กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1676: ภายในอารามหลิวฉาง
จักรพรรดิเซียนระดับสูงผู้ที่ปรมาจารย์สุภูติต้อง
ออกมาต้อนรับด้วยตนเองคือสามปรมาจารย์สวรรค์
ได้แก่ ปรมาจารย์สวรรค์บรมเต๋า รู้จักในนาม ‘ไท่ซ่าง
เหล่าจวิน’!
ท่านคือจักรพรรดิเซียนระดับหนึ่งบนสวรรค์ ตัวตน
ศักดิ์ฐานะเกือบจะใกล้เคียงกับปรมาจารย์สุภูติ ด้วย
เหตุนี้ท่านปรมาจารย์สุภูติจึงต้องออกมาต้อนรับด้วย
ตนเอง เมื่อองค์ไท่ซ่างเหล่าจวินมาถึง จักรพรรดิ
เซียนคนอื่น ๆ ที่มาถึงก่อนหน้านี้ก็รีบออกมาทักทาย
ต้อนรับ
ในบรรดาผู้ที่ออกมาต้อนรับข้อมีเทพสามตา , เท
พนาจามหาเทพสยบสมุทรซานถัน , เทพเจดีย์หลี่จิ้ง
ฯลฯ ต่างก็ออกมาต้อนรับด้วยความเคารพ
ยิ่งไปกว่านั้น อู่ อวี้ ยังบอกให้หนานซานหวางเยว่ ,
เย่ซีซี , ลั่วผินที่อยู่ในเจดีย์ล่องก าเนิดคอยติดตามเขา
ดูเทพเซียนซึ่งมีศักดิ์ฐานะสูงส่งอยู่ในระดับเดียวกับ
ปรมาจารย์สุภูติ และมีศักดิ์ฐานะตัวตนเหนือยิ่งกว่า
เทพสามตา ส าหรับ อู่ อวี้ กับพรรคพวก ๆ ถือเป็น
ประสบการณ์ที่ไม่เลวเลยทีเดียว
เมื่อ อู่ อวี้ กับจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา ปรากฏกาย
นอกอารามสุภูติ เพื่อติดตามท่านปรมาจารย์สุภูติไป
ค านับองค์ไท่ซ่างเหล่าจวิน ในช่วงเวลานั้นมี
จักรพรรดิเซียนหลายคนมองเขาด้วยสายตาไม่ค่อย
เป็นมิตรเท่าใดนัก
ตัวอย่างเช่นสี่ท้าวจตุมหาราช ท้าวธตรัฐมหาราช อู่
อวี้ ได้สังหารโม่หลี่อิ๋นน้องชายของมัน ความเกลียด
ชังนี้ไม่สามารถลบล้างหายไปได้ หากไม่ติดที่มันเคย
ให้ค าสัญญากับปรมาจารย์สุภูติไว้ก่อนหน้านี้ เป็นค า
สัญญาว่ามันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับ อู่ อวี้ อีก ความโกรธ
แค้นชิงชังที่เคยมีมาก่อนหน้าจะถูกลบล้าง เกรงว่า
มันคงทะยานเข้ามาสังหารเขาทิ้งเป็นแน่
ทว่าตอนนี้ ด้วยค ามั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับ
ปรมาจารย์สุภูติ ท าให้มันไม่สามารถหยิบยกเรื่องนี้
ออกมาพูดได้อีก
เพียงแค่มันคิดถึงโม่หลี่อิ๋นน้องชาย ท้าวธตรัฐ
มหาราชก็แทบไม่สามารถควบคุมเจตนาฆ่าของ
ตนเองได้
เมื่อใดที่มันมีโอกาสมันจะไม่ยอมปล่อยให้ อู่ อวี้ มี
ชีวิตรอดต่อไปได้เด็ดขาด ดังนั้นบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสที่ดีส าหรับมัน
ซึ่ง อู่ อวี้ สามารถสัมผัสถึงการจ้องมองอย่างไร้ปรานี
ของท้าวธตรัฐมหาราชและจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ
แต่เขาก็ไม่ได้สนใจรังสีอ ามหิตเหล่านั้น ด้วยเพราะ
