมฆาเหล่านี้เปรียบ
ดั่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบสุขมานับตั้งแต่
โบราณกาล เทพเซียนบนสวรรค์ฤทัยจะคอยปกป้อง
อสูรวิญญาณเมฆาเหล่านี้จากอันตราย
อสูรวิญญาณเมฆาไม่เป็นอันตรายต่อผู้คน ดังนั้นจึง
ถือได้ว่าเป็นเครื่องรางแสดงถึงความเป็นมงคลใน
สวรรค์ฤทัย
โดยปกติแล้วหากท่านปรมาจารย์สุภูตินั่งอยู่บน
สวรรค์ฤทัย จะไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาโจมตีอสูรวิญญาณ
เมฆา
แต่เวลานี้มีหนุ่มสาวสามคนที่มีภูมิหลังสูงส่งเสียดฟ้า
ก าลังไล่จับอสูรวิญญาณเมฆา!
คนแรกเป็นชายหนุ่มสวมใส่ชุดคลุมผ้าแพรสีขาว
หน้าตาหล่อเหลา ท่าทางดื้อรั้น มีความเย่อหยิ่ง
จองหองแฝงไว้ในดวงตา คนผู้นี้คือหลี่เทียนจี
บุตรชายของเทพนาจามหาเทพสยบสมุทรซานถัน
อีกทั้งยังเป็นหลานชายของเทพเจดีย์หลี่จิ้ง
หลี่เทียนจีผู้นี้มีนิสัยดื้อด้านมาตั้งแต่เกิดจวบจน
ปัจจุบัน ทว่าความจริงนิสัยของมันก็ไม่ได้เลวร้าย
อะไรนักหนา มันแค่ไม่ค่อยเชื่อฟังผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งท า
ให้เทพนาจากับหลี่จิ้งต้องปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่ไม่
น้อย
และในยามนี้มันก าลังไล่จับอสูรวิญญาณเมฆาบน
สวรรค์ฤทัย!
ส่วนสองนางเซียนทรงเสน่ห์ที่ติดตามหลังมันมาต้อย
ๆ มิใช่ใครอื่น ซึ่งหนานซานหวางเยว่เคยเห็นพวก
นางมาก่อนแล้วน ามาบอกเล่าให้ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ
ฟัง
หนึ่งในนั้นเป็นธิดาของมหาเทพตงหัวนามว่า นาง
เซียนเหยาอวิ๋น นางมีรูปโฉมงดงามทรวดทรงองค์
เอวสมส่วน สวมใส่อาภรณ์สีชมพูมีรอยยิ้มที่หวาน
หยดย้อย ขณะที่นางหยอกเย้าเล่นอยู่กับหลี่เทียนจี
บนสวรรค์สมุทรเมฆาอยู่ บางครั้งนางก็หัวเราะ
บางครั้งนางก็ขุ่นเคืองโกรธจนหน้าแดงก ่า ยามเมื่อ
นางหน้าแดงดูน่ารักน่าชังเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนสตรีอีกคนเป็นบุตรีของเทพมารดรวิญญาณเร้น
นางมีนามว่านางเซียนหลิงหมี่ บรรยากาศที่แผ่
ออกมาจากร่างของนางแตกต่างจากนางเซียน
เหยาอวิ๋นอย่างสิ้นเชิง นางสวมใส่ชุดด ายาวรูปร่าง
เพรียวบาง ดูสมส่วนยั่วยวนกามอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง
สายตาของนางเต็มไปด้วยความไม่แยแสเฉยชา แต่
เมื่อเผชิญหน้ากับหลี่เทียนจีท่าทางการแสดงออกของ
นางก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด
สตรีทั้งสองชอบพอหลี่เทียนจีเป็นอย่างมาก พวกนาง
มักจะป้วนเปี้ยนวนเวียนอยู่รอบตัวหลี่เทียนจีเสมอ
ซึ่งแน่นอนว่าที่ใดที่มีหลี่เทียนจี ที่นั่นก็จะมีพวกนาง
ทั้งสองด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นหากกล่าวถึงระดับการฝึกตน พวกนาง
ยังติดตามหลี่เทียนจีมาแบบติด ๆ ปัจจุบันพวกเขา
ทั้งสามมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับราชันเทวะเก้า
สวรรค์ ด้วยเหตุนี้ทั้งสามจึงเข้าร่วมบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนพร้อมกัน
ณ เวลานี้บนสวรรค์สมุทรเมฆา สตรีทั้งสองก าลัง
ติดตามหลี่เทียนจีไล่จับอสูรวิญญาณเมฆา ไม่ว่าหลี่
เทียนจีต้องการสิ่งใดพวกนางก็จะสนับสนุนอย่าง
เต็มที่
แม้ ‘อสูรวิญญาณเมฆ’ จะถือว่าเป็นสัตว์มงคลก็ตาม
ถ้าหลี่เทียนจี้ต้องการจับมัน พวกนางก็จะช่วยจับ
ด้วยเช่นกัน
ระหว่างจับอสูรวิญญาณเมฆาสตรีทั้งสองแข่งขัน
ต่อสู้กันเองด้วยความหึงหวงริษยา
เมื่อนางเซียนเหยาอวิ๋นจับอสูรวิญญาณเมฆาได้นางก็
รีบร้องเรียกแสดงให้หลี่เทียนจีได้เห็นทันที “เทียนจีดู
เจ้าอสูรวิญญาณเมฆาที่ข้าจับได้ มันช่างน่ารักเหมือน
ลูกพีชสีชมพูนุ่มนิ่ม! ”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาหน้า นางเซียนหลิงหมี่ก็ไม่ยอม
น้อยหน้าเช่นกัน นางรีบเรียกร้องความสนใจโดย
ตะโกนออกไปว่า ” นั่นอะไร? เทียนจีดูเจ้าอสูร
วิญญาณเมฆาตัวนั้นสิ เหมือนกงล้อวายุเพลิงของ
บิดาเจ้าหรือไม่? เรารีบจับมันกลับไปเป็นที่ระลึกกัน
ดีกว่า! ”
“ แล้วอย่างไร? ข้าจับอสูรวิญญาณเมฆาได้หนึ่งร้อย
หกสิบเจ็ดตัวแล้ว แล้วเจ้าล่ะ?” นางเซียนเหยาอวิ๋น
เขยิบเข้าไปใกล้หลี่เทียนจีแสดงให้เห็นถึงความ
ภาคภูมิใจที่นางได้จับอสูรวิญญาณเมฆาได้ตั้ง
มากมาย
ชุดสีด าของนางเซียนหลิงหมี่พริ้วกระพือปีกในสมุทร
เมฆา เผยให้เห็นผิวขาวราวหิมะทรงเสน่ห์ยั่วยวน
ของนาง เสน่ห์ของนางนั้นน่าหลงใหลเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากนั้นนางก็ไปจับอสูรวิญญาณเมฆาอีกตัวหนึ่ง
แล้วกล่าวอย่างแผ่วเบา ๆ ว่า ” นี่เป็นตัวที่หนึ่งร้อย
หกสิบแปด ตอนนี้มากกว่าเจ้าหนึ่งตัวแล้ว ”
สตรีทั้งสองแข่งขันต่อสู้ชิงดีชิงเด่นกันเอง มันคือ
ความอิจฉาริษยาที่ไม่อาจหยุดยั้ง หลี่เทียนจีค่อนข้าง
เคยชินกับสถานการณ์เช่นนี้
มันรู้สึกชื่นชอบพวกนางทั้งสอง จึงพาติดตามไปไหน
มาไหนกับมันแทบทุกที่ ท าให้รู้สึกเจริญหูเจริญตา