ปรมาจารย์สุภูติอยู่ที่นี่ จักรพรรดิเซียนเหล่านี้ไม่
สามารถแอบโจมตีอย่างลับ ๆ หรือท าอะไรเขาได้ มี
เพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่พวกมันจะท าร้ายเขาได้คือบท
ทดสอบจักรพรรดิเซียน
ช่วงบททดสอบจักรพรรดิเซียน จักรพรรดิเซียน
เหล่านี้อาจจะใช้เล่ห์เหลี่ยมเพทุบายบางอย่างกับเขา
หรือไม่ก็อาจจะท าให้ราชันเทวะที่เข้าร่วมการแข่งขัน
มุ่งเป้าหมายมาที่ตัวเขา
อย่างไรก็ตามราชันเทวะที่เข้าร่วมบททดสอบ
จักรพรรดิเซียนหาได้อยู่ในสายตาของ อู่ อวี้ แม้แต่
น้อย เขาคือผู้ที่สามารถเอาชนะโม่หลี่อิ๋นจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ขั้นที่ 2 ได้ แล้วเหตุใดเขาต้องมากริ่ง
เกรงหวาดกลัวกับราชันเทวะเหล่านี้ด้วย?
ส าหรับผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้มีเพียงไม่กี่คนที่
จะต้องให้ความส าคัญ อย่างเช่นบุตรชายเทพสามตา
นามว่าหยางเชียน กับบุตรชายของเทพนาจานาม
ว่าหลี่เทียนจี
ทั้งสองถือเป็นคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจ อู่ อวี้ ไม่สามารถประ
หมาดหรือดูถูกพวกมันได้
แน่นอนว่าเขาจะไม่ประมาทคู่ต่อสู้คนอื่นเช่นกัน
มิฉะนั้นแล้วหากมาพลาดพลั้งเอาในภายหลัง คงไม่ดี
เท่าใดนัก
อู่ อวี้ รู้ว่าการที่ปรมาจารย์สุภูติให้ตนเองเข้าร่วม
แข่งขันบททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้ เป็นเพราะ
ท่านต้องการให้เขาคว้าที่หนึ่งมาครอบครอง หลังจาก
ผันผ่านประสบการณ์ภายในแดนสงครามมารฟ้า
เห็นได้ชัดว่าปรมาจารย์สุภูติให้ความส าคัญกับเขา
มาก ดังนั้นเขาจะไม่ท าให้ท่านปรมาจารย์ผิดหวัง
อย่างเด็ดขาด
ในไม่ช้าปรมาจารย์สุภูติซึ่งติดตามมาด้วยเด็กชาย
สองคนก็เห็นองค์ไท่ซ่างเหล่าจวินขี่เมฆามาหยุดอยู่
ด้านนอกอารามสุภูติ องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินเปี่ยมล้น
ไปด้วยกลิ่นอายแห่งเซียน รอยยิ้มบนใบหน้าให้
ความรู้สึกอบอุ่นเช่นเดียวกับปรมาจารย์สุภูติ
” สุภูติ ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง”
น ้าเสียงขององค์ไท่ซ่างเหล่าจวินดูสงบเป็นอย่างมาก
ชุดคลุมสีขาวเส้นเกศาสีขาวท่าทางสีหน้าดูอบอุ่นมี
ความสุข ให้ความรู้สึกพอ ๆ กับปรมาจารย์สุภูติ ดู
นุ่มนวลอ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ จ้องไปยังองค์ไท่ซ่างเหล่าจวิน
เมื่อเขาเห็นจักรพรรดิเซียนเคราขาวผู้ทรงพลังคนนี้
เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพที่เขาเคยเห็นในสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์ และบนแผ่นศิลาใน ‘สวรรค์ฉี