เป็นอย่างยิ่งเมื่อแลมอง
มันหัวเราะเสียงดังแล้วกล่าวว่า ” จะทะเลาะกันไปไย
พวกเจ้าทั้งสองยังจับได้ไม่ถึงสองร้อยตัวด้วยซ ้า ต่อ
ให้เอาจ านวนของพวกเจ้าสองคนบวกกันก็ยังไม่
เท่ากับข้าเลย! ”
” เรื่องนั้นมันแหงอยู่แล้วล่ะ…เทียนจีเจ้าเก่งกาจยิ่ง
แล้วเราจะเทียบได้อย่างไร? ” นางเซียนเหยาอวิ๋นค
ร ่าครวญ ดวงตาประดุจหงส์ของนางเต็มไปด้วย
ความชื่นชมรักใคร่เสน่หา ขณะมองไปที่หลี่เทียนจี
” เทียนจีเจ้านั้นเก่งกล้าสามารถอยู่แล้ว ยังต้องให้
กล่าวอันใดอีก? ” นางเซียนหลิงหมี่กล่าวพร้อมแสดง
ท่าทางดูหมิ่นเหยียดหยาม ขณะหันหน้ามองไปทาง
นางเซียนเหยาอวิ๋น
ในฐานะสตรีพวกนางทั้งสองถือว่าเป็นผู้ที่มีมีอ านาจ
บารมีอย่างหาตัวจับได้ยากบนสวรรค์ ไม่อาจรู้ได้ว่า
เด็กรุ่นเยาว์ทั้งสองนี้มีความสามารถมากมายเพียงใด
ทุกคนต้องการไล่ตามพวกนาง หากผู้ใดสามารถไล่
ตามใครคนใดคนหนึ่งได้ก็จะถือว่าประสบ
ความส าเร็จเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้สตรีทั้งสองยังมีความสามารถอันน่าทึ่ง แม้
จะไม่เก่งกาจเท่าหลี่เทียนจี แต่ความแตกต่างก็ไม่ได้
ใหญ่หลวงท าให้อนาคตของพวกนางไร้ซึ่งขีดจ ากัด
นอกจากนี้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความส าเร็จของนางผู้หนึ่ง
ก็คือ มหาเทพตงหัว ส่วนอีกผู้หนึ่งคือเทพมารดร
วิญญาณเร้น ทั้งสองล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง
อ านาจยิ่งบนสวรรค์เป็นจักรพรรดิเซียนระดับสองบน
สวรรค์ รองจากจักรพรรดิเซียนระดับสูงอย่าง
ปรมาจารย์สุภูติเพียงเท่านั้น เมื่อพวกนางทั้งสอง
ได้รับการสนับสนุนจากคนใหญ่คนโตเช่นนี้ หนทาง
ข้างหน้าอันแสนยาวไกลจะมีอะไรให้ต้องห่วงกังวล
อีก?
มีบุรุษมากมายนับไม่ถ้วนเรียงรายเสนอตัวอยากเป็น
คู่ครองของสตรีทั้งสอง แต่น่าเสียดายที่พวกนางทั้ง
สองปักใจหลงใหลหลี่เทียนจีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
นั่นเป็นเพราะหลี่เทียนจีมันเก่งกาจยอดเยี่ยมเฉิดฉาย
โดดเด่นท่ามกลางคนรุ่นเยาว์ในวัยเดียวกันบนสวรรค์
มันถือเป็นผู้หนึ่งที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมอย่างที่สุด
เพียงแค่ฝีมือของมันยังไม่ถึงระดับจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์เท่านั้น ถ้าไม่ตกตายไปเสียก่อนอย่างไรมัน
จะต้องทะลวงขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียนอย่าง
แน่นอน!