เทียน’ ภาพที่เขาเห็นคือคนผู้นี้กับคนอื่น ๆ ร่วมมือ
กันบดขยี้ท าลายภพเทพปีศาจและปิดล้อมฉีเทียนตา
เซิ่น
องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินหรือปรมาจารย์บรมเต๋า ถือเป็น
ผู้ยิ่งใหญ่บนสวรรค์และตอนนี้ปรากฏตัวต่อหน้า อู่
อวี้
จากที่เห็นในปัจจุบันไม่ว่า อู่ อวี้ จะมองอย่างไร คนผู้
นี้ก็ไม่ได้ดูดุร้ายไร้ปรานีเหมือนตอนที่บดขยี้ท าลาย
ภพเทพปีศาจและปิดล้อมฉีเทียนตาเซิ่น ไม่ว่าจะเป็น
ท่าทีหรือบรรยากาศดูเมตตาโอบอ้อมอารีเป็นอย่างยิ่ง
เช่นเดียวกับปรมาจารย์สุภูติให้ความรู้สึกอบอุ่นละมุน
ดั่งสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ถ้อยค าพูดของเขา
เหมือนกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิเย็นชุ่มฉ ่าเสมือน
หยาดพิรุณ ฟังแล้วรื่นสบายหูเป็นอย่างมาก
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็เหมือนจ าบางสิ่งได้ ซึ่งก่อนหน้านี้
เขาไม่ทันได้สังเกตมาก่อน
ตอนที่เทพเซียนแลเทพมารบดขยี้ท าลายภพเทพ
ปีศาจและปิดล้อมฉีเทียนต้าเซิ่น เหมือนเขาจะไม่เห็น
ร่างของปรมาจารย์สุภูติ
หากมีบางสิ่งอยู่ในใจอาจเป็นไปได้ว่าเขาเข้าใจผิด
ในช่วงเวลานั้นเขาอาจจะยังไม่ทันสังเกตเห็นท่าน
ปรมาจารย์สุภูติ
แต่ไม่ว่าอย่างไร ดูเหมือนเทพเซียนจะสูญเสียความ
ทรงจ าเกี่ยวกับการท าลายล้างภพเทพปีศาจไปจนสิ้น
ส าหรับ อู่ อวี้ แล้วเรื่องนี้มีความส าคัญอย่างยิ่งยวด
ซึ่งเขาจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้จงได้
” นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ท่านมาเยี่ยมเยียนอาราม
ของเฒ่าผู้นี้ หากขาดตกบกพร่องประการใดหวังว่า
พวกท่านจะให้อภัยกับความผิดพลาดนี้ เชิญท่านเข้า
ไปด้านใน”
ปรมาจารย์สุภูติแสดงท่าทางสุภาพกับองค์ไท่ซ่าง
เหล่าจวินเป็นอย่างมาก ใบหน้าของท่านเปื้อนไปด้วย
รอยยิ้มอันแสนอบอุ่นเฉกเช่นสายลมในฤดูใบไม้ผลิ
เมื่อองค์ไท่ซ่างเหล่าจวินมาถึง พื้นที่แห่งนี้ก็ดูคึกคักมี
ชีวิตชีวาขึ้นมาในทันที ไม่ว่าจะเป็นเทพสามตา
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ห้าทิศ ล้วนเข้ามาทักทายท่าน
ด้วยความเคารพยิ่ง ใบหน้าของทุกคนเปื้อนไปด้วย
รอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าตัวตนขององค์ไท่ซ่างเหล่าจวิ
นสูงส่งมากเพียงใด แม้กระทั่งจักรพรรดิเซียนเหล่านี้
ก็มิอาจเทียบเคียงได้
อู่ อวี้ ยืนอยู่ด้านหลังปรมาจารย์สุภูติ เมื่อองค์ไท่ซ่าง
เหล่าจวินรับการคารวะทักทายจากเหล่าจักรพรรดิ
เซียนเสร็จสิ้นแล้ว ท่านก็เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้า
ปรมาจารย์สุภูติ พร้อมช าเลืองมอง อู่ อวี้ แล้วกล่าว
ด้วยรอยยิ้มว่า ” นี่คือศิษย์คนใหม่ของท่าน อู่ อวี้ ใช่
หรือไม่? ข้าเคยได้ยินวีรกรรมของเขามาบ้าง เด็ก
หนุ่มผู้นี้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ยิ่ง ขอแสดงความ
ยินดีกับปรมาจารย์สุภูติด้วยที่รับศิษย์ผู้มากไปด้วย
ความสามารถเช่นนี้ ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ท้าวธตรัฐมหาราชก็แสดงท่าทางไม่
พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามเมื่ออยู่ต่อ
หน้าองค์ไท่ซ่างเหล่าจวิน มันก็มิกล้ากล่าวอันใด
แน่นอนพวกมันรู้สึกว่าองค์ไท่ซ่างเหล่าจวิน ชื่นชม อู่
อวี้ เพียงผิวเผินเท่านั้นเพื่อเป็นการให้เกียรติ
ปรมาจารย์สุภูติ
องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินเป็นบุคคลระดับไหนกัน แล้วจะ
ให้ท่านมาสนใจ อู่ อวี้ ได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตามปรมาจารย์สุภูติกลับดูมีความสุขยิ่ง
ท่านหัวเราะแล้วกล่าวว่า ” กล่าวชมเกินไปแล้ว เจ้า
เด็กนี่สร้างเรื่องสร้างราวตั้งแต่เข้ามาในส านัก
นับเป็นโชคดีของเขาที่รอดชีวิตออกมาจากแดน
สงครามมารฟ้าได้ ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นก็
ขึ้นอยู่กับตัวเขา ”
ทั้งสองล้วนเป็นจักรพรรดิเซียนชั้นสูงบนสวรรค์
ดังนั้นความสนใจของพวกท่านจึงมิได้หยุดอยู่ที่ อู่ อวี้
เพียงผู้เดียว
หลังจากสนทนากันได้ไม่นานก็จากไปที่อื่น
เมื่อองค์ไท่ซ่างเหล่าจวินให้ความสนใจ อู่ อวี้
แน่นอนว่าท่านย่อมไม่ทิ้งผู้เยาว์คนอื่น ๆ ไว้
เบื้องหลัง
เช่นหยางเชียนบุตรชายของเทพสามตา นอกจากนี้
ยังมีหลี่เทียนจีบุตรชายของเทพนาจา องค์ไท่ซ่าง
เหล่าจวินได้กล่าวยกย่องชื่นชมพวกเขา
แต่เนื่องจากผู้ที่องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินให้ความสนใจ
ยกย่องเป็นอันดับแรกก็คือ อู่ อวี้ ท าให้เทพสามตา
กับเทพนาจารู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แน่นอนว่าพวก
มันมิได้แสดงออกทางสีหน้า แต่ยังคงรักษาท่าทาง
สุภาพไว้
ส่วนหยางเชียนกับหลี่เทียนจี พวกมันมิได้มาทักทาย
องค์ไท่ซ่างเหล่าจวินด้วย ไม่รู้พวกมันหายหัวไปไหน
เดิมที อู่ อวี้ ตั้งใจใช้โอกาสนี้ศึกษาคู่ต่อสู้ ไม่คาดคิด
ว่าพวกมันจะไม่มา
ทางด้านนาจามหาเทพสยบสมุทรซานถันยังคงเฝ้า
จับจ้องสังเกต อู่ อวี้ อยู่นาน เมื่อพ่อลูกเทพนาจากับ