พรสวรรค์ของมันนับเป็นอะไรที่หาได้บนสวรรค์แห่งนี้
แต่ประเด็นส าคัญก็คืออุปนิสัยของหลี่เทียนจีเป็นคน
ดื้อด้านเกกมะเหรกเกเร มันกล้าที่จะท าทุกอย่างไม่
สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เป็นเสน่ห์ที่ท าให้นางเซียน
เหยาอวิ๋นและนางเซียนหลิงหมี่หลงรักมันอย่างหัวปัก
หัวปำ ทุ่มเททั้งกายใจไม่สามารถถอนตัวถอนใจจาก
มันได้
ในเรื่องความหลงใหลนี้แม้แต่มหาเทพตงหัวกับเทพ
มารดรวิญญาณเล่นก็ยังปวดเศียรเวียนเกล้าเหน็ด
เหนื่อยอย่างที่สุด เป็นเพราะทั้งสองไม่สามารถบังคับ
บุตรีของตนเองได้ พวกเขาท าได้เพียงปล่อยเลยตาม
เลยไปเท่านั้น
บิดากับปู่ของหลี่เทียนจีคือเทพนาจาและเทพเจดีย์ห
ลี่จิ้ง พวกเขาก็ได้แต่หัวเราะชอบใจ ไม่ว่าคนใดจาก
หนึ่งในสองสตรีจะได้ตกแต่งเขาตระกูลของพวกมัน
ล้วนแล้วเป็นเรื่องที่ดีเยี่ยมทั้งสิ้น!
ทั้งหมดทั้งมวลล้วนขึ้นอยู่กับหลี่เทียนจีว่าสุดท้าย
แล้วมันต้องการจะเลือกผู้ใด แต่ปัจจุบันพวกเขาทั้ง
สามยังคงมุ่งมั่นทุ่มเทอยู่กับการฝึกฝนบ าเพ็ญตน
เพื่อให้บรรลุขึ้นสู่จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ซึ่งถือเป็น
เป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา
ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ พวกเขาทั้งสามจับอสูร
วิญญาณเมฆาได้หลายพันตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิด
ขึ้นมาก่อนในสวรรค์สมุทรเมฆา
” เทียนจี… พวกเราทั้งสองมาแค่เข้าร่วมสนุกในบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียนเท่านั้น ผู้ที่มีคุณสมบัติคว้าชัย
ชนะอันดับหนึ่งอย่างแท้จริงมีเพียงเจ้า ” หลังจากนั้น
ไม่นานนางเซียนเหยาอวิ๋นก็เปิดประเด็นถึงเรื่องบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียน
นางเซียนหลิงหมี่ไม่ยอมน้อยหน้านางพยักหน้าแล้ว
กล่าวว่า ” ใช่… หลายคนบอกว่าหยางเชียนสูสีกับ
เจ้า แต่ในความคิดเห็นของข้าแล้วคนหน้าไร้อารมณ์
อย่างหยางเชียนดูน่าหงุดหงิดร าคาญใจจะตาย คน
แบบนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า ไม่มีทางที่จะเอาชนะเจ้า
ได้แน่ ”
” ฮ่า ๆ ๆ ไม่ต้องห่วง บททดสอบจักรพรรดิเซียนถือ
เป็นโอกาส แล้วข้าจะยอมปล่อยโอกาสที่ก้าวเข้าสู่
ชีวิตนิรันดร์ไปง่าย ๆ ได้อย่างไร? ”
หลี่เทียนจีหัวเราะ ” อย่างศิษย์คนใหม่ของ
ปรมาจารย์สุภูติที่มีนามว่า อู่ อวี้ ข้ารู้สึกสนใจในตัว
มันอยู่น้อย ได้ยินว่ามันสังหารจักรพรรดิเซียนจนต้อง
ถูกลงโทษ ข้าหวังว่าจะได้เจอมันสักตั้งเมื่อถึงตอนนั้น
มันคงไม่ท าให้ข้าผิดหวัง ”
—————
ชดเชยแล้วเน้อ