เทพเจดีย์หลี่จิ้งยืนอยู่ด้วยกัน บรรยากาศแรงกดดันที่
แผ่ออกมาจากทั้งสองช่างน่าตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
แต่ละคนล้วนมีกลิ่นอายที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าเทพสาม
ตาเอ้อหลาง เป็นจักรพรรดิเซียนล าดับที่สองบน
สวรรค์
อย่างไรก็ตามเนื่องจากเทพเจดีย์หลี่จิ้งกับบุตรชายเท
พนาจาทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นศักดิ์ฐานะของ
พวกเขาบนแดนสวรรค์จึงเหนือยิ่งกว่าเทพสามตา
แสดงให้เห็นว่าหากบุตรหลานของตนเอง ประสบ
ความส าเร็จอย่างยิ่งยวดบนสวรรค์ ก็สามารถ
ยกระดับศักดิ์ฐานะให้แก่บิดามารดาได้เช่นกัน ดังนั้น
เทพสามตาหยางเจียนจึงคาดหวังในตัวบุตรชายห
ยางเชียนผู้นี้มาก บางทีหลังจากเวลาล่วงเลยผ่านไป
นับหมื่นนับแสนปี หยางเชียนอาจเติบโตขึ้นมาถึง
ระดับเดียวกับมัน
เมื่อถึงเวลานั้นสองพ่อลูกจะผนึกก าลังกัน และ
ยกระดับศักดิ์ฐานะของพวกมันบนสวรรค์อย่าง
แน่นอน
ซึ่งบททดสอบจักรพรรดิเซียนในคราวนี้ เป็นบันไดที่
ช่วยให้หยางเชียนบรรลุกลายเป็นจักรพรรดิเซียน
หากบุตรของมันพ่ายแพ้ให้แก่หลี่เทียนจี ตระกูลเทพ
สามตาของพวกมันคงถูกตระกูลเทพเจดีย์หลี่ทิ้งห่าง
ไปอีก
” หลี่เทียนจีถือเป็นคู่ต่อสู้คนสุดท้าย ก่อนหน้านั้น
ต้องจัดการ อู่ อวี้ ”
เทพสามตาเหลือบมอง อู่ อวี้ เล็กน้อย ดูเหมือนว่า
มันจะมิได้ให้ความสนใจกับเขามากนัก แต่อันที่จริง
แล้วมันสนใจเขาไม่น้อยเลยทีเดียว ท้ายสุดแล้วการที่
อู่ อวี้ สามารถเอาชนะโม่หลี่อิ๋นได้นั้น แสดงให้เห็นว่า
ตัวตนของเขาเทียบเคียงได้กับจักรพรรดิเซียนขั้นที่
2
แต่เทพสามตาเชื่อมั่นในตัวบุตรชายของตน จึงมิได้
กังวลมากเกินไป
หลังจากคารวะทักทายทุกคนเสร็จสิ้นแล้ว อู่ อวี้ ก็
กล่าวอ าลากับปรมาจารย์สุภูติ แล้วขอตัวออกมา
ก่อน
บททดสอบจักรพรรดิเซียนก าลังจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่ง
เดือนหลังจากนี้ เขาต้องหมั่นฝึกฝนไตร่ตรองพลัง
อิทธิฤทธิ์และวิชาต่าง ๆ ของตนเองให้ดี
จักรพรรดิเซียนทั้งหมดที่เดินทางมาถึงสวรรค์หฤทัย
รวมทั้งองค์ไท่ซ่างเหล่าจวิน ทุกคนล้วนพ านักอยู่ใน
‘อารามหลิวฉาง’
เหล่าราชันเทวะรุ่นเยาว์ที่เข้าร่วมบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน มักจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ฝึกตนกันในอารามหลิวฉาง กล่าวได้ว่า
ส าหรับราชันเทวะรุ่นเยาว์ส่วนใหญ่บททดสอบ
จักรพรรดิเซียนในครั้งนี้ เป็นเสมือนทางผ่านให้พวก
มันท าความรู้จักกับผู้เยาว์ที่เปี่ยมไปด้วย
ความสามารถบนสวรรค์
พวกมันบางคนอยู่ในอาณาจักรราชันเทวะเก้าสวรรค์
มานานแล้ว จึงตระหนักว่าการก้าวขึ้นสู่ระดับ
จักรพรรดิเซียนนั้นมิใช่เรื่องง่าย
แม้แดนสงครามสู่นิรันดร์จะถือเป็นโอกาส แต่การได้
อันดับหนึ่งในบททดสอบจักรพรรดิเซียนนั้นก็ถือเป็น
เรื่องยากล าบากยิ่ง อีกทั้งในครั้งนี้ยังมีสัตว์ประหลาด
อย่าง หลี่เทียนจี หยางเชียน หรือแม้กระทั่ง อู่ อวี้
เข้าร่วมบททดสอบด้วย ราชันเทวะหลายคนจึงมิได้
จริงจังกับมันมากนัก
ครารนี้พวกมันมีโอกาสได้พบปะกลับจักรพรรดิเซียน
ระดับสูงมากมายจากทั่วทั้งสวรรค์ ซึ่งค าชี้แนะของ
พวกเขาก็เป็นประโยชน์กับพวกมันอย่างมากเช่นกัน
แน่นอนว่ายังมีราชันเทวะรุ่นเยาว์หลายคน ที่ยังคงมี
หวังในบททดสอบจักรพรรดิเซียนและไม่ยอมแพ้เสีย
แต่เนิ่น ๆ
ภายในอารามหลิวฉาง
ท้าวจาตุมหาราชทั้งสี่ เทพอสูรบรรพกาล เทพสาม
ตา ต่างรวมตัวกันพูดคุยหารืออยู่ภายในต าหนักแห่ง
หนึ่ง
” เมื่อนึกถึงเด็กน้อย อู่ อวี้ ข้าก็รู้สึกว่ายากจะยอมรับ
ได้จริงๆ! อีกทั้งการที่พวกเราโดนเด็กน้อยอย่างมัน
ปั่นหัวเล่น ข้าก็รู้สึกอับอายไม่น้อยเช่นกัน ” เทพอสูร
บรรพกาลกล่าวอย่างขมขื่น มันมิอาจละทิ้งความ
เกลียดชังที่มีต่อ อู่ อวี้ ได้ และต้องการแก้แค้นฉีก
กระชากเขาเป็นชิ้น ๆ
อย่างไรก็ตามหากมันยังฝืนดึงดันต่อไป เกียรติและ
ศักดิ์ศรีของมันในฐานะเทพอสูรบรรพกาลคงถูก
ท าลายจนหมดสิ้น ก่อนหน้านี้มันเคยได้ยินจักรพรรดิ
เซียนหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมที่มันคอย
สร้างปัญหาให้แก่เทพเซียนตัวเล็ก ๆ
สิ่งนี้ท าให้เทพอสูรบรรพกาลมีโทสะเป็นอย่างยิ่ง และ
ต้องการสังหาร อู่ อวี้ โดยเร็วที่สุด
แต่เทพสามตาก็กล่าวอย่างเย็นชาว่า ” เราสัญญากับ
ปรมาจารย์สุภูติพูดไว้แล้วว่าจะละทิ้งความเกลียดชัง
ที่มีต่อ อู่ อวี้ เท่ากับว่าพวกเจ้ามิอาจสร้างปัญหา
ให้แก่มันได้อีกต่อไป หรือพวกเจ้าอยากเป็นขี้ปากคน
โดนหัวเราะเยาะอับอายไปมากกว่านี้? ”
เมื่อเทพอสูรบรรพกาลได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งไม่พอใจ
เป็นไปได้หรือไม่ว่าเทพอสูรบรรพกาลผู้เกรียงไกร
อย่างมัน ไม่มีปัญญาแม้กระทั่งจัดการเด็กน้อยที่ยังไม่
บรรลุเป็นจักรพรรดิเซียน?
ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่งซึ่งเปี่ยมไปด้วยความไม่
แยแสดังขึ้น ” ในเมื่อมันเข้าร่วมบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน เช่นนั้นก็สังหารมันทิ้งเสียให้สิ้นเรื่อง
ต้องล าบากกันไปไย? ”
—————